<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก16-19ปีแก๊งค้ามนุษย์ลวงสาวโมร็อกโกค้ากาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค. 61 - ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์ หมายเลขดำ คม.64/2560 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายไมเคิล เพิร์ล อายุ 46 ปี ชาวซูดาน สัญชาติออสเตรเลีย, นายแคสสัน วาคีย์&amp;nbsp; สัญชาติซีเรีย อายุ 37 ปี, นายฉลาด หรือชัยรัตน์ นราจันทร์ อายุ 63 ปี, นายอารีย์ หรือชยากร เอี่ยมสารี อายุ 41 ปี และนางฮานา เตายูรี สัญชาติโมร็อกโก อายุ 38 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณีฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 11 ต.ค. 2559 - 26 มี.ค. 2560 นายไมเคิล จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้จัดการ &amp;quot;ดรีมดิสโก้&amp;quot; บริเวณชั้น 4 โรงแรมซีนิท ถ.สุขุมวิท 3 (นานาเหนือ) แขวงคลองเตย เขตวัฒนา กทม. ร่วมกับจำเลยอื่นๆ วางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ ใช้กลอุบายหลอกลวงเป็นธุระจัดหาพาหญิงสาวชาวโมร็อกโก รวม 4 ราย เป็นผู้เสียหายมาค้าประเวณี โดยหลอกลวงว่าให้มาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในประเทศไทย มีรายได้ดี มีความเป็นอยู่สบาย แต่พวกจำเลยกลับบังคับหน่วงเหนี่ยวกักขัง ข่มขืนใจผู้เสียหายให้ค้าประเวณี เหตุเกิดที่แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ และประเทศโมร็อกโก เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6, 9, 10, 11, 52 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ.2560 มาตรา 3, 4, 6 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9, 11 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 310 โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้ง 5 คน ซึ่งได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วข้อเท็จจริงแล้วรับฟังได้ว่า นายไมเคิล จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของผับดรีมดิสโก้ ส่วนหญิงผู้เสียหายทั้งสี่เป็นชาวโมร็อกโกที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ถูกบังคับให้ขายบริการ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยได้สอบสวนผู้เสียหายที่ 1, 2 ไว้ แต่ไม่ได้สอบสวนผู้เสียหายที่ 3, 4 เนื่องจากเดินทางกลับประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์มีพยานหลักฐานจากบันทึกการสอบสวน ผู้เสียหายที่ 1, 2 ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นางฮานา จำเลยที่ 5 ชักชวนให้ ผู้เสียหายทั้ง 4 ราย เดินทางจากประเทศโมร็อกโกเข้ามาทำงานในประเทศไทย อ้างว่าทำงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารและมีรายได้ดี ทั้งสี่จึงเดินทางเข้ามาประเทศไทยผ่านทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จากนั้นจึงนั่งรถโดยสารมาที่สุขุมวิท แล้วพาเข้าไปพักที่โรงแรมแบกแดด แล้วพาไปทำงานที่ผับดรีมดิสโก้ ซึ่งมีนายไมเคิลเป็นเจ้าของ ส่วนนายจาร์สิน, นายฉลาด, นายอารีย์ จำเลยที่ 2, 3, 4&amp;nbsp; เป็นลูกน้อง ซึ่งผู้เสียหายถูกบังคับให้ขายบริการ หากไม่ทำจะถูกทำร้ายร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์มีพนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เบิกความเป็นพยานสอดคล้องกัน เชื่อว่า นางฮานาน จำเลยที่ 5 กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 อีกทั้งจำเลยที่ 1-5 ได้กระทำผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปเพื่อค้ามนุษย์ เพราะภายหลังที่ได้ชักชวนผู้เสียหายทั้งสี่ให้เดินทางเข้ามาทำงานและถูกบังคับให้ค้าประเวณี นั้นจำเลยที่ 1, 2 เป็นคนจ่ายเงินเดือน ส่วนจำเลยที่ 3, 4&amp;nbsp; เป็นคนควบคุมหญิงผู้เสียหาย ที่จำเลยอ้างไม่เคยบังคับผู้เสียหายให้ค้ามนุษย์และไม่ทราบว่าผู้เสียหายค้ามนุษย์ เป็นคำเบิกความลอยๆ ไม่มีน้ำหนักให้เชื่อถือ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
พิพากษาว่า จำเลยทั้ง 5 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6 (1), 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 10 วรรคหนึ่ง, 11, 52 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 9 วรรคหนึ่ง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคแรก, 310 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งห้าเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานสมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ จำคุกกระทงละ 2 ปี จำนวน 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันค้ามนุษย์โดยร่วมกันตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไป ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อลวงไปหรือชักพาไปค้าประเวณีฯ ฐานเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นฯ และฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังฯ เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ลงโทษฐานเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น โดยเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้ายหรือข่มขืนใจฯ เป็นความผิดที่มีโทษหนักสุด จำคุกกระทงละ 6 ปี จำนวน 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 12 ปี&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ในส่วนเฉพาะจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 4, 11 วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่งด้วย จำคุก 3 ปี รวมจำคุกนายไมเคิล จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 19 ปี ส่วนนายแคสสัน, นายฉลาด, นายอารีย์ และนางฮานา จำเลยที่ 2-5 จำคุกคนละ 16 ปี ข้อหาอื่นให้ยก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้าประเวณี, จำคุก16-19ปี, ลวงสาวโมร็อกโก, ศาลอาญา, แก๊งค้ามนุษย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180718/image_big_5b4ed3543f813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
