<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่บี้อัยการอุ้ม&#039;โอ๊ค&#039; ยื่นปปช.ฟันยกพวง ใช้ดุลยพินิจขัดกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ยอมให้ &amp;quot;พานทองแท้&amp;quot; รอดง่ายๆ ประชาธิปัตย์-พลังธรรมใหม่แยกกันไล่บี้ หลัง &amp;quot;บิ๊กอัยการ&amp;quot; มีคำสั่งไม่อุทธรณ์คดีฟอกเงินกรุงไทย &amp;ldquo;แจ็ค-วัชระ&amp;rdquo; ยื่น ป.ป.ช.เอาผิดยกพวง ตั้งแต่อสส.-รอง อสส.-คณะทำงาน ฐานใช้ดุลพินิจที่ขัดกันในการสั่งคดีเดียวกัน พรรครัฐบาลยังหวัง &amp;ldquo;วงศ์สกุล&amp;rdquo; กลับคำสั่ง ยื่นอุทธรณ์ ก่อนเส้นตายสุดท้าย 25 มิ.ย. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังจากที่คดีฟอกเงินการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ที่มีพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย ได้ยุติลงจากเหตุที่คดีดังกล่าวฝ่ายอัยการโดยรองอัยการสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่แทนอัยการสูงสุด คือนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่อุทธรณ์คดี จนทำให้คดีสิ้นสุดลง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินคดีกับพนักงานอัยการ คณะทำงาน รองอัยการสูงสุด อัยการสูงสุดกับพวก ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามกฎหมายอาญา ม.157 และเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษหรือให้รับโทษน้อยลง ตามกฎหมายอาญา ม.200 จากกรณีที่มีความเห็นไม่อุทธรณ์ต่อศาลสูงคดีนายพานทองแท้ ชินวัตร ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระกล่าวอีกว่า ศาลตัดสินยกฟ้อง แต่มีผู้พิพากษาที่เป็นหัวหน้าคณะได้ทำความเห็นแย้งไว้ โดยให้ลงโทษจำคุกนายพานทองแท้ 4 ปี และคณะทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ มีมติว่าให้อุทธรณ์คดีต่อ ทางอัยการจะต้องอุทธรณ์คดีต่อศาลสูง เพื่อวินิจฉัยให้สิ้นกระแสความสงสัยต่อสาธารณชน แต่คดีนี้อัยการกลับมีความเห็นว่าไม่อุทธรณ์คดีต่อ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ขัดกับดุลพินิจที่สั่งฟ้องในตอนเริ่มคดี เพราะตอนเริ่มคดีพนักงานอัยการต้องเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริงจึงฟ้องคดี การที่มีความเห็นไม่อุทธรณ์ต่อ และให้ความเห็นว่าเห็นด้วยกับคำพิพากษาของศาล แสดงให้เห็นว่าอัยการรู้อยู่แล้วว่าจำเลยไม่มีความผิด แต่ใช้ดุลพินิจสั่งฟ้องกลั่นแกล้งจำเลยเพื่อให้ได้รับโทษทางอาญาหรือไม่ การใช้ดุลพินิจที่ขัดกันในการสั่งคดีเดียวกัน ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและประชาชน ไม่ได้ตั้งอยู่บนรากฐานของความสมเหตุสมผล และไม่เป็นไปตามหลักปฏิบัติของอัยการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายวัชระกล่าวว่า ได้แนบฎีกาคดีต่างๆ ในการใช้ดุลพินิจของอัยการที่ไม่อุทธรณ์หรือไม่ฎีกาสำหรับการดำเนินคดีกับตระกูลชินวัตร ที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการดำเนินคดีกับประชาชนทั่วไป ซึ่งมีหลายคดีที่ควรจะจบและถึงที่สุดไปตั้งแต่ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว แต่อัยการกลับยื่นฎีกา ทั้งที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ส่วนการดำเนินคดีกับบุคคลในตระกูลชินวัตร ซึ่งเป็นความผิดต่อแผ่นดิน โดยมีราชการเป็นผู้เสียหายและการฎีกาคดีตระกูลชินวัตรจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่พนักงานอัยการจะทำให้คดีถึงที่สุดเพียงแค่ชั้นอุทธรณ์เท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสามารถไต่สวนตรวจสอบการใช้ดุลพินิจในการสั่งคดีของอัยการในคดีทั่วไปของประชาชน เพื่อใช้เปรียบเทียบกับการใช้ดุลพินิจในการสั่งคดีของอัยการในคดีของตระกูลชินวัตร ก็จะเห็นถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมายในการสั่งคดีของอัยการได้ การกระทำของอัยการเปรียบเสมือนกับการตัดตอนความยุติธรรมมิให้นำขึ้นสู่การพิจารณาของศาลสูง ซึ่งมิอาจยอมรับได้ จึงต้องยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.วินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ ยื่นหนังสือเปิดผนึกถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด จากกรณีที่อัยการสูงสุดสั่งไม่อุทธรณ์ในคดีนายพานทองแท้ ชินวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเนื้อความบางส่วนในหนังสือเปิดผนึกระบุว่า &amp;ldquo;ประชาชนกำลังเฝ้ารอ และมีความหวังให้ทบทวนการสั่งไม่อุทธรณ์ในคดีฟอกเงินของนายพานทองแท้ โดยในเวลานี้ ทางสำนักงานอัยการสูงสุดก็ยังไม่ได้แถลงถึงเหตุผลที่มีคำสั่งไม่อุทธรณ์ในคดีนี้ ถึงวันนี้เราเชื่อว่าอัยการสูงสุดได้ติดตามข่าวสาร มิได้นิ่งนอนใจ และรับทราบถึงกระแสความเคลือบเเคลงสงสัยในการสั่งไม่อุธรณ์คดีนี้กระจายไปอย่างกว้างขวาง และตั้งความหวังว่าท่านอัยการสูงสุดอาจจะกำลังมีแนวคิดทบทวนเพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบ สมเหตุสมผล และยกเลิกคำสั่งไม่อุทธรณ์ในคดีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือดังกล่าวย้ำว่า พรรคพลังธรรมใหม่ขอให้อัยการสูงสุดฟังเสียงประชาชนที่ยังเชื่อมั่นศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม ท่านควรพิจารณายกเลิกคำสั่งที่ลงนามโดยรองอัยการสูงสุดที่ได้ลงนามแทนท่านอัยการสูงสุด เพื่อเปิดทางการทบทวนในการยื่นอุทธรณ์ในคดีนี้ แต่ถ้าท่านยังยืนยันว่าไม่ทบทวนคำสั่งไม่ยื่นอุทธรณ์คดีขึ้นสู่ศาลสูง ท่านควรแถลงถึงเหตุผลในทุกประเด็นให้สังคมสิ้นสงสัย ว่าเหตุใดท่านไม่เดินไปให้สุดตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้อัยการสูงสุดไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป เราเห็นว่าเวลาที่เหลืออีก 4 วันจนถึงวันที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ให้ถึงวันที่ 25 มิถุนายนนี้ อัยการสูงสุดยังพอมีเวลา ซึ่งถือว่าเป็นห้วงเวลาที่สำคัญ และควรใช้เวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางพรรคพลังธรรมใหม่ยังเชื่อมั่นในจุดยืนของท่านอัยการสูงสุด และเชื่อมั่นในสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งต้องดำรงไว้ซึ่งความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน และคงไว้ซึ่งความถูกต้องเป็นธรรม หวังว่าท่านจะใช้โอกาสครั้งนี้สร้างบรรทัดฐานใหม่ และเร่งกอบกู้ภาพลักษณ์ของการทำหน้าที่ทนายแผ่นดินให้กลับมาเป็นที่คาดหวังของประชาชนตามกระบวนการยุติธรรม ก็จะถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี&amp;rdquo; จดหมายดังกล่าวของพรรคพลังธรรมใหม่ระบุไว้. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69434</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, พานทองแท้ ชินวัตร, วัชระ เพชรทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef0ba5d65151.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกพลังธรรมใหม่&#039;จี้อสส.ทบทวนอุทธรณ์&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงินกู้ภาพลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.30 น.นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าช่วงที่ผ่านมาหลังจากนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดได้ลงนามแทนอัยการสูงสุดสั่งไม่อุทธรณ์คดีนายพานทองแท้ ท่านคงรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาจากสังคมเสียงวิจารณ์ของประชาชนถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงความเคลือบแคลงสงสัย ว่าเหตุใดอัยการถึงเลือกจบเส้นทางในคดีนี้เพียงแค่ศาลชั้นต้น ทั้งที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอเจ้าของคดีมีความเห็นควรนำคดีขึ้นสู่ศาลสูง และที่สำคัญหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาได้ชี้ว่านายพานทองแท้มีความผิดจริงสมควรจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นว่าเวลาที่เหลืออีก 4 วันจนถึงวันที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ขยายระยะเวลาการยื่นอุธรณ์ให้ถึงวันที่ 25 มิถุนายนนี้ อัยการสูงสุดยังพอมีเวลา ซึ่งถือว่าเป็นห้วงเวลาที่สำคัญและควรใช้เวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo;นายจาตุรันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรันต์ กล่าวต่อว่า ตนยังเชื่อมั่นในจุดยืนของท่านอัยการสูงสุด และเชื่อมั่นในสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งต้องดำรงค์ไว้ซึ่งความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินและคงไว้ซึ่งความถูกต้องเป็นธรรม หวังว่าท่านจะใช้โอกาสครั้งนี้สร้างบรรทัดฐานใหม่ และเร่งกอบกู้ภาพลักษณ์ของการทำหน้าที่ทนายแผ่นดินให้กลับมาเป็นที่คาดหวังของประชาชนตามกระบวนการยุติธรรมก็จะถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายจาตุรันต์จะเป็นตัวแทนพรรคพลังธรรมใหม่ เดินไปทางยื่นจดหมายดังกล่าวที่สำนักงานอัยการสูงสุดในวันพรุ่งนี้ (จันทร์ที่ 22 มิ.