<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตร.’ขู่ทั้งปรับ-ทั้งคุกชุมนุมฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2564 - พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด&amp;ndash;19) (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ห้ามมิให้มีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่โรค ณ ที่ใด ๆ ทั่วราชอาณาจักร และห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนประชาชนที่จะเข้าร่วม กิจกรรมการชุมนุมทางการเมืองโดยเฉพาะในพื้นที่ตามประกาศดังกล่าว นอกจากจะเป็นการเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 จากการชุมนุมแล้ว การกระทำดังกล่าว อาจถือว่าเป็นการฝ่าฝืนประกาศฯดังกล่าว ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิด ตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกิน สี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112177</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, ชุมนุม, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a2882be2db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการปรเมศวร์&#039;เคลื่อนไหวแล้ว! หลังถูกศาลสั่งจำคุกคดีเมาขับชนคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 64 - จากกรณีที่ศาลจังหวัดนนทบุรีพิพากษาจำคุก นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการอาญาธนบุรี ในความผิดเมาขับชนคน 1 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท รับสารภาพ เหลือ 6 เดือน ปรับ 2 หมื่นบาท โทษจำรอลงอาญา พร้อมสั่งทำกิจกรรมบริการสังคมนั้น&amp;nbsp;
ล่าสุด นายปรเมศวร์ได้ ตอบคำถามกรณีดังกล่าว กรณีมีผู้สอบถามในเฟซบุ๊กโดยใช้ข้อความว่า &amp;ldquo;เมาเเล้วขับ&amp;nbsp; ขับไปชนคน&amp;nbsp; เเถมขับหนี&amp;nbsp; ตำเเหน่งหน้าที่ก็เกี่ยวกับความยุติธรรม........รอลงอาญา 2 ปี........คิดได้งัย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายปรเมศวร์ ชี้แจงว่า &amp;ldquo;มันเป็นเรื่องที่เกิดขี้นได้กับทุกคนครับ เกิดมานานแล้วครับ เดี๋ยวนี้ไม่ดื่มเลยครับ ตอนนั้นเราคิดว่ามันไม่น่าจะเกินปริมาณที่กำหนดครับ แต่ในเมื่อผมผิด ผมก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ ไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงานครับ เพราะเกิดนอกเวลาราชการ เมื่อถูกดำเนินคดีก็ไม่ได้ใช้อิทธิพลใดๆ เลยครับ ผมไม่ผิดข้อหาประมาท ไม่ผิดฐานหลบหนีครับ และผมรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นบทเรียนให้ทุกคนระวังมากขึ้น ผมไม่ได้โกงกินสินบาทคาดสินบน ผมไม่ได้ค้ายาเสพติด ผมมีแต่คอยช่วยชาวบ้าน ให้ความรู้ทางกฎหมายมาตลอดครับ คนเรามีโอกาสพลาดทุกคนครับ ขอให้ทุกคนระวังนะครับ มีใครที่ไม่เคยทำผิดในชีวิตบ้างมั๊ยครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105527</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม, ศาล, อัยการ, เมาชนคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd95b08357b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; เผย รมต.-ส.ส.ถูกตัดสินจำคุก เพิกถอนสิทธิการเมืองเหมือนโดนยาแรงรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลอาญาพิพากษาจำคุกบุคคลที่เป็นรัฐมนตรี จึงต้องหลุดจากตำแหน่งทันที แล้วจำเป็นจะต้องรีบแต่งตั้งใหม่หรือไม่ว่า เรื่องนี้ไม่ยากอะไรเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีรัฐมนตรีช่วยอยู่ 2 คน ซึ่งครม. เคยมีมติไปแล้วว่าหากรัฐมนตรีว่าการไม่อยู่ ก็ให้รัฐมนตรีช่วยมารักษาการตามลำดับ ซึ่งกรณีนี้คือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการศึกษาธิการ ขึ้นมารักษาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครม.เคยมีมติ ในเมื่อกระทรวงนี้ไม่มีรัฐมนตรีช่วย ก็ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการแทนเป็นอันดับแรก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมรักษาการเป็นอันดับสอง ซึ่งในกรณีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นผู้รักษาการ จนกว่าเมื่อมีการประชุมครม.