<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;เตือน&#039;จตุพร&#039;อย่าลงถนนระวังเป็นเครื่องมือพวกจาบจ้วงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.64-นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. เตรียมเคลื่อนไหวขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมว่า ด้วยมิตรภาพที่ดีตนอยากจะเตือนสตินายจตุพรอย่างหวังดีอย่าสร้างปัญหาให้กับประเทศอีกเลย ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์มาแล้ว มีการชุมนุมเผาบ้านเผาเมืองเสียหาย เกิดความขัดแย้งของคนในชาติ อย่าหวนกลับไปสู่จุดนั้นอีกเลย ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชน ยิ่งช่วงนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาโควิด-19 ประชาชนกำลังลำบากอย่าซ้ำเติมประเทศเลย ที่สำคัญการชุมนุมต่างๆ เสี่ยงกับการแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องที่นายจตุพรบอกพล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวปัญหามาตรา112 นั้นก็ไม่เป็นความจริง พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหามากกว่า ใครทำผิดมาตรา112 ก็ต้องรับโทษ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกัน ผมผิดหวังกับนายจตุพรมาก ที่ผ่านมาดูเหมือนนายจตุพรจะคิดได้แล้ว แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอด แต่ทำไมจะออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับกลุ่มที่ต้องการแก้มาตรา112 อยากให้นายจตุพรคิดใหม่ เพราะคนเหล่านี้จาบจ้วงสถาบันที่คนไทยรักและศรัทธา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97527</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุม, จตุพร พรพมพันธุ์, จาบจ้วงสถาบัน, ธนกร  วังบุญคงชนะ, ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210129/image_big_60136f9b074a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดือด!&#039;แรมโบ้&#039;ถาม&#039;ปิยบุตร&#039;สถาบันทำอะไรให้เดือดร้อนไล่ให้อพยพครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 ธ.ค.63 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ระบุ มาตรา 112 อยู่ในหมวดความมั่นคงฯ เหมือนปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิก ว่า คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศไม่อยากให้มีการยกเลิก มาตรา 112 นี้อย่างแน่นอน เพราะหากไม่มีการทำผิดกฎหมายก็ไม่มีสิ่งใดที่จะต้องกลัวมาตรานี้ ก็จะมีคนที่อยากทำผิดมาตรานี้ เช่นนายปิยบุตรและพรรคพวกเท่านั้น ถึงได้บังอาจกล้ามาเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา112 เพราะอยากจะกระทำความผิดโดยการหมิ่นประมาทดูหมิ่นจาบจ้วงก้าวล่วง แต่ไม่อยากถูกลงโทษ อย่างนี้เรียกว่า ไม่ยอมรับกฎหมายบ้านเมือง จะเป็นนักกฎหมายเป็นครูอาจารย์ไปทำไม ไปเป็นคนเถื่อนอยู่ในป่าในถ้ำจะเหมาะสมกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนอย่างนายปิยบุตร คำก็พระมหากษัตริย์ สองคำก็พระมหากษัตริย์&amp;nbsp; พยายามที่จะคิดล้มล้างสถาบันตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแนวคิดตามต่างประเทศที่ไปรับความคิดชั่วๆมา หรืออาจเป็นเพราะมีภรรยาเป็นชาวต่างชาติด้วยใครๆก็รู้ จึงได้รับการปลูกฝังความคิดฝังสมองมาจากภรรยาชาวต่างชาติด้วยหรือเปล่า ดังนั้นสิ่งที่นายปิยบุตรพยายามคิดที่จะล้มล้างหรือปฏิรูปสถาบัน โดยเฉพาะการพูดให้ยกเลิกมาตรา 112 ตลอดเวลาที่ผ่านมา&amp;nbsp; ทำไมคนไทยที่รักสถาบันและปกป้องสถาบันจะอ่านเกมของนายปิยบุตรไม่ออก พูดอะไรออกมา&amp;quot;อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่&amp;quot;แล้ว&amp;quot;นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าสิ่งที่ประชาชนที่รักสถาบัน ปกป้องสถาบัน ต้องการมากที่สุดขณะนี้ คือเอา มาตรา112 มายังคับใช้ดำเนินคดีกับคนที่จาบจ้วง ก้าวล่วง และดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้เข้าคุกให้หมด เพราะนับวันยิ่งจวบจ้วงก้าวล่วงมากขึ้นๆตลอด ซึ่งบุคคลธรรมดาทั่วไปยังมีกฎหมายดำเนินคดีกับผู้ที่หมิ่นประมาทเลย แต่นี่คือสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน ยังกล้าคิดบังอาจก้าวล่วงจาบจ้วง สมองคงคิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐอย่างนั้นใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;อยากถามนายปิยบุตรว่า สถาบัน ทำอะไรให้นายปิยบุตรและครอบครัวแสงกนกกุล เดือดร้อน ถ้าคิดว่าอาศัยแผ่นดินไทยซุกหัวนอนอยู่ อาศัยข้าวแดงแกงร้อนกินบนแผ่นดินจนเติบได้ใหญ่โตมายังไม่มีความสุขกายสบายใจ ยังไม่มีจิตสำนึกในบุญคุณแผ่นดินไทยและยังคิดไม่ได้ว่าบุคคลท่านใดคือคนที่ปกป้องผืนแผ่นดินนี้ให้ครอบครัวนายปิยบุตรและครอบครัวมีที่ซุกหัวนอนตราบจนทุกวันนี้ ผมและประชาชนผู้รักสถาบันก็ขอขับไล่ให้นายปิยบุตรและครอบครัวออกนอกประเทศเก็บเสื้อผ้าไปอยู่ประเทศอื่น ไปอยู่ที่ชอบๆในประเทศที่ครอบครัวนายปิยบุตรให้ความเคารพรักเทิดทูนไม่ต้อง อยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป&amp;nbsp; เชิญเลยครับ รีบไปให้พ้นๆจากประเทศไทยได้เร็วๆเท่าไรยิ่งดี อย่ามาทำตัวสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้กับคนไทยและประเทศไทยอีกเลย คนไทยทั้งแผ่นดินจะได้มีความสุขกันเสียที&amp;quot;นายสุภรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86562</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาบจ้วงสถาบัน, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์, ยกเลิกมาตรา 112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd2eae65ac16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปฝันในคุก!&#039;พี่ศรี&#039;จัดหนักพวกเลิกม.112ไร้สำนึกโคตรเหง้าเคยทำความดีอะไรให้สังคมไทยบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.63 - นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า พวกที่ออกมารณรงค์เคลื่อนไหวให้ยกเลิก ม.๑๑๒ ล้วนแล้วแต่เป็นพวกที่กำลังจะถูกเข้าคุกเพราะ ม.๑๑๒&amp;nbsp; พวกที่เคยถูกกล่าวหา ถูกฟ้องร้องเพราะ ม.๑๑๒ และพวกที่เคยเข้าคุกเพราะ ม.๑๑๒ ทั้งสิ้น บางคนไม่สำเหนียกในพระมหากรุณาธิคุณที่เคยพระราชทานอภัยโทษในกรณีนี้มาให้ ยังทำเป็นปากเก่ง แกว่งลิ้นบนเวที ให้คนเขาประฌามว่า ปากกล้าแต่ขาสั่นเสมอ บางคนเป็นพวกแก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นานก็มี ไม่ได้มีสาระประโยชน์ใด ๆ ให้กับสังคมไทยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หากไม่ไปละเมิด ก็ไม่เห็นจะไปสร้างความทุกข์ร้อน เดือดร้อนให้กับใคร เพราะพระองค์ไม่อาจลงมาฟ้องร้องเอาผิดกับใครได้ หากถูกหมิ่น จาบจ้วงหรือถูกกล่าวร้าย ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายดังกล่าวไว้คอยปกป้องพระองค์ท่าน สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นอยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่ก่อนสร้างชาติจวบจนปัจจุบัน เป็นที่เคารพสักการะเทิดทูลกันของประชาชนส่วนใหญ่ มีแต่พวกจัญไร ไร้สำนึกในแผ่นดินเท่านั้น ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้จักบุญคุณที่สถาบันพระมหากษัตริย์มีต่อสังคมไทย ถามหน่อยโครตเง้าเหล่าตระกูลของพวกที่ออกมารณรงค์เคลื่อนไหวให้ยกเลิก ม.๑๑๒ เคยทำความดีอะไรให้กับสังคมไทยบ้าง ? ตอบซิ...ตอบ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ยังโพสต์ด้วยว่า
พวกเด็กเมื่อวานชีนตั้งโต๊ะ แถลงจี้ยกเลิก ม.112 ยุติดำเนินคดี-ล้างมลทิน...
