<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 23:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุจลาจลปล้นสะดมในแอฟริกาใต้ตายพุ่งเป็น337ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสาธารณรัฐแอฟริกาใต้แถลงข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้เสียชีวิตในเหตุจลาจลปล้นสะดมในประเทศตั้งแต่ต้นเดือนนี้มีมากถึง 337 ศพแล้ว เพิ่มจากยอดที่รายงานเมื่อวันก่อนหน้านี้ 61 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมสถานการณ์ในจังหวัดเกาเตงเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 Ihsaan Haffejee/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของคุมบุดโซ นัตชาฟเฮนี รัฐมนตรีประจำทำเนียบประธานาธิบดี ว่าจำนวนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากยอดเดิม 276 คน เป็น 337 คนในวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม ได้จากข้อมูลที่ตำรวจปรับปรุงจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไม่สงบในจังหวัดเกาเตงเป็น 79 คน และควาซูลู-นาทาลเพิ่มเป็น 258 คน ผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมบางรายเสียชีวิตเพราะอาการบาดเจ็บที่ได้รับระหว่างเหตุจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การก่อจลาจลปล้นสะดมวางเพลิงธุรกิจร้านค้าเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หนึ่งวันหลังจากอดีตประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา เริ่มชดใช้โทษจำคุก 15 เดือนฐานปฏิเสธให้ความร่วมมือกับการไต่สวนข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงบานปลายเป็นการก่อความไม่สงบครั้งเลวร้ายที่สุดในแอฟริกาใต้นับแต่สิ้นสุดนโยบายถือผิว ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา กล่าวว่าเป็นความพยายาม &amp;quot;ก่อการกบฏ&amp;quot; โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจถึงขณะนี้สูงราว 3,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 111,794 ล้านบาท).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110781</URL_LINK>
                <HASHTAG>จลาจลปล้นสะดม, จาค็อบ ซูมา, จำนวนผู้เสียชีวิต, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60ef0f1e23c2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2018 20:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2018 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูมา&#039; ยอมลาออก แอฟริกาใต้เลือก &#039;รามาโฟซา&#039; เป็นประธานาธิบดีคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา ของแอฟริกาใต้ ยอมลาออกจากตำแหน่งแล้ว รองประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา ขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;จาค็อบ ซูมา แฟ้มภาพวันที่ 8 สิงหาคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีจาค็อบ ซูมา วัย 75 ปี ที่ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ตั้งแต่ปี 2552 แถลงการลาออกของเขาทางโทรทัศน์เมื่อค่ำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยใช้เวลา 30 นาที ระบุว่า การลาออกของเขามีผลในทันที ทั้งนี้ เพื่อปฏิบัติตามมติของพรรคแอฟริกัน เนชั่นแนล คองเกรส (เอเอ็นซี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ซูมาเคยให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ระบุว่า การที่พรรคบีบให้เขาลาออกจากตำแหน่งเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมสำหรับเขา เพราะเขาเข้าเป็นสมาชิกพรรคตั้งแต่ปี 2502 และร่วมต่อสู้กับการเหยียดสีผิวของรัฐบาลคนผิวขาวมาหลายสิบปี พร้อมกับย้ำด้วยว่า ไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเขากระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรคเอเอ็นซีเมื่อวันอังคาร ลงมติให้ซูมาลาออกจากตำแหน่ง แต่หากเขาไม่ยอมลาออก ส.ส.ของพรรคจะโหวตเพื่อขับเขาออกจากตำแหน่งในการประชุมรัฐสภาในวันพฤหัสบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ประชุมรัฐสภาของแอฟริกาใต้โหวตรับรองซีริล รามาโฟซา รองประธานาธิบดีที่เพิ่งได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเอเอ็นซีเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ให้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ซีริล รามาโฟซา ขณะมาถึงรัฐสภาเมื่อวันพฤหัสบดี ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซูมาเป็นประธานาธิบดีที่ไม่ได้จบการศึกษาตามระบบ เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมต่อสู้กับรัฐบาลเหยียดสีผิวและถูกคุมขังในเรือนจำบนเกาะร็อบเบนเช่นเดียวกับเนลสัน แมนเดลา ถึง 10 ปี แต่ภายใต้การบริหารประเทศของเขาเต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชัน, เศรษฐกิจตกต่ำ และไม่สามารถกู้ความนิยมของพรรคเอเอ็นซีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รามาโฟซา วัย 65 ปี เป็นอดีตสมาชิกสหภาพแรงงาน และร่วมกับแมนเดลาในการเจรจาเพื่อยุติการเหยียดสีผิวในประเทศช่วงทศวรรษ 1990 หลังจากนั้นไปเป็นนักธุรกิจก่อนที่จะกลับมาสู่แวดวงการเมืองอีกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3198</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาค็อบ ซูมา, ซีริล รามาโฟซา, แอฟริกาใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a858df445f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
