<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต่อลมหายใจ 3 แกนนำนปช. ไร้เงา&#039;กี้ร์-นิสิต-วัลลภ-ชัยชนะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค 62 - ที่ศาลจังหวัดพัทยา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เปิดเผยภายหลังเดินทางให้กำลังใจแกนนำนปช.ที่เดินทางเข้ารับฟังคำพิพากษาในคดีล้มประชุมอาเซียนชัมมิท เมื่อปี 2552 ว่า &amp;quot;ศาลจังหวัดพัทยา ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เนื่องจาก จำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกา ทั้งนี้ ต้องรอให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะรับคำร้องของจำเลยทั้ง 3 เพื่อวินิจฉัยใหม่หรือไม่ จึงให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น.&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยทั้ง 3 ที่นายจตุพร ระบุถึงประกอบด้วยพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ซึ่งทั้งสามเดินทางเข้าฟังคำพิพากษา ตามหมายเรียกใหม่ หลังเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมาศาลจังหวัดพัทยา ฎีกา พิพากษาจำคุก 4 ปี &amp;nbsp;แต่ทั้งสามอ้างว่าไม่ได้รับหมายเรียกจากศาล ทำให้ศาลออกหมายเรียกใหม่นัดฟังคำพิพากษาวันนี้ (31 ต.ค)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามช่วงเช้า จำเลยทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกา ต้องรอให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าจะรับคำร้องของจำเลยทั้ง 3 เพื่อวินิจฉัยใหม่หรือไม่ จึงให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 3 ธ.ค&amp;nbsp;2562 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่เหลือ ประกอบด้วย &amp;nbsp;นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง, นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายนพพร นามเชียงใต้ &amp;nbsp;ได้เข้ามอบตัวแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ ตามคำพิพากษาจำคุก 4 ปี พร้อมกับนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยคนเดียวที่เข้าฟังคำพิพากษา วันที่ 11 ก.ย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ไม่ปรากฎตัวต่อศาลตามนัดอ่านคำพิพากษาทั้งในวันที่ 11 ก.ย. และวันที่ 31 ต.ค. &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, นายวันชนะ เกิดดี, นพ.วัลลภ ยังตรง และ นายนิสิต สินธุไพร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49267</URL_LINK>
                <HASHTAG>12แกนนำ นปช., คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก4ปี, ศาลพัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbab0f570501.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำใจได้แล้ว! 31 ตุลา 8 แกนนำนปช.พร้อมเข้าคุก 4  ปีคดีล้มประชุมอาเซียน อีก 3 รายส่อเผ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง,พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์,วรชัย เหมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 31 ต.ค.