<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ต่อสายกษัตริย์ซาอุฯ ก่อนสหรัฐเปิดเผยรายงาน&#039;คาช็อกกี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน สนทนาทางโทรศัพท์กับสมเด็จพระราชาธิบดีซาอุดีอาระเบียเมื่อวันพฤหัสบดี หนึ่งวันก่อนหน้าที่สหรัฐเปิดเผยรายงานข่าวกรองลับชี้ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวข้องกับการฆ่าชำแหละศพ &amp;quot;จามัล คาช็อกกี&amp;quot; นักข่าวชาวซาอุดีฯ ภายในสถานกงสุลซาอุฯ ที่ตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นักเคลื่อนไหวจากองค์กรความยุติธรรมเพื่อจามัล คาช็อกกี ถือรูปนักข่าวรายนี้ ระหว่างจัดแถลงข่าวเรื่องการหายตัวไปของเขาที่ด้านหน้าสำนักงานวอชิงตันโพสต์เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า เชื่อกันว่า รายงานลับที่คาดว่าจะเปิดเผยต่อสาธารณะในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ตามเวลาสหรัฐ จะระบุโดยอ้างอิงจากข่าวกรองที่รวบรวมโดยสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และหน่วยงานจารกรรมอื่นๆ ว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ซึ่งเป็นประมุขโดยพฤตินัยของราชอาณาจักรแห่งนี้ คือผู้สั่งการให้สังหารคอลัมนิสต์วิจารณ์ราชวงศ์รายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายทรงยืนกรานปฏิเสธว่าพระองค์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ถึงแม้ว่าที่ปรึกษาใกล้ชิดของพระองค์บางคนเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตั้งใจกระชับความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย หลีกเลี่ยงการเปิดเผยรายงานฉบับนี้ หรือพาดพิงถึงเจ้าชาย แต่ขณะนี้รายงานฉบับดังกล่าวกำลังจะเปิดเผยต่อสาธารณะในช่วงยามที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้องการเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับตะวันออกกลางเสียใหม่ และนำหลักสิทธิมนุษยชนกลับมาเป็นจุดเด่นในนโยบายของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการเปิดเผยรายงาน ไบเดนได้คุยโทรศัพท์กับสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานเมื่อวันพฤหัสบดี แถลงการณ์ของทำเนียบขาวเกี่ยวกับการสนทนาทางโทรศัพท์ครั้งนี้ไม่ได้เอ่ยถึงรายงานคาช็อกกี แต่ไบเดนกล่าวไว้เมื่อวันพุธว่าเขาได้อ่านแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวกล่าวว่า ไบเดนและกษัตริย์ซาอุฯ ซึ่งมีพระชนมพรรษา 85 พรรษา หารือกันเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคและประเด็นอื่นๆ โดยไบเดนกล่าวว่า เขาจะทำงานเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีแข็งแกร่งและโปร่งใสที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาช็อกกี ซึ่งเป็นนักข่าวและบรรณาธิการที่ได้รับการยอมรับนับถือ หนีจากซาอุฯ ไปใช้ชีวิตลี้ภัยในสหรัฐ เขาเขียนบทความหลายชิ้นวิจารณ์เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ซึ่งมีพระชนมายุ 35 พรรษา ก่อนที่จะโดนฆ่าตายที่สถานกงสุลซาอุฯ ประจำนครอิสตันบูลเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 นักข่าววัย 59 ปีรายนี้เดินทางจากสหรัฐไปยังสถานกงสุลแห่งนี้ตามคำแนะนำของเอกอัครราชทูตซาอุฯ ประจำสหรัฐ เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับฮาทิซ เจนกิซ คู่หมั้นของเขาที่เป็นชาวตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานกงสุล เขาโดนฆาตกรรมแล้วชำแหละศพเพื่อกำจัดหลักฐาน โดยฝีมือของทีมสังหารที่ส่งไปจากซาอุฯ ตามคำสั่งของซาอุด อัลกาห์ตาตี ผู้ช่วยคนสนิทของเจ้าชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งเดือนหลังการฆาตกรรม รายงานวอชิงตันโพสต์ ซึ่งคาช็อกกีเป็นคอลัมนิสต์ กล่าวว่า