<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุกอีกรอบ!1เดือนไม่รอลงอาญา&#039;ชูวิทย์&#039;ยื่นเท็จทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.61 -&amp;nbsp;ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางเมือง &amp;nbsp;พิพากษาจำคุกนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ &amp;nbsp;อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครักประเทศไทย เป็นเวลา 1 เดือน ไม่รอลงอาญา ในคดียื่นเท็จบัญชีทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิพากษาว่า จำเลยจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จหรือปกปิด ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ห้ามจำเลยดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2556 ที่พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ครั้งที่ 2 และให้จำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน จำเลยเคยรับโทษจำคุกเกิน 6 เดือน ไม่ใช่คดีหมิ่นประมาทหรือลหุโทษ และพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี จึงไม่อาจรอการลงโทษได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายชูวิทย์ ถูกจำคกเป็นรองที่ 2 ก่อนหน้านี้ถูกพิพากษาจำคุกในคดีรื้อบาร์เบียร์
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11828</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก1เดือน, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ยื่นบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180120/image_big_5a629d05aab30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 14:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุกอีกรอบ!1เดือนไม่รอลงอาญา&#039;ชูวิทย์&#039;ยื่นเท็จทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.61 -&amp;nbsp;ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ&amp;nbsp;องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดพิจารณาคดีครั้งแรกหรือนัดฟังคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;อม.26/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นฟ้อง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินร่วมลงทุนภัตตาคารแห่งหนึ่ง มูลค่า 150,000&amp;nbsp;บาท ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542&amp;nbsp;มาตรา 34,&amp;nbsp;119 และขอให้สั่งห้ามผู้ถูกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ป.ป.ช.ผู้ร้อง และนายชูวิทย์ ผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลาประมาณ 13.30 น.&amp;nbsp;ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายชูวิทย์ ผู้ถูกกล่าวหาฟัง โดยนายชูวิทย์ให้การรับสารภาพ พร้อมแถลงประกอบคำรับสารภาพว่า ตนมีทรัพย์สินมากกว่า 500 ล้านบาท โดยไม่ได้เจตนาปกปิดการรายงานหุ้นร่วมลงทุนจำนวน 150,000&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;เนื่องจากผู้ทำรายงานคงตกหล่นไป&amp;nbsp;ประกอบกับในปี 2546 ตนได้โอนหุ้นดังกล่าวให้กับบุคคล 2 คนเป็นผู้ถือหุ้นแทน เนื่องจากการขอใบอนุญาตสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้ใช้ชื่อตนเป็นผู้ประกอบการ และหุ้นของภัตตาคารดังกล่าวไม่มีรายได้ จึงเข้าใจว่าไม่ต้องรายงานทรัพย์สินดังกล่าวแก่ ป.ป.ช. ที่ผ่านมาตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองปี 2548 ก็ไม่เคยรายงานทรัพย์สินดังกล่าว ขอให้ศาลใช้ดุลพินิจนำคำแถลงประกอบคำรับสารภาพของตนเพื่อใช้ดุลพินิจพิจารณาโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้วผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ คดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานอีก จึงอ่านคำพิพากษาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์คำร้องเอกสารประกอบคำฟ้องและคำให้การผู้ถูกกล่าวแล้ว เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อปี 2554 พ้นจากตำแหน่งปี 2556 ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแก่&amp;nbsp;ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน นับจากวันเข้ารับตำแหน่ง, วันที่พ้นตำแหน่ง และวันที่พ้นตำแหน่งมาแล้ว 1&amp;nbsp;ปี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา&amp;nbsp;32,&amp;nbsp;33 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในการดำรงตำแหน่ง ส.ส.&amp;nbsp;ครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว ย่อมทราบดีว่าผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผู้ถูกกล่าวหายื่นรายการแสดงทรัพย์สิน โดยไม่แสดงรายการเงินลงทุนกับภัตตาคารแห่งหนึ่ง มูลค่า 150,000&amp;nbsp;บาท โดยชี้แจงต่อ&amp;nbsp;ป.ป.