<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 21:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039; ฟ้องแพ่งเรียก 10 ล้าน &#039;สนธิ&#039; หาเป็นคนสั่ง ศธ. ไม่ต้องสอนประวัติศาสตร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.64 - นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าวันนี้ที่ศาลเเพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ตนได้ส่งทีมทนายความไปยื่นฟ้องในคดีที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบให้ตน และคณะทนายความยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ 1, บริษัท เอนิวซัน จำกัด ที่ 2, นายกฤษณ์พงศ์ เกียรติศักดิ์ ที่ 3, บริษัท บลู สกาย แชนแนล จำกัด ที่ 4 ในข้อหาหรือฐานความผิด ละเมิด ไขข่าว พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 10,000,000 บาท สืบเนื่องจากกรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ดำเนินรายการ SONDHI TALK กล่าวหานายจาตุรนต์ ฉายแสง ว่า &amp;ldquo;เป็นคนที่สั่งให้กระทรวงศึกษาธิการ ไม่ต้องสอนวิชาประวัติศาสตร์อีกต่อไป&amp;rdquo; ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้มีบุคคลอีกหลายกลุ่ม นำคลิปคำพูดของนายสนธิ ไปตัดต่อและเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย กล่าวหาโจมตีแพร่หลายเป็นวงกว้าง ซึ่งทำให้ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ได้รับความเสียหาย ทั้งชื่อเสียงและความเชื่อถือทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลรับไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.4192/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรินท์พงศ์ ยังระบุอีกว่าในส่วนคดีอาญานั้น ก่อนฟ้องคดีแพ่งนี้นั้น เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมานายจาตุรนต์ ฉายแสง ได้มอบให้ทนายความดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) &amp;nbsp;และพนักงานสอบสวน (บก.ปอท.) เพื่อให้ทำการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ทำคลิปวีดีโอของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ดังกล่าวออกเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย ในข้อหาหรือฐานความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แล้ว ซึ่งคดีอาญาอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีอาญากับบุคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116568</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์, สินธิ ลิ้มทองกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b3ecc042eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039; เตรียมเปิดตัวพรรคใหม่ ฟุ้งรวมคนมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันแก้วิกฤติบ้านเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า เตรียมเปิดตัวพรรคครับ ไต่ถามกันมาเป็นระยะว่าการทำพรรคการเมืองไปถึงไหน ผมขอถือโอกาสนี้ชี้แจงสักหน่อยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกับเพื่อนๆร่วมกันสร้างพรรคการเมืองมาระยะหนึ่งและมีความคืบหน้าไปพอสมควร เตรียมจะเปิดตัวมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งใจว่าจะเชิญคนมาร่วมงานให้คึกคัก แต่ต้องเลื่อนมาเพราะสถานการณ์โควิด บางช่วงก็เห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองอาจจะไม่ค่อยอำนวยเท่าใดนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงเวลานี้บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ ทั้งการแพร่ระบาดของโควิดและผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่รุนแรงหนักหนาสาหัส การบริหารงานของรัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงทำให้ประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว การเมืองกำลังผันผวน ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่ไปไหน ไม่มีการแก้ไขในเรื่องสำคัญที่จะทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นหรือป้องกันวิกฤตทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่มีวี่แววว่าวิกฤตการณ์นี้จะคลี่คลายไปได้ง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกับผู้ร่วมงานมาปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ในสถานการณ์แบบนี้พรรคการเมืองเป็นเวทีและเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการรวบรวมผู้คนที่มีความคิดอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาของประเทศได้ตามสมควร จึงเห็นร่วมกันว่าต้องเดินหน้าสร้างพรรคการเมืองนี้ และทำให้พร้อมเพื่อดำเนินการทางการเมืองโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะปรับแผนงานเปิดตัวเสียใหม่ให้เรียบๆง่ายๆเหมาะกับสถานการณ์และเปิดตัวในเร็วๆนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113811</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, พรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08cbabe5792.