แสดงว่ากำลังหาทางร่อนลงใช่ไหม ? ฮ่ๆๆไปฝันในคุกเถอะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86561</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาบจ้วงสถาบัน, นายศรีสุวรรณ จรรยา, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbf07673dc63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039; สุดทน &#039;ไมค์&#039; จาบจ้วงสถาบัน โวยจับแล้วปล่อยเมื่อไหร่ไอ้ขยะพวกนี้จะหมดไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ แกนนำม็อบราษฎร ล้อเลียนเสียดสีเบื้องสูง โดยท่านใหม่ ระบุว่า&amp;nbsp;เมื่อไหร่ไอ้ขยะพวกนี้จะหมดไปสักที จับปล่อย จับปล่อย อยู่นั่น&lt;/p&gt;


	เปิดภาพ &amp;#39;พี่สาวธนาธร&amp;#39; แจกทุนศึกษา สวนทางวาทกรรมน้องชายปลุกคนเท่ากัน
	&amp;#39;ดร.กิตติธัช&amp;#39; วิพากษ์ &amp;#39;ม็อบ3นิ้ว&amp;#39;
	&amp;#39;ไพศาล&amp;#39;งงหนัก!กาเหว่าหนุนฮ่องกงสู้จีน
	&amp;#39;ไผ่ ดาวดิน&amp;#39; มอบตัว สน.ชนะสงคราม
	เชียงใหม่ระอุ! เพื่อไทยลุยหาเสียงเลือกตั้ง &amp;#39;นายกอบจ.&amp;#39;
	&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; สั่งฝ่ายกฎหมายเอาผิด &amp;#39;แกนนำม็อบ&amp;#39;
	เพื่อไทยระส่ำ! &amp;#39;วัฒนา&amp;#39; แย้มจะมีอีกหลายคนลาออก
	&amp;#39;3 ส.ว.&amp;#39; ยกเหตุผล 5 ข้อตอกกลับ &amp;#39;แทมมี่ ดักเวิร์ธ&amp;#39;&amp;nbsp;
	&amp;#39;ธนาธร&amp;#39; รับทราบข้อหาฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน
	&amp;#39;มายด์ ภัสราวลี&amp;#39; พร้อมพวก 9 คน มอบตัว
	4 แกนนำม็อบเข้ารับทราบข้อหา ม.112


&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86327</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาบจ้วงสถาบัน, ท่านใหม่, ภาณุพงศ์ จาดนอก, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, ไมค์ ภาณุพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e322b3bf1e52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบฟุ้งชนะเกินครึ่ง จัดอีเวนต์ปิดถนนต้านรปห./บิ๊กตู่รับชาติวุ่นไร้สุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยตราบใดประเทศชาติยังไม่เรียบร้อยก็ไม่มีความสุข ระบุคนไทยต้องอยู่ในกรอบ ตามหน้าที่ สิทธิเสรีภาพความรับผิดชอบ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ไม่อย่างนั้นตีกันตาย ส.ส.ก้าวไกลซัด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ลอยตัวให้ จนท.ใช้ ม.112 ขัดหลักพระเมตตา &amp;quot;โฆษก ปชป.-อดีตผู้พิพากษา&amp;quot; ย้ำ ม.112 ยังบังคับใช้ไม่มีทางเลือก หากไม่ยึดถือ กม.จะยึดอะไร พ่อพาการ์ดมือยิงในม็อบเข้ารับทราบข้อหา รับขัดแย้งส่วนตัวแขวะกันเรื่องจาบจ้วงสถาบัน ขณะที่ม็อบ 3 นิ้วยึด 5 แยกลาดพร้าวนำเป็ด-เอเลียนเป่าลมสีเหลืองมาแสดงเปรียบเป็นทหารที่จะรัฐประหาร ลั่นพร้อมต้านทุกรูปแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน กลุ่มคณะราษฎร 2563 นัดชุมนุม &amp;quot;ซ้อมต้านรัฐประหาร&amp;quot; ที่ห้าแยกลาดพร้าว เวลา 16.00 น. พร้อมประกาศจะต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ ไม่ให้มีการฉีกรัฐธรรมนูญอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเช้า ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ว่า ขอให้ทำสิ่งดีๆ เถอะ วันไหนได้ทำอะไรที่ไม่มีปัญหาตนก็มีความสุข ตราบใดที่ประเทศชาติยังไม่เรียบร้อยอะไรต่างๆ คนเป็นนายกฯ คนเป็นรองนายกฯ และคนเป็นรัฐมนตรีไม่มีความสุข เพราะเห็นคนไทยไม่มีความสุข แต่ความสุขมันต้องอยู่ในกรอบที่มันควรจะเป็น ตามหน้าที่ สิทธิเสรีภาพ ความรับผิดชอบ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ไม่อย่างนั้นประเทศตีกันตายใช่ไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.เขต 1 พิษณุโลก พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หลังได้ฟังคำตอบของ พล.อ.ประยุทธ์ตอบโต้นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ที่กล่าวในเวทีชุมนุมของกลุ่มราษฎรเมื่อวันที่ 25 พ.ย. วันรุ่งขึ้น พล.อ.ประยุทธ์จึงออกมาชี้แจงว่า &amp;ldquo;ผมไม่ได้ใช้ เจ้าหน้าที่เป็นคนใช้&amp;rdquo; นั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกฯ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะการรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ให้เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน ถือเป็นบทบาทหน้าที่สำคัญของหัวหน้ารัฐบาลในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นายกฯ จึงไม่อาจลอยตัวต่อการกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา การนำกฎหมายมาตรานี้กลับมาใช้อีก ก็จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนแย่ลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปดิพัทธ์กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์เองที่พูดว่า &amp;ldquo;วันนี้มาตรา 112 ไม่ได้ใช้เลย เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาไม่ให้ใช้&amp;rdquo; แต่กลับเป็นในวันนี้ที่อ้างว่าหากเจ้าหน้าที่ไม่ใช้ก็ขัดมาตรา 157 การปล่อยปละเจ้าหน้าที่ให้นำกฎหมายที่สร้างความกังวลต่อประชาชนเช่นนี้มาใช้นอกจากขัดหลักพระเมตตาแล้ว ดูเหมือนมีเจตนาผลักให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นผู้เผชิญหน้ากับความไม่พอใจของประชาชนเพื่อกลายเป็นคู่ขัดแย้งแทนรัฐบาลเสียมากกว่า และเป็นการไม่ควรอย่างยิ่งที่จะนำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเกราะกำบังความล้มเหลวในการบริหารประเทศในแทบทุกด้านของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกฎหมายพรรค กล่าวถึงนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต ม.ธรรมศาสตร์ มีความเห็นต่อการดำเนินคดีมาตรา 112 กับผู้ชุมนุมว่า ความเห็นของนายปริญญาอาจทำให้สังคมสับสน จึงมีความเห็นแย้งว่า มาตรา 112 ยังมีผลใช้บังคับ มีเจตนารมณ์ชัดเจน และมีเท็จจริงที่เกิดขึ้นประจักษ์ชัดว่าการกระทำทั้งใช้วาจาโฆษณาวาดเขียน มีลักษณะเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 ทั้งสิ้น&amp;nbsp; เมื่อปรากฏความผิด แม้ว่าจะไม่มีใครแจ้งความ เจ้าหน้าที่ที่รู้เห็นการกระทำดังกล่าวไม่มีทางอื่นที่จะต้องดำเนินคดีอย่างเคร่งครัดหากไม่ดำเนินการตามหน้าที่ก็ต้องถือว่ามีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ บ้านเมืองจะสงบถ้ามีการบังคับใช้
กฎหมายอย่างเคร่งครัด ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้มีความผิดหรือไม่ ไปไกลกว่าการใช้วาจาหยาบคายไม่เหมาะสมแล้ว
ไม่ยึดถือ กม.จะยึดอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่บอกว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างประชาชนที่เรียกร้องเรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์กับสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นเมื่อบังคับใช้ ม.112 นั้น คิดว่าการบังคับใช้กฎหมายแล้วทำให้เกิดปัญหาก็ถือว่าผิดหลักการของรัฐที่ปกครองด้วยกฎหมาย ทำไมไม่กลัวว่าปัญหาจะเกิดกับประชาชนที่อยู่ในเรือนจำที่เขาทำความผิดอื่นบ้าง อย่าไปคิดอะไรแบบฉาบฉวยตามกระแส เพราะไม่มีสิ่งไหนหนีหลักการความถูกต้องไปได้ อาจไม่สะใจใคร แต่นั่นคือสิ่งที่ยั่งยืน และสนันสนุนการบังคับใช้กฎหมายภายใต้หลักนิติรัฐ&amp;quot; นายราเมศกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล เรียนจบนิติศาสตร์ เป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ และเป็นรองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ แต่เห็นว่ารัฐบาลไม่ควรใช้มาตรา 112 ดำเนินคดีแก่ผู้พูดจาไม่เหมาะสมหรือหยาบคายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2563 กลุ่มผู้ชุมนุมทำลายประตูรั้ว ม.