ย.)เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69270</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนายพานทองแท้, จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, อัยการสูงสุด, อุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71ad8789151.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยื่นเพิกถอนไม่อุทธรณ์โอ๊ค จ่อร้องปปช.ฟันคนลงนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พลังธรรมใหม่ยื่นศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งอัยการสูงสุดไม่อุทธรณ์คดี &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ฟอกเงิน ระบุองค์คณะ 1 ใน 2 เห็นว่ามีความผิดกับดีเอสไอให้สู้ต่อ บวกกับเสียงของสังคมที่เคลือบแคลงสงสัย บี้ อสส.ทบทวนได้เหมือนเคส &amp;quot;อรรถพล&amp;quot; สั่งทบทวนคดีสั่งไม่ฟ้องทักษิณคดีก่อการร้าย ขู่ยื่น ป.ป.ช.ฟันผู้ลงนามผิด ม.157&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลปกครอง นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ เข้ายื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของอัยการสูงสุดที่ไม่อุทธรณ์คดีดำหมายเลข อท.245/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คดีกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท ที่ธนาคารกรุงไทยอนุมัติสินเชื่อให้เครือกฤษดามหานคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายจาตุรันต์กล่าวว่า คดีนี้ประชาชนและสังคมยังเคลือบแคลงสงสัยถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด จากการที่ไม่สั่งอุทธรณ์คดีการฟอกเงินของนายพานทองแท้ ชินวัตร ซึ่งเส้นตามกระบวนการยุติธรรมยังสามารถเดินต่อไปได้ตามกระบวนการคือการอุทธรณ์ และสิ่งที่สูงสุดคือการฎีกา แต่เมื่อศาลตัดสินยกฟ้อง โดยมีผู้พิพากษา 2 ท่านเป็นองค์คณะ 1 ท่านเห็นควรไม่ผิด แต่อีก 1 ท่านเห็นควรให้นายพานทองแท้มีความผิด ดังนั้นสิ่งที่อัยการต้องทำคือดำเนินการอุทธรณ์ต่อตามความเห็นของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นเจ้าของคดี แต่สุดท้ายแล้วอัยการสูงสุดมีความเห็นไปทางที่สังคมเกิดความสงสัย เกิดความเคลือบแคลงถึงการใช้ดุลพินิจในการทำหน้าที่ว่าอยู่บนรากฐานของความสมเหตุสมผลหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรันต์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานอัยการสูงสุดก็ได้มีการยื่นขยายเวลาการอุทธรณ์ออกไป จนสุดท้ายเป็นครั้งที่ 6 และสุดท้ายศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลาการอุทธรณ์จนถึงวันที่ 25 มิ.ย.2563 ซึ่งยังเหลือเวลาอีกหลายวัน ฉะนั้นสิ่งที่ได้มายื่นให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งที่ไม่อุทธรณ์ในครั้งนี้ ว่าทางอัยการสูงสุดอาจจะได้พิจารณาอย่างไม่สมเหตุสมผล และไม่อยู่บนพื้นฐานของกระบวนการกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ยืนยันว่าอัยการสูงสุดยังสามารถทบทวนได้แน่นอน ยกตัวอย่างเช่นครั้งหนึ่งในสมัยของอัยการอรรถพล ใหญ่สว่าง ที่เคยตั้งคณะทำงานขึ้นมาทบทวนในกรณีของนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ในกรณีการก่อการร้าย ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านยังได้มีโอกาสในการทบทวน และสิ่งที่ตั้งคำถามก็คือว่าท่านยังมีเวลาทบทวนอีกหลายวัน 1 เดือนที่ศาลขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์ให้เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด ที่ท่านจะสามารถดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างที่สังคมและพี่น้องประชาชนอยากเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลักฐานสำคัญที่สุดคงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของความเห็นของดีเอสไอ ซึ่งเป็นหนึ่งเสียงที่เห็นให้สู้ต่อ อีกหนึ่งเสียงคือคำพิพากษาของผู้พิพากษาอีกท่านหนึ่งที่มีความเห็นว่านายพานทองแท้ทำผิด และอีกหนึ่งเสียงสำคัญมากที่สุด คิดว่าเป็นอีกหนึ่งเสียงของสังคมและพี่น้องประชาชน เท่ากับว่าตอนนี้ 3:1 เสียง ถ้าจะมองในมุมหลักรัฐศาสตร์ เป็น 3:1 เสียงที่สำนักงานอัยการสูงสุดควรจะมีความเห็นสั่งอุทธรณ์ในคดีนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรันต์กล่าวด้วยว่า การยื่นเรื่องในวันนี้ตอนแรกตั้งใจจะยื่นขอไต่สวนฉุกเฉิน แต่คิดว่าน่าจะให้ศาลได้มีเวลาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และเป็นไปตามกระบวนการ นอกจากนี้ กำลังพิจารณาว่าจะไปยื่น ป.