<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคประชาชนยื่น&#039;จิรายุ&#039;ยับยั้งกองทุนสื่อฯอนุมัติงบให้เอกชนรายใหญ่ผิดวัตถุประสงค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - ที่รัฐสภา &amp;nbsp;นายจารุวงศ์ ณ ระนอง ผู้แทนกลุ่มประชาชนเพื่อการปฏิรูปกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ &amp;nbsp;ยื่นหนังสือต่อนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบและยับยั้งการอนุมัติการให้ทุนสนับสนุนของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 300 ล้านบาท ที่อาจผิดวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ในการก่อตั้งกองทุนพัฒนาสื่อฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจารุวงศ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า พันธกิจและเจตนารมณ์ของกองทุนนี้ พัฒนาสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะและเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพการผลิตสื่อให้แก่ภาคประชาชน ชุมชน และองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก แต่ผลการอนุมัติทุนของคณะกรรมการตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา กลับมุ่งเน้นที่เอกชนรายใหญ่ และหน่วยงานรัฐต่างๆที่มีงบประมาณในการดำเนินการเป็นของตนเองอยู่แล้ว ขัดแย้งกับพระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ.2558 หมวด 1 มาตรา 5 (4) ที่กำหนดว่า ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดการพัฒนา สื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และ (6) ส่งเสริมบุคคล องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรสาธารณประโยชน์ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ดําเนินกิจกรรมเกี่ยวกับสื่อให้มีการผลิตและพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าทางกองทุนอ้างว่าบริษัทเอกชนจะมีคุณสมบัติและไม่เข้าลักษณะต้องห้ามตามคำประกาศของคณะกรรมการกองทุน แต่ในประกาศเดียวกัน ข้อ3.1.4 กำหนดว่าผู้มีสิทธิยื่นขอรับทุนจะต้องเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ดังนั้น การที่บริษัทเอกชนของรับทุน จึงขัดแย้งกับเจตนารมณ์ตาม พรบ.กองทุนฯ&amp;rdquo; นายจารุวงศ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจารุวงศ์ กล่าวต่อว่า มีการตั้งข้อสังเกตในการตั้งคณะทำงานพิจารณาและพัฒนาข้อเสนอโครงการ ตามคำสั่งที่ 128/2563 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2563 อดีตข้าราชการกระทรวงหนึ่ง และว่าที่ปลัดกระทรวงหนึ่ง เป็นประธานคณะทำงานถึงคนละ 2 คณะ แม้ตามกฎหมายสามารถตั้งได้แต่เป็นการสมควรแล้วหรือไม่ที่ต้องเป็นเพียงคน 2 คนนี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาของข้อเสนอภาคประชาชนให้มีการแก้ไขพ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย มาตรา 23 ว่าด้วยการกำหนดบุคคลเป็นคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯ ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการพิจารณาอนุมัติทุนของคณะกรรมการ จำนวน 300 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 และตรวจสอบการอนุมัติงบย้อนหลังไปอีกอย่างน้อย 2 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และขอให้ระงับการเซ็นสัญญาอนุมัติทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตลอดจนขอให้กองทุนทบทวนการพิจารณาอนุมัติทุนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ใหม่โดยละเอียด รอบคอบ เป็นธรรม โปร่งใส และทั่วถึงทุกภาคส่วน ทั้งนี้ หากมีการตรวจสอบจากหน่วยงาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่ามีการทุจริตในการดำเนินการใด ๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาทุน ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายโดยถึงที่สุด&amp;quot;นายจารุวงศ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78499</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, กองทุนสื่อฯเอื้อเอกชนรายใหญ่, จารุวงศ์ ณ ระนอง, จิรายุ ห่วงทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c671383ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