ธรรมศาสตร์เสียหาย ซึ่งมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 358, 326 และ 365 แต่คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมีมติมิให้ดำเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทำผิด ถ้าผู้ที่เรียนจบกฎหมายแล้วสอนกฎหมายในคณะ นิติศาสตร์และเป็นรองอธิการบดีกับมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนวิชากฎหมายมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp; 2477 ไม่ยึดถือหลักกฎหมายแล้ว สังคมไทยจะยึดถืออะไรเป็นหลัก และจะดำรงอยู่ได้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเรื่อง สันดานปิยบุตร กล้าคิด แต่ไม่กล้ายอมรับความจริงว่าต้องการ &amp;ldquo;ล้มสถาบัน&amp;rdquo; สรุปว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ขู่ว่าสิ่งที่นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ออกมาเปิดโปงเกี่ยวกับแนวคิดล้มสถาบัน พร้อมแก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ ด้วยวาทกรรมเดิมๆ ว่า ไม่คิดล้มล้าง ต้องการแค่ปฏิรูปสถาบัน มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่านี่คือความ &amp;ldquo;ขี้ขลาดตาขาว&amp;rdquo; ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง ตนสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลของรัฐมนตรีถาวร และอยากเห็นนายปิยบุตรนำเรื่องไปฟ้องเป็นคดีต่อศาล จะได้มีการพิสูจน์ความจริง และอีกไม่นานทุกคดีก็ต้องไปพิสูจน์กันที่ศาลว่า แท้ที่จริงแล้วมันคือการปฏิรูปหรือปฏิปักษ์ล้มล้างกันแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครศรีธรรมราช เวลา 08.45 น. นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตหลวงปู่พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม รวมถึงกองทัพประชาชนเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ 400 คน ร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนาและบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองและปกปักรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงเพื่อขอพรให้เกิดความสุข ให้รู้รัก สามัคคี มีนายสมพงษ์ มากมณี&amp;nbsp; รองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พล.ต.วรพล วรพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4, นายวิทยา เขียวรอด นายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เข้าร่วมกิจกรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายสุวิทย์และคณะเดินทางไปยังวัดเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมเวทีเสวนาถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้แก่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอพรหมคีรี นอกจากนี้ได้มีการยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าฯ เรียกร้องมิให้แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์ และเร่งรัดดำเนินคดีต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จาบจ้วงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าพระบรมรูป ร.5 หน้าศาลกลางจังหวัดอ่างทอง นายบิณฑ์และนายเอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ พร้อมด้วยชาวอ่างทอง กว่า 500 คน พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อเหลืองและเสื้อชมพูเข้าร่วมกิจกรรมปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ พร้อมทั้งชูพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9&amp;nbsp; ร.10&amp;nbsp; ธงชาติ แสดงพลังปกป้องสถาบัน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบัน โดยแกนนำแต่ละอำเภอกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันที่มีต่อพสกนิกร ชาวอ่างทองในแต่ละอำเภออ่านแถลงการณ์จุดยืน มอบหนังสือถึงนายกฯ ผ่านนายสุชน ภัยธิราช รองผู้ว่าฯ อ่างทอง และกล่าวคำปฏิญาณตน ร้องเพลงชาติ สดุดีจอมราชา เพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนเดินทางกลับ
ผู้ชุมนุมร้อง พท.ช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย นายพรพรหม สังขสุข ประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. เดินทางเข้าร้องทุกข์ ที่ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบการชุมนุมพรรคเพื่อไทย หลังปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูงและยิงแก๊สน้ำตาจนตนเองได้รับบาดเจ็บ ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลพระรามเก้าและโรงพยาบาลปากเกร็ดได้ตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดพบว่า กระดูกซี่โครงขวาหัก 2 ซี่ โดยนายคุณากร ปรีชาชนะชัย รองเลขาธิการพรรค, น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทยและทีมฝ่ายกฎหมาย ลงมารับเรื่องเพื่อดำเนินคดีทางทางกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณีกล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวในศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบของพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว จะพิจารณานำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม กรรมาธิการเพื่อตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ นับแต่มีการสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งในแง่ของอาการบาดเจ็บและการดูแลช่วยเหลือทางกฎหมายแล้วกว่า 10 กรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.พญาไท กลุ่มแกนนำคณะราษฎร นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ กับพวกรวม 12 คน ประกอบด้วย นายชาติชาย แกดำ, น.ส.กรกช แสงเย็น, นายอภิสทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์,&amp;nbsp; นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด, น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด, นายวสันต์ กล่ำถาวร, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก, นายอานันท์ ลุ่มจันทร์, นายไพศาล จันทร์ปาน และนายทศพร เสรีรักษ์ ผู้ถูกกล่าวหา กระทำผิดข้อหาห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ หรือการกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย เข้าพบ พ.ต.ท.ชัยณรงค์ ทรัพยสาร รอง ผกก.(สอบสวน) สน.พญาไท และพ.ต.ท.วิศรุช หยกนิธิภัทร สารวัตร (สอบสวน) สน.พญาไท ตามหมายเรียกครั้งที่ 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายปิยรัฐกล่าวว่า มารับทราบข้อกล่าวหาในการกระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีร่วมกันชุมนุมโดยการเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปยังทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ทั้งหมดให้การปฏิเสธ พร้อมจะทำบันทึกคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อส่งแก่พนักงานสอบสวนในวันที่ 15 ธ.ค.63 นี้ จากนี้คงเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย หลังจากนี้คิดว่ารัฐบาลคงนำการบังคับใช้ข้อกฎหมาย ให้มีการจับกุม ฝากขัง เพื่อเพิ่มความยุ่งยากในชีวิตให้แก่ผู้มาชุมนุม แต่ถึงอย่างไรก็ไม่รู้สึกกังวล เพราะที่ผ่านมาเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อให้ไม่มีแกนนำ ไม่มีใครถือไมค์ปราศรัย การชุมนุมก็ยังคงดำเนินต่อไปได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ตัวแทนกลุ่มนิสิตนักศึกษาและภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดย น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์, น.ส.หนึ่งฤทัย กิจการศุภฤกษ์ กับพวก เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับพวกเป็นจำเลย เพื่อเรียกค่าเสียหายจากเหตุละเมิดเสรีภาพในการชุมนุมและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยไม่ ชอบด้วยกฎหมาย สืบเนื่องจากช่วงกลางเดือน ต.ค.2563 ที่&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงและยกเลิกในเวลาต่อมา ซึ่งระหว่างนั้นมีผู้ได้รับความเสียหายและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมได้ โดยเรียกค่าเสียหายรวม 3,500,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังยื่นฟ้องคดี ศาลแพ่งได้ไต่สวนโจทก์ทั้ง 7 ในช่วงบ่าย เรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล พร้อมรับคำฟ้องไว้นัดชี้สองสถานวันที่ 17 ก.พ.2564 เวลา 09.00 น.
การ์ดขัดแย้งจาบจ้วงสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ สน.พหลโยธิน นายพีระวุฒิ กุลอมรกานต์ อายุ&amp;nbsp; 49 ปี บิดานายภาสพงศ์ กุลอมรกานต์ อายุ 25 ปี อดีตนักเรียนอาชีวะมีนบุรีโปลีเทคนิค ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นฯ พร้อมนายธนเดช ศรีสงคราม อายุ 35 ปี หัวหน้ากลุ่มอาชีวะมีนบุรี พานายภาสพงศ์มามอบตัวกับ พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.2 และตำรวจ สน.พหลโยธิน หลังก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 ยิงเข้าใส่นายประชากร ศักดิ์ศรีเท้า อายุ 20 ปี อดีตนัก เรียนเทคนิคปทุมธานีจนบาดเจ็บ ภายหลังการประกาศยุติการชุมนุมที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก เมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระวุฒิกล่าวว่า ตกใจมากเมื่อทราบข่าวทางโซเชียลฯ ว่าลูกชายไปยิงการ์ดในม็อบ หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลเสร็จก็เลยพาลูกมามอบตัวกับตำรวจ ยอมรับว่าไม่กังวล ขอให้ว่าตามหลักฐานและกฎหมาย ผิดก็คือผิด แมนๆ แบบลูกผู้ชาย ส่วนเรื่องการยิงตนตอบไม่ได้ เพราะลูกชายยังมีอาการมึนงงที่ศีรษะอยู่ ทั้งนี้ทราบจากลูกชายว่าเป็นสมาชิกกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนเดชกล่าวยืนยันว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นระหว่างบุคคล ไม่เกี่ยวกับเรื่องสถาบัน เรื่องม็อบหรือการเมือง หรือการสร้างสถานการณ์ทั้งสิ้น แต่ขอให้ตำรวจได้ทำงานก่อนจึงจะมีความชัดเจนว่าเรื่องราวเป็นมายังไง อีกทั้งยังเหลือผู้ก่อเหตุอีกหลายคนที่ยังหลบหนี ยืนยันด้วยว่าพวกตนไม่ได้เป็นสายข่าวให้กับกลุ่มใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายภาสพงศ์กล่าวว่า ตนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนสาเหตุเกิดจากตนมีปัญหาส่วนตัวกับคนเจ็บ เพราะถูกฝ่ายคู่กรณีมาโพสต์เฟซบุ๊กแขวะเกี่ยวกับความเห็นต่างเรื่องการจาบจ้วงสถาบันที่พวกตนไม่เอาด้วย และมีกลุ่มรุ่นพี่ตนไปปราศรัยที่ จ.ชัยนาท โดยพูดถึงกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย วันเกิดเหตุพวกตนมาที่รัชโยธินเพื่อเป็นการ์ดดูแลมวลชน แต่ไม่ได้สวมปลอกแขนเพราะเข้ามาในฐานะประชาชน ยืนยันไม่ได้มีใครจ้างพวกตนมา เพราะขนาดเจ็บตัวก็ยังต้องออกเงินรักษาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตอนนี้ชุดสืบสวนทราบชื่อและสามารถระบุตัวชายมือขว้างระเบิดได้แล้ว และเตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า กรณีที่มีการทะเลาะกันในระหว่างการชุมนุมไม่มีความเกี่ยวข้องกันกับกลุ่มนักศึกษาอาชีวะที่เข้าร่วมกับภาคีฯ แต่อย่างใด ขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการ ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดการเผชิญหน้ากับกลุ่มที่เห็นต่าง อาจมีแนวโน้มที่จะก่อความรุนแรงได้ทุกเมื่อ ฝากถึงนักเรียน นิสิต นักศึกษาว่า อย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของขบวนการทำลายชาตินี้ ผู้ปกครองควรพิจารณาอย่าให้บุตรหลานของท่านตกเป็นเครื่องมือ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มราษฎรนัดชุมนุมซ้อมต้านรัฐประหาร? บริเวณห้าแยกลาดพร้าวในวันที่ 27 พ.ย.นี้ เป็นห่วงว่าจะเกิดเหตุทำร้ายกันอีกหรือไม่ ว่า &amp;quot;ก็ลองไปถามเขาดู มาถามอะไรผม&amp;quot; เมื่อถามว่า?การชุมนุมใช้ชื่อว่าต่อต้านรัฐประหาร เป็นการปลุกกระแสอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวย้อนว่า &amp;ldquo;แล้วมีรัฐประหารหรือเปล่า&amp;rdquo; ก่อนที่จะเดินเข้าห้องประชุมทันที
สร้างกระแสรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟชบุ๊กว่า หลอกกันได้ทุกวัน เมื่อวานหลอกให้ไปทวงคืนทรัพย์สิน แต่พอไปถึงกลายเป็นไปตีกันยิงกัน ปาระเบิดกัน กลายเป็นเรื่อง จะไปทวงหรือจะไปปล้นธนาคารของสถาบัน เพราะมีอาวุธพร้อม&amp;nbsp; วันนี้หลอกไปซ้อมรับมือรัฐประหาร แต่พอไปถึงแล้วน่าจะเป็นการ ซ้อมไปติดคุก วันนี้ใครปราศรัยเรื่องรัฐประหาร ขอท้าลูบหน้ากันไหม อย่าดีแต่พูดเหมือนธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าการประหารจะเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ทางการเมืองเช่นนี้ เนื่องจากการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนมีมากขึ้น จะมีแรงต่อต้านในทุกด้าน สุ่มเสี่ยงที่จะตกเป็นกบฏต่อแผ่นดินสูงมาก หากเกิดขึ้นจริงก็พร้อมที่จะร่วมมือและต่อต้านการรัฐประหารจนถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวถึงการชุมนุมซ้อมต้านรัฐประหารว่า ไม่เป็นความจริง ผบ.ทบ.ก็ยืนยันแล้วว่าโอกาสเกิดขึ้นเป็นศูนย์ และขณะนี้ก็ยังไม่มีเงื่อนไขในการเกิดรัฐประหารด้วย จึงมองว่าสิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามกันอยู่ พยายามสร้างกระแสขึ้นเอง เพื่อจุดชนวนให้คนลุกขึ้นมาชุมนุม และทำให้ต่างชาติเข้าใจผิดว่าจะเกิดความรุนแรงถึงขั้นรัฐประหาร สิ่งที่ผู้ชุมนุมควรทำคือการกลับเข้าสู่เนื้อหาข้อเรียกร้อง และควรหยุดละเมิดสถาบัน และคงไม่มีการประกาศกฎอัยการศึก แต่น่าจะมีการบังคับใช้กฎหมาย อย่างเคร่งครัด ที่สำคัญจะต้องมีการดำเนินคดีเอาผิดตามมาตรา 112 กับแกนนำให้เร็วที่สุด หากปล่อยให้เนิ่นนานก็จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความไม่พอใจ ส่งผลกระทบอาจทำให้เหตุการณ์บานปลายขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. ที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ที่กลุ่มราษฎรนัดชุมนุมเพื่อซ้อมต้านรัฐประหาร โดยมีการ์ดคณะราษฎรเริ่มเข้าประจำจุดเป็นชุดแรก พยายามทยอยปิดการจราจรขาเข้าถนนพหลโยธินตัดกับถนนลาดพร้าว เหลือการจราจรเพียง 1 เลน ส่งผลให้การจราจรเริ่มติดขัด โดยมีพ่อค้าแม่ค้า (CIA) เริ่มจับจองพื้นที่จำหน่ายสินค้าเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปกรณ์ พรชีวากุล หรือเสี่ยบุ๊ง ผู้สนับสนุนกลุ่มราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่มีดรามาเรื่องเงินบริจาคให้กับผู้ชุมนุม และต่อมามีการนำเลขที่บัญชีของตนและของทราย (อินทิรา เจริญปุระ) ไปเผยแพร่ โดยที่ตนก็ไม่ทราบมาก่อน ปรากฏว่ามีแนวร่วมผู้ชุมนุมจำนวนมากโอนเงินเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยของตนนั้นมีเข้ามาประมาณกว่าแสนบาท ส่วนของทรายนั้นประมาณกว่า 3 แสนบาทภายในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งนี้ขอร้องว่าอย่าเพิ่งโอน เพราะเรายังสามารถบริหารจัดการเงินได้อยู่ ยังไม่ได้ต้องการเงินเพิ่มเติม ไว้จะใช้จริงๆ แล้วตนจึงจะมาบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการ์ดอาชีวะที่เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องการช่วยเหลือ และต่อมามีการขออภัยกันนั้น นายปกรณ์กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะในช่วงแรกมีการเข้าใจผิดกัน ซึ่งทำให้ภาพของตนและทรายดูแย่ว่าไม่มีการซัพพอร์ตผู้ชุมนุมดีเท่าที่ควร ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ใช่ ตนฝากขอบคุณหัวหน้าการ์ดที่เข้าใจ แม้ยังมีน้องๆอาชีวะบางคนไม่ได้ให้ความร่วมมือในช่วงแรก เพราะเราเองก็ยอมรับว่าเข้าไม่ถึงความเป็นอาชีวะจริงๆ แต่ตนก็ยังซัพพอร์ตการชุมนุมทุกอย่างเหมือนเดิม จนถึงวันที่ 2 ธ.ค.นี้ จะลดระดับการซัพพอร์ตลงและช่วยเท่าที่จำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เวลา 17.00 น. บรรยากาศม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว ผู้ชุมนุมเดินทางทยอยเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่มีบางส่วนช่วยกันสูบลมยางให้เป็ดยางสีเหลือง ตุ๊กตายางรูปเอเลียน พิซซ่ายาง และดาบยาง อย่างไรก็ตาม สำหรับการจราจรถนนหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าวมุ่งหน้าสี่แยกรัชโยธินได้ปิดลงอย่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนถนนฝั่งตรงข้ามมุ่งหน้าห้าแยกให้เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าห้างยูเนี่ยนมอลล์เท่านั้น
