<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากรัฐบาลสู่ชุมชนพอเพียง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงแทบไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์ สังเคราะห์ อะไรต่อไปอีกแล้ว...สำหรับฉากสถานการณ์การแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัสโควิด ในช่วงหลังๆ นี้ เพราะออกจะหนักหนา-สาหัสกันในระดับทั่วทั้งโลกนั่นแหละทั่น!!! ไม่ใช่แต่เฉพาะไทยแลนด์ แดนสยามของหมู่เฮาเท่านั้น ความผิดๆพลาดๆ ความไม่รู้เท่า-รู้ทัน มันจึงต้องถือเป็นเรื่องปกติและธรรมดา อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างคุณพ่ออเมริกา...หรือระดับหน่วยงานศูนย์ควบคุม-ป้องกันโรค อย่าง CDC ที่เคยออกมาชี้แนะ ชี้นำ บรรดาอเมริกันชนที่ผ่านการฉีด วัคซีนเทพ อย่างไฟเซอร์ โมเดอร์นา ไปแล้วเข็มแรก เข็มสอง หรือกระทั่งเข็มสามก็ตาม ว่าไม่จำเป็นต้อง สวมหน้ากาก ต้อง เว้นระยะห่าง อีกต่อไปแล้ว สามารถพันพัว นัวเนีย ชิตๆ แชตๆ กันได้ตามสบาย แต่เมื่อวัน-สองวันที่ผ่านมานี่เอง เมื่อเจอกับการปรับตัว ปรับสภาพ ของท่านเชื้อไวรัสโควิด-19 จากสายพันธุ์ธรรมดา ไปเป็นสายพันธุ์เดลตา เลยหนีไม่พ้นต้องพลิกลิ้น พลิกลำ ต้องตีลังกากลับประมาณ 360 องศา ต้องหันมาชี้แนะ ชี้นำ ให้ใครต่อใครเร่งสวมหน้ากากระดับ 2 ชั้น 3 ชั้น ไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน ในอาคารสถานที่ และส่งผลให้ผู้บริหารกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้องหันมาออกคำสั่ง ออกมาตรการดังกล่าว ไปเมื่อช่วงวันเสาร์ที่แล้ว...
--------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุเพราะจำนวนตัวเลข ผู้ติดเชื้อ ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในอเมริกา ล้วนแล้วแต่เคยฉีด &amp;nbsp;วัคซีนเทพ ที่ว่าไปแล้วด้วยกันทั้งสิ้น แต่ไม่ว่าจะฉีดแล้ว ฉีดอีก ฉีดเท่าไหร่ แบบไหน ก็ยังดัน เอาไม่อยู่ ซะดื้อๆ ความหวัง ความปรารถนาและต้องการ ที่จะอาศัยจำนวน ปริมาณ ของผู้ฉีดวัคซีนไปแล้ว ไม่ว่าระดับ 40-50-60 หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปที่เคยเชื่อๆ ว่าอาจก่อให้เกิด ภูมิคุ้มกันหมู่ จนสามารถไปไหนต่อไปไหนได้ตามปกติ สามารถกลับไปเที่ยวคลับ เที่ยวบาร์ พ่นละอองเรณูเกสรใส่ใครต่อใครได้โดยอิสระและเสรี อันจะช่วยให้เกิดการ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ หวนกลับมาสู่จุดเดิมๆ ได้อีกภายในไม่นาน-ไม่ช้า ไปๆ-มาๆ...ดูๆ มันชักจะไม่เป็นไปตามที่หวัง ที่คาด ได้มากมายซักเท่าไหร่...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;--------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือพูดง่ายๆ ว่า...โอกาสที่จะ อดตาย ไปพร้อมๆ กับ ป่วยตาย มันชักมีความเป็นไปได้สูงยิ่งเข้าไปทุกที โดยเฉพาะสำหรับโลกทั้งใบนั่นแหละทั่น ไม่ใช่แต่เฉพาะไทยแลนด์ แดนสยาม แต่เพียงเท่านั้น เพราะขนาด เศรษฐกิจจีน ที่แทบไม่ต้องกลัว ป่วยตาย กันอีกต่อไปแล้ว ด้วยอำนาจเผด็จการของคอมมิวนิสต์ ที่สามารถ เจ็บแล้วจบ ได้อย่างสวยสด-งดงามมาตั้งแต่แรก แต่ถึงแม้จะ จบ ทุกสิ่งทุกอย่างแบบแฮปปี้เอนดิ้งพอสมควร แต่โอกาสจะส่งสินค้า เมด อิน ไชน่า ไปตีตลาด ไปขายใครต่อใครในโลกใบนี้ ก็กลับเป็นอะไรที่ยากซ์ซ์ซ์เอามากๆ เพราะผู้คนทั่วโลกยังคง เจ็บแล้วไม่จบ โดยแทบไม่รู้ว่าจะจบกันตอนไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร นั่นเอง...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจลดปริมาณเงินทุนสำรองของธนาคารต่างๆ โดยธนาคารกลางของจีนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จนพอมีเงินติดไม้-ติดมือนับเป็นแสนๆ ล้านดอลลาร์ เพื่อไว้อัดฉีด เอาไว้กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ชักเริ่มออกอาการ โตช้า หรือไม่ถึงกับโตแบบโตโยต้า ได้แบบช่วงเศรษฐกิจไตรมาสแรก จึงถือเป็นการ ส่งสัญญาณ ว่าแนวโน้มของการ อดตาย ในระดับทั่วทั้งโลกนั้น อาจหนักหน่วง รุนแรง ไม่น้อยไปกว่าการ ป่วยตาย ที่ยังหามุมจบ หาจุดจบ กันไม่เจอจนตราบเท่าทุกวันนี้ ภาวะเงินเฟ้อ ภาวการณ์ขาดแคลนสินค้าอาหาร ที่กำลังเริ่มแสดงตัวออกมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้รัฐบาลในแต่ละประเทศ ยิ่งต้อง บวดหัว ชนิด ยาบวดหาย ใดๆ ก็เอาไม่อยู่ไปด้วยกันทั้งสิ้น...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -----------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลของท่านนายกฯ บิ๊กตู่...นะจ๊ะ-นะจ๊ะ ก็แทบไม่ต้องพูดถึง!!! เพราะไม่เพียงแต่ต้องเจอกับความ บวดหัว ในเรื่องการ ป่วยตาย และ อดตาย เท่านั้น ยังต้องเจอกับการ ด่าตาย คือด่ากันชนิดวันละ 3 เวลาหลังอาหาร เพิ่มรอบดึก รอบเที่ยงคืน ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ วันทำงาน-ไม่ทำงาน ฯลฯ จนแทบไม่เหลือเศษซาก ไม่เหลือชิ้นส่วนอวัยวะส่วนหนึ่ง-ส่วนใดของร่างกาย ที่จะทำหน้าที่ได้ครบถ้วน สมบูรณ์ เหมือนแต่ก่อน เรียกว่า...แม้ยังไม่ถึงกับ ตาย แต่โอกาสที่จะ เลี้ยงให้โต ต่อไปภายในอนาคตเบื้องหน้านั้น ออกจะเป็นไปไม่ได้เอาเลยก็ว่าได้...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้สภาพเช่นนี้นี่เอง...ที่ทำให้การหันมา อัตตาหิ อัตโนนาโถ หรือการหันมา พึ่งตนเอง ไม่ว่าของปัจเจกบุคคล ชุมชน สังคมในแต่ละระดับ ย่อมถือเป็นทางออก ทางรอด ทางไป ที่น่าจะเหมาะสม สอดคล้องที่สุด การหันมาร่วมมือ-ร่วมใจ กันในแต่ละระดับ อาศัย ความพอเพียง ในแต่ละด้านประคับประคองตัวเองให้พออยู่รอด ปลอดภัย ไม่ว่าในแง่การ ป่วยตาย หรือการ อดตาย ก็แล้วแต่ และพร้อมที่จะใช้ส่วนที่เหลือๆ ส่วนที่ &amp;nbsp;เกินพอ ช่วยเหลือ เจือจาน เยียวยาผู้คนรอบข้างในแต่ลักษณะ อย่างน้อย...ก็อาจพอช่วยให้สายใยแห่งความเอื้ออาทร ความห่วงใยซึ่งกันและกัน อันถือเป็นลักษณะพิเศษของ ความเป็นไทย พอได้เกิดการถักทอ บูรณาการ จนอาจกลายเป็น เครือข่ายป้องกันทางสังคม หรือเกิดการ พึ่งตนเอง กันในระดับชุมชน สังคม กลายเป็น สังคมแห่งพอเพียง โดยไม่จำเป็นต้องหันไปพึ่งรัฐ เอาเลยก็ไม่แน่!!!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ----------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และถ้าหากมันเป็นไปตามนั้น...เกิดอุบัติการณ์นั้นๆ ขึ้นมาจริงๆ แล้วละก็ &amp;nbsp;แทบไม่ต้องเสียเวลาไป ด่า หรือไป เชียร์ ใครต่อใครให้ต้องมากเรื่อง มากความ แต่อย่างใด อีกทั้งไม่ว่าจะต้องเจอกับการ ป่วยตาย หรือ อดตาย อีกมากน้อยขนาดไหน แต่ภายใต้ ความพอเพียง ที่มีความพอเหมาะ พอดี มีเหตุ-มีผล มีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นเครื่องรองรับเอาไว้แต่แรก โอกาสที่บุคคล ชุมชน สังคมแต่ละสังคม จะอยู่รอดปลอดภัย นับจากนี้ไปจนอนาคตเบื้องหน้า ก็ยังพอมีความเป็นไปได้มากกว่าการ นั่งด่าบิ๊กตู่ ไปวันๆ ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า...
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ------------------------------------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Epictetus (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... &amp;ldquo;Fortify yourself with contentment, for this an impregnable fortress. - &amp;nbsp;จงสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวท่านเองด้วยความสันโดษ (พอเพียง) เพราะนี่คือป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก...&amp;rdquo;.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-------------------------------------------------------------
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111876</URL_LINK>
                <HASHTAG>จากรัฐบาลสู่ชุมชนพอเพียง, ท่านขุนน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088d54d8866.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