นี้ ศาลจังหวัดพัทยานัด 11&amp;nbsp;แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ฟังคำพิพากษา คดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิทเมื่อปี 2552 &amp;nbsp;หลังคดีนี้ศาลได้อ่านคำพิพากษาไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยพิพากษาให้จำคุก 4 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฎว่ามีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เดินทางเข้าฟังคำพิพากษา(ปัจจุบันรับโทษจำคุก4ปีอยู่ในเรือนจำ) ขณะที่จำเลยที่เหลืออ้างว่าป่วย และไม่ได้รับหมายเรียก ทำให้ศาลออกหมายเรียกอีกครั้งเพื่อให้มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 31 ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยที่ต้องเข้าฟังคำพิพากษาในวันที่ 31 ต.ค.นี้ประกอบด้วย 1.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 2.นายนพพร นามเชียงใต้ &amp;nbsp;3.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ &amp;nbsp;4.นายนิสิต สินธุไพร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายสำเริง ประจำเรือ 6.นายสิงห์ทอง บัวชุม 7.นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี &amp;nbsp;8.นายวรชัย เหมะ 9.นายพายัพ ปั้นเกตุ &amp;nbsp;10.นพ.วัลลภ ยังตรง 11.นายพิเชฐ สุขจินดาทอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากแกนนำนปช.เผยว่า เท่าที่ได้พูดคุยส่วนใหญ่ทำใจได้แล้ว และจะเดินทางเข้ารับฟังคำตามพิพากษา ซึ่งคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ต้องว่าไปตามที่ศาลพิพากษาไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ก.ย. คือให้จำคุก 4 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตาม มี 3 คน ประกอบด้วย นายอริสมันต์ นพ.วัลลภ &amp;nbsp;และนายวันชนะ ที่ไม่ได้ติดต่อสื่อสารกัน &amp;nbsp; จึงไม่แน่ใจว่าทั้งสามจะเดินทางเข้าฟังคำพิพากษาหรือไม่&amp;quot; แกนนำนปช.ระบุ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49167</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก4ปี, นปช., พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์, อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, แกนนำนปช., แกนนำแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db8fdadbd042.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 10:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นเรื่อง!อดีตกรรมการสิทธิฯฟ้องต่อ UN กรณีจำคุก 4 ปี ​12 แกนนำนปช.ล้มประชุมอาเซียน ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน​</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.62 - นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ซึ่งลี้ภัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;quot;เมื่อวาน​ ตอนบ่าย​ การประชุม​คณะมนตรีสิทธิ​มนุษยชน​มีวาระรับรองรายงานของผู้เขียนรายงานพิเศษเกี่ยวกับการบังคับหายตัว (enforced disappearenc) ผู้แทนไทยกล่าวต่อที่ประชุมกรณีพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงด้วยว่า​ กรมสอ​บสวนพิเศษดำเนินการสอบสวนจนได้หลักฐานว่า​ ถูกฆ่า​แล้ว​ และกำลังสอบสวนหาตัวคนทำผิด​อยู่​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผมไปพบเจ้าหน้าที่สำนักงานข้าหลวงใหญด้านสิทธิมนุษยชน​ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย​ ก็ได้ขอให้ติดตามกรณีนี้​ พร้อมกับเพิ่มเติมกรณีแกนนำนปช.ถูกศาลฎีกา​ตัดสินจำคุก4 ปี​ เพราะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน​โดยกระบวนการยุติธรรม​2 มาตรฐาน​ สุดท้าย​ ได้คาดคะเนแนวโน้มการละเมิดสิทธิมนุษยชน​ในประเทศไทย​จะมาจากรัฐบาลประยุทธ์​2 เป็นสำคัญ​ เพราะนอกจากยังเป็นรัฐบาลใช้อำนาจ(Authoritarian)​อย่างไม่ฟังใคร​ หากรัฐธรรมนูญ​ กษัตริย์​ กองทัพ​ ข้าราชการ​ ​และองค์การ​อิสระตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ​ กกต.​ปปช.ฯลฯ สนับสนุน​อีกด้วย​ สถาบันเหล่านี้ไม่คำนึงสิทธิมนุษยชน​และหลักการประชาธิปไตยเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นายจรัล โพสต์ว่า &amp;quot;ผมรู้สึกเห็นใจอริสมันต์, นิสิต สินธุไพร, พายัพ ปั้นเกตุ, วรชัย เหมะ, วันชนะ เกิดดี, พิเชฐ สุขจินดาทอง, นายศักดิ์ดา นพสิทธิ์, พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์, นพพร นามเชียงใต้, สำเริง ประจำเรือ, สมยศ พรหมมา, นพ.วัลลภ ยังตรง และนายสิงทอง บัวชุม​ จำเลยคดีพัทยาถูกศาลฎีกา​สั่งจำคุก4 ปี​ อย่างไม่ยุติธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45723</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมอาเซียน, จรัล ดิษฐาอภิชัย, จำคุก4ปี, นปช., สิทธิมนุษยชน, เสื้อแดง, แกนนำนปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190914/image_big_5d7c5ffd1b2a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลกระหน่ำแชร์!บันทึกสมเกียรติ อ่อนวิมล  &#039;ทักษิณ-อริสมันต์ กับการทำลายการประชุมสุดยอดอาเซียน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.62 - จากกรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี 12 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ล่าสุดสังคมโซเชียล ได้แชร์บทความเรื่อง &amp;ldquo;ครบรอบ 4 ปี ทักษิณ ชินวัตร และ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับการทำลายการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่พัทยา 10-11 เมษายน 2552&amp;rdquo; เขียนโดย ผศ.สมเกียรติ อ่อนวิมล เผยแพร่ในเฟซบุ๊ซชื่อ &amp;ldquo;สมเกียรติ อ่อนวิมล | Somkiat Onwimon&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดือนเมษายน 2552. ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน+6 ที่พัทยา ผมอยู่ในโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท&amp;nbsp;ทุกวัน เหมือนสื่อมวลชนทั้งหลาย ในวันแรกที่ไปถึง รู้สึกสะดวกสบายและเห็นความราบรื่นในการเตรียมงาน มองเห็นประโยชน์อันยิ่งใหญ่จากการประชุม เพราะการเตรียมงานเรียบร้อย มีประสิทธิภาพอย่างน่าภาคภูมิใจในฐานะคนไทยที่เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไทย อาคารสถานที่ของโรงแรมก็โอ่โถง กว้างขวาง โอฬาร สมเป็นสถานที่จัดประชุมระดับโลก บรรยากาศสดชื่นงดงามของทะเลและชายหาดเป็นอมตะจนไม่ต้องอธิบาย บุคคลากรของกระทรวงการต่างประเทศทำงานสนับสนุนรัฐบาลที่ผมเชื่อมั่นในคุณภาพของนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;nbsp;เป็นนายกรัฐมนตรีที่ผมภูมิใจในพื้นฐานความรู้ด้านการต่างประเทศอย่างที่สุด ผมชื่นชอบในบุคลิกการสื่อสารและภาษาที่ท่านใช้ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ส่วนประวัติอันดีงามและความซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใสในชีวิตของท่านนั้นผมมั่นใจได้อย่างบริบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอเริ่มงานในวันที่ 10 เมษายน 2552 