3 นิ้วซ้อมต้านรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี กล่าวว่า ตนเองถือเป็นหนึ่งในราษฎรที่เข้าร่วมชุมนุมตามกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ แม้ที่ผ่านมาไม่ว่าใครจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ให้เกิดรุนแรง แต่กลุ่มมวลชนก็ยังยืนหยัดชุมนุมอย่างสันติ อหิงสา สำหรับการชุมนุมในวันนี้กลัวว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่เข้ามาร่วมชุมนุมจะคอยดูแลกัน และไม่ให้เกิดเหตุปะทะระหว่างกัน ส่วนในวันพรุ่งนี้จะมีกิจกรรมขบวนแรลลี่ก๊าบๆ ที่จะมีการนัดหลายจุดในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเคลื่อนขบวนไปที่แยกแคราย เพื่อกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหนึ่งของการปราศรัย แกนนำผู้ชุมนุมได้โจมตีการรัฐประหารอย่างดุเดือดว่า มีเฉพาะในประเทศล้าหลัง มันจะคืบคลานเข้ามาในช่วงที่เราเผลอ ซึ่งทำลายการพัฒนาประเทศให้เจริญ การรัฐประหารครั้งเดียวที่ยอมรับได้คือการอภิวัฒน์สยาม 2475 เพื่อให้ได้ประชาธิปไตย นอกจากนั้นเราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีกแล้ว ไม่ยอมให้มีการละเมิดสิทธิของพวกเราอีก แต่หากมีการรัฐประหารอีก จะออกมาต่อต้านทุกรูปแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 18.35 น. เวทีกลุ่มราษฎรที่ห้าแยกลาดพร้าวได้เริ่มทำกิจการซ้อมต่อต้านการรัฐประหาร โดยนำแพเป็ดเหลือง เอเลียน พิซซ่าสูบลม ฯลฯ ลำเลียงจากแถวหลังเข้ามากองที่ด้านหน้าเวที โดยมีวงโยธวาทิตใส่มาสคอตการ์ตูนบรรเลงเพลงมหาฤกษ์มหาชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำบนเวทีที่เรียกตัวเองว่า &amp;ldquo;ฟ้า&amp;rdquo; ปราศรัยว่า การปฏิวัติรัฐประหารเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ ทหารไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง แทนที่ปกป้องประเทศอยู่ที่ชายแดน แต่กลับมาทำรัฐประหาร ทั้งที่การเปลี่ยนแปลงควรอยู่ที่รัฐสภา ไม่ใช่ทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นแกนนำได้ขอให้ผู้ชุมนุมปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะต่อต้านการกระทำรัฐประหาร ไม่ว่าโดยใคร ในทุกรูปแบบ และไม่ยินยอมให้มีการฉีก รธน.โดยเผด็จการอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็ดและเอเลียนเป่าลมสีเหลือง ทางผู้ชุมนุมเปรียบเป็นทหารที่จะมารัฐประหาร ซึ่งต้องซ้อมต่อต้าน โดยช่วงหนึ่งผู้ชุมนุมได้ชู 3 นิ้วพร้อมตะโกนขับไล่ต่อต้านการรัฐประหารทุกรูปแบบ ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะกล่าวปฏิญาณว่าจะไม่ให้มีการรัฐประหารและฉีกรัฐธรรมนูญอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการรักษาความปลอดภัยของกลุ่มการ์ด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่บริเวณด้านหน้าเมเจอร์รัชโยธินเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย. ภาคีการ์ดเพื่อประชาชนที่มีอยู่ 10 กลุ่ม ได้มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน อาทิ ทีมการ์ดมวลชน ดูแลฝั่งเอ็มอาร์ทีพหลโยธิน,&amp;nbsp; ทีมการ์ดราษฎร ดูแลฝั่งสะพานควาย, ทีมการ์ดรบพิเศษ และทีมราษฎรฝั่งธน ดูแลฝั่งวิภาวดีดินแดง ส่วนการ์ดปลดแอกย่อย ดูแลฝั่งลาดพร้าว โดยผู้ทำหน้าที่การ์ดจะไม่ให้ใส่เสื้อช็อปที่เป็นเครื่องแต่งกายของเด็กอาชีวะ โดยให้เสื้อสีดำติดปลอกแขนชื่อกลุ่มชัดเจน และมีการใส่ผ้าบัฟปิดบังหน้าตา บางกลุ่มที่อยู่แนวรั้วเหล็กกั้นก็ใส่เสื้อเกราะอ่อน โดยส่วนใหญ่มีวิทยุสื่อสารเพื่อใช้ในการติดต่อประสานงานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบัติ ทองย้อย หัวหน้าทีมการ์ดเสื้อแดงยอมรับว่า เด็กอาชีวะหลายคนอยากเข้ามาเป็นการ์ด เพราะอาจจะเท่ แต่หน้าที่หลักคือรักษาความปลอดภัย จึงต้องสังเกตและตรวจตราสิ่งผิดสังเกตหรือสิ่งผิดปกติ ต้องระมัดระวังเรื่องการแทรกตัวเข้ามาในการชุมนุมเพื่อสร้างสถานการณ์ด้วย
ในเวลา 19.37 น. นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำกลุ่มราษฎร ปราศรัยบนเวทีว่า วันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะการรัฐประหารครั้งต่อไป ครั้งที่ 14 จะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะจะมีประชาชนออกมาต่อต้าน ซึ่งการนัดชุมนุมห้าแยกลาดพร้าว เพราะเมื่อมีรัฐประหาร พวกเขามักเคลื่อนยุทโธปกรณ์โดยใช้ถนนสายเหล่านี้ แต่ถ้าจะมารัฐประหารอีก บอกได้เลยว่าจะไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะจะขอให้พี่น้องประชาชนนำรถมาจอดขวาง หรือที่เรียกว่าคาร์ม็อบ ออกมาให้มากที่สุดที่ห้าแยกลาดพร้าว พวกเขาจะได้ไม่สามารถนำยุทโธปกรณ์ออกมาได้ พี่น้องมีตู้ มีเตียง ก็ให้โยนลงมาที่ถนน เพื่อไม่ให้พวกเขาขับยุทโธปกรณ์ได้ และหากมีรัฐประหาร ขอให้ผูกโบขาว ถ้าพวกมันแกะออกก็ให้ผูกใหม่ รวมทั้งพวกเราไม่ทำตามคำสั่งใดๆ ของกบฏที่ฉีกรัฐธรรมนูญ พี่น้องไม่ต้องทำตาม ถ้ามันควบคุมเราไม่ได้ภายใน 3 วัน พวกมันจะกลายเป็นกบฏทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลายคนถามว่าเราไปถึงไหนแล้ว ขอตอบว่าเราสำเร็จไปแล้วเกินครึ่ง เพราะทำให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิเสรีภาพในโรงเรียน และวิพากษ์วิจารณ์สถาบันอย่างสาธารณะได้&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85253</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาบจ้วงสถาบัน, ต้องอยู่ในกรอบ, ประเทศชาติยังไม่เรียบร้อย, ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0f2609b020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบลุยต่อเย้ย112 12แกนนำเมินหมายเรียก บิ๊กตู่ปรามปชช.เดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เมินม็อบ 3 นิ้วชุมนุมยืดเยื้อ 5 วัน ยันไม่ใช้กฎอัยการศึก ใช้ กม.ปกติก็เพียงพอ ย้ำใครทำผิดถูกดำเนินคดีทั้งหมด ย้อนถามรถติดเพราะใคร &amp;quot;บิณฑ์&amp;quot; เผยคนไทยส่วนใหญ่เสียใจกลุ่มผู้ชุมนุมละเมิดจาบจ้วงสถาบัน เตือนขอให้เลิกทำ 12 แกนนำโดนหมายเรียกผิด ม.112 &amp;quot;เพนกวิน-จุฑาทิพย์&amp;quot; ไม่หวั่น ลั่นไม่สามารถหยุดได้แล้ว ม็อบมุ้งมิ้งปักหลักหน้า ธ.ไทยพาณิชย์ มามุกใหม่แจก &amp;quot;ธนบัตรราษฎร&amp;quot; เป็นรูปเป็ดเหลือง 3 พันใบ ใบละ 10 บาท นำไปซื้อของกับ &amp;quot;ซีไอเอ&amp;quot; แล้วนำมาแลกเงินจริงกับแกนนำ เพ้อประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการต่อสู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน กลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้เปลี่ยนการชุมนุมจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ แยกรัชโยธิน ถนนรัชดาภิเษก เวลา 15.00 น. และประกาศจะชุมนุมยืดเยื้อ 5 วัน ไม่ค้างคืน โดยจะแจ้งสถานที่ทางเพจของกลุ่มผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการต่างประเทศ เวลา 12.20 น. พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมร่วมสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน ถึงการชุมนุมกลุ่มราษฎร ว่า ไม่มีอะไรหรอก เป็นเรื่องของการชุมนุม ระหว่างการประชุมตนได้บอกไปกับสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียนว่าเป็นเรื่องธรรมดาของทุกประเทศทั่วโลก ประชาธิปไตยก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ ก็ไม่ได้บอกว่าใครดีหรือไม่ดี ตนจับด้วยข้อกฎหมาย และไม่ว่าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในโลกประชาธิปไตย ผมทำให้ทุกคนเห็นด้วยเหมือนกับเราคงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรมันจะเดินหน้าไปกันได้โดยไม่ให้เกิดปัญหากันในอนาคต เมื่อเช้านี้รถติดอย่างมหาศาล คนเดือดร้อนจำนวนเท่าไหร่ก็พิจารณากันเอาเองแล้วกัน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเท็จจริงในการประกาศใช้กฎอัยการศึก พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องนี้บอกหลายครั้งแล้วว่าไม่เคยคิดในเรื่องเหล่านี้เลย ใช้กฎหมายปกติก็น่าจะเพียงพอแล้วในตอนนี้ วันนี้เราต้องช่วยกันสร้างบ้านเมืองให้สวยงาม แต่วันนี้มันมีภาพความขัดแย้ง ก็โอเคไม่ว่าอะไรพวกท่าน