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;โดดป้อง&#039;บิ๊กตู่&#039; ฉะ&#039;จาตุรนต์&#039;ปิดหูปิดตาโยนบาปจนท.รัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เตือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า เลิกคิดรักษาอำนาจด้วยการอ้างความวุ่นวายที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก่อ และหยุดใช้ความรุนแรงต่อประชาชนว่า นายจาตุรนต์ไปอยู่ที่ไหนมา หรือว่าพยายามจะปิดหูปิดตา ถึงไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บไปกี่นายแล้ว และถ้าหากนายจาตุรนต์คิดว่าเจ้าหน้าที่ก่อเหตุทำร้ายตัวเองนั้น ความคิดเช่นนี้ยุติธรรมดีแล้วหรือกับเจ้าหน้าที่ที่ต้องออกมารักษาความสงบของบ้านเมือง ทั้งๆ ที่ช่วงนี้กำลังมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ก็ต้องมาทำหน้าที่เพราะฝีมือของคนบางกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่นายจาตุรนต์ระบุว่า ประเทศกำลังจมดิ่งสู่ห้วงแห่งหายนะ ประชาชนเดือดร้อนกันทั่วไปหมด เพราะความล้มเหลวในการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จะอาศัยตรรกะเหตุผลว่า จำเป็นต้องบริหารประเทศต่อไปเพื่อไม่ให้บ้านเมืองวุ่นวาย คงจะไม่มีใครเชื่อฟังอีกต่อไปแล้วนั้น นายจาตุรนต์นอกจากจะต้องเปิดใจให้กว้างแล้ว ยังต้องเปิดหูเปิดตาให้กว้างตามไปด้วย ที่ประเทศและประชาชนเดือดร้อนกันไปทั่วไม่ใช่เพราะการบริหารประเทศ แต่เป็นเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลและบุคลากรทางการแพทย์ต่างระดมสรรพกำลังช่วยกันแก้ปัญหาจนสำเร็จและได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมาแล้ว และสถานการณ์แบบนี้ก็เป็นไปทั่วโลก ทุกประเทศประกาศมาตรการงดออกจากบ้านเพื่อหยุดเชื้อ ประชาชนต่างให้ความร่วมมืออย่างดี รวมถึงพี่น้องคนไทยด้วย จะมีก็เพียงคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่สนความเดือดร้อนของประชาชนส่วนใหญ่ ยังคงจัดกิจกรรมรวมกลุ่มอย่างต่อเนื่องโดยไม่สนว่าบุคลากรทางการแพทย์จะต้องเหนื่อยยากลำยากเพิ่มมากขึ้นอีกขนาดไหนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การบอกว่าความรุนแรงวุ่นวายส่วนใหญ่เกิดจากการจงใจทำให้เกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่รัฐเองนั้น ไม่อยากคิดว่าคนที่เป็นถึงอดีตรัฐมนตรีจะคิดแบบนี้ได้ หรือว่าคิดจากมาตรฐานของตัวเองในสมัยที่เป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ ยืนยันว่าท่านนายกฯ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนสากลทุกอย่าง ส่วนการใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมนั้นนายจาตุรนต์ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะคนที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินราชการ พยายามบิดเบือนข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้างความแตกแยกต้องได้รับการลงโทษอย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายธนกร ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113432</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์  ฉายแสง, ธนกร วังบุญคงชนะ, บิ๊กตู่, ม็อบ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113049</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;ถล่มแหลก!เจ็บแต่ไม่จบ ไทยต้องประสบกับวิกฤตทั้งสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่เลวร้ายลงทุกที </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 &amp;nbsp;ส.ค.64- นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ล็อกดาวน์ล้มเหลวซ้ำซาก 10 ปัญหา ที่ต้องเร่งแก้ไข ก่อนวิกฤตหนักจนต้องเปลี่ยนรัฐบาล ครบ 1 เดือน หลังจากที่ ศบค. สั่งล็อกดาวน์ 10 จังหวัดเป็นต้นมา&amp;nbsp;เราได้เห็นนิวไฮซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิต จังหวัดสีแดงเข้มเพิ่มจาก 10 จังหวัดเป็น 13 จังหวัดและต่อมาเป็น 29 จังหวัดล่าสุดทั้ง EU และสหรัฐฯ ประกาศให้ไทยเป็นประเทศไม่ปลอดภัยในการเดินทางไปแล้ว ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อในแต่ละวันเพิ่มขึ้นรวดเร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ระยะเวลาที่ผู้ติดเชื้อสะสมจะเพิ่มเป็นสองเท่าอยู่ที่ 24 วัน เป็นอันดับต้นๆ ของโลก หมายความว่าในอีก 24 วันจะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 6 แสนกว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เศรษฐกิจไทยทรุดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะทรุดหนักและทำให้ทั้งปีเศรษฐกิจจะถดถอยอีกปีหนึ่ง ประชาชนทั่วประเทศเดือดร้อน ตกงานไม่มีรายได้ ทำมาค้าขายไม่ได้และไม่ได้รับเงินเยียวยาอย่างเพียงพอ ประเทศไทยอยู่ในสภาพ &amp;ldquo;เจ็บแต่ไม่จบ&amp;rdquo; ตามที่หลายฝ่ายเตือนไว้จริงๆทุกภาคส่วนในสังคมไทยก็กำลังตั้งคำถามว่า