<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งด่านกทม.88จุด ไม่ห้ามเดินทางข้ามจว.! เฟกนิวส์เจอพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ประกาศราชกิจจาฯ ล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว พื้นที่สีแดงเข้ม ไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด แค่ขอความร่วมมือ หน่วยงานความมั่นคงทหาร-ตำรวจตั้งจุดตรวจในพื้นที่&amp;nbsp; กทม.รวม 88 จุด พื้นที่ 5 จังหวัดปริมณฑล 22 จุด และใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 35 จุด เตือนเฟกนิวส์ระวังเจอ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 27 มีเนื้อหาสรุปว่า จากการระบาดที่รุนแรงโดยเฉพาะพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบกับเชื้อโรคได้กลายพันธุ์สามารถแพร่กระจายได้ง่าย รัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับความเข้มข้นของมาตรการ โดยมุ่งลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายสำหรับพื้นที่เป้าหมาย เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด และเร่งรัดมาตรการป้องกันควบคุมโรค การรักษาพยาบาล และการฉีดวัคซีน เพื่อลดความรุนแรงของโรค อาศัยอำนาจตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงออกข้อกำหนดปรับปรุงพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ โดยให้ ศบค.ปรับปรุงเขตพื้นที่ตามสถานการณ์เสียใหม่ โดยห้ามออกนอกเคหสถาน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ในเขตพื้นที่ กทม. นครปฐม นนทบุรี&amp;nbsp; ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี&amp;nbsp; ยะลา สงขลา ระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ต่อเนื่องเป็นเวลา 14 วันนับจากข้อกำหนดนี้ใช้บังคับ ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบุคคลที่ได้รับการยกเว้นการออกนอกเคหสถานในห้วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ ผู้ป่วยหรือผู้มีความจำเป็นต้องพบแพทย์ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ พนักงานขนส่งอาหาร&amp;nbsp; ยา เวชภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค การขนส่งหรือขนย้ายประชาชน เช่น ผู้ปฏิบัติงานขนส่งสาธารณะ ผู้ขนส่งและผู้เดินทางไปยังท่าอากาศยาน ผู้ขนส่งประชาชนไปยังศูนย์พักคอยรอการส่งตัว รวมถึงการให้บริการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ได้แก่ ผู้ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เป็นต้น&amp;nbsp; และผู้ประกอบอาชีพที่จำเป็น ได้แก่ ผู้ปฏิบัติงานตามกรอบเวลา กะ หรือทำงานตามผลัดเปลี่ยนเวรยาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรณีจำเป็นอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ แสดงบัตรประจำตัวประชาชนและเอกสารรับรองความจำเป็น เอกสารเกี่ยวกับสินค้าบริการต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่ออนุญาต กรณีที่สมควรเพิ่มเติมข้อยกเว้นดังกล่าว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอผ่านศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้มีมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งโดยให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ดำเนินมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งให้เต็มความสามารถเพื่อลดการเดินทาง ในส่วนของภาคเอกชนให้เจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการ สนับสนุนปรับรูปแบบการปฏิบัติงานให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกำหนดดังกล่าวยังระบุถึงมาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน เฉพาะในเขตพื้นที่ กทม.และปริมณฑล สำหรับสถานที่ กิจการ ให้เปิดดำเนินการได้ภายในเงื่อนไข&amp;nbsp; เงื่อนเวลา การจัดระบบระเบียบต่อไปนี้ การจำหน่ายอาหารเครื่องดื่ม ซึ่งรวมถึงร้านที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า หรือสถานที่ประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันให้เปิดดำเนินการถึงเวลา 20.00 น. และให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ยา&amp;nbsp; เวชภัณฑ์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ก่อสร้าง&amp;nbsp; ธนาคาร ธุรกิจสื่อสาร รวมถึงการให้บริการฉีดวัคซีนหรือบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขอื่นๆ