แต่เราต้องสร้างบ้านเมืองของเราให้สวยงาม โดยเฉพาะเวลากลางคืนปัจจุบันสวยงามมาก พลิกกลับหลายปีที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมาถึงช่วงนี้นายกฯ ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า &amp;quot;เมื่อเช้ารถติดกันมากหรือไม่ แล้วมันติดเพราะอะไร เพราะผมหรือเปล่าก็ไปดูกันแล้วกัน ก็คงต้องขอร้อง ไม่ว่าจะใครก็ตาม วันนี้บ้านเมืองต้องการความสงบสุข ความมีเสถียรภาพ อะไรควรทำ-ไม่ควรทำทุกคนรู้อยู่แล้ว คนไทยทุกคนก็ต้องเรียนรู้ มันเป็นการสร้างการเรียนรู้ให้กับคนไทยว่าเราจะอยู่กับโลกยุคใหม่ได้อย่างไร โลกแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล โลกแห่ง 4.0 โลกหลังโควิด-19 นิวนอร์มอล ถ้าเรายังมีอะไรที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ทุกอย่างจะเดินหน้าไปได้ เมื่อประชาชนเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น ผมจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ ผมไม่จำเป็นต้องไปสั่งอะไรเพิ่มเติม เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แต่ผู้ชุมนุมประกาศชุมนุมยืดเยื้อ 5 วัน นายกฯกล่าวว่า ก็ประกาศไปสิ ประกาศไปเถอะ เพราะกฎหมายมีอยู่แล้วถ้าจะทำผิดกฎหมายก็ว่าไป ทั้งนี้จะต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง
ยังไม่ใช้กฎอัยการศึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มคณะราษฎรเปลี่ยนสถานที่นัดชุมนุมไปหน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่เศรษฐกิจของเอกชน จะเข้าข่ายประกาศใช้กฎอัยการศึกได้หรือไม่ ว่าขอให้เลิกพูดเรื่องกฎอัยการศึก เพราะทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ก็พูดแล้วว่าจะไม่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ทั้งนี้ หากผู้ชุมนุมย้ายจากการชุมนุมที่หน้าสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แล้วความอ่อนไหวก็ไม่ต่างจากการชุมนุมในวันอื่นๆ แต่ถ้ายังยืนยันชุมนุมที่หน้าสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ก็จะมีความอ่อนไหวมากกว่าทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ยังจำเป็นจะต้องกลับมาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครอีกครั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ แต่ถ้าจะประกาศก็ไม่มีปัญหาอะไร ทั้งนี้อยู่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงที่จะเป็นผู้ประเมินว่าสถานการณ์มีความร้ายแรงเพียงใด จึงจะต้องกลับมาประกาศใช้อีกครั้ง ส่วนการชุมนุมจะมีกี่วันนั้น ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่อยู่ที่ว่าจะมีระดับความรุนแรงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสดกรณีเหตุการณ์ชุมนุมที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 17 พ.ย. และการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่พบว่ามีการใช้ความรุนแรงกับประชาชน อาทิ ใช้น้ำผสมแก๊สหรือสารเคมีฉีดด้วยแรงดันสูงใส่ผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า ในวันดังกล่าวไม่ใช่การสลายการชุมนุม แต่เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมผ่านแนวป้องกันพื้นที่ควบคุมโดยรอบรัฐสภา ที่ตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมกำหนดระยะ 50 เมตรจากพื้นที่รัฐสภา การตั้งแนวดังกล่าวเพื่อรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่และสมาชิกรัฐสภา การปฏิบัติการนั้นเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบผู้คุมเหตุการณ์สั่งการไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง เลี่ยงการปะทะ เมื่อผู้ชุมนุมผ่านแนวป้องกันพื้นที่ควบคุมตำรวจ จึงร่นถอยเพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า น้ำในรถไม่ได้ผสมแก๊ส แต่ในขั้นตอนกำหนดผสมไม่เกิน 3% ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามแผน โดยนายกฯ ย้ำกับเจ้าหน้าที่ควบคุมการชุมนุมให้เลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตามหลักสากลและ พ.ร.บ.ชุมนุม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงว่า ประชาชนมีสิทธิชุมนุมเรียกร้องที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่มีการชุมนุมใดที่ผู้ชุมนุมจงใจมาก่อความรุนแรงตั้งแต่แรก เว้นแต่รัฐได้สร้างเงื่อนไขยั่วยุและเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม พรรคก้าวไกลจึงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการการชุมนุมให้เป็นไปตามหลักสากลอย่างแท้จริง ยุติการใช้นิติสงคราม การใช้กฎหมายกับประชาชนอย่างเลือกปฏิบัติ ยุติการยั่วยุด้วยขบวนการไอโอ ยุติกระบวนการเกณฑ์คนเพื่อหมายให้เกิดการปะทะกับประชาชนแบบม็อบชนม็อบ เพื่อให้ได้ใช้กฎหมายพิเศษคืออัยการศึกเข้ามาจัดการประชาชน เราจะไม่ยอมให้เกิดการรัฐประหารอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันยื่นประธานรัฐสภาให้ตรวจสอบ ส.ส.ที่ร่วมชุมนุมกับคณะราษฎร นายวิโรจน์ กล่าวว่า เราเป็นผู้แทนราษฎร ทุกครั้งที่ไปสังเกตการณ์การชุมนุม จะดูว่าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติกับผู้ชุมนุมเป็นไปตามหลักสากลหรือไม่ เราต้องการให้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน ที่สำคัญเราไม่เคยขึ้นเวทีเหมือน ส.ส.รัฐบาล ไม่เคยมีพฤติกรรมยั่วยุปลุกปั่น เราครองตนในฐานะผู้แทนราษฎร พิทักษ์สิทธิประชาชน จึงไม่กังวล กำลังพิจารณาว่าจะยื่นตรวจสอบ ส.ส.ของพรรครัฐบาลที่ขึ้นเวทีกับที่ผู้ชุมนุมอีกฝ่ายหรือไม่
ยื่นสอบสส.จาบจ้วงสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ภาคีเครือข่ายเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นำโดยนายพานสุวรรณ ณ แก้ว ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ผ่านนายราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการประธานรัฐสภา โดยในหนังสือระบุว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมสมาชิกรัฐสภาบางคนที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคณะราษฎร 63 ซึ่งมีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน เปิดเผย และมีการท้าทายอย่างต่อเนื่อง จึงเรียกร้องให้ทางรัฐสภาพิจารณาและตรวจสอบถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็นไปตามจริยธรรมของความเป็นผู้แทนราษฎรของปวงชนชาวไทยตามคำปฏิญาณตนหรือไม่ ทั้งนี้ นายพานสุวรรณกล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อเหลืองไม่ได้อยากจะออกมา แต่เป็นเพราะผู้ชุมนุมอีกกลุ่มมีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันจึงต้องออกมาปกป้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางเครือข่ายได้มีการแสดงโชว์สื่อถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp; ประธานคณะก้าวหน้า เป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังของกลุ่มม็อบ อีกทั้งยังมีการมอบเค้ก 112 ให้เป็นของขวัญวันคล้ายวันเกิดนายธนาธรในวันนี้ด้วย รวมทั้งตั๋วเครื่องบินให้ไปสร้างประชาธิปไตยประเทศอื่น ตั๋วเรือปลายทางเกาะตะรุเตา และบันไดลิงให้นายธนาธรปืนลงมาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สวนลุมพินี เวลา 14.30 น. นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงชื่อดัง กล่าวถึงกรณีกลุ่มมวลชนคณะราษฎรที่มีการปราศรัยเนื้อหาที่รุนแรงมากขึ้นว่า การชุมนุมเป็นสิทธิ แต่การที่กลุ่มมวลชนล่วงละเมิดหรือทำให้คนไทยหลายล้านคนไม่สบายใจ โดยการจาบจ้วงทำให้คนไทยเสียใจและโกรธแค้น ตนขอให้เลิกทำ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน เราต้องกลับมาคุยกัน กินข้าวในประเทศไทยด้วยกัน จึงไม่สายที่จะหยุดการกระทำดังกล่าว มันไม่ดีสำหรับคนไทยทั้งประเทศ ตนได้ลงพื้นที่หลายแห่ง คนไทยส่วนใหญ่บอกกับตนว่ารู้สึกเสียใจกับสถานการณ์ประเทศไทยในตอนนี้ ตนจึงขอเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทยออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี กล่าวว่า ทุกกระเเสเรียกร้องให้มีการใช้กฎหมายมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครององค์ประมุขแห่งรัฐ โดยกฎหมายลักษณะนี้มีการใช้ทั่วโลก เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่ได้มีการใช้กฎหมายนี้อย่างเข้มงวด แต่จากพฤติกรรมที่ม็อบมีการจาบจ้วง และใช้ถ้อยคำที่หยาบคาย ซึ่งสังคมไทยรับไม่ได้ จึงเป็นการเรียกร้องไปยังรัฐบาล ว่าต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ต้องกังวลว่ากลุ่มไทยภักดีจะเป็นเงื่อนไขที่นำไปสู่การรัฐประหาร จึงอยากเรียกร้องผู้ชุมนุมผู้อยู่เบื้องหลังที่สร้างวาทกรรมการเกลียดชัง ต้องหยุดและใช้สติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ดร.