ซีไอเอสรุปด้วยความเชื่อมั่นในระดับสูงว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดคือผู้ออกคำสั่งสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับซาอุฯ ไว้ จึงไม่กล่าวโทษอย่างเปิดเผยว่าเจ้าชายคือผู้รับผิดชอบต่อการสังหาร ทั้งที่รัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้ลงโทษผู้ที่กระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของวอชิงตันโพสต์กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐมีหลักฐานสำคัญหลายชิ้นที่ชี้ไปยังเจ้าชาย หลักฐานหนึ่งคือคำสนทนาโทรศัพท์ที่เจ้าชายตรัสกับเจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน พระอนุชา ที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐ ให้ส่งตัวคาช็อกกีไปสถานกงสุลตุรกีเพื่อขอเอกสารแต่งงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีหลักฐานจากข่าวกรองตุรกีที่บันทึกเสียงการฆาตกรรมในสถานกงสุลไว้ได้ ที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นภายในและระบุตัวผู้ร่วมก่อเหตุและการติดต่อระหว่างทีมสังหารกับซาอุฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94360</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, รายงานข่าวกรอง, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5660d517ddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 23:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 23:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลซาอุฯกลับคำพิพากษาประหารชีวิต5ฆาตกรฆ่า&#039;คาช็อกกี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ ศาลซาอุดีอาระเบียกลับคำพิพากษาประหารชีวิตจำเลย 5 คนในคดีฆาตกรรมจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์วิจารณ์ราชวงศ์ซาอุดี โดยพิพากษาใหม่ให้จำคุกจำเลย 8 คน รวมถึง 5 คนนี้ ตั้งแต่ 7-20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า คำตัดสินซึ่งเป็นที่สิ้นสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 7 กันยายน มีออกมาภายหลังลูกชายหลายคนของคาช็อกกีประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า พวกเขา &amp;quot;ให้อภัย&amp;quot; ฆาตกรฆ่าพ่อ เปิดทางให้มีการลงโทษที่เบาลง ซึ่งรวมถึงการลดโทษประหารชีวิตที่ตัดสินลงโทษจำเลย 5 รายเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวซาอุดีเพรสของทางการรายงานว่า จำเลย 5 รายนี้ถูกลดโทษเหลือจำคุก 20 ปี อีก 3 รายที่เหลือจำคุกระหว่าง 7-10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอลัมนิสต์ชาวซาอุฯ วัย 59 ปี รายนี้โดนฆาตกรรมแล้วชำแหละศพภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบุลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ทางการตุรกีกล่าวว่า การฆาตกรรมครั้งนี้เป็นฝีมือของทีมสังหารจากซาอุฯ 15 คน จนถึงปัจจุบันยังหาชิ้นส่วนศพของเขาไม่พบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลับคำพิพากษาประหารชีวิต, จามัล คาช็อกกี, ศาลซาอุดีอาระเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5660d517ddc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกชาย&#039;จามัล คาช็อกกี&#039;ยกโทษให้ฆาตกรฆ่าพ่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ลูกๆ ของจามัล คาช็อกกี คอลัมนิสต์วอชิงตันโพสต์ชาวซาอุดีอาระเบียที่มักเขียนวิจารณ์ราชวงศ์ซาอุฯ ประกาศ &amp;quot;ให้อภัย&amp;quot; ฆาตกรที่ฆ่าโหดพ่อของพวกเขาแล้ว นักวิเคราะห์ชี้จำเลย 5 คนในคดีนี้ที่ถูกพิพากษาประหารชีวิตอาจรอดตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จามัล คาช็อกกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จามัล คาช็อกกี นักข่าววงในราชวงศ์ที่ผันตัวมาวิจารณ์เจ้าซาอุดีอาระเบีย ถูกฆ่าโหดแล้วชำแหละศพภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ถึงบัดนี้ยังหาชิ้นส่วนศพของเขาไม่พบ โดยเชื่อว่าถูกทำลายสิ้นแล้ว การสอบสวนของทางการตุรกีระบุว่า ผู้ลงมือเป็นสายลับซาอุฯ 15 คนที่ถูกส่งเข้ามาปฏิบัติการ ขณะที่หน่วยข่าวกรองกลางของสหรัฐ (ซีไอเอ) และผู้แทนพิเศษขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เกี่ยวข้องโดยตรงกับการฆาตกรรมครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลซาอุฯ ซึ่งปฏิเสธความเกี่ยวข้องในทีแรก ยอมรับภายหลังว่าเป็นฝีมือสายลับของตนที่พลั้งมือฆ่าคอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์วัย 59 ปีที่หนีไปใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐ มีผู้เกี่ยวข้อง 11 รายถูกส่งฟ้องดำเนินคดีในศาล ส่วนใหญ่ไม่เปิดเผยชื่อ โดยเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ศาลตัดสินประหารชีวิตจำเลย 5 ราย และมี 3 รายถูกตัดสินจำคุก 24 ปี ที่เหลือพ้นผิด ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายที่ใกล้ชิดเจ้าชายซัลมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2563 ซาลาห์ คาช็อกกี ลูกชายที่เป็นตัวแทนของครอบครัวนี้ ประกาศทางทวิตเตอร์ว่า ลูกชายทุกคนของจามัล คาช็อกกี ให้อภัยและยกโทษให้ผู้ที่ฆ่าพ่อของพวกเขาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ทางการซาอุฯ ยังไม่ได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับข้อกฎหมายที่อาจเป็นผลต่อเนื่องจากคำประกาศของลูกชายคาช็อกกีคนนี้ ซึ่งพำนักอยู่ในซาอุฯ และเคยปฏิเสธรายงานข่าวเรื่องการรับเงินเพื่อไกล่เกลี่ยคดีจากรัฐบาลซาอุฯ แต่นักวิเคราะห์หลายคน รวมถึงนาบีล โนไวราห์ กล่าวว่า คำประกาศของครอบครัวนี้มีความหมายโดยปริยายว่า &amp;quot;ฆาตกรทั้งหลายจะไม่ถูกประหารชีวิต&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว วอชิงตันโพสต์รายงานว่า ลูกๆ ของคาช็อกกี รวมถึงซาลาห์ได้บ้านหลายหลังที่มีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ และยังได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงจากทางการซาอุฯ เดือนละหลายพันดอลลาร์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฮทิซ เจนกิซ คู่หมั้นชาวตุรกีของคาช็อกกีที่เขาเตรียมแต่งงานด้วยและเข้าไปสถานกงสุลเพื่อขอเอกสารจนโดนฆ่าตาย แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของครอบครัวคาช็อกกี โดยกล่าวว่า ไม่มีใครมีสิทธิยกโทษให้ฆาตกร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66654</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, นักข่าวซาอุฯ, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7cd49d5199.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 21:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุฯ ตัดสินประหาร 5 จำเลยฆ่า &#039;คาช็อกกี&#039; ตัวบิ๊กรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลซาอุดีอาระเบียมีคำพิพากษาคดีฆาตกรรม &amp;quot;จามัล คาช็อกกี&amp;quot; นักข่าววิจารณ์เจ้าชายซาอุดีอาระเบียแล้วเมื่อวันจันทร์ จำเลย 5 คนถูกตัดสินประหารชีวิต สามคนถูกจำคุกรวม 24 ปี ขณะเจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 คนที่ถูกซัดทอดว่าเป็นผู้บงการรอดตัว ศาลอ้างขาดหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จอภาพแสดงใบหน้าของจามัล คาช็อกกี ในงานรำลึกที่นครอิสตันบุลวันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การฆาตกรรมอำพรางศพนักข่าววัย 59 ปีซึ่งเขียนบทความให้วอชิงตันโพสต์รายนี้ ภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบูลของตุรกี เป็นข่าวครึกโครมเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และทำลายภาพพจน์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บินซัลมาน มกุฎราชกุมาร ซึ่งสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐและรัฐบาลตะวันตกบางประเทศเชื่อว่าพระองค์เป็นผู้สั่งการ แม้รัฐบาลซาอุฯ จะยืนกรานปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการซาอุฯ ฟ้องดำเนินคดีจำเลย 11 คนโดยกระบวนการพิจารณาคดีปิดเป็นความลับ กระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ธันวาคม 2562 ชาลาน อัลชาลาน รองอัยการสูงสุด เปิดแถลงข่าวโดยอ่านคำพิพากษาว่า ศาลตัดสินประหารชีวิตจำเลย 5 คน ตัดสินจำคุกจำเลยอีก 3 คนรวม 24 ปี และยกฟ้องจำเลย 3 คน พวกเขาสามารถยื่นอุทธรณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราพบว่าการฆาตกรรมคาช็อกกีไม่ได้เป็นการวางแผนล่วงหน้า&amp;quot; รองอัยการสูงสุดกล่าว พร้อมกับเสริมว่า การสอบสวนพิสูจน์ได้ว่าจำเลยและคาช็อกกีไม่ได้เป็นศัตรูกันมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้พนักงานสอบสวนจับกุมผู้ต้องสงสัยรวม 21 คน และเรียก 10 คนมาสอบปากคำโดยไม่ได้จับกุม และสุดท้ายอัยการส่งฟ้อง 11 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาช็อกกีเคยเป็นบุคคลใกล้ชิดกับราชวงศ์ซาอุด แต่ภายหลังเขามักวิจารณ์ราชวงศ์และมกุฎราชกุมารซึ่งทรงเป็นประมุขของราชอาณาจักรแห่งนี้โดยพฤตินัย เขาย้ายออกจากซาอุฯ ไปพักอาศัยที่สหรัฐ วันเกิดเหตุวันที่ 2 ตุลาคม 2561 นั้น เขาเข้าไปสถานกงสุลที่นครอิสตันบูลเพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงานกับคู่หมั้น แต่เขาไม่ได้กลับออกมาอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตุรกีเชื่อว่าคาช็อกกีโดนฆ่าตายภายในสถานกงสุล โดยฝีมือของทีมสังหาร 15 คนที่เดินทางมาจากซาอุฯ การค้นหาภายในสถานกงสุลไม่พบศพของเขา โดยเชื่อว่าศพถูกชำแหละแล้วเคลื่อนย้ายออกจากที่นั่นและจนบัดนี้ก็ยังไม่พบชิ้นส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการซาอุฯ กล่าวว่า อาเหม็ด อัลอัสซิรี รองผู้อำนวยการข่าวกรอง เป็นผู้ควบคุมการฆาตกรรมครั้งนี้ โดยเขาได้รับคำแนะนำจากซาอุด อัลกาห์ตานี ที่ปรึกษาด้านสื่อของราชวงศ์ซาอุด ทว่า แม้กาห์ตานีจะถูกสอบสวน แต่เขาไม่ถูกส่งฟ้องด้วย &amp;quot;เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ&amp;quot; ส่วนอัสซิรีถูกสอบสวนและตั้งข้อหา แต่สุดท้ายศาลตัดสินยกฟ้องเขาด้วยเหตุผลเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวที่เป็นชาวตะวันตกกล่าวกันว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง 2 รายนี้เป็นบุคคลวงในที่ใกล้ชิดกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด พวกเขาถูกปลดจากตำแหน่ง แต่มีเพียงอัสซิรีคนเดียวที่ถูกดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาห์ตานีเคยทำหน้าที่ดูแลการรณรงค์ทางโซเชียลมีเดียต่อต้านพวกที่วิจารณ์ราชวงศ์และถูกมองว่าเป็นบุคคลวงในสายตรงถึงเจ้าชาย เขาหายหน้าจากสาธารณะนับแต่เกิดคดีฆาตกรรม และมีการคาดเดากันต่างๆ นานาว่าขณะนี้เขาอยู่ที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวหลายรายบอกกับเอเอฟพีด้วยว่า ผู้ที่ถูกพิจารณาคดียังประกอบด้วย มาเฮอร์ มูเตร็บ สายลับที่ติดตามเจ้าชายโมฮัมเหม็ดขณะเสด็จเยือนต่างประเทศอยู่เสมอ, ซาเลาะห์ อัลตูเบกี ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ และฟาฮัด อัลบาลาวี หนึ่งในราชองครักษ์ ยังไม่มีข้อมูลว่าพวกเขาอยู่ในกลุ่มที่ถูกตัดสินประหารชีวิตหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวกล่าวกันด้วยว่า หลายคนที่ถูกกล่าวหาให้การปกป้องตนเองต่อศาลว่าพวกเขาปฏิบัติตามคำสั่งของอัสซิรี ที่พวกเขาระบุว่าเป็น &amp;quot;ตัวการใหญ่&amp;quot; ของปฏิบัติการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของอัยการเผยว่า ศาลที่กรุงริยาดเปิดไต่สวนรวม 9 นัด โดยมีผู้แทนจากประชาคมระหว่างประเทศ รวมถึงสมาชิกครอบครัวของคาช็อกกี เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53130</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ซาอุดีอาระเบีย, ตัดสินประหารชีวิต, ศาลซาอุฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191223/image_big_5e00c08641f3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นพบหลักฐานน่าเชื่อ โยง &#039;มกุฎราชกุมารซาอุฯ&#039; คดีฆ่าคาช็อกกี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิของยูเอ็นเผยรายงานผลการสอบสวนอิสระคดีฆาตกรรมจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ว่ามีหลักฐานน่าเชื่อถือที่โยงถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุฯ รวมทั้งมกุฎราชกุมาร พร้อมเรียกร้องให้เปิดการสอบสวนระดับนานาชาติและคว่ำบาตรทรัพย์สินในต่างแดนของเจ้าชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอกเนส แคลลามาร์ด ผู้จัดทำรายงานพิเศษว่าด้วยการฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม, อย่างรวบรัด หรือตามอำเภอใจ ขององค์การสหประชาชาติ ระบุไว้ในรายงานผลการสอบสวนอย่างอิสระ เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 19 มิถุนายน ว่าเธอลงความเห็นว่ามี &amp;quot;หลักฐานที่น่าเชื่อถือ&amp;quot; อันควรแก่การสอบสวนเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุดีอาระเบียหลายคน รวมถึงเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันผู้แทนพิเศษของยูเอ็นรายนี้ชี้ว่า การคว่ำบาตรของนานาชาติที่มีอยู่จนถึงขณะนี้เพื่อตอบโต้การฆาตกรรมคาช็อกกี ไม่สามารถตอบคำถามที่เป็นข้อใหญ่ใจความของห่วงโซ่การบัญชาการ&amp;nbsp; และความรับผิดชอบของผู้นำในระดับอาวุโสที่อยู่เบื้องหลังหรือเกี่ยวข้องกับการสังหารครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคลลามาร์ดแนะนำว่า จากหลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความรับผิดชอบของมกุฎราชกุมารต่อการสังหาร การแซงก์ชันเหล่านี้ควรรวมถึงมกุฎราชกุมารและทรัพย์สินส่วนพระองค์ที่อยู่ในต่างแดนด้วย&amp;nbsp; จนกว่าจะมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเจ้าชายไม่ต้องรับผิดชอบกับการสังหารนักข่าวรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์ซึ่งมักวิพากษ์วิจารณ์มกุฎราชกุมารรายนี้ โดนฆ่าตายภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ช่วงแรกนั้นทางการซาอุฯ อ้างว่าไม่รู้ชะตากรรมของเขา แต่ภายหลังก็กล่าวโทษว่า การสังหารเขาเป็นฝีมือของสายลับแตกแถว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการซาอุฯ ระบุว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และว่าซาอุฯ คุมขังผู้ต้องสงสัยไว้ราว 24 คน และ 5 คนมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอกเนส แคลลามาร์ด ตอบคำถามภายหลังนำเสนอรายงานเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายงานซึ่งแคลลามาร์ดเรียกว่าเป็นการไต่สวนด้านสิทธิมนุษยชนอย่างอิสระในคดีการตายของคาช็อกกี เธอกล่าวไว้ว่า ผลการสอบสวนอิสระของเธอพบว่า การสอบโดยซาอุฯ และตุรกีจนถึงขณะนี้ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนการตายอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอยังเรียกร้องให้อันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็น เปิดการสอบสวนคดีอาญาระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างแฟ้มข้อมูลที่หนักแน่นเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดที่ถูกกล่าวหาแต่ละรายได้ และระบุกลไกรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ เช่นคณะตุลาการเฉพาะกิจหรือผสมผสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในฐานะที่คาช็อกกีเป็นผู้พักอาศัยในสหรัฐ แคลลามาร์ดเรียกร้องให้สำนักสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) เปิดการสอบสวนคดีนี้ด้วย หากยังไม่ได้สอบ และขอให้ดำเนินคดีทางอาญาภายในสหรัฐตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคลลามาร์ดกล่าวว่า เธอได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดการสังหารภายในสถานกงสุลซาอุฯ ที่อิสตันบูล รายงานของเธอมีชื่อของบุคคล 15 คนที่มีส่วนร่วมในภารกิจสังหารครั้งนั้น และพบว่า หลายคนไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัย 11 คนที่ไม่เปิดเผยนามที่โดนไต่สวนพิจารณาคดีแบบปิด ด้วยความห่วงกังวลเรื่องความยุติธรรมของการไต่สวน เธอจึงเรียกร้องให้ซาอุฯ ระงับการไต่สวนผู้ต้องสงสัย 11 คนไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานนี้พบอีกว่า มีหลักฐานว่าซาอุดีอาระเบียจงใจใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตของสถานกงสุลเพื่อถ่วงเวลาการสอบสวนของตุรกี จนกว่าจะทำความสะอาดสถานที่เกิดเหตุอย่างถ้วนทั่วแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38982</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิยูเอ็น, มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a426d88687.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ต้องสงสัยเป็นสายลับยูเออีผูกคอตายในคุกตุรกี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมและสื่อของตุรกีเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้ต้องสงสัยสปายให้กับยูเออี 1 ใน 2 คนที่โดนควบคุมตัวไว้ ผูกคอตายในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงสวมหน้ากากมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียมือปื้นสีเลือด ประท้วงหน้าสถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เรียกร้องความยุติธรรมให้จามัล คาช็อกกี / AFP&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อาวุโสของตุรกีเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายนว่า ในช่วงที่ควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย 2 คน ซึ่งโดนจับเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา สารภาพว่าพวกเขาเข้ามาจารกรรมให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตุรกีกำลังสอบสวนว่า การเดินทางเข้ามาในตุรกีของหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องหรือไม่กับการสังหารจามัล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุดีอาระเบียและคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่โดนสังหารและหั่นศพที่นครอิสตันบุล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอนาโดลูของทางการตุรกีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายน ว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยสปายที่โดนจับ เสียชีวิตแล้วที่เรือนจำซีลิฟรี ชานนครอิสตันบุล และแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมตุรกียืนยันรายงานดังกล่าว ต่อมาสำนักอัยการตุรกีแถลงว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้แขวนคอตายในเรือนจำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตุรกีเคยกล่าวไว้ระหว่างการควบคุมตัวสปายทั้ง 2 คน ว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่โดนจับเดินทางถึงตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ไม่กี่วันหลังคาช็อกกีถูกสังหารในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบุล เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ขณะที่เขาเข้ามาขอเอกสารเพื่อนำไปแต่งงาน ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกคนเดินทางมาสมทบในเวลาต่อมา เพื่อช่วยเพื่อนร่วมงานปฏิบัติภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอนาโดลูรายงานว่า ชายทั้ง 2 คนโดนตั้งข้อหากระทำจารกรรมระหว่างประเทศ และจารกรรมทางการเมืองและทหาร และถูกส่งตัวไปขังที่เรือนจำซีลิฟรีทางตะวันตกของนครอิสตันบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุรกีมีความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนกับทั้งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็น 2 ชาติอาหรับที่ดำเนินมาตรการปิดล้อมกาตาร์ ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดของตุรกี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34737</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ตุรกี, ผูกคอตาย, สปาย, สายลับยูเออี, เรือนจำตุรกี, แขวนคอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc707309e32b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2019 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉซาอุฯ ให้บ้าน-เงินอุดปากลูกๆ &#039;คาช็อกกี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วอชิงตันโพสต์รายงานว่า ทางการซาอุดีอาระเบียมอบบ้านและเงินแก่ลูกทั้ง 4 คนของจามัล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวที่โดนสังหารในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูล ไม่ให้ปริปากโวยวาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จามัล คาช็อกกี ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2557 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จามัล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวซาอุดีอาระเบียและเป็นคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่มักวิจารณ์รัฐบาลซาอุฯ บ่อยครั้ง เขาถูกฆาตกรรมหั่นศพเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วขณะเข้าไปในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูล โดยฝีมือของสายลับซาอุฯ 15 คนที่ส่งมาจากกรุงริยาด ถึงขณะนี้ยังไม่พบชิ้นส่วนศพของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 1 เมษายนว่า ทางการซาอุฯ มอบบ้านและเงินแก่ลูกทั้ง 4 คนของคาช็อกกี ที่ประกอบด้วยลูกชาย 2 คน และลูกสาว 2 คน โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของซาอุฯ เพื่อบรรลุข้อตกลงระยะยาวกับสมาชิกของครอบครัวคาช็อกกี และเพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ออกมาแถลงข่าวในเรื่องการเสียชีวิตของบิดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอชิงตันโพสต์เผยว่า ทางการซาอุฯ มอบบ้านหลายหลังแก่ลูกๆ ของคาช็อกกีที่เมืองเจดดาห์&amp;nbsp; มูลค่ารวม 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 127 ล้านบาท โดยซาลาห์ บุตรชายคนโตของคาช็อกกีมีแผนที่จะพำนักที่ซาอุฯ ต่อไป ส่วนลูกอีก 3 คนที่ขณะนี้พำนักอยู่ที่สหรัฐ น่าจะขายบ้านที่ได้รับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจะได้บ้านแล้ว ลูกๆ ของคาช็อกกียังได้รับเงินจากทางการเดือนละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 317,620 บาท หรืออาจจะมากกว่านั้น และอาจได้รับเงินเพิ่มขึ้นด้วย โดยลูกคนหนึ่งอาจได้ถึงหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯ ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการสังหารคาช็อกกี แต่ทางการซาอุฯ ออกมาปฏิเสธว่าเจ้าชายไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกเริ่มนั้น ทางการซาอุฯ อ้างว่า ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้สังหารคาช็อกกี แต่ต่อมาก็โทษว่าเป็นฝีมือของสายลับนอกแถว อัยการซาอุฯ ได้สั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการสังหารคาช็อกกีแล้ว 11 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32829</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, จ่ายเงินอุดปาก, ซาอุดีอาระเบีย, ลูกคาช็อกกี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190402/image_big_5ca36df83e9d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