เราจะต้องอยู่ในสภาพอย่างนี้กันไปอีกนานเท่าไหร่ สถานการณ์จะดีขึ้นหรือไม่ เห็นกันชัดๆ ว่ายิ่งแก้ยิ่งแย่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะแก้ให้ดีขึ้นก็มีทางเดียวคือต้องเปลี่ยนวิธี ไม่ใช่ทำทุกอย่างเหมือนอย่างที่ทำมาแล้ว ตอนที่รัฐบาลเริ่มล็อกดาวน์เมื่อ 1 เดือนก่อน ผมเคยเสนอแนวทางการแก้ปัญหาไว้แล้ว ผ่านไป 1 เดือน ขอย้ำว่าหากจะทำให้ประเทศไทยพ้นจากวิกฤตการแพร่ระบาดโควิดได้เร็ว รัฐบาลจะต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่องสำคัญดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การจัดหาวัคซีนยังช้ามาก การจัดสรร วัคซีนไม่ตรงจุด บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขยังไม่ได้วัคซีนคุณภาพ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวไม่ได้ถูกจัดเป็นความเร่งด่วนอันดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศแล้ว ประเทศไทยมีการตรวจน้อยและช้ามาก รัฐบาลไม่ได้สนับสนุนการตรวจให้มาก ทำให้ไม่ได้แยกผู้ติดเชื้ออกจากผู้ไม่ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Home isolation ไม่ได้ผลอย่างที่พูด การติดเชื้อในบ้านกลายเป็นที่มาสำคัญและผู้ติดเชื้อจำนวนมากเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาลจนป่วยหนักหรือเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. community isolation ศูนย์พักคอยหรือศูนย์พักพิง ซึ่งควรเป็นทางออกในการชะลอผู้ป่วยเข้าสู่โรงพยาบาล นอกจากไม่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนอย่างจริงจังแล้ว ยังถูกจำกัดด้วยกฎระเบียบต่างๆ ทำให้เกิดขึ้นน้อยและช้ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การบริหารจัดการในการรับผู้ป่วยเข้าระบบ ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้มีผู้ป่วยหนักเพิ่มมากขึ้น เข้าไม่ถึงระบบ ได้รับการรักษาช้า ประกอบกับมีปัญหาการให้ยาช้าและมีจำกัด ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีสัดส่วนที่สูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การเพิ่มเตียง ห้องและอุปกรณ์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจนบรรจุถังและยา ยังล่าช้าเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ยังไม่มีนโยบายดูแลชาวต่างประเทศและแรงงานข้ามชาติ ทำให้ไม่อาจพ้นจากวังวนของการติดเชื้อแพร่เชื้อและคนจำนวนมากเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ไม่มีการประสานร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งๆ ที่ ขณะนี้ประเทศในอาเซียนโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดต่อกับไทยและมีความเชื่อมโยงทั้งทางเศรษฐกิจสังคมและการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างกัน กำลังประสบปัญหาการแพร่ระบาดที่รุนแรงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ไม่มีการดูแลช่วยเหลือภาคธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การแพร่ระบาดกำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตทั้งเพื่อการบริโภคในประเทศและการส่งออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. การใช้มาตรการที่เข้มงวดเกินจำเป็น โดยไม่คำนึงถึงความอยู่รอดทางเศรษฐกิจและการทำมาหากินของประชาชน ขณะที่การระบาดระลอกนี้รุนแรงกว่าระลอกแรกๆ มาก แต่การเยียวยากลับน้อยสวนทางกับสภาพของปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤตทั้งทางสาธารณสุขและทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายลงทุกที เนื่องจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล เมื่อเป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่ายิ่งเวลาผ่านไป ปัญหาก็ยิ่งมากขึ้น การใช้วิธีการเดิมๆ ย่อมไม่อาจแก้ปัญหาให้ดีขึ้นได้ จะแก้ปัญหาได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธี คือเปลี่ยนนโยบาย เปลี่ยนยุทธศาสตร์ทั้งหมด ถ้ารัฐบาลไม่ยอมเปลี่ยนนโยบาย ยังคงทำให้สถานการณ์เลวร้ายอย่างไม่สิ้นสุด ก็อาจจะต้องเปลี่ยนรัฐบาลกันละครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113049</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ล็อกดาวน์ล้มเหลว, วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08cbabe5792.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 07:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 07:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย&#039;ร่ายยาวนายกฯคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ แล้วงบ 1.63 หมื่นล้าน ควรไปไว้ที่ไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ส.ค.64-นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang หัวข้อ เพราะนายกฯ คนนี้ไม่น่าไว้วางใจ&amp;nbsp; แล้วงบ 1.63 หมื่นล้าน ควรไปไว้ที่ไหน ? มีเนื้อหาดังนี้
.
เห็นการโต้แย้งในเรื่องการโยกงบประมาณ 1.63 หมื่นล้านบาทที่คณะกรรมาธิการตัดลดได้ไปไว้ที่งบกลาง
ผมก็ทวีตข้อความไปว่า &amp;ldquo;ผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณมาหลายครั้ง แต่ไหนแต่ไรมา (ไม่นับช่วงที่พิจารณาใน สนช.) กรรมาธิการจะไม่โยกงบที่ตัดได้ไปไว้ที่งบกลางอย่างที่ทำกันคราวนี้ ที่แปลกเป็นพิเศษ คือมีฝ่ายค้านร่วมสนับสนุนด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นผมก็ตอบคำถามและแลกเปลี่ยนความเห็นไปอีกบ้าง
ก็คิดว่าได้แสดงความเห็นเรื่องนี้ไปตามสมควรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผอิญมีการวิจารณ์หรือโต้แย้งความเห็นของผมที่ยกมาข้างต้น แต่ไม่ได้โต้แย้งในหลักการหรือเหตุผล มีแต่บอกว่าผมไม่เคยทำงานตามรัฐธรรมนูญปี 60 ไม่รู้จักมาตรา 144 ในรัฐธรรมนูญปัจุบัน
เลยคิดว่าต้องแสดงความเห็นเพิ่มเติมอีกหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่คือกรรมาธิการตัดงบจากหน่วยงานต่างๆ ได้ 1.63 หมื่นล้านบาท แล้วจะจัดสรรวงเงินนี้อย่างไร ให้ตรงประเด็นที่สุดก็คือควรโยกไปไว้ที่งบกลางหรือไม่เพราะเหตุใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปกติที่คณะกรรมาธิการตัดงบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ก็เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นหรือจำเป็นน้อย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอีกหลายหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณ แต่กลับไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ คณะกรรมาธิการจึงรู้ดีว่ามีหน่วยงานไหนที่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การโยกงบประมาณที่ตัดได้ไปไว้ที่งบกลาง กลายเป็นมอบอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดกลับไปที่นายกรัฐมนตรี บรรดาข้อมูลที่คณะกรรมาธิการได้มาตลอดการทำหน้าที่ จึงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรในการจัดสรรงบประมาณ
แต่ไหนแต่ไรมา เป็นที่รู้กันดีว่างบกลางเป็นงบประมาณที่ตรวจสอบยาก การตั้งงบกลางมากหรือน้อยจึงต้องดูความจำเป็นและประสิทธิภาพในการใช้ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์ นิยมใช้งบกลางมาตั้งแต่เป็นนายกฯ สมัย คสช.แล้ว ทั้งโอนงบจากหน่วยงานต่างมาไว้ที่งบกลาง งบเหลือจ่ายแทนที่จะโอนเข้าคลังก็โอนมาที่งบกลาง และการใช้งบกลางในช่วงนั้นก็ทำแบบตามอำเภอใจ เพราะไม่มีใครตรวจสอบได้ จนเคยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ยังได้แก้ พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ เพื่อเพิ่มอำนาจแก่ตนเองเป็นว่า &amp;ldquo;...ในกรณีที่มีความจําเป็นผู้อํานวยการโดยอนุมัตินายกรัฐมนตรีจะโอนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการใดรายการหนึ่งไปเพิ่มรายการอื่น ๆ ในงบกลางด้วยกันก็ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้งบกลางของพลเอกประยุทธ์ ตลอดมาถึงปัจจุบันเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีอะไรเป็นมรรคเป็นผล จำนวนมากไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงไม่ควรโยกงบประมาณที่คณะกรรมาธิการตัดได้ไปไว้ที่งบกลาง เพราะนายกฯ อาจจะเอาไปใช้ในทางที่ไม่เป็นประโยชน์อีกเช่นเคย แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตไว้ว่าให้ใช้งบกลางจำนวนนี้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นายกฯ ก็มีอำนาจตามกฎหมายที่จะโยกไปใช้อย่างอื่นได้อยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดอีกแบบก็คือ เพราะนายกฯคนนี้ไม่น่าไว้วางใจ
ถามว่าแล้วจะโยกงบนี้ไปไว้ที่ไหน ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมาธิการและ ส.ส.ไม่สามารถเสนอแปรญัตติเพิ่มเติมงบประมาณให้แก่หน่วยงานต่างๆ ได้ กติกาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 นี้ใช้มาหลายสิบปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเขียนขึ้นใหม่
แต่คณะกรรมาธิการก็สามารถนำเอาคำของบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ที่ขอกันมาเป็นแสนล้านมาพิจารณาคัดเลือกรายการที่เห็นว่าจำเป็นและเป็นประโยชน์ได้
การดำเนินการแบบนี้ไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องแบบนี้ ถึงแม้ไม่เคยเป็น ส.ส.หรือกรรมาธิการภายใต้รัฐธรรมนูญปี 60 แต่ก็พอจะหาความรู้และทำความเข้าใจได้ไม่ยาก ส่วนจะเห็นตรงกันบ้าง ไม่ตรงกันบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112368</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ65, งบกลาง, จาตุรนต์  ฉายแสง, ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610c7dc9f089d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111849</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;โผล่บอกเห็นภาพคาร์ม็อบนึกถึงบทกวี&#039;กุหลาบ สายประดิษฐ์&#039;ปี16</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.64-นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กChaturon Chaisang ระบุว่า เห็นภาพกิจกรรมคาร์ม็อบแล้ว นึกถึงบทกวีของกุหลาบ สายประดิษฐ์ขึ้นมาทันทีครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยดฝนย้อย&amp;nbsp; หยาดฟ้า มาสู่ดิน
ประมวลสิ้น&amp;nbsp; เป็นมหา&amp;nbsp; สาครใหญ่
แผดเสียงซัด ปฐพี&amp;nbsp; อึงมี่ไป
พลังไหล&amp;nbsp; แรงรุด&amp;nbsp; สุดต้านทาน
อันประชา&amp;nbsp; สามัคคี&amp;nbsp; มีจัดตั้ง
เป็นพลัง แกร่งกล้า&amp;nbsp; มหาศาล
แสนอาวุธ&amp;nbsp; แสนศัตรู หมู่อันธพาล
ไม่อาจต้าน&amp;nbsp; แรงมหา&amp;nbsp; ประชาชน
[กุหลาบ&amp;nbsp; สายประดิษฐ์ - 2516]
#ม็อบ1สิงหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111849</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุหลาบ สายประดิษฐ์, คาร์ม็อบ, จาตุรนต์  ฉายแสง, บทกวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b3ecc042eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039; สูญเสียเพื่อน &#039;โควิด&#039; คร่านักคิดนักเขียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 64 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า พี่เย อำนวยชัย ปฎิพัทธ์เผ่าพงศ์ นักอ่าน นักคิดนักเขียน นักแปล พี่ที่ดีของน้องๆ เพื่อนที่ดีของพวกเราหลายๆคน จากพวกเราไปแล้วในวันนี้ เมื่อเวลา 14:05 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของพี่เยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเริ่มรู้จักพี่เยเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน และมาคบกันเป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันและร่วมงานกันต่อเนื่องมาตลอด 20 กว่าปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุยกันครั้งสุดท้ายทางโทรศัพท์เมื่อตอนบ่ายๆวันที่ 12 กค. ก่อนที่พี่เยจะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียใจที่สุดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียใจและเสียดายที่คนมีความรอบรู้ คิดอะไรได้ดี เป็นหลักทางความคิดให้พวกเรามาตลอดต้องมาจากพวกเราไปเร็วเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียดายที่ต้องขาดคนที่จะคอยโต้แย้งทักท้วงเวลาที่ไม่เห็นด้วย คนที่จะเขียนอธิบายในเทเลแกรมเป็นฉากๆให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและการเมืองเวลาที่พวกเราตั้งคำถาม เสียดายที่ต้องขาดคนที่ร่วมคิดผลักดันให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทั้งหมดก็คงไม่เท่ากับเสียดายที่ต้องสูญเสียเพื่อนคู่คิดที่รักและจริงใจต่อกันที่สุดคนหนึ่งไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆอีกมากมายหลายคนที่จะเขียนถึงพี่เยได้ดีและคงรวมเป็นเล่มได้หนาทีเดียว แต่การเสียชีวิตจากโควิด-19 ทำให้ทุกอย่างกระทันหันไปหมด มิฉะนั้นเราคงได้เห็นหนังสือที่ระลึกเล่มโตๆแจกในงานศพพร้อมกับหนังสือ 1984 ที่พี่เยร่วมแปลไว้เมื่อ40 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะมีงานเผาศพพี่เย นายอำนวยชัย ปฎิพัทธ์เผ่าพงศ์ ในวันอาทิตย์ที่ 18 กค. 2564 เวลาประมาณ 9:00 น. ที่วัดเสมียนนารี ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110143</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084c107b9813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