สาธุ อนุโมทามิ, นายบัญชา ปานนิวัฒน์ และนายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู คณะแกนนำกลุ่มพลังแผ่นดินสยาม พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุม ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่ม บริเวณริมถนนราชดำเนินนอก หน้า สน.นางเลิ้ง โดย ดร.สาธุ กล่าวว่า ขอขอบคุณทางกลุ่มคณะราษฎรที่ย้ายไปชุมนุมยังจุดอื่น&amp;nbsp; ทางกลุ่มพลังแผ่นดินสยามยังคงมั่งคงชัดเจน และยังคงจะแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ถวายพระเกียรติยศให้ก้องไกลไปทั่วโลก เราไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง ไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้าหรือสร้างเงื่อนไขใดๆ แต่ตรงไหนที่เป็นบ้านพ่อเราก็ต้องช่วยกันดูแล
12 แกนนำโดนแจ้งข้อหา ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการควบคุมตัวและแจ้งข้อหากับนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ หัวหน้าการ์ดคณะราษฎร ตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ในความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 116 นั้น ทวิตเตอร์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า โตโต้ไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน หลัง ส.ส.ใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัว โดยอ้างว่ากลัวหลบหนี, ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน, ก่อเหตุอันตรายชักชวนให้ประชาชนก่อความรุนแรงจากการจัดชุมนุมปราศรัย และเกรงว่าจะนำมวลชนมากดดันพนักงานสอบสวน (พงส.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนของพื้นที่ต่างๆ แจ้งข้อหา 12 แกนนำกลุ่มราษฎร ในฐานความผิดตามมาตรา 112 ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ มี 8 คดี, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล มี 6 คดี, นายภาณุพงศ์ จาดนอก มี 4 คดี, นายอานนท์ นำภา มี 4 คดี,&amp;nbsp;&amp;nbsp; น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ มี 3 คดี, นายชนินทร์ วงษ์ศรี มี 2 คดี, น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ มี 1 คดี, นายปิยรัฐ จงเทพ มี 1 คดี, นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี มี 1 คดี, นายอรรถพล บัวพัฒน์ มี 1 คดี, นายชูเกียรติ แสงวงศ์ มี 1 คดี และนายสมบัติ ทองย้อย มี 1 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ เปิดเผยว่า หมายเรียกดังกล่าวระบุให้ไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับแกนนำทั้ง 12 คน เนื่องจากบางส่วนยังติดภารกิจส่วนตัว ประกอบกับทั้ง 12 คน ถูกออกหมายเรียกจาก สน.ต่างท้องที่กัน เช่น สน.ชนะสงคราม, สน.ทุ่งมหาเมฆ, สน.ยานนาวา, สน.บางโพ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการพูดคุยหารือกับแกนนำทั้งหมดก่อน หากติดภารกิจสำคัญและมีความจำเป็น อาจมีการขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อหาตามหมายเรียกไปเป็นวันอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายหลังกลุ่มคณะราษฎรแจ้งมวลชนจัดชุมนุมใหญ่เปลี่ยนจากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มาเป็นที่ธนาคารไทยพาณิชย์&amp;nbsp; &amp;quot;ร่วมทวงคืนทรัพย์สินที่ควรเป็นของราษฎร&amp;quot; ในเวลา 15.00 น. อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในพื้นที่โดยรอบก่อนถึงสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เจ้าหน้าที่ยังคงใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่เช่นเดิม โดยปิดการจราจรหลายพื้นที่ นำแท่งปูนแบริเออร์พร้อมลวดหนามมาวางเป็นแนวกั้นถนนโดยรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาฯ ใกล้แยกรัชโยธิน มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน จำนวน 2 กองร้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน และจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้เข้าดูแลพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อม ส่วนพนักงานหรือผู้ที่ทำงานที่อาคารดังกล่าวบางตา โดยเวลา 07.30 น. เฟซบุ๊ก SCB Thailand แจ้งประกาศปิดทำการสาขาใหญ่ 1 วัน ส่วนลูกค้าสามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางอื่นๆ หรือที่สาขาใกล้เคียงได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในไลน์กลุ่มราษฎร ซึ่งใช้ประสานงานกับสื่อมวลชน&amp;nbsp; ทางแอดมินของกลุ่มได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า ยืนยันการชุมนุมจะจัด 5 วัน โดยไม่มีการปักหลักค้างคืน ทางผู้จัดจะแจ้งสถานที่และข้อมูลอื่นๆ ในเพจที่เชื่อถือได้ เช่น เยาวชนปลดแอก ธรรมศาสตร์และการชุมนุมฟื้นฟูประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. ผู้ชุมนุมคณะราษฎร 2563 ทยอยเดินทางมาชุมนุมตามนัดหมาย โดยมีพระสงฆ์ถือรูปภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตกแต่งด้วยดอกไม้เดินในที่ชุมนุม และมีชายคนหนึ่งถือกระถางธูปเดินตาม เปิดเพลงธรณีกันแสง พร้อมกล่าวไว้อาลัย พล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งแกล้งทำเสียงร้องไห้ แสดงล้อเลียนเหมือน พล.อ.ประยุทธ์เสียชีวิต
แกนนำไม่หวั่นโดนม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.45 น. ที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ขาออก พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า การชุมนุมในครั้งนี้ผู้จัดไม่ได้ขออนุญาตตามกฎหมาย แต่หลังจากนี้ตำรวจจะอนุญาตให้ชุมนุมได้โดยสงบปราศจากอาวุธ ความรุนแรง ส่วนการที่นำกำลังตำรวจมาประจำการ ก็เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัย และตำรวจจะเน้นการเจรจาตามหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์เป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.10 น. ผู้ชุมนุมได้ปิดถนนรัชดาภิเษก บริเวณ 4 แยกรัชโยธิน ที่จะมุ่งหน้าไป SCB เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้การจราจรติดขัด ผู้ใช้รถที่จะมุ่งหน้าไปทางแยกประชานุกูลต้องลงอุโมงค์ข้ามแยกแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.21 น. ตำรวจ สน.พหลโยธินอ่านคำสั่งแจ้งให้ผู้ชุมนุมเลิกชุมนุมในเวลา 15.30 น. เนื่องจากไม่แจ้งชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรส่วนหนึ่งตะโกนตอบโต้ไม่ฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร 2563 ให้สัมภาษณ์เมื่อเดินทางมาถึงที่ชุมนุมว่า การดำเนินคดีกับแกนนำด้วย ป.อาญา มาตรา 112 เพื่อหวังที่จะจับแกนนำและปล่อยให้การชุมนุมกันโดยไม่มีแกนนำนั้น ไม่ได้ทำให้เสียรูปขบวนของการชุมนุม กลับทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมการชุมนุม เป็นการสะท้อนให้เห็นว่ายังมีระบบเก่าล้าหลัง และเมื่อมีการใช้ขึ้นมาเมื่อใด ก็จะสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว แกนนำกลุ่มเยาวชนปลดแอก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนก็ถูกหมายเรียกในความผิดตามมาตราต่างๆ แต่รอบนี้มีมาตรา 112 มาด้วย ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียด เพราะหมายเรียกดังกล่าวถูกส่งไปที่ภูมิลำเนา จ.อำนาจเจริญ แต่ตนอยู่ที่กรุงเทพฯ ตนไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะ ม.112 เราจะผลักดันให้มีการยกเลิก แม้ถูกดำเนินคดีในเรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้หวั่นไหวในการต่อสู้ การที่เขานำกฎหมายดังกล่าวมาใช้ เพราะต้องการอยากจะลดบทบาทแกนนำในการต่อสู้ด้วยการจำกัดสิทธิเสรีภาพ และไม่อยากให้เราพูดต่อไป แต่เชื่อว่ามันไม่สามารถหยุดได้แล้ว เพราะตอนนี้ทุกอย่างได้พังทลายไปหมดแล้ว ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมยังสามารถไปต่อได้แม้ไม่มีแกนนำ เพราะทุกคนคือแกนนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ แกนนำราษฎร 2563 กล่าวถึงการเปลี่ยนที่ชุมนุมมาเป็นที่ SCB ว่ากระบวนการของเราเป็นสันติวิธีมาโดยตลอด เราประเมินแล้วที่ตำรวจปิดกั้นเส้นทางที่เราจะไป และเราประเมินถึงความไม่ชอบธรรมที่เจ้าหน้าที่จะสร้างให้มันเกิดเงื่อนไขการทำรัฐประหาร เราจึงเลือกเปลี่ยนเส้นทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 16.00 น.เศษ นายพริษฐ์ร่วมกับนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง และนายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา ขึ้นร้องลำตัดเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์บนรถปราศรัย เรียกเสียงครื้นเครงจากผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน จ.ส.ต.พลาม พรมจำปา หรือครูพลาม อดีตครูฝึกหน่วยรบพิเศษ ตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร ที่ได้เปิดตัวประกาศเป็น &amp;ldquo;การ์ดรบพิเศษ&amp;rdquo; ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร 2563 ให้สัมภาษณ์ว่า จากที่ตนเปิดรับสมัครการ์ดรบพิเศษเมื่อ 2-3 วันผ่านมา มีผู้สนใจมาลงทะเบียนเข้ามาเป็นการ์ดกว่า 300 คน และ 30 เปอร์เซ็นต์ของการ์ดรบพิเศษเป็นอดีตเจ้าหน้าที่เก่า ที่เหลือคือผู้ที่ชอบแนวทางของตน หากมีการจะสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ ตนจะเป็นคนรับหน้าที่เข้าไปคุยไปเจรจา เพราะเคยเป็นเจ้าหน้าที่มา คิดว่าน่าจะคุยกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรรคก้าวไกล 4 คน ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, น.ส.เบญจา แสงจันทร์ และนางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล เดินทางเข้าพื้นที่การชุมนุม โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า นายพิธาน ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ได้มอบหมายให้พวกเราทั้ง 4 คนเข้ามาสังเกตการณ์การชุมนุม เพื่อให้การใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนได้รับความปลอดภัย โดยจะอยู่ในพื้นที่จนยุติการชุมนุม และหากเกิดอะไรขึ้น ก็จะได้ดูแลช่วยเหลือประสานงานกัน
แจกธนบัตรราษฎรแลกเงินสด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.00 น. นายพริษฐ์ขึ้นเวทีรถเครื่องเสียง ประกาศให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่นั่งอยู่บริเวณถนนและลานจอดรถด้านหน้าของ ธ.ไทยพาณิชย์ ติดถนนรัชดาฯ เข้าไปนั่งในสวนหย่อมหน้าสำนักงานฯ โดยบอกให้เข้าไปนั่งพักผ่อนฟังการอภิปรายให้สบายใจ พร้อมบอกว่า &amp;quot;เข้าไปนั่ง ผมรับผิดชอบเอง&amp;quot; เงินที่ทำสวนหย่อมก็เป็นเงินภาษีของประชาชน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เป็นการยกระดับการชุมนุม ไม่มีคำว่าแผ่วคำว่าถอยอีกต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.30 น. กลุ่มราษฎรได้แจกธนบัตรราษฎร ซึ่งเป็นรูปเป็ดเหลือง จำนวน 3,000 ใบ โดย 1 ใบมีมูลค่า 10 บาท ซึ่งสามารถนำไปใช้ซื้อของกับผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าต่างๆ (ซีไอเอ) อย่างคึกคัก อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม ร้านของที่ระลึกบริเวณที่มีการชุมนุม โดยร้านค้าต่างๆ ที่ร่วมกิจกรรมจะมีการแจ้งให้ผู้ชุมนุมรับทราบ โดยติดป้ายรูปธนบัตรเอาไว้หน้าร้าน ทั้งนี้ เมื่อร้านค้าต่างๆ ได้รับธนบัตรดังกล่าวแล้วก็จะนำมาเปลี่ยนเป็นเงินของจริงสกุลบาทได้ที่แกนนำผู้ชุมนุมในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านเฟซบุ๊ก สถาบันทิศทางไทย-Thai Move Institute ได้มีความเคลื่อนไหวถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า &amp;quot;แบงก์เป็ดเหลืองใช้แทนเงินสด ซื้อสินค้าในม็อบ มีความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ป้ายธนาคารไทยพาณิชย์ด้านหน้ามวลชนได้นำแผ่นไวนิลสีเหลืองไปปิดทับ พร้อมข้อความจาบจ้างสถาบันฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.00 น. นายพริษฐ์ขึ้นเวทีรถเครื่องเสียงปราศรัยว่า ขณะนี้มวลชนมาอยู่ที่แห่งนี้สุดลูกหูลูกตา และพวกไดโนเสาร์ได้กินแกงหม้อใหญ่อีกหนึ่งหม้อ ส่วนที่แกงไดโนเสาร์แล้วมาที่ ธ.ไทยพาณิชย์ 1.ฝ่ายศักดินา อำมหิต เผด็จการจิตใจชั่วร้าย ให้เสื้อเหลือง ตำรวจ มารอรุมสกรัม เราต้องเลี่ยงความรุนแรง ชีวิตมีค่าเกินกว่าจะสูญเสีย โลกกำลังล้อมไทย โลกกำลังจับตาประเทศไทยอยู่นี้ จึงเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่การต่อสู้ เราจะไม่ตกหลุมพรางเผด็จการ 2.สำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ แต่เป็นแค่ออฟฟิศ แต่หุ้นอยู่ที่ ธ.ไทยพาณิชย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.27 น. นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ขึ้นปราศรัยว่า วันไหนเราจะไปสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เราก็จะเดินไป อย่าคิดว่าตู้คอนเทนเนอร์จะเอาอยู่ อย่าดูถูกการ์ดอาชีวะ และหากมีการรัฐประหาร เราจะสู้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่เชื่อลองรัฐประหารดู แล้วเจอกันแล้ว เรายังมีนัดชุมนุมกันอีกก่อนสิ้นปีนี้ บิ๊กๆ เบิ้มๆ แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ปราศรัยต่อจากนายอานนท์ ซึ่งถือเป็นเซอร์ไพรส์คือ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม ขึ้นกล่าวสั้นๆ ถึงการใช้ ป.อาญา มาตรา 112 ว่า การที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เอา ม.112 มาใช้ เป็นการขัดพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ชั่วร้ายมาก ต้องบีบ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพริษฐ์กล่าวว่า ในวันที่ 26 พ.ย. จะหยุดการชุมนุม 1 วัน และจะแจ้งให้ทราบถึงสถานที่การชุมนุมในวันที่ 27 พ.ย. ส่วนวันที่ 28 พ.ย. จะมีการจัดการชุมนุมบริเวณย่านปริมณฑล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 21.20 น. ได้มีการร้องเพลงเพื่อมวลชน และได้สั่งการยุติการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85067</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎอัยการศึก, จาบจ้วงสถาบัน, ชุมนุมยืดเยื้อ, ชุมนุมยืดเยื้อ 5 วัน, ดำเนินคดี, ม.112, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe653471081.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจี๊ยบคอนถม&#039; ดิ้นพล่าน! นำชาว 3 นิ้วรุมด่า &#039;ดี้ นิติพงษ์&#039; หลังหอบหลักฐานแจ้งความแกนนำม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.63 - นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนายนิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดังนำหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิดแกนนำม็อบคณะราษฎรกระทำการจาบจ้วงหมิ่นสถาบัน&amp;nbsp;ว่าทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกันตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล&amp;nbsp;กฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทไม่ควรมีโทษอาญา และควรกำหนดบทลงโทษทางแพ่งและบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในโพสต์ดังกล่าวได้มีชาว 3 นิ้วเข้ามาคอมเม้นท์โจมตี ด่าทอนายนิติพงษ์ ห่อนาค ด้วยถ้อยคำหยาบคายเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84863</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาบจ้วงสถาบัน, ดี้ นิติพงษ์, นิติพงษ์ ห่อนาค, ปกป้องสถาบัน, มาตรา112, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5faca72104799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