ป.ช.เพิ่มเติม อย่างที่ครั้งหนึ่งตนเคยไปยื่น ป.ป.ช.ในคดีของนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ในมาตรา 157 ก็กำลังพิจารณาในข้อกฎหมายอยู่ ว่าผู้ที่ลงนาม รองอัยการสูงสุดคนที่ 1 ลงนามโดยชอบธรรมตามกฎหมายหรือไม่ ตอนนี้กำลังหาหลักฐานอยู่ โดยที่ท่านอัยการสูงสุดที่อ้างว่าไปราชการ ไปราชการจริงหรือไม่ กำลังตั้งข้อสงสัยกันอยู่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67579</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed4fcebb2897.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 23:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ปลุกม็อบกำจัด&#039;ปรสิต&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉวยจังหวะ ป.ป.ช.ตีตก &amp;quot;นาฬิกาป้อม&amp;quot; ยืมใช้คงรูป &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; ปลุก ได้เวลากำจัด &amp;quot;ปรสิต&amp;quot; ได้เวลาจัดการ &amp;quot;ระบอบคณาธิปไตยกินคน&amp;quot; โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่เตรียมยื่นศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินคำสั่ง อสส.ไม่อุทธรณ์คดี &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ขณะที่ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งตั้งนายพลสอบกรณี &amp;quot;หมู่อาร์ม&amp;quot; ลั่นทำผิดวินัยทหารไม่เลี้ยงไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหนังสือ &amp;ldquo;ด่วนที่สุด&amp;rdquo; ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 แจ้งว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณากรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยืมนาฬิกาหรูจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ นั้น เป็นการ &amp;ldquo;ยืมใช้คงรูป&amp;rdquo; และไม่ได้เป็น &amp;ldquo;หนี้สิน&amp;rdquo; ที่ต้องแสดงในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า ทำให้ พล.อ.ประวิตรรอดพ้นจากการถูกตรวจสอบ (อีกเช่นเคย) และทำให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการทำงานขององค์กรอิสระในประเทศไทย โดยเฉพาะบรรดาคนที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหลายในเวลานี้ ต่างก็มีจุดเชื่อมโยงที่มาไปถึงคณะรัฐประหาร คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ร้ายแรงกว่านั้น ซึ่งไม่ทราบว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้เล็งเห็นถึงบ้างหรือไม่ นั่นคือแนวทางการวินิจฉัยกรณี &amp;ldquo;ประวิตรยืมใช้คงรูป&amp;rdquo; นี้ส่งผลพวงทำลายระบบการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองและข้าราชการ ทำลายระบบบังคับให้นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินไปหมดสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อไป นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงคนใดที่ต้องการ &amp;ldquo;ซุก&amp;rdquo; ทรัพย์สิน ก็สามารถ &amp;ldquo;ยืม&amp;rdquo; มุก &amp;ldquo;ยืมใช้คงรูปแบบประวิตร&amp;rdquo; มาใช้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัพย์สินราคาแพงๆ จำพวกเครื่องประดับ แหวน สร้อยทอง นาฬิกา รถสปอร์ต ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องถูกแจ้งในบัญชีอีกต่อไป ขอเพียงหาเพื่อนเศรษฐีสักคนมาแสดงตนเป็นเจ้าของ แล้วอธิบายว่า เครื่องประดับ รถ ข้าวของแพงๆ ที่ใช้อยู่ยืมเขามาทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรระบุว่า ในอดีตนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินโดยใช้วิธีเอาชื่อคนอื่นมาใส่ความเป็นเจ้าของ คนใช้บ้าง คนขับรถบ้าง คนสนิทบ้าง แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็เพียรพยายามตรวจสอบ จนทำให้นักการเมืองและข้าราชการไม่อาจใช้ช่องทางเหล่านี้ได้ง่ายนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาวันนี้ ผลพวงของการพิจารณาของ ป.ป.