ช. ว่า ได้โอนหุ้นให้พนักงานสถานประกอบการไฮคลาส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ 2 ราย ไปก่อนกำหนดการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งขัดกับคำให้การของพนักงานสถานประกอบการไฮคลาสฯ ทั้ง 2&amp;nbsp;รายต่ออนุกรรมการไต่สวนว่า พยานเป็นเพียงพนักงานของสถานประกอบการไฮคลาสฯ และมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแทนผู้ถูกกล่าวหาเพื่อยื่นเรื่องขอใบอนุญาตสถานประกอบการเท่านั้น แต่ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์จึงเชื่อว่า&amp;nbsp;ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือหุ้นของภัตตาคารที่ร่วมลงทุน แต่มีเจตนาไม่แสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีหน้าที่ยื่นบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องปฏิบัติ เพื่อใช้ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ จึงฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ&amp;nbsp;กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ครั้งที่ 2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า นายชูวิทย์จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32, 33 ห้ามผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2556 ที่พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ครั้งที่ 2 ตาม มาตรา&amp;nbsp;34 วรรคสอง และเป็นความผิดตาม มาตรา&amp;nbsp;119 ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน แต่ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา&amp;nbsp;ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง&amp;nbsp;คงจำคุก 1 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาเคยต้องโทษในคดีหมายเลขแดงที่ 3220/2549 ฐานทำให้เสียทรัพย์/บุกรุก&amp;nbsp;ของศาลอาญากรุงเทพใต้&amp;nbsp;ได้รับโทษจำคุกเกิน 6 เดือน ซึ่งไม่ใช่คดีประมาทหรือลหุโทษ และพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี จึงไม่อาจรอการลงโทษได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังนายชูวิทย์ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์&amp;nbsp; โดยศาลพิจารณาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ และเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน คดีไม่อาจรอการลงโทษได้ องค์คณะมีมติไม่ให้ปล่อยชั่วคราว เพราะจำเลยอาจหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายชูวิทย์ขึ้นรถเรือนจำ ไปควบคุมตัวรับโทษที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อไป ทั้งนี้นายชูวิทย์ ถูกจำคกเป็นรองที่ 2 ก่อนหน้านี้ถูกพิพากษาจำคุกในคดีรื้อบาร์เบียร์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับองค์คณะที่พิจารณาคดีนี้ ประกอบด้วย 1.นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา, 2.นายประมวญ รักศีลธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, 3.นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, 4.นายบุญไทย อิศราประทีปรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา, 5.นายชลิต กฐินนะสมิต ผู้พิพากษาศาลฎีกา, 6.นายเสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้พิพากษาศาลฎีกา, 7.นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา, 8.นางคำนวน เทียมสอาด ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และ 9.นายกีรติ กาญจนรินทร์ พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11827</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก1เดือน, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ยื่นบัญชีทรัพย์สิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180120/image_big_5a629d05aab30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2018 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งคุก1เดือนไม่รอลงอาญา &#039;อดีต ผบช.ก.&#039;  แจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 &amp;nbsp;ก.พ. 61 - &amp;nbsp;เวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีหมายเลขดำ อม.250/2560 ที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.หรือนายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หรือเดอะกิ๊ก อายุ 64 ปี อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) จงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จรวม 59 รายการ ประกอบด้วยที่ดิน 53 แปลงและห้องชุด 6 ห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยจากเรือนจำ ซึ่งภายหลังจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลจึงพิพากษาจำคุก 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และห้ามดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเวลา 5 ปีด้วย นับจากพ้นตำแหน่ง ผบช.ก.เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2557 พร้อมให้นับโทษจำคุกต่อจากคดีอาญาที่ศาลอาญาเคยพิพากษาตัดสินมาแล้ว 4 สำนวนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น ก่อนหน้านี้ถูกฟ้องและพิพากษาคดีอาญารวม 7 สำนวนเมื่อปี 2558 ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง, คดีเรียกรับส่วยแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจใน บช.ก., คดีเรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน, คดีลักลอบเปิดบ่อนการพนันย่านพระราม 9, คดีร่วมกันฟอกเงิน, คดีกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้, คดีลักลอบครอบครองโบราณวัตถุ และคดีรับของโจร รวมจำคุกทั้งสิ้น 36 ปี 3 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3968</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก1เดือน, ปปช., พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์, อดีต ผบช.ก., แจ้งบัญชีทรัพย์สิน, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95098053a23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
