<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 22:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 22:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีตะเพิดทูตรัสเซีย จับได้ซื้อความลับทางทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จับได้คาหนังคาเขา ตำรวจอิตาลีรวบตัวนาวาเอกของกองทัพเรืออิตาลี ขณะส่งมอบเอกสารลับแก่เจ้าหน้าที่ทูตทหารของรัสเซียแลกกับเงินไม่ถึง 2 แสนบาทเมื่อคืนวันอังคาร พร้อมสั่งตะเพิดเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหารรัสเซีย 2 คนรัสเซียหน้าม้านเสียใจเจ้าหน้าที่โดนเนรเทศ แต่เชื่อไม่กระทบสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงโรมที่ถ่ายภาพได้เพียงบางส่วนภายหลังการจับกุมทหารเรืออิตาลีเมื่อวันอังคาร&amp;nbsp; (Photo by Riccardo De Luca/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของตำรวจและรายงานของสื่ออิตาลีเมื่อวันพุธกล่าวว่า บุคคลทั้งสองโดนจับได้คาหนังคาเขา ขณะลอบพบกันที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งในกรุงโรมเมื่อคืนวันอังคาร ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าขัดขวางการขายความลับครั้งนี้ และจับกุมนาวาเอก ซึ่งเป็นผู้บังคับการเรือฟริเกตของกองทัพเรืออิตาลี นายนี้ไว้ได้ ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารรัสเซียนั้น มีเอกสิทธิ์ทางการทูตคุ้มครองจึงต้องปล่อยตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหารอิตาลีนายนี้ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมร้ายแรง ฐานจารกรรมข้อมูลและส่งมอบเอกสารลับเพื่อแลกกับเงิน คำแถลงของตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อของเขา แต่สื่ออิตาลีรายงานว่า เขาชื่อวอลเตอร์ บิออต ทำงานในหน่วยนโยบายทางทหารสังกัดสำนักงานหัวหน้าคณะเสนาธิการกลาโหม ที่ดูแลเกี่ยวกับเอกสารลับทั้งหมด รวมถึงแฟ้มของนาโต ข่าวบอกด้วยว่า เขามอบเอกสารลับให้รัสเซียแลกกับเงิน 5,000 ยูโร (ราว 183,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุยจิ ดิ มาโย รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลี เรียกเอกอัครราชทูตเซอร์เกย์ ราซอฟ ของรัสเซียเข้าพบเช้าวันพุธเพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการ และสั่งเนรเทศเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซีย 2 คนที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ดิ มาโย กล่าวว่าเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวของรัสเซีย อ้างสถานทูตรัสเซียประจำอิตาลีว่า เจ้าหน้าที่ 2 คนที่โดนขับออกนอกอิตาลีทำงานที่สำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ทหารของรัสเซียที่พบกับนาวาเอกอิตาลีรายนี้เป็นหนึ่งในคนที่โดนเนรเทศหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานทูตรัสเซียประจำกรุงโรมยืนยันว่ามีสมาชิกในสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารคนหนึ่งโดนตำรวจอิตาลีเรียกหยุดเมื่อวันอังคาร แต่เป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยรายละเอียด ต่อมาสถานทูตออกแถลงการณ์แสดงความ &amp;quot;เสียใจ&amp;quot; กับการขับสมาชิก 2 คนของสำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร แต่เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่คุกคามความสัมพันธ์ทวิภาคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ทำเนียบเครมลินกล่าวเลี่ยงว่ายังไม่ได้รับข้อมูลสภาพแวดล้อมของคดีนี้ แต่หวังว่าทั้งสองประเทศจะรักษาความสัมพันธ์ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ นักวิเคราะห์มองว่า รัสเซียจะไม่ต่อความยาวเรื่องนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างศัตรูกับอิตาลี ซึ่งเป็นพันธมิตรในยุโรป ระหว่างที่รัสเซียพยายามขอให้ยุโรปอนุมัติการใช้วัคซีนสปุตนิก 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ล้วงความลับทางทหารที่อิตาลีครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดที่รัสเซียโดนจับได้ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ สัปดาห์ที่แล้ว บัลแกเรียเพิ่งขับเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซีย 2 คน หลังจากจับกุมผู้ต้องสงสัย 6 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารหลายคน ฐานต้องสงสัยว่าจารกรรมให้รัสเซีย ก่อนหน้านั้นเมื่อเดือนธันวาคม รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ก็จับได้และตะเพิดเจ้าหน้าที่ทูตรัสเซียเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97954</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความลับทางทหาร, จารกรรม, ผู้ช่วยทูตทหาร, รัสเซีย, สายลับ, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_60649a251e9b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 20:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียจำคุก16ปีอดีตนาวิกโยธินสหรัฐโทษฐานสปาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลรัสเซียพิพากษาจำคุกพอล วีแลน อดีตนาวิกโยธินอเมริกัน นาน 16 ปี จากความผิดฐานจารกรรมข้อมูลลับของรัสเซียให้สหรัฐ เอกอัครราชทูตสหรัฐเตือนคดีนี้ไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้ว คาดรัสเซียเตรียมใช้เป็นเบี้ยแลกตัวนักโทษกับสหรัฐ รวมถึงวิกเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธที่โดนจับกุมในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอล วีแลน (ขวา) ชูแผ่นป้ายข้อความขณะมาฟังคำพิพากษาของศาลมอสโกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2563 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน กล่าวว่า ศาลกรุงมอสโกของรัสเซียมีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ว่า วีแลนมีความผิดฐานได้รับข้อมูลลับของรัสเซีย และตัดสินลงโทษจำคุกเขานาน 16 ปี วีแลนยืนฟังคำพิพากษาของศาลพร้อมกับแสดงป้ายข้อความว่า &amp;quot;การพิจารณาคดีตบตา&amp;quot; และวิงวอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าแทรกแซงคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพิจารณาคดีนี้กระทำเป็นการลับ เนื่องจากข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับความลับของทางราชการ วีแลนยืนกรานตลอดการพิจารณาคดีว่าเขาบริสุทธิ์ และเปรียบเทียบตัวเขาว่าเหมือนตัวละครมิสเตอร์บีนในภาพยนตร์ตลก แต่รัสเซียกลับคิดว่าเขาเป็นสายลับเจมส์ บอนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนาวิกโยธินสหรัฐวัย 50 ปี ซึ่งถือพาสปอร์ตสหรัฐ, อังกฤษ, แคนาดา และไอร์แลนด์ โดนสายลับของสำนักงานความมั่นคงกลางของรัสเซียจับกุมตัวที่ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงมอสโกเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการรัสเซียกล่าวว่า วีแลนโดนจับได้คาหนังคาเขาพร้อมกับแฟลชไดรฟ์ที่บรรจุข้อมูลลับของทางการรัสเซีย วีแลนปฏิเสธคำกล่าวหา โดยอ้างว่าเขามากรุงมอสโกเพื่อร่วมงานแต่งงาน แต่โดนจัดฉากเพื่อจับกุม แฟลชไดรฟ์นี้เขารับมาจากคนรู้จัก โดยเขาคิดว่าข้อมูลภายในเป็นภาพถ่ายงานแต่งงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น ซัลลิแวน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำรัสเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังคำตัดสินว่า รัสเซียตัดสินจำคุกเขาโดยไม่ได้แสดงหลักฐานพิสูจน์ความผิด การพิจารณาคดีนี้ไม่มีความยุติธรรมและความโปร่งใส สหรัฐต้องการให้รัสเซียปล่อยตัวเขาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การพิพากษาลงโทษเขาเป็นการเยาะเย้ยความยุติธรรม&amp;quot; เอกอัครราชทูตสหรัฐกล่าว และว่า คำตัดสินนี้จะไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียที่ย่ำแย่อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วลาดิมีร์ เซเรเบนคอฟ ทนายความของวีแลน กล่าวว่า ลูกความของเขาได้รับการบอกกล่าวตอนโดนจับกุมว่า เขาจะเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนนักโทษกับชาวรัสเซียที่โดนคุมขังอยู่ในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวกับเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวกับสำนักข่าวอาร์ไอเอว่า รัสเซียเสนอแลกเปลี่ยนตัวนักโทษกับสหรัฐมาหลายครั้งแล้ว แต่ข่าวไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ทางการรัสเซียเรียกร้องสหรัฐหลายครั้งหลายคราให้ปล่อยตัวชาวรัสเซีย 2 คน ได้แก่ วิกเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธที่ทางการไทยส่งตัวให้สหรัฐเมื่อปี 2553 และคอนสแตนติน ยาโรเชนโก นักบินรัสเซียที่ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีคดีลักลอบขนโคเคนเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการรัสเซีย ซึ่งกล่าวหาวีแลนว่ามียศในหน่วยข่าวกรองสหรัฐไม่ต่ำกว่าระดับพันเอก ต้องการให้ศาลลงโทษจำคุกเขา 18 ปีในเรือนจำที่มีการรักษาความมั่นคงสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วีแลนเคยโอดครวญว่าเขาถูกทารุณขณะถูกคุมขังในเรือนจำรัสเซีย เดือนที่แล้วเขาถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลในกรุงมอสโก ครอบครัวของเขาเผยว่าเป็นการผ่าตัดไส้เลื่อนแบบฉุกเฉิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68793</URL_LINK>
                <HASHTAG>จารกรรม, ตัดสินจำคุก, พอล วีแลน, ศาลรัสเซีย, สายลับ, อดีตนาวิกโยธินสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee77c10607d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดสหรัฐขับเจ้าหน้าที่ทูตจีน 2 คน สงสัยสปายฐานทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์แฉ รัฐบาลสหรัฐแอบเนรเทศเจ้าหน้าที่สถานทูตจีน 2 คนออกจากประเทศอย่างเงียบๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ฐานสงสัยมีพฤติกรรมเป็นสายลับ ภายหลังทั้งคู่ขับรถเข้าฐานทัพสหรัฐที่เวอร์จิเนีย ด้านโฆษกจีนตอบโต้สหรัฐ &amp;quot;ทำผิดพลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เสาไฟริมทางใกล้ทำเนียบขาวประดับธงชาติสหรัฐและจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า เหตุการณ์ตามที่มีรายงานข่าวนี้เป็นการทะเลาะเบาะแว้งครั้งล่าสุดระหว่าง 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายประกาศพักรบในสงครามการค้าผ่านการจัดทำข้อตกลงฉบับจิ๋วเพื่อลดภาษีศุลกากรสินค้าบางรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่รับรู้เหตุการณ์ดังกล่าวว่า การสั่งขับเจ้าหน้าที่ทูตของจีนออกจากสหรัฐในครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 30 ปีที่เป็นการเนรเทศด้วยเหตุผลฐานต้องสงสัยว่าจารกรรม โดยรายงานกล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทูตอย่างน้อย 1 รายเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองจีนที่ปฏิบัติงานแบบลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ กล่าวถึงรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า คำกล่าวหานี้ &amp;quot;ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และว่า จีนเรียกร้องอย่างแข็งขันต่อสหรัฐให้แก้ไขความผิดพลาดนี้ รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจและประท้วงไปยังสหรัฐแล้ว และต้องการให้สหรัฐปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายและผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่กี่สัปดาห์ภายหลังเหตุการณ์ที่ฐานทัพเวอร์จิเนีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กำหนดข้อจำกัดการทำกิจกรรมของนักการทูตจีน โดยสหรัฐให้เหตุผลว่าเพื่อตอบโต้กฎข้อบังคับของจีนช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่จำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ แต่ไม่ชัดเจนว่าข้อจำกัดของสหรัฐเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ที่เวอร์จิเนียหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เมื่อต้นเดือนธันวาคม จีนก็ประกาศใช้มาตรการจำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐต้องแจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศของจีนก่อน จึงจะพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นของจีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกหญิงของกระทรวง กล่าวว่า คำสั่งนี้เป็น &amp;quot;มาตรการตอบโต้&amp;quot; ต่อการตัดสินใจของสหรัฐเมื่อเดือนตุลาคมที่ออกข้อจำกัดต่อเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐและจีนมีความไม่ลงรอยกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง และสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอย่างท่วมท้นเห็นชอบร่างกฎหมายคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนหลายรายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านความมั่นคงในซินเจียง ที่ทำให้ประชากรราว 1 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนส่วนน้อยชาวมุสลิม ถูกส่งตัวเข้าค่ายปรับทัศนคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว สหรัฐก็เพิ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งโกรธอย่างรุนแรง เมื่อออกกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง จีนตอบโต้การผ่านกฎหมายฮ่องกงฉบับนี้ด้วยการสั่งห้ามเรือรบสหรัฐเข้าเทียบท่าฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด และคว่ำบาตรองค์กรเอกชนอเมริกันหลายแห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, จารกรรม, จีน, ฐานทัพสหรัฐ, สปาย, สหรัฐ, สายลับ, เวอร์จิเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df787841431f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางการปักกิ่งจับกุมนักเขียนออสเตรเลียเชื้อสายจีนข้อหาจารกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนและออสเตรเลียยืนยันเมื่อวันอังคารว่า หยาง เหิงจวิน นักเขียนชาวออสเตรเลียเชื้อชาติจีนที่โดนควบคุมตัวในจีน 7 เดือน โดนจับกุมอย่างเป็นทางการแล้วในข้อหาจารกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยาง เหิงจวิน / Twitter&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หยาง เหิงจวิน เป็นอดีตเจ้าหน้าที่การทูตของจีนวัย 53 ปี หลังจากนั้นเขาผันตัวมาเป็นผู้สื่อข่าวออนไลน์และบล็อกเกอร์ โดยบัญชีทวิตเตอร์ของเขามีผู้ติดตามมากกว่า 120,000 ราย เขาถูกเจ้าหน้าที่จีนควบคุมตัวที่เมืองกวางโจวทางใต้ของจีนเมื่อเดือนมกราคม หลังจากบินมาจากนิวยอร์กและรอเปลี่ยนเครื่องไปเซี่ยงไฮ้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารีส เพย์น รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวในถ้อยแถลงเมื่อวันอังคารที่ 27 สิงหาคมว่า ขณะนี้ ดร.หยางโดนควบคุมตัวอยู่ในกรุงปักกิ่ง ในสภาพที่ยากลำบากโดยไม่ได้มีการตั้งข้อหามากว่า 7 เดือน และเมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา หยางถูกจับอย่างเป็นทางการในฐานะเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหาสอดแนม ช่วงเวลาก่อนหน้านี้จีนไม่ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ควบคุมตัว ดร.หยาง รวมถึงไม่อนุญาตให้ทนายความของเขาและครอบครัวเข้าเยี่ยม ออสเตรเลียหวังว่าหยางจะได้รับการปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต้นของความยุติธรรมและความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม ถ้า ดร.หยางถูกควบคุมตัวเพราะความเชื่อทางการเมืองของเขาก็สมควรที่จะต้องปล่อยตัวเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวที่กรุงปักกิ่งในวันเดียวกัน ยืนยันว่า มีการจับกุมตัวหยางอย่างเป็นทางการในฐานะผู้ต้องสงสัยกระทำจารกรรม จีนไม่พอใจอย่างยิ่งกับถ้อยแถลงของออสเตรเลียเรื่องนี้ และขอย้ำว่าจีนยึดหลักนิติธรรม ออสเตรเลียต้องให้ความเคารพต่ออธิปไตยในการพิจารณาคดีของจีนและไม่เข้าแทรกแซงในการดำเนินคดีนี้ของจีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44434</URL_LINK>
                <HASHTAG>จารกรรม, จีน, พลเมืองออสเตรเลีย, หยาง เหิงจวิน, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d65341202cac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2018 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2018 21:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐจับหนุ่มจีนฐานเป็นสายลับ แฝงตัวเข้าสอดแนมวิศวกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐจับหนุ่มชาวจีนวัย 27 ปี ที่ขอวีซาเข้ามาเรียนวิศวกรรมศาสตร์ที่ชิคาโกและสมัครเข้าเป็นทหารกองหนุนของสหรัฐ แต่กลับทำตัวเป็นสายลับให้ทางการจีนสอดแนมวิศวกรอเมริกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ธงชาติจีนและสหรัฐตั้งเคียงข้างกันที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ในโอกาสที่รัฐมนตรีสองฝ่ายพบปะกันเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 25 กันยายน จี่เฉาฉวิน อายุ 27 ปี โดนตำรวจสหรัฐจับที่นครชิคาโกและถูกตั้งข้อหา 1&amp;nbsp; กระทง จากความผิดมีพฤติกรรมเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างชาติโดยไม่แจ้งให้รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมทราบ โดยจี่ขอวีซาเข้ามาเป็นนักศึกษาวิศวกรรมไฟฟ้าที่นครชิคาโกเมื่อปี 2556 สามปีต่อมาเขาสมัครเข้าเป็นทหารกองหนุนของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากบันทึกคำให้การของศาลระบุว่า จี่ทำงานภายใต้คำสั่งของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของกระทรวงความมั่นคงจีน ซึ่งมีหน้าที่เก็บข้อมูลข่าวกรองของพลเรือน ต่อต้านข่าวกรอง ข่าวกรองต่างประเทศ โดยจี่เก็บรวบรวมประวัติพลเรือนอเมริกัน 8 คน ซึ่งทั้งหมดเกิดที่ไต้หวันหรือในจีน กำลังทำงานอยู่หรือเพิ่งจะเกษียณจากอาชีพในอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากบันทึกคำให้การของเจ้าหน้าที่สอบสวนเอฟบีไอที่เชี่ยวชาญด้านคดีจารกรรมที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายที่จี่เฝ้าติตตามคือ วิศวกรคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัทซัพพลายเออร์เครื่องยนต์อากาศยานชั้นนำของโลก ที่ผลิตเครื่องยนต์ให้เครื่องบินพาณิชย์และเครื่องบินทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจาก 1 ในผู้ที่สั่งการของจี่โดนจับกุม จี่พบกับเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ปลอมตัวมาในเดือนเมษายนและพฤษภาคม และเผยให้ทราบถึงงานที่เขาทำ ซึ่งรวมถึงตรวจประวัติพลเรือนสหรัฐ โดยจี่บอกว่าเจ้าหน้าที่จีนต้องการให้เขาซื้อเอกสารบางอย่างให้ เพราะไม่สะดวกที่จะชำระเงินจากจีน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18517</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับนักศึกษาจีน, จารกรรม, จีน, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180926/image_big_5bab98d364662.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลกัมพูชาจำคุกนักทำหนังออสซี่ 6 ปี ฐานจารกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลกัมพูชาพิพากษาจำคุกนักสร้างภาพยนตร์ชาวออสเตรเลีย 6 ปีเมื่อวันศุกร์ จากความผิดฐานจารกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจมส์ ริกเก็ตสัน พยายามคุยกับผู้สื่อข่าวจากภายในรถขนนักโทษภายหลังโดนตัดสินจำคุก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจมส์ ริกเก็ตสัน วัย 69 ปี โดนตำรวจกัมพูชาจับกุมเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว หลังจากเขานำโดรนขึ้นบินระหว่างการจัดชุมนุมของพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) พรรคฝ่ายค้านของเขมรที่โดนศาลสั่งยุบพรรคในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เมื่อวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม เอเอฟพีรายงานว่า หลังจากพิจารณาคดีนี้ 6 วัน ผู้พิพากษาเซ็ง เลียง ตัดสินให้จำคุกริกเก็ตสัน 6 ปี ในความผิดฐานจารกรรมและเก็บข้อมูลอันตรายที่เป็นผลร้ายต่อความมั่นคงของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการเขมรกล่าวหาริกเก็ตสันว่า เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในกัมพูชาบังหน้าหลายปี แต่เบื้องหลังคือต้องการเข้ามาจารกรรม ส่วนริกเก็ตสันกล่าวในศาลว่าเป็นคำตัดสินที่เหลือเชื่อ และถามกลับว่าเขาเข้ามาจารกรรมให้กับประเทศใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอง ซัม ออน ทนายความของริกเก็ตสันเผยกับผู้สื่อข่าวด้านหน้าศาลว่า เขามีแผนที่จะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมานักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลเขมร 14 คนได้รับพระราชทานอภัยโทษหลังเขียนจดหมายขอโทษต่อนายกรัฐมนตรีฮุน เซน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ริกเก็ตสันเคยโดนดำเนินคดีในกัมพูชามาแล้วเมื่อปี 2557 จากกรณีที่เขาขู่ว่าจะเผยแพร่คลิปวิดีโอกล่าวหาโบสถ์แห่งหนึ่งในกัมพูชาว่ามีการขายเด็ก เขาถูกลงโทษจำคุก 2 ปีแต่รอลงอาญา และ 2 ปีต่อมาเขาโดนศาลปรับเงินจากคดีใส่ร้ายเอ็นจีโอด้านคุ้มครองเด็ก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16560</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, จารกรรม, ตัดสินจำคุก, นักทำหนังออสเตรเลีย, เจมส์ ริกเก็ตสัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180831/image_big_5b8943fc26505.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