ทุกอย่างก็ไหวสะเทือนเพราะแรงการประท้วงจากฝูงชนผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp;ที่ใส่เสื้อสีแดงเป็นสัญลักษณ์ ผมทราบดีว่าคุณทักษิณ ต้องการอำนาจกลับคืนมา&amp;nbsp;แต่ไม่มีวิธีอื่นใดนอกจากล้มรัฐบาลของนายกฯอภิสิทธิ์ และไม่มีวิธีอื่นใดที่จะล้มรัฐบาลได้ขณะที่ตัวเองเป็นผู้ต้องโทษหนีไปอยู่ต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะให้ตัวแทนของตนในประเทศไทย รวมพลังมวลชนมาก่อกวนเพื่อล้มรัฐบาลด้วยเงื่อนไขที่รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยใดๆจะรับไม่ได้ แต่ผมก็ไม่คิดว่ามวลชนของคุณทักษิณจะมาล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยา ที่ผมคิดเช่นนี้ก็เพราะว่าพวกเสื้อแดงที่เป็นผู้นำการประท้วงกล่าวบนเวทีหน้าทำเนียบรัฐบาลที่กรุงเทพฯว่าจะไม่ขัดขวางการประชุมสุดยอดอาเซียนและพิสูจน์การรักษาสัจจะให้เห็นแล้วในระหว่างการประชุมสุดยอดก่อนหน้านี้ที่ชะอำ-หัวหิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่ 10 เมษายน 2552. ขบวนประท้วงของพวกเสื้อแดงเดินทางเข้ามาถึงหน้าโรงแรมอย่างง่ายดาย ทั้งๆที่ทางเข้าก็แคบและมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียว ทางเข้าด้านหลังโรงแรมก็มี แต่ก็สามารถปิดกั้นให้ความปลอดภัยแก่สถานที่ประชุมได้&amp;nbsp;หากตำรวจและทหารต้องการจะทำหน้าที่จริงๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธรุนแรง เพียงแต่ตั้งเครื่องกีดขวางเสริมด้วยตำรวจและทหารหลายๆแถว แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดความหวั่นไหวในหมู่สื่อมวลชนทั้งหลายว่าการประชุมจะดำเนินไปได้อย่างไร หากผู้ประท้วงจะบุกเข้ามาในอาคารที่เป็นศูนย์สื่อมวลชนเมื่อไรก็ย่อมได้ และสามารถบุกต่อไปยังอาคารที่ประชุมได้เช่นกัน มวลชนเสื้อแดงที่เดินขบวนเข้ามาประท้วงนำโดยคุณอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ซึ่งตะโกนป่าวร้องบนรถบรรทุก ต่อว่าด่าทอรัฐบาลด้วยถ้อยคำที่รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เงื่อนไขที่ขอให้มีตัวแทนอาเซียนมารับหนังสือประณามรัฐบาลไทยและฟ้องรัฐบาลชาติอื่นนั้น ทำให้ผมคิดตามเดิมว่าเขาคงไม่ขัดขวางการประชุมแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีบอกกับผมว่าคุณอริสมันต์ สัญญาว่าหลังจากมอบหนังสือแล้วจะถอยขบวนประท้วงออกไปทันที เมื่อคุณอริสมันต์กับพวกอีกห้าคน ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในอาคารศูนย์สื่อมวลชนเพื่อยื่นหนังสือและรอพบตัวแทนจากสำนักเลขาธิการอาเซียน ระหว่างรอตัวแทนจากอาเซียนอยู่นั้นผมเข้าไปคุยกับตัวแทนพวกเสื้อแดงผู้สนับสนุนคุณทักษิณคนหนึ่งซ่ึงผมก็ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว หากแต่เขารู้จักผม จึงคุยกันได้ฉันมิตรด้วยภาษาที่สุภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกผมว่าพวกเขามาถึงหน้าโรงแรมนานแล้ว แต่ไม่มีใครสนใจจะออกมาพูดจาถามไถ่ถึงความต้องการ ไม่มีใครเข้ามาเจรจาเลย รออยู่นาน ปราศรัยบนรถอยู่นานก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจ ไม่มีภาษาที่ก้าวร้าว ต่างกับภาษาที่ก้าวร้าวยั่วยวนหยาบคายที่เขาใช้บนเวทีปราศรัยบนรถนำขบวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าการที่เขาพูดคุยกับผมอย่างสุภาพและสงบก็เพราะเขาคุยกับผมซึ่งเขารู้จักในฐานะสื่อมวลชน (อาวุโส) ที่มิได้อยู่ตรงข้ามกับเขา