แล้วนายกรัฐมนตรีอาจจะสั่งการเป็นอย่างอื่นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดคุยและหารือถึงเรื่องดังกล่าวกับนายวิษณุหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับกรณีของนางทยา ทีปสุวรรณ ที่ถูกตัดสินให้รอลงอาญา ในขณะที่มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี หากสุดท้ายศาลพิพากษาแก้ประเด็นการตัดสิทธิทางการเมือง นางทยา จะกลับมามีสิทธิทางการเมืองอีกได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ แต่ในขณะนี้ถือว่าถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำตัดสินเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในกรณีที่คนเป็นส.ส. ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีเช่นกัน จะสามารถอุทธรณ์ในประเด็นถูกตัดสิทธิทางการเมืองได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า การเป็นส.ส.ขาดแล้วก็ขาดไป แต่เรื่องสิทธิทางการเมือง ถ้าศาลพิพากษาว่าไม่เพิกถอนสิทธิทางการเมืองก็จะกลับมา นี่คือความรุนแรงของรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แม้จะยื่นอุทรณ์แล้วมีสิทธิกลับมา แต่ไม่สามารถคืนสภาพส.ส.ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่ แม้กระทั่งรัฐมนตรีก็เช่นกัน ถูกจำคุกแต่ไม่ถึงที่สุดก็พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ถ้าต่อมาศาลยกฟ้อง ไม่จำคุก ก็แปลว่าไม่จำคุกเท่านั้น แต่ความเป็นรัฐมนตรีจะไม่กลับมา นี่คือยาแรงของรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากในอนาคตบุคคลเหล่านี้จะกลับมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ เพราะต้องดูต่อไปว่า เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ บุคคลเหล่านั้นจะมีสิทธิ์หรือไม่ เช่น กรณีเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หากศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินว่าไม่ตัดสิทธิเลือกตั้ง ความเป็นส.ส. สิ้นสุดลงเวลานี้ แต่สามารถสมัครในคราวหน้าได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94208</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกปปส., จำคุก, รัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_6037216568f73.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94198</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; เผย ส.ส.ถูกจำคุก ทำหลุดสมาชิกภาพ รอ กกต.ดำเนินการต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 5 ส.ส. และไม่ให้ประกันตัว ประกอบด้วย&amp;nbsp; นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา นายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร นายอิสสระ สมชัย ส.ส. บัญชีรายขื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ว่า เมื่อไม่ได้ประกันตัว สมาชิกภาพความเป็นส.ส.ก็ต้องหมดไป ขั้นตอนหลังจากนี้อยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เหมือนกรณีของนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแกน พรรคเพื่อไทย ที่โดนคดีอาญาจ้างวานฆ่า จากนั้นกกต.จะเป็นผู้วินิจฉัยและดำเนินการขณะที่ผู้ที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ต้องพ้นจากตำแหน่งไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน ยังเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ขอตัว ส.ส.ไปสอบสวน 2 คน หนึ่งนั่นนั่นคือน.ส. ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไปดำเนินคดีกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแล้ว ซึ่งช่วงระหว่างนี้ใกล้ปิดสมัยประชุมแล้วจึงบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมไม่ทัน แต่หลังจากนี้ เมื่อปิดสมัยประชุมแล้ว ส.ส.ก็จะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ตำรวจสามารถเรียกไปสอบสวนได้โดยไม่ต้องขออนุญาตสภาฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94198</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีกปปส., จำคุก, ชวน หลีกภัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602de06979f26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จดหมายก่อนเข้าคุก &#039;เพนกวิน&#039; ฝากฝังภารกิจให้มิตรสหายดูแลแทนชั่วคราว เห็นทีจะต้องไปผจญภัยในแดนสนธยาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.64 - เพจเฟซบุ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เปิดเผยจดหมายก่อนเข้าเรือนจำเขียนโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำม็อบราษฎรและผู้ต้องหาคดี 112 มีเนื้อหาดังนี้ ถึง พี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน เป็นอีกครั้งที่เราต้องเข้าไปต่อสู้หลังซี่กรง ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ม.