ช. กรณี &amp;ldquo;ประวิตรยืมใช้คงรูป&amp;rdquo; กลับทำให้นักการเมืองและข้าราชการมี &amp;ldquo;ช่องทาง&amp;rdquo; ใหม่ในการซุกทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเซฟ &amp;ldquo;กล่องดวงใจ&amp;rdquo; ของระบอบ คสช. เราต้องแลกกับระบบการตรวจสอบการทุจริตที่พยายามสร้างกันมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2540 อย่างนั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่คนกลุ่มนี้ครองอำนาจด้วยรัฐประหารและสืบทอดอำนาจมาจนถึงวันนี้ประเทศไทยสูญเสียทรัพยากร งบประมาณ ระบบรัฐธรรมนูญ ระบบกฎหมาย ระบบตรวจสอบ ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน ไปมหาศาล เพื่อเอาไปค้ำบัลลังก์ของพวกเขา พอกันที ประเทศไทยเสียให้พวกเขามากเกินพอแล้ว อย่าปล่อยให้คนเหล่านี้สูบกินพวกเราต่อไปอีกเลย
ได้เวลากำจัด&amp;ldquo;ปรสิต&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรระบุว่า พจนานุกรมให้ความหมายคำว่า &amp;ldquo;ปรสิต&amp;rdquo; ไว้ว่า สิ่งมีชีวิตที่อาศัยผู้อื่นหรือเซลล์ชนิดอื่นเป็นที่พักอาศัยและแหล่งอาหาร บางครั้งทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือเซล์ที่พวกมันใช้ประโยชน์นั้นจนเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้เวลากำจัด &amp;ldquo;ปรสิต&amp;rdquo; ได้เวลาจัดการ &amp;ldquo;ระบอบคณาธิปไตยกินคน&amp;rdquo; อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ระบุในตอนท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ชี้แจงถึงกรณี ป.ป.ช.ส่งหนังสือถึงนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อแจ้งผลการพิจารณากรณีขอให้ชี้มูลความผิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฐานไม่แจ้งหนี้สินในมูลค่านาฬิกาหรูที่มาจากการยืมนั้นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกรณีที่นายเรืองไกรร้องภายหลัง คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติว่ากรณีดังกล่าวยังไม่มีมูลเพียงพอว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งคำร้องดังกล่าวเป็นการร้องให้ตรวจสอบว่าไม่มีการแสดงหนี้จากการยืมนาฬิกาในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็พิจารณาแล้วว่า หนี้ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ที่จะต้องยื่นในแบบบัญชี มี 4 ประเภท คือ 1.เงินเบิกเกินบัญชี 2.เงินกู้ธนาคารและสถานบันการเงินอื่น 3.หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 4.หนี้สินอื่น ซึ่งทั้งหมดเป็นหนี้เกี่ยวกับการเงิน ไม่มีหนี้ที่ยืมใช้แบบคงรูปในแบบบัญชี ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีหนังสือตอบดังกล่าวเพื่อตอบกลับไปยังนายเรืองไกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวภายหลังการเเถลงถึงข่าวของสำนักงานอัยการสูงสุด ถึงกรณีที่อัยการมีคำสั่งชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อท.245/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร คดีกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท จากเหตุที่ ธ.กรุงไทยอนุมัติสินเชื่อให้เครือกฤษดามหานครว่า ตนรู้สึกผิดหวังในการทำหน้าที่ของทนายแผ่นดินที่ยอมยกธงขาวยอมแพ้ตั้งแต่ยกแรก ทั้งที่มีโอกาสสู้ในยกต่อไป และขอตั้งคำถามไปถึงสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าท่านได้ใช้ดุลยพินิจที่อยู่บนรากฐานความสมเหตุสมผลในการพิจารณาไม่อุทธรณ์ในคดีนี้แล้วหรือไม่ ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งเป็นเจ้าของคดียังมีความเห็นให้นำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลสูงเพื่อให้การต่อสู้คดีนี้เดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่กล่าวต่อว่า ศาลคดีอาญาทุจริตฯ ยังขยายระยะเวลาในการยื่นอุธรณ์คดีนี้ไปจนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2563 ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน เหตุใดจึงเร่งรีบรวบรัดตัดตอน แถมยังใช้ช่วงเวลาที่ท่านอัยการสูงสุดเดินทางไปราชการ โดยให้รองอัยการอันดับ 1 ลงนามแทน ยิ่งทำให้สังคมเกิดความกังขาในการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดในครั้งนี้ขึ้นไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแพ้แบบหมดรูปในครั้งนี้ ภาษามวยเขาเรียกว่าชกไม่สมศักดิ์ศรี หรืออีกนัยหนึ่งอาจถูกปรามาสได้ว่า การสู้ครั้งนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ประชาชนอาจตั้งข้อสังเกตว่ามีการล้มมวยหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ ทางพรรคพลังธรรมใหม่ได้รับฟังถึงข้อสงสัยจากประชาชนคนไทย ถึงการทำหน้าที่ของทนายแผ่นดินในครั้งนี้ จึงขอรวบรวมข้อโต้แย้งในแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีพร้อมความเห็นให้นำคดีขึ้นสู่ศาลสูงของดีเอสไอ ไปยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดในวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. เวลา 10.00 น. เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินระงับคำสั่งที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และที่สำคัญการตัดสินใจครั้งนี้ยังมีความเคลือบแคลงจากสังคมถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นจำนวนมากอีกด้วย&amp;rdquo; นายจาตุรันต์กล่าว
ทำผิดวินัยทหารไม่เลี้ยงไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี หรือหมู่อาร์ม เสมียนงบประมาณฯ โครงการศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์ กรมสรรพาวุธทหารบก ร้องเรียนถูกผู้บังคับบัญชาข่มขู่จากการแฉปัญหาทุจริตเบี้ยเลี้ยงภายในกรมสรรพาวุธทหารบกว่า ได้ตั้งคณะทำงานคู่ขนานกับกระบวนการตรวจสอบที่ทางกองทัพมี เราจะเรียกเอกสารต่างๆ ผลการตรวจสอบภายในของกองทัพว่าได้มาตรฐาน เป็นอิสระ มีการคุ้มครองหมู่อาร์มในฐานะผู้ร้องเรียนหรือไม่ ซึ่งกระบวนการแบบนี้ ทาง กมธ.เรามีอำนาจที่จะทำได้ ถ้าได้ผลอย่างไรจะทำเป็นรายงานเสนอ กมธ.ต่อไป หากพบเจอปัญหา รายงานเหล่านี้จะเป็นฐานนำไปปรับปรุงแก้ไขปฏิรูปกลไกการตรวจสอบภายในของกองทัพ เพื่อไม่ให้เกิดการซ้ำรอยกรณีกราดยิงโคราช ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากความอึดอัดของพลทหารคนหนึ่ง ไม่มีช่องในการร้องเรียนรายงาน เวลาที่เขาโดนผู้บังคับบัญชากดดันมากๆ มันก็มีโอกาสที่จะเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มหรือไม่ นายรังสิมันต์เปิดเผยว่า คงต้องเรียกเพิ่ม เบื้องต้นในวันพฤหัสฯ หน้า (4 มิ.ย.) เราจะคุยกันถึงเอกสารต่างๆ ที่ผู้ชี้แจงเคยเอามา เราจะเอาเอกสารมาตั้งต้นก่อนว่ามีรายละเอียดอย่างไร ถ้าเราสรุปตรงนี้เสร็จแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้องมีใครบ้าง และบุคคลที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดอย่าง ผบ.ทบ. ต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการเหล่านี้มากหน่อยแค่ไหน เป็นสิ่งที่คณะทำงานต้องเข้าไปดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อคลิปที่ผู้บังคับบัญชาการศูนย์ซ่อมสร้าง กรมสรรพาวุธทหารบก ไม่พอใจกับสิ่งที่หมู่อาร์มกระทำ โดยอบรมให้ร้องเรียนตามลำดับขั้นในกองทัพก่อน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คนที่เอามาเปิดเป็นระดับผู้บังคับบัญชา เขาก็เปิดในลักษณะมั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตนฟังดูแล้วเป็นถ้อยคำที่น่ากังวลใจถึงกระบวนการตรวจสอบที่จะเกิดขึ้นของกองทัพ ที่ผู้บังคับบัญชาหลายคนเข้าไปมีส่วนร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวว่า พล.อ.อภิรัชต์ คมสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งตั้งคณะกรรมการโดยมีนายทหารระดับพลเอก เป็นประธานสอบสวนกรณีหมู่อาร์ม โดยทางคณะกรรมการได้พิจารณาตรวจสอบเรียบร้อยแล้วใน 2 ประเด็น คือประเด็นการทุจริตเบี้ยเลี้ยงภายในกรมสรรพาวุธทหารบก พบว่ามีมูล จึงทำเรื่องเสนอให้ พล.อ.อภิรัชต์ลงนาม ส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเร็ววันนี้ ส่วนการข่มขู่คุกคามเอาชีวิตไม่มีมูล โดย พล.อ.อภิรัชต์ได้ระบุว่า &amp;ldquo;กำลังพลคนไหนทุจริต ประพฤติมิชอบ ทำผิดวินัยทหาร ไม่เลี้ยงไว้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีหมู่อาร์มได้กระทำผิดวินัยทหารร้ายแรงคือหนีทหาร ทางต้นสังกัดจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน หากขาดราชการเกิน 15 วัน ในวันที่ 16 ถือว่าหนีทหาร และขณะนี้หมู่อาร์มไม่ได้กลับไปปฏิบัติงานในหน่วยเกิน 16 วันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นต้นสังกัดจะส่งให้ศาลทหารพิจารณาออกหมายจับ ตามประมวลกฎหมายอาญาทหาร ฐานหนีราชการในเวลาปกติ หากเกิน 15 วัน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ควบคู่ไปกับการดำเนินการความผิดทางวินัยร้ายแรง ตั้งกรรมการสอบดำเนินการ ปลด ถอดยศ และจะประกาศในราชกิจจาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67390</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, พล.อ.อภิรัชต์ คมสมพงษ์, พล.อ.อภิรัชต์ลงนาม, รังสิมันต์ โรม, วรวิทย์ สุขบุญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed25738167df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคหมอระวี&#039; เตรียมยื่นศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉินคำสั่ง อัยการสูงสุดไม่อุธรณ์คดี&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงินแบงก์กรุงไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวภายหลังการเเถลงถึงข่าวของสำนักงานอัยการสูงสุด ถึงกรณีที่อัยการมีคำสั่งชี้ขาดไม่ยื่นอุทธรณ์คดีหมายเลขดำ อท.245/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ ชินวัตร คดีกล่าวหาร่วมกันฟอกเงิน 10 ล้านบาท จากเหตุที่ ธ.กรุงไทยฯ อนุมัติสินเชื่อให้เครือกฤษดามหานครว่า ตนรู้สึกผิดหวังในการทำหน้าที่ของทนายแผ่นดินที่ยอมยกธงขาวยอมแพ้ตั้งแต่ยกแรก ทั้งที่มีโอกาสสู้ในยกต่อไป และขอตั้งคำถามไปถึงสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าท่านได้ใช้ดุลยพินิจที่อยู่บนรากฐานความสมเหตุสมผลในการพิจารณาไม่อุธรณ์ในคดีนี้แล้วหรือไม่ ทั้งที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งเป็นเจ้าของคดียังมีความเห็นให้นำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลสูงเพื่อให้การต่อสู้คดีนี้เดินหน้าไปตามกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรันต์ กล่าวต่อว่า ศาลคดีอาญาทุจริตฯยังขยายระยะเวลาในการยื่นอุธรณ์คดีนี้ไปจนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2563 ยังเหลือเวลาอีกหลายวันเหตุใดจึงเร่งรีบรวบรัดตัดตอน แถมยังใช้ช่วงเวลาที่ท่านอัยการสูงสุดเดินทางไปราชการ โดยให้รองอัยการอันดับ 1 ลงนามแทน ยิ่งทำให้สังคมเกิดความกังขาในการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดในครั้งนี้ขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแพ้แบบหมดรูปในครั้งนี้ภาษามวยเขาเรียกว่าชกไม่สมศักดิ์ศรีหรืออีกนัยหนึ่งอาจถูกปรามาสได้ว่า การสู้ครั้งนี้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังประชาชนอาจตั้งข้อสังเกตุว่ามีการล้มมวยหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ทางพรรคพลังธรรมใหม่ได้รับฟังถึงข้อสงสัยจากประชาชนคนไทย ถึงการทำหน้าที่ของทนายแผ่นดินในครั้งนี้ จึงขอรวบรวมข้อโต้แย้งในแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีพร้อมความเห็นให้นำคดีขึ้นสู่ศาลสูงของดีเอสไอ ไปยื่นร้องต่อศาลปกครองสูงสุดในวันจันทร์ที่ 1 มิ.ย.เวลา 10.00 น.เพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉินระงับคำสั่งที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฏหมาย และที่สำคัญการตัดสินใจครั้งนี้ยังมีความเคลือบแคลงจากสังคม ถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นจำนวนมากอีกด้วย&amp;rdquo;นายจาตุรันต์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67335</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทย, จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, พรรคพลังธรรมใหม่, พานทองแท้, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea58656b29fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลังธรรมใหม่หนุนแนวคิด&#039;พิธา&#039;ตั้งกมธ.วิสามัญแต่เตือนอย่าให้นอกพรรอย่าง&#039;ธนาธร-ปิยบุตร&#039;มาขีดเส้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยื่นญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤตการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า นายพิธาทำถูกทางเเละเหมาะสมในการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ในเวทีสภาและควรใช้เวทีนี้ตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การใช้งบประมาณแผ่นดินในการแก้ไขปัญหาไม่ให้งบประมาณรั่วไหลต้องตรวจสอบได้ มีที่มาที่ไป เป้าหมายสำคัญ คือ ต้องถึงมือประชาชนที่กำลังเผชิญวิกฤต ซึ่งสมควรต้องได้รับการเยียวยาในสภาวะปัจจุบันอย่างเร่งด่วน อีกทั้งรัฐบาลยังต้องเตรียมแผนฟื้นฟูประเทศชาติในอนาคตหลังหมดวิกฤติไวรัสโควิด-19 ดังนั้นการเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญชุดนี้ขึ้นมาจากฝ่ายค้าน เห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอและมีความจำเป็นและไม่น่าจะมีอะไรเสียหายและต้องกังวลสำหรับฝ่ายรัฐบาล&amp;rdquo;โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรันต์ กล่าวต่อว่า ถ้านายพิธาต้องการใช้ กมธ.