<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พักผ่อนเพียงพอ-หมั่นออกกำลัง ตัวช่วยป้องกันโรคหวัดหน้าฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่ต้องแปลกใจที่ช่วงนี้เราจะพบผู้สูงอายุไอ จาม ซึ่งเป็นอาการของโรคหวัดที่มักพบได้ในช่วงฤดูฝน เนื่องจากอากาศชื้นทำให้เชื้อไวรัสกระจายตัวได้ดี ประกอบกับร่างกายของผู้สูงอายุมักจะอ่อนแออยู่แล้ว ทั้งจากภาวะความเสื่อมในร่างกาย จึงทำให้เกิดโรคได้ง่าย การดูแลสุขภาพของคุณตาคุณยายเป็นสิ่งที่ต้องนำมาเสนอ เพราะเพียงแค่การที่ท่านพักผ่อนไม่เพียงพอก็อาจทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ และเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอาการเจ็บคอ ไอ และไม่มีเรี่ยวแรง พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย ให้คำแนะนำถึงการดูแลสุขภาพของคุณตาคุณยายในช่วงหน้าฝน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พญ.พลอยลดากล่าวว่า &amp;ldquo;การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุให้ห่างจากโรคหวัด ที่อาจจะนำมาซึ่งอาการเจ็บคอและปวดเมื่อยร่างกาย กระทั่งรับประทานอาหารไม่ได้ โดยเริ่มกันที่การดูแลเรื่อง &amp;ldquo;อาหาร&amp;rdquo; การกินให้กับท่าน เช่น ให้เน้นที่ผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีเป็นหลัก ที่สำคัญต้องปรุงให้มีความนิ่ม เพื่อให้คนสูงวัยรับประทานได้ง่าย แต่บางครั้งการกินข้าวต้มอย่างเดียวอาจทำให้ท่านขาดสารอาหาร และภูมิคุ้มกันลดน้อยลงได้เช่นกัน นอกจากนี้ก็ควรให้ผู้สูงวัยหมั่นจิบน้ำให้เยอะ เพื่อให้ร่างกายมีความชุ่มชื่น และพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะถ้าท่านนอนน้อยก็จะทำให้ภูมิคุ้มในร่างกายตก เมื่อนั้นก็จะเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคหวัดในช่วงหน้าฝนอย่างนี้ ที่สำคัญหมอแนะนำว่า ทุกๆ เช้า ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปเดินรับแดด เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินดีที่มีสรรพคุณกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานปกติ ก็ถือเป็นวิธีป้องกันโรคหวัดได้ทางหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ป้องกันโรคทางเดินหายใจช่วงหน้าฝน อากาศชื้น ผู้สูงอายุควรเดินออกกำลังกายช่วงเช้าเพื่อรับวิตามินดี ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายให้ทำงานต่อสู้เชื้อโรค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ไล่มาถึงเรื่องการ &amp;ldquo;ออกกำลังกาย&amp;rdquo; ที่ถือเป็นยาวิเศษ ป้องกันโรคทางเดินหายใจได้ทางหนึ่ง ซึ่งการจะเลือกชนิดกีฬาที่เหมาะกับท่าน ต้องดูว่าผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคอะไรอยู่หรือไม่ ถ้าท่านมีสุขภาพดีปกติ ไม่ได้มีปัญหาเรื่องปวดเข่าหรือปวดข้อ ก็แนะนำว่าให้ฝึก &amp;ldquo;รำไท้เก๊ก&amp;rdquo; ซึ่งเป็นกีฬาที่ช่วยฝึกการทรงตัว ช่วยให้หัวใจทำงานปกติ ที่สำคัญยังเป็นกายบริหารร่างกายที่ทำให้อารมณ์แจ่มใส และยังทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนแข็งแรง หรือถ้าหากผู้สูงอายุคนไหนมีปัญหาปวดเข่าและปวดข้อ แนะนำให้ &amp;ldquo;ว่ายน้ำ&amp;rdquo; ก็เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเซฟการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่าหรือข้อได้ค่อนข้างดี ที่สำคัญแรงต้านของน้ำถือเป็นตัวบำบัดอาการปวดเมื่อยไปด้วยในตัว หรือ &amp;ldquo;เดินเบาๆ ในสวน&amp;rdquo; หากว่าผู้สูงอายุมีอาการปวดเมื่อยร่างกาย หรือเลือกที่จะ &amp;ldquo;ยืนแกว่งแขน&amp;rdquo; ให้ได้วันละประมาณ 600 ครั้ง ส่วนระยะเวลาของการออกกำลังแต่ละประเภทนั้น เป็นไปได้ควรเอกเซอร์ไซส์แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่จำเป็นจะต้องกำหนดว่า 20-30 นาทีต่อครั้ง แต่ให้ท่านได้ทำท่ากายบริหารเท่าที่สุขภาพจะเอื้ออำนวย ซึ่งบางรายอาจจะทำได้ประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง ก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ นอกจากนี้ การ &amp;ldquo;ไม่เครียด&amp;rdquo; ทำให้อารมณ์ให้แจ่มใส จากการพูดคุยกับลูกหลาน หรือการดูรายการทีวีที่ชอบ, อ่านหนังสือ หรือทำสวน ก็ถือเป็นเทคนิคสุขภาพดีที่ทำให้ห่างไกลโรค โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่โรคหวัดมักถามหาคุณตาคุณยายอยู่บ่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นอกจากโรคหวัดในช่วงหน้าฝนแล้ว การรับประทานปลาร้าในที่ฝนตกและมีปลาชุกชุม อาจทำให้ผู้สูงอายุเป็นโรคพยาธิจากการบริโภคอาหารดิบ หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากโรคหวัดแล้ว การหลีกเลี่ยงอาหารดิบที่ไม่ได้ผ่านการปรุงให้สุกอย่าง &amp;ldquo;ปลาร้า&amp;rdquo; ก็สามารถทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายผู้สูงอายุต่ำ เสี่ยงต่อการป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะ &amp;ldquo;โรคพยาธิ&amp;rdquo; ที่อาจถามหาได้เช่นกัน ดังนั้นเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก หรือปรุงสุกๆ ดิบๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูลาบ ก้อยต่างๆ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณตาคุณยาย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13224</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, จาม, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, รำไท้เก๊ก, ออกกำลังกาย, อาหาร, อ่านหนังสือ, เจ็บคอ, โรคพยาธิ, โรคหวัด, โลกวัยเกษียณ, ไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b4601e7aa49f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างความมั่นใจให้สว. พร้อมก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันประเทศทั่วโลกต่างกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยประเทศญี่ปุ่นถือเป็นประเทศแรกที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปี 2549 สำหรับประเทศไทยในขณะนี้ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว และกระทรวงสาธารณสุขยังระบุว่า จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ภายในปี 2568 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า แต่ก่อนจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย คนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นลูกๆ หลานๆ หรือแม้กระทั่งตัวผู้สูงอายุเองควรเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะด้านอารมณ์และสุขภาพ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยอายุของประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสถิติจำนวนประชากรในประเทศ แสดงให้เห็นได้ว่าประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น และมีจำนวนประชากรเด็กน้อยลง จึงคาดว่าจำนวนประชากรไทยที่มีอายุมากกว่า 65 ปี จากเดิมที่มีเพียง 7 ล้านคน จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 17 ล้านคนในอีก 30 ปีข้างหน้า เนื่องมาจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงความสำเร็จในการรณรงค์ให้มีการคุมกำเนิดในช่วงปี พ.ศ.2513 เป็นผลให้ประชากรผู้สูงอายุมีมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของสถิติจำนวนประชากรเช่นนี้ได้เกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้วร่วม 100 ปีก่อน อัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรผู้สูงอายุดังกล่าวนั้น รวดเร็วยิ่งกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใส่ใจดูแลสุขภาพและการรับโภชนาการที่ดี รวมถึงพัฒนาการทางการแพทย์ที่สูงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ประชากรมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ผู้สูงอายุจึงมีความสุขในการใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณมากขึ้น และมีจำนวนไม่น้อยที่ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่ว โดยมีเวลาในการออกกำลังกาย รวมไปถึงการดูแลสุขภาพด้วยวิธีอื่นๆ ขณะที่บางกลุ่มเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิต กับอีกจำนวนหนึ่งที่ชื่นชอบในการเข้าร่วมสื่อสังคมออนไลน์ เช่น โปรแกรมไลน์ และเฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ก็เพื่อให้เราก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงวัยที่พร้อมและมีความสุข เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ การเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ด้วยอายุที่สูงขึ้น สภาพร่างกายและระบบการทำงานต่างๆ ของร่ายกาย ก็เกิดการเสื่อมถอยตามธรรมชาติ และอาจเกิดโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งต้องได้รับการดูแลที่แตกต่างไป นอกจากนี้ การเจ็บป่วยของผู้สูงอายุอาจเกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆ ได้ในเวลาเดียวกัน หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยกับผู้สูงอายุ ได้แก่ ปัญหาในการควบคุมการขับถ่าย เช่น ปัสสาวะเล็ด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่แม้อาการดังกล่าวจะเป็นเพียงปัญหาเล็กๆ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ และเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้สูงวัยทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่ก็ยังคงเป็นสิ่งที่รบกวนการใช้ชีวิตในสังคมของผู้สูงอายุ เช่น อาการปัสสาวะเล็ด เมื่อไอ จาม หรือ หัวเราะ โดยความรุนแรงของอาการนั้น เริ่มตั้งแต่การมีปัสสาวะหยดมาเปื้อนกางเกงในปริมาณที่ไม่มากนัก จนถึงมีอาการปัสสาวะเล็ดออกมาเป็นปริมาณมาก บางครั้งอาจมีอุจจาระเล็ดร่วมด้วย อาการที่เกิดขึ้นนั้น ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน และก่อให้เกิดความกังวลใจในการเข้าสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยวิวัฒนาการที่เจริญก้าวหน้า ทำให้ปัจจุบันมีตัวช่วยในการรับมือกับอาการปัญหาปัสสาวะเล็ดเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือต้องเดินทางไกล ซึ่งไม่สะดวกในการใช้ห้องน้ำสาธารณะหรือการลุกมาเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ในตอนกลางคืน ผลิตภัณฑ์กางเกงซึมซับผู้ใหญ่ จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ เพื่อผู้สวมใส่รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่าง กางเกงซึมซับผู้ใหญ่ยี่ห้อ &amp;ldquo;ซีเคียว&amp;rdquo; ที่สามารถใช้สวมใส่แทนกางเกงชั้นใน ป้องกันการรั่วซึมได้รอบทิศทาง ให้ความกระชับ คล่องตัว ทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ พร้อมกับเจลซึมซับและนวัตกรรมผิวด้านนอกนุ่มคล้ายผ้า ช่วยระบายอากาศและความร้อน ก็เป็นการตอบโจทย์ผู้สูงวัยได้อย่างดี. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11301</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, จาม, ปัสสาวะเล็ด, หัวเราะ, เฟซบุ๊ก, โลกวัยเกษียณ, ไลน์, ไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b211c98040e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