ล.จุลเจิม ซึ่งเป็นมือประสาน....ออกมากดดันศาลผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก ก็โปรดคิดดูเถิดว่าใครอยู่เบื้องหลังการฝากขังเราในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดเป็นคนรักสิทธิเสรีภาพ คนรักประชาธิปไตยในประเทศศักดินาย่อมต้องต่อสู้ข้างในบ้าง ข้างนอกบ้าง เป็นปกติธรรมดา แต่เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งการต่อสู้ของประชาชนได้ เมื่อผมเข้าไปต่อสู้อยู่ข้างใน ก็ขอให้ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวและมั่นคงในหลักการ โดยส่วนตัวผมจะยืนหยัดต่อสู้ไปจนกว่าเราจะบรรลุข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ ได้แก่&amp;nbsp;1. ขับไล่พลเอกประยุทธ์ และคณะ&amp;nbsp;2. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทุกหมวด ทุกมาตรา ให้เป็นฉบับประชาชน&amp;nbsp;3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังมีอีกหลายภารกิจที่ผมกำลังดำเนินการ น่าเสียดายที่จะต้องฝากฝังไว้ให้เพื่อน ๆ และมิตรสหายดูแลแทนชั่วคราว ผมเห็นทีจะต้องไปผจญภัยในแดนสนธยาแล้ว ขอให้ทุกคนตระหนักว่า &amp;ldquo;ตราบใดที่เรายังสู้ เราก็ยังไม่แพ้&amp;nbsp;ตราบใดที่เรายังไม่แพ้ เผด็จการก็ยังไม่ชนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและศรัทธาในสถาบันประชาชน
พริษฐ์ ชิวารักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92606</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, ติดคุก, พริษฐ์ ชิวารักษ์, มาตรา112, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023911368eda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2020 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2020 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก 13 การ์ด ป.กุ้งเผากระทืบลูกค้า คนละ 6 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.63- &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงดอนเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1078/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเกรียงไกร &amp;nbsp;อินทร์ทรัพย์ กับพวกรวม 13 คน ซึ่งเป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยของร้าน ป.กุ้งเผา เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโจทก์ยื่นฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2563 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยทั้ง 13 คนได้บังอาจร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกาย นายเอกวัฒน์ แก้วปีลา, นายจตุรงค์ บุญเพ็ง และนายเชิดชาย ยอดเจริญ ผู้เสียหายที่ 1-3 โดยใช้มือชกต่อย ใช้เท้าเตะกระทืบบริเวณลำตัวและศีรษะของพวกผู้เสียหาย ลากพวกผู้เสียหายไปตามพื้นถนน จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสามได้รับบาดเจ็บจนวูบหมดสติไป โดยผู้เสียหายที่ 1 ได้รับบาดแผลที่หน้าผากเย็บ 4 เข็ม ศีรษะบวมถลอก แขนและหลังมีรอยถลอกฟกช้ำ, ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบาดแผลฟกช้ำบวมที่ริมฝีปากล่าง ฟันหน้าโยก และมีอาการปวดตามร่างกาย และผู้เสียหายที่ 3 ได้รับบาดเจ็บมีอาการปวดที่ศีรษะ ลำคอ และปาก เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผบของแพทย์และภาพถ่ายท้ายฟ้อง เหตุเกิดที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน ศาลมีคำสั่งเห็นควรให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อนนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ (4 พ.ย.) ซึ่งวันนี้จำเลยทั้ง 13 คน เดินทางมาศาล หลังได้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์คนละ 12,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยทั้ง 13 มีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 295 ประกอบ มาตรา 83 รับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 5,000 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้คนละ 2 ปี คุมความประพฤติกำหนด 1 ปี ในส่วนคดีแพ่งที่ผู้เสียหายที่ 1 และที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำเลยทั้ง 13 ให้การต่อสู้คดี เลื่อนไปนัดสืบพยานในส่วนแพ่งวันที่ 24 พ.ย. 2563 เวลา 9.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82777</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดป.กุ้งเผา, จำคุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa24e5e967c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก 50 ปี &#039;สุบรรณ&#039; อดีตผู้สมัคร ส.ส.เสรีรวมไทย ลักลอบส่งไอซ์ไปขายฟิลิปปินส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - &amp;nbsp;ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอดีตผู้สมัคร ส.ส.ลักลอบส่งยาเสพติด ไปจำหน่ายในต่างประเทศ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายฮวง เกาเซียง (Mr.Huang guoxiong) อายุ 25 ปี ชาวจีน, นายสุบรรณ มหาชนนท์ อายุ 58 ปี อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 50 พรรคเสรีรวมไทย, นายจ้อยว่า แซ่โฟ้ง อายุ 62 ปี และนายโชว ชิงชู่ อายุ 45 &amp;nbsp;ปี ชาวจีน (Mr.Zhou qingchu) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 &amp;nbsp;ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเมทแอมเฟจามีนไฮโดรคลอไรด์ หรือยาไอซ์ อันเป็นยาเสพติดประเภท 1 ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย. 2562 ต่อเนื่องกัน &amp;nbsp;จำเลยกับพวกที่ยังหลบหนีได้วางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำในการจัดหาเมทแอมเฟตามีน ไฮโรคลอไรด์ หรือยาไอซ์ ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำนวน 985 ถุง น้ำหนัก 985 กก.เศษ เพื่อส่งออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักรให้แก่ลูกค้า โดยจำเลยที่ 1 และ 4 ได้ซุกซ่อนยาไอซ์ในถุงชาสีทองตราจักรพรรดิ ปะปนไปกับสินค้าประเภทรองเท้า 34 กล่อง และกระสอบตะเกียบบอนามัยจำนวนหนึ่งไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อส่งออกไปประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนจำเลยที่ 2-3 เป็นผู้ติดต่อว่าจ้างให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อมาบรรจุยาเสพติด แต่การกระทำของพวกจำเลยไม่บรรลุผล เนื่องจากมีเหตุเพลิงไหม้ตู้สินค้าอื่นที่ท่าเรืออ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ทำให้ไม่สามารถส่งออกยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายไปยังประเทศฟิลิปปินส์ได้สมดังเจตนา เหตุเกิดที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และที่อื่นเกี่ยวพันกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมพวกจำเลยได้ พร้อมของกลางหลายรายการ ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดี ชั้นสอบสวน พวกจำเลยให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีหลักฐานแน่นหนา พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า จำเลยที่ 1, 4 ซึ่งเป็นชาวจีน เดินทางเข้ามาเพื่อประสงค์จะส่งยาเสพติดไปนอกราชอาณาจักร เกี่ยวข้องกับยาไอซ์ จำนวน &amp;nbsp;985 ถุง ที่พบในตู้ตอนเทนเนอร์ จึงมีความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พิพากษาให้ลงโทษฐานประหารชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 2-3 พยานหลักฐานโจทก์น้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2-3 ได้แจ้งภายหลังไฟไหม้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยทราบว่าสินค้าที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์มีเกล็ดเมทแอมเฟตามีนบรรจุอยู่ในถุงชาสีทองปะปนอยู่กับสินกล่องรองเท้าด้วย ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายมีอัตราโทษสูง แต่ก็ยังติดต่อเพื่อจะช่วยเหลือจำเลยที่ 1, 4 ในการขอคืนสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานสมคบกัน สนับสนุน ช่วยเหลือเกี่ยวกับยาเสพติด พิพากษาให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำให้การของจำเลยทั้งหมดเป็นประโยชน์แก่ศาล ลดให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1, 4 ตลอดชีวิต ส่วน จำเลยที่ 2-3 คงจำคุกคนละ 50 ปี และให้ยึดของกลางทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78847</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก, ยาเสพติด, สุบรรณ มหาชนนท์, เสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f717589c3391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