ไม่ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัด ตลาดโต้รุ่ง ให้เปิดดำเนินการจนถึงเวลา 20.00 น. โดยจำกัดเวลาสำหรับร้านสะดวกซื้อซึ่งตามปกติเปิดให้บริการในช่วงกลางคืน ให้ปิดบริการระหว่างเวลา 20.00-04.00 น. สำหรับสวนสาธารณะ ลานกีฬา ที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้งให้เปิดได้ถึงเวลา&amp;nbsp; 20.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานประกอบการนวดแผนไทย สปา สถานเสริมความงาม ให้ปิดดำเนินการ, ร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผม&amp;nbsp; ยังคงเปิดดำเนินการได้เท่าที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มคนที่มากกว่า 5&amp;nbsp; คน สำหรับกิจกรรมการรวมกลุ่มบุคคลที่พนักงานเจ้าหน้าที่เคยอนุญาตให้จัดกิจกรรมไว้ก่อนหน้านี้ หากประสงค์จะจัดกิจกรรมในระยะเวลานี้ขอให้ขออนุญาตพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบและทบทวนมาตรการให้เหมาะสมกับห้วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่โรงเรียน สถานศึกษา ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ และให้เจ้าหน้าที่กวดขันการมั่วสุมประชุมกันเพื่อเล่นการพนัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อกำหนดดังกล่าวยังกำหนดเกี่ยวกับการขนส่งสาธารณะ ให้กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบให้จัดระบบและระเบียบ จำนวนและห้วงเวลาเดินรถตามมาตรการที่ ศปก.ศบค.กำหนด ทั้งนี้ การลดหรือจำกัดรอบให้บริการอาจทำให้ผู้เดินทางไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจรตามปกติระหว่างเวลา 21.00-04.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการเดินทางข้ามจังหวัด ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงหรือชะลอการเดินทางข้ามจังหวัดในช่วงระยะเวลานี้ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดการคัดกรองการเดินทางเส้นทางคมนาคมเข้าออก กทม.และปริมณฑล จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งการเดินทางเข้าออกจังหวัดอื่นๆ เพื่อควบคุมการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงาน และคัดกรองการเดินทางประชาชนทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้กระทรวงคมนาคม หน่วยงานที่รับผิดชอบ กำกับดูแลการให้บริการของผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ สำหรับการขนส่งคนโดยสารระหว่างจังหวัดที่มีพื้นที่ต้นทางจาก กทม.&amp;nbsp; ปริมณฑล หรือพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเพิ่มความเข้มงวด รวมทั้งตรวจสอบคัดกรองการเดินทางให้เป็นไปแนวทางที่ ศปก.ศบค.กำหนด สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดให้กระทรวงคมนาคมจัดระเบียบ แนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมและลดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการป้องกันและรองรับผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ให้ กทม. จังหวัดปริมณฑล ดำเนินการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนให้มีการใช้สมุนไพรหรือการแพทย์แผนไทยในการบำบัดรักษาตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มโอกาสการเข้าตรวจหาเชื้ออย่างเพียงพอ เร่งรัดการจัดตั้งสถานพยาบาลชั่วคราว โรงพยาบาลสนาม เพิ่มขีดความสามารถในการรักษาพยาบาล เร่งรัดการดำเนินการวางระบบหรือจัดการสถานที่เพื่อจัดตั้งศูนย์พักคอยรอการส่งตัว รวมทั้งเพิ่มจำนวนจุดบริการคัดกรอง และเร่งให้มีบริการตรวจคัดกรองและการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว โรคเรื้อรัง สำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดนี้ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป
เฟกนิวส์เจอ พรก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีมาตรการเพื่อมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร อันทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน การเสนอข่าวหรือการทำให้เกิดการเผยแพร่ ซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความเรียบร้อย ถือเป็นความผิดตามมาตรา 9 (3) แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรการข้อห้ามและข้อปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน จนถึงวันที่ 25 ก.ค. เว้นแต่จะมีการประเมินความเหมาะสมสถานการณ์ต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 12 ก.ค.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ยังมีการประกาศคำสั่ง ศบค. เรื่องพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่เฝ้าระวัง โดยกำหนดให้พื้นที่ควบคุมสูงสูดและเข้มงวดมีทั้งสิ้น 10&amp;nbsp; จังหวัด ประกอบด้วย กทม. นครปฐม นราธิวาส นนทบุรี&amp;nbsp; ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด คือ กระบี่ กาญจนบุรี&amp;nbsp; ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตาก นครนายก นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ระนอง ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง และอุทัยธานี, พื้นที่ควบคุม 25 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์&amp;nbsp; กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชัยภูมิ ชุมพร ตรัง ตราด&amp;nbsp; บุรีรัมย์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ มหาสารคาม&amp;nbsp; ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สตูล สระแก้ว สุโขทัย สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; สุรินทร์ หนองบัวลำภู อุดรธานี และอุบลราชธานี, พื้นที่เฝ้าระวังสูง 18 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ นครพนม น่าน&amp;nbsp; บึงกาฬ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน&amp;nbsp; ยโสธร ลำปาง ลำพูน สกลนคร หนองคาย อำนาจเจริญ และอุตรดิตถ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ&amp;nbsp; ศบค. แถลงขยายความข้อกำหนดฉบับที่ 27 โดยขอความร่วมมือประชาชนถ้าไม่จำเป็นอย่าเคลื่อนย้ายในช่วงที่มีการประกาศห้ามเดินทาง ขณะที่มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว ขณะนี้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) กำลังพิจารณาเตรียมการเพื่อเสนอต่อครม.ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการมิให้มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารนั้น ต้องขอความร่วมมือเพราะปัจจุบันข่าวลือข่าวเท็จออกมาเป็นจำนวนมาก ในที่ประชุม ศบค.มีการเน้นย้ำเรื่องนี้ เพราะนอกจากการทำงานที่ต้องเดินไปข้างหน้าแล้ว การมีข่าวที่อาจเป็นเท็จทำให้ต้องพะว้าพะวังและเสียเวลาในการแก้ข่าว ทำให้การทำงานมีความล่าช้า จึงขอความร่วมมือและต้องบังคับใช้กฎหมายข้อนี้อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเดินทางในพื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือสีแดงเข้ม 10 จังหวัด ถ้าจะเดินทางมาเพื่อรับวัคซีนสามารถมาได้หรือไม่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่ได้มีใบนัดล่วงหน้า สามารถเดินทางมาได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ชี้แจงว่า ถ้าเพื่อการสาธารณสุขโดยการฉีดวัคซีนก็สามารถเดินทางได้เลย&amp;nbsp; สามารถแจ้งกับฝ่ายความมั่นคงที่มีการตรวจสอบอยู่ เพราะตรงนี้ถือว่าเป็นเหตุจำเป็น และถือเป็นความสำคัญที่เราอยากให้ประชาชนได้รับวัคซีน แต่ถ้าจะไปฉีดวัคซีนแบบข้ามจังหวัดก็ต้องแล้วแต่จังหวัดนั้นๆ หรือถ้าจะเข้ามากรุงเทพฯ การมีใบรับรองจาก ผวจ.หรือผู้ใหญ่บ้าน กำนันก็น่าจะดี
&amp;#39;ผมไม่สบายใจเลย&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตามข้อกำหนดที่ให้ปิดร้านนวดแผนไทย สปา ร้านเสริมความงามต่างๆ แต่คลินิกเสริมความงามที่จะต้องฉีดใบหน้าเข้าข่ายต้องปิดด้วยหรือไม่ โฆษก ศบค.ตอบว่า เพื่อเป็นการลดการสัมผัสและความเสี่ยงในการสัมผัสใบหน้าก็คงต้องของดไปก่อน เพื่อตอบสนองต่อการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำหรับผมไม่สบายใจเลย เวลาที่ต้องมาประกาศถึงข้อกำหนดต่างๆ เพราะมันเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการเดินทางต่างๆ และทำให้ทุกคนต้องมีผลกระทบ ทั้งต่อรายได้ ต่อครอบครัว หรือกระทบต่ออะไรต่างๆ มากมาย แต่เราเลี่ยงไม่ได้ และมาตรการเหล่านี้ก็เป็นสากลไปแล้ว ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่ทุกประเทศในโลกนี้ยอมรับในมาตรการที่จะต้องเพิ่มระดับ ซึ่งก็คือการล็อกดาวน์ และครั้งนี้เราเลือกการล็อกดาวน์เฉพาะพื้นที่ จึงขอความร่วมมือทุกคนใช้เวลา 14&amp;nbsp; วันนี้ ในการพิสูจน์ความร่วมมือกันของทุกฝ่ายอีกครั้งเพื่อจะสู้กับโควิด และหลังจาก 14 วันขอให้เราได้เห็นภาพที่จะพบข่าวดีไปด้วยกัน&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนของข้อกำหนดที่ 27 เกี่ยวกับการเดินทางข้ามจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มว่า เป็นเพียงการขอความร่วมมือไม่ถึงขั้นห้าม แต่การเดินทางเข้าหรือออกพื้นที่สีแดงเข้มต้องแสดงหลักฐานความจำเป็นและมีด่านตรวจ หากแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนสองเข็มก็จะช่วยได้เยอะ และในข้อกำหนดระบุไว้ว่าอาจทำให้การเดินทางจะไม่ได้รับความสะดวกเหมือนที่ผ่านมา เวลาเดินทางมากขึ้นกว่าเดิม และการตั้งด่านจะเริมตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค.เพราะกลัวการอพยพ&amp;nbsp; ส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่จังหวัดสีแดงเข้มยังเดินทางได้ปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp; เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (รมช.กห.) และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมหน่วยงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพและตำรวจผ่านระบบ VTC ณ&amp;nbsp; ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด ภาพรวมฝ่ายความมั่นคงโดย ศปม.ได้เร่งปรับแผนและสนธิกำลังทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง โดยใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก กระจายลงพื้นที่จัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดร่วม รวมทั้งจัดตั้งสายตรวจเคลื่อนที่เร็วลงปฏิบัติการในพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทั้ง 10 จังหวัดแล้ว ตั้งแต่ 06.00 น.วันที่&amp;nbsp; 10 ก.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยได้ร่วมจัดตั้งจุดตรวจในพื้นที่ กทม.รวม 88 จุด&amp;nbsp; พื้นที่ 5 จังหวัดปริมณฑล 22 จุด และใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 35 จุด ร่วมกันทำหน้าที่สร้างความเข้าใจและให้คำแนะนำการปฏิบัติตนแก่ประชาชนถึงมาตรการต่างๆ ที่ ศบค.กำหนด โดยเฉพาะการจำกัดการปฏิบัติในการเคลื่อนย้าย รวมทั้งข้อกำหนดและข้อจำกัดในกิจกรรมและเวลาที่กำหนด ทั้งนี้จะเริ่มเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่องตั้งแต่ 12 ก.ค.64 เป็นต้นไป เพื่อคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้ม รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการหยุดแพร่กระจายของโรคและการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนจากปัญหาอาชญกรรมในคราวเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.และโฆษก&amp;nbsp; บช.น. เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 27 ลง 10&amp;nbsp; กรกฎาคม 2564 นั้น ได้มุ่งเน้นการห้ามออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น ตั้งแต่ 21.00 น. ถึง 04.00&amp;nbsp; น.ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่เป็นบุคคลที่ได้รับการยกเว้น หรือผู้ที่มีเหตุจำเป็นต้องขออนุญาตกับพนักงานเจ้าหน้าที่เสียก่อน, หลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัด, ห้ามผู้ใดออกมารวมกลุ่มกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กองบัญชาการตำรวจนครบาลมีมาตรการปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดฯ ดังนี้ 1.ตั้งจุดตรวจทุก สน.&amp;nbsp; รวม 88 จุดตรวจ ในช่วงเวลา 21.00 น. ถึง 04.00&amp;nbsp; น.ของวันรุ่งขึ้น กระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยแบ่งเป็น 3 ผลัด ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นายต่อ 1 ผลัด&amp;nbsp; ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองในพื้นที่นั้นๆ มีนายตำรวจระดับสารวัตรเป็นหัวหน้าจุดตรวจ ซึ่งจะเริ่มตั้งจุดตรวจในวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 เวลา 21.00 น.&amp;nbsp; เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง 2.จัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา ห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหสถาน เวลา 21.00 น. ถึง 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น&amp;nbsp; โดยเน้นการตรวจตราจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนออกมาในเวลาดังกล่าว&amp;nbsp; ส่วนการเปิดให้บริการของห้างร้าน ซูเปอร์มาเก็ต สวนสาธารณะ หรือสถานที่ต่างๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนด คือ เปิดได้ถึง 20.00 น. ยกเว้นขนส่งสาธารณะที่เปิดได้ถึง 21.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบัญชาการตำรวจนครบาลจึงประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนปฏิบัติตามนโยบายมาตรการควบคุมโรคตามข้อกำหนดฯ อย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พ.ศ.2548 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน&amp;nbsp; 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ศ.2558 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม&amp;nbsp; 2564 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109291</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การแพร่ระบาดให้อยู่ในวงจำกัด, จากการระบาดที่รุนแรง, จำกัดการเคลื่อนย้ายสำหรับพื้นที่เป้าหมาย, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ราชกิจจานุเบกษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e956b6d428e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