วิสามัญมาร่วมแก้ปัญหาประเทศชาติจริงๆ นายพิธาต้องยึดในหลักการว่าเวทีนี้จะเป็นเวทีที่ใช้แก้ปัญหาร่วมกันให้กับประเทศชาติ ซึ่งต้องระวังอย่าให้คนนอกพรรค ทั้งนายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่อาจหวังใช้เวที กมธ.คณะนี้ล็อกเป้าโจมตีทำลายล้างทางการเมือง เพราะถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่านายธนาธรและนายปิยบุตรซึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเข้ามาครอบงำพรรคและตัวนายพิธา จะสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ชะตากรรมพรรคก้าวไกลคงไม่ต่างจากพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากฝากถึงนายธนาธรให้ปล่อยวางความแค้นอย่าฉวยโอกาสจากผู้ที่ผิดหวังจากการเยียวยาของรัฐบาล คำพูดของนายธนาธรที่กล่าวว่าให้เก็บความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นพลัง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม นี่คือการส่งสัญญาณถึงผู้สนับสนุนตนเองให้เตรียมพร้อมออกมาเคลื่อนไหวโดยอาศัยสถานการณ์นี้หวังสร้างกระแสเรียกคนออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลใช่หรือไม่ ดังนั้นจึงอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนอย่าหลงไปเป็นเหยื่อความแค้นของนายธนาธรและนายปิยบุตร เพราะในภาวะหลังวิกฤตโควิด-19คลี่คลายคนไทยควรหันหน้าเข้าสู่ความร่วมมือร่วมใจในการร่วมฟื้นฟูประเทศชาติในทางที่ตนเองสามารถช่วยเหลือได้คนละเล็กละน้อยจะเหมาะสมกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65196</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคพลังธรรมใหม่, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb22b7811633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลังธรรมใหม่&#039;หวั่นโควิด-19เลื่อนประชุมใหญ่พรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของของไวรัสโควิด-19 ทางพรรคจึงมีความจำเป็นต้องทำหนังสือส่งถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอเลื่อนการประชุมใหญ่ประจำปี 2563 ออกไปจากเดิมคือวันที่ 29 มี.ค.เป็นวันที่ 25 เม.ย.เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์และเป็นการไม่นำพาสมาชิกพรรคทั่วประเทศเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงของการระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งการประชุมใหญ่ของพรรคพลังธรรมใหม่ครั้งนี้มีวาระสำคัญเพื่อขอมติจากสมาชิกพรรคทั่วประเทศ ร่วมกันปรับทัพ ปรับทิศทางการขับเคลื่อนพรรคครั้งสำคัญ รวมถึงปรับตำแหน่งสำคัญต่างๆ ภายในพรรค โดยจะมีทั้งผู้บริหารพรรคเดิมและคนใหม่ที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับจากภายนอกพร้อมผลักดันคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพเข้าร่วมเป็นทีมบริหาร ทั้งนี้หากสถานการณ์การระบาดไม่ลดลง พรรคพลังธรรมใหม่จะขอเลื่อนการประชุมวันที่ 25 เม.ย.ออกไปอีกอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าสถานการณ์ดีขึ้นค่อยจัดการประชุมใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคพลังธรรมใหม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะหยุดยั้งและนำพาประเทศไทยออกจากวิกฤตการแพร่ระบาดได้ โดยขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณดีจากผู้รับผิดชอบเริ่มแก้ไขอย่างตรงจุดเริ่มตั้งหลักได้ เมื่อรัฐบาลตั้งหลักได้แล้ว ขอให้เร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน เริ่มจากการสื่อสารที่เป็นเอกภาพและการจัดการที่เด็ดขาดเรื่องหน้ากากอนามัยให้ถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด ส่วนเรื่องปัญหาต่างๆที่ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ เชื่อว่ารัฐบาลกำลังฟังและคิดมาตรการการช่วยเหลือให้ตรงจุดตรงกับความต้องการของประชาชน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60146</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, นายทะเบียนพรรคการเมือง, พรรคพลังธรรมใหม่, เลื่อนประชุม, เลื่อนประชุมจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71ad8789151.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