หรือเข้าข้างฝ่ายใด การพูดคุยกันจึงพอจะได้รับข้อมูลที่จริงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างความชุลมุนวุ่นวายในอาคารสื่อมวลชนนั้น ผมนั่งคิดอยู่ว่าผมควรจะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์ จะหลบไปหามุมปลอดภัย หรือจะเข้าไปอธิบายให้พวกแดงฟังบ้าง หรือจะเข้าไปเผชิญหน้าถกเถียงกับพวกเขาด้วยตัวเองเสียเลย ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุดผมก็เดินแหวกฝูงชนที่ห้อมล้อมคุณอริสมันต์อยู่นั้น แล้วผมก็เข้าไปด้านหลัง สะกิดไหล่คุณอริสมันต์ที่กำลังยืนพูดกับผู้สื่อข่าวข้างหน้า คุณอริสมันต์หันมาทักทายผม แล้วผมก็บอกคุณอริสมันต์ ที่พวกเราสื่อมวลชนเรียก&amp;nbsp;&amp;ldquo;กี้ร์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นชื่อเล่น ผมขอร้องคุณอริสมันต์ว่าขอให้ถอนกำลังมวลชนกลับไปหลังจากยื่นหนังสือแล้ว ตามที่ได้สัญญาไว้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ขอให้เห็นแก่อาเซียนและรัฐบาลซึ่ง&amp;nbsp;หมายถึงรัฐบาลของท่านนายกฯสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลท่านนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลของท่านนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;nbsp;ทุกรัฐบาลทั้งหมดรวมกัน เพื่อรักษาชื่อเสียงของประเทศชาติเอาไว้ให้ได้ เพราะทุกรัฐบาล ล้วนแล้วแต่ร่วมกันทำงานเพื่ออาเซียน เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทยมานานแรมปี อาเซียนเป็นของทุกรัฐบาล เป็นของคนไทย และเป็นของพลเมืองเกือบ 600 ล้านคนใน 10 ประเทศร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาเซียนไม่เกี่ยวกับปัญหาระหว่างคุณทักษิณกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์แต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาเซียนไม่เกี่ยวกับเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาเซียนไม่ได้เป็นปฏิปักษ์อะไรกับพวกแดง!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมพูดกับคุณอริสมันต์โดยความหมายรวมทำนองนี้ในเวลาไม่ถึงนาที แล้วย้ำกับคุณอริสมันต์ว่า หากมวลชนของคุณอริสมันต์ถอยกลับตามสัญญาก็จะได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นในฐานะที่แสดงความเป็นนักประชาธิปไตยในการประท้วงแล้วส่งความคิดเห็นตามช่องทางที่เหมาะสม จบแล้วก็จบกระบวนการประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการยื่นหนังสือประณามรัฐบาลไทยแล้วขบวนมวลชนเสื้อแดงของคุณอริสมันต์ก็ถอยกลับไปอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ผมโล่งใจและภูมิใจในความยึดมั่นสัจจะวาจาของคุณอริสมันต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นผมก็ได้ข่าวว่ามีชาวพัทยาจำนวนหนึ่งไม่พอใจการที่พวกคุณอริสมันต์มาประท้วงทำให้เสียหายต่อบรรยากาศทางสังคมและธุรกิจของเมืองพัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกลุ่มชาวพัทยาที่มาประท้วงรออยู่ปากทางตอนที่พวกคุณอริสมันต์กำลังถอยขบวนย้อนทางออกไป ชาวพัทยาที่ประท้วงใส่เสื้อสีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ ผมถามท่านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีก็ได้ความว่ามีจำนวนรวม 500 คน และท่านรับทราบถึงการมาของขบวนชาวเมืองพัทยา (หรืออาจจะตีความต่อไปได้ว่าท่านผู้ว่าฯมีส่วนในการจัดมวลชน) กลุ่มเสื้อสีน้ำเงินมีทั้งชาวเมืองที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวและชาวประมง แต่การใส่เสื้อสีน้ำเงินแสดงถึงการจัดตั้งกลุ่มผู้ชุมนุมเอามาต่อต้านฝ่ายเสื้อแดงซึ่งมีจำนวนมากกว่า ผมมาทราบทีหลังว่ามีการตะโกนด่าทอและขว้างปาใส่กันบ้าง แต่ไม่มีใครบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผมกลับไปพักที่โรงแรมริเวียร่า ในเขตนาเกลือ ไกลจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียน&amp;nbsp;ได้ดูช่องโทรทัศน์ D-Station ผ่านดาวเทียมของคุณทักษิณ ชมการปราศรัยบนเวทีของผู้ประท้วงที่กรุงเทพ ประกาศให้มวลชนเสื้อแดงเดินทางไปสมทบและเตรียมประท้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยาอีกรอบหนึ่ง ผมฟังคำปราศรัยของคุณทักษิณ ผ่านจอภาพวิดีโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณทักษิณพูดปลุกเร้าอารมณ์ชาวเสื้อแดงแสดงความไม่พอใจที่การประท้วงนำโดยคุณอริสมันต์จบลงอย่างง่ายเกินไป คุณทักษิณต้องการให้พวกเสื้อแดงกลับไปประท้วงขัดขวางการประชุมสุดยอดอาเซียนต่อไป โดยตะโกนร้องว่า&amp;nbsp;:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมแพ้ไม่ได้&amp;rdquo; ประท้วงแล้ว &amp;ldquo;ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วคุณทักษิณก็เรียกร้องให้การชุมนุมทวีความเข้มข้นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ยินดังนี้แล้วผมก็สิ้นหวัง และเชื่อว่าคำสั่งของคุณทักษิณนั้นศักดิ์สิทธิ์เหนือสัจจะวาจาใดๆที่คุณอริสมันต์ให้ไว้กับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี หรือที่สัญญากับผมจากการคุยกันอย่างฉาบฉวยไม่กี่วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันที่ 11 เมษายน 2552. ผมไม่คิดว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนจะเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูจากสีหน้าที่โกรธขึ้งของคุณณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และคุณจตุพร พรหมพันธุ์ บนเวทีปราศรัยหน้าทำเนียบรัฐบาล ก็เห็นความรุนแรงและมุ่งมั่นที่จะเอาชัยชนะติดมือจากพัทยากลับไปมอบให้คุณทักษิณให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างทางบนถนนนาเกลือ ไปสู่โรงแรมที่จัดประชุมสุดยอดอาเซียน ผมพบกลุ่มเสื้อแดงวิ่งไล่ตีชาวพัทยาบริเวณวงเวียนน้ำพุ กระเจิดกระเจิงมาในซอยที่ผมกับทีมงานสารคดีโทรทัศน์อาเซียนหลบอยู่ ชายหนุ่มชาวพัทยาที่หนีเข้ามามือโชกเลือดเนื้อฉีกเป็นแผ่นยาวน่ากลัว เลือดไหลไม่หยุด ผมให้ผ้าเช็ดหน้าไปซับเลือด แล้วเจ้าของร้านขายของบริเวณใกล้เคียงก็ออกมาช่วยทำแผลให้ พวกเสื้อแดง วิ่งไล่ล่าตามมาในซอยหวังทุบตีด้วยไม้กระบองในมือ แต่ชาวพัทยาผู้บาดเจ็บก็ขึ้นรถหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกับช่างภาพวิดีโอสองกล้องได้ถ่ายภาพเหล่านี้ไว้แล้วเดินออกไปปากซอย ดูเหตุการณ์ถึงวงเวียนน้ำพุแยกถนนนาเกลือ ซึ่งอยู่หน้าโรงแรมดุสิตธานีอันเป็นที่พักผู้นำชาติเอเชียตะวันออก ผมพบพวกเสื้อแดงในอาการโกรธแค้น ด่าทอหยาบคาย ผมเห็นตำรวจพัทยาปลอบใจหญิงเสื้อแดงที่อยากจะอยู่สู้กับชาวพัทยาบนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ตำรวจบอกให้ไปอยู่กับคนเสื้อแดงบนรถจะได้ปลอดภัย ผมได้คุยกับนายอำเภอบางละมุงเพื่อประเมินสถานการณ์หากผมจะพยายามหาทางเดินทางต่อไปยังโรงแรมรอแยลคลิฟฯอันเป็นที่ประชุมสุดยอดอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมงานของผมขับรถหลบพวกเสื้อแดงที่ปิดหน้าโรงแรมอยู่ แล้วอ้อมเข้าด้านหลังโรงแรมรอยัล คลิฟ รีสอร์ท ซึงเงียบสงบและปลอดภัย เดินผ่านสวนของโรงแรม&amp;nbsp;เห็นเหล่าทหารที่ยังไม่มีหน้าที่จะผลัดเวรรักษาสถานการณ์ในตอนนี้ บรรดาทหารยืนแถวเตรียมพร้อมแล้วก็มี ที่นอนเอนกายกันทั่วไปในสภาพที่ไม่เตรียมพร้อมก็มี ดูเป็นภาพที่ไม่สวย ไม่เข้มแข็ง แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ก็ตาม ผมคิดว่าไม่ว่าทหารจะมีจำนวนมากน้อยเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดก็ควรเข้าแถวยืนประจันหน้ากับผู้ประท้วง และควรทำหน้าที่กันผู้ประท้วงไม่ให้เข้ามาตั้งแต่ปากทางแล้ว การไปดูแลความปลอดภัยของที่ประชุมระดับโลกเช่นนี้ไม่ควรไปนอนรอคอยคำสั่งหรือนอนพักผ่อนแต่อย่างใด การปกป้องที่ประชุมสุดยอดระดับโลกเช่นนี้หย่อนยานมาก และน่าตำหนิในความไม่เอาใจใส่ภาพลักษณ์ของทหารเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใกล้ๆกันก็มีพวกเสื้อแดงเข้ามานั่งและเดินด่ารัฐบาลกันระเกะระกะบนสนามของโรงแรม ขณะที่ขบวนประท้วงใหญ่ก็อออยู่กันแน่นถนนหน้าโรงแรม ผมเดินเข้าไปนั่งคุยกับพวกเสื้อแดงที่นั่งกันอยู่ราว 50 คน ผมอยากรู้จักคนเหล่านี้ว่าเป็นใครมาจากไหนอย่างไร และมีความคิดเรื่องประชาธิปไตยแบบไหน ชาวเสื้อแดงคุยกับผมอย่างสงบและสุภาพ ยกเว้นว่ามีหญิงคนหนึ่งเดินไปเดินมามองตาเขียวใส่หน้าและด่าทอพุ่งเสียงตรงมายังผมตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอไม่ได้ด่าผม เอาแต่ด่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อย่างหยาบคาย ทว่าเธอหันหน้ามาทางผมตอนที่ด่า ตามคำบอกเล่าของชายที่นั่งข้างผม เธอเป็นชาวจันทบุรี ฟังจากสำเนียงก็เหน่อแบบจันทบุรีแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมวิเคราะห์และสรุปนานแล้วว่าความหยาบคายในการใช้ภาษาของพวกพันธมิตรฯเสื้อเหลืองแสดงถึงความขาดสติและขาดเหตุผลที่จะอธิบายแนวคิดของตนเอง เป็นการขาดการศึกษาและวัฒนธรรมของผู้ประท้วงเสื้อเหลืองที่ผมพบมาตั้งแต่ปี 2551.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่พัทยาคราวนี้ผมมาพบความหยาบคายในหมู่คนเสื้อแดงด้วยอีกเหมือนกัน ทั้งบนเวทีปราศรัยที่กรุงเทพฯ และที่พัทยา แถมได้พบตรงๆแบบด่าใส่หน้าบนสนามหญ้าของโรงแรมที่จัดประชุมสุดยอดอาเซียนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมก็คิดว่าคุยไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเธอผู้หยาบคายมีแต่อารมณ์ร้าย ผมคุยกับชายวัยใกล้เคียงกับผม (ปี 2552 ผมอายุ 60 ปี) ชายคนนี้เป็นชาวสุพรรณบุรี บ้านเดียวกับผม เขาบอกว่า ที่สุพรรณบุรี สมาชิกพรรคไทยรักไทยที่แพ้การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นผู้จัดรวบรวมและขนชาวสุพรรณฯมาร่วมชุมนุม โดยดูแลความสะดวกต่างๆ แต่เขายืนยันว่าไม่มีการจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสดตามที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมพยายามอธิบายหลักวิชาการประชาธิปไตยว่าการแสดงความเห็นทางการเมืองนั้นทำได้ แต่ความหยาบคายนั้นสร้างแต่ความโกรธไม่สร้างความเข้าใจอันดี เพราะการด่าไม่มีข้อมูลให้ช่วยคิดอะไรใหม่ได้ การไล่นายกฯอภิสิทธิ์ออกเพราะบอกว่าเป็นคนเลวก็ไม่ถูก เพราะนายกฯอภิสิทธิ์เป็นคนดีมีความรู้ความสามารถ ไม่มีเรื่องทุจริตเหมือนคุณทักษิณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการที่จะไล่นายกอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่งก็ต้องทำด้วยเหตุแห่งความด้อยประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ต้องทำความเข้าใจว่าการประท้วงเป็นเพียงการแสดงความเห็นเท่านั้น ส่วนการจะให้ลาออกได้หรือไม่ได้เป็นเรื่องของระบอบประชาธิปไตย ต้องผ่านกระบวนการประชาธิปไตยที่ถูกต้องแท้จริง คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎร หรือการยุบสภาแล้วลาออกเองโดยนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มาประท้วงไม่มีสิทธิ์สร้างเป็นเงื่อนไขในการประท้วงว่าการจะล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนหากนายกรัฐมนตรีไม่ลาออกนั้นเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ในระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรทำ และต้องไม่ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงเวทีการประท้วงซึ่งอาศัยหลังคารถบรรทุกเป็นที่ยืนปราศรัย ผู้ปราศรัยนำโดยคุณอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เช่นเดิม เห็นหน้าคุณอริสมันต์อีกครั้งผมก็หมดความเชื่อถือในสัจจะวาจาที่เคยให้ไว้เมื่อวาน ผมเชื่อในใจว่าคุณอริสมันต์จริงใจกับอาเซียนเมื่อวันวานที่ถอยกำลังกลับไป&amp;nbsp;แต่ก็มั่นใจว่าคุณทักษิณมีอำนาจสั่งการเหนือกว่า แล้วสั่งผ่านผู้นำบนเวทีอภิปรายหน้าทำเนียบรัฐบาลที่กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าการล้มการประชุมสุดยอดอาเซียนเป็นของติดไม้ติดมือกลับไปตามที่คุณทักษิณต้องการนั้นคงจะถือเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะอ้างเงื่อนไขอะไร เมื่อวันวานผู้ประท้วงสร้างเงื่อนไขเพียงขอยื่นหนังสือประท้วง แต่มาวันนี้ผู้ประท้วงขอขัดขวางการประชุม หากไม่จับตัวคนที่ทำให้พวกเสื้อแดงเสียชีวิตในการปะทะกันที่พัทยา โดยอ้างว่ามีพวกเสื้อแดงเสียชีวิตจริง แต่ข้อเท็จจริงต้อนนั้นไม่มีใครทราบ ผมเองทราบเป็นส่วนตัวเพราะพบเห็นโดยตรงว่าพวกเสื้อแดงตีชาวพัทยามือฉีกเลือดโชกไปหนึ่งคน หนุ่มพัทยาที่รับผ้าเช็ดหน้าจากผมไปห้ามเลือดย่อมยืนยันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงในวันต่อมาก็พบว่าไม่มีใครเสียชีวิตตามที่คุณอริสมันต์ประกาศเอาเป็นเงื่อนไขการล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน&amp;nbsp;แต่ในขณะที่มีการสร้างข่าวสร้างเงื่อนไขเรื่องเสื้อแดงตายอยู่ในหมู่ฝูงชนที่กำลังเดือดดาลอยู่นั้น คุณอริสมันต์ก็พาฝูงชนบุกเข้าทุบทำลายประตูทางเข้าอาคารด้านหน้าของโรงแรมที่ประชุม กระจกบานประตูแตกละเอียด กระจัดกระจาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณอริสมันต์พามวลชนเดินพล่านไปทั่วอาคาร ตะโกนโหวกเหวกโวยวายไปทั่ว ผมกับทีมงานและคณะนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์หลบอยู่ในห้องอาหารของสื่อมวลชน ซึ่งทั้งหมดใช้อาคารส่วนหน้าของโรงแรมนี้เป็นศูนย์ทำงานของเหล่าสื่อมวลชนรวมนับพันคนจากทั่วโลกความกร้าวกร่างและรุนแรงของพวกเสื้อแดงถูกบันทึกไว้โดยสื่อมวลชนทั่วโลกที่มาชุมนุมทำข่าวอาเซียนกันอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ นาทีนั้นบรรดาผู้นำชาติอาเซีียนและประเทศคู่เจรจาถูกพาหนีออกจากโรงแรมไปทั้งทางเรือ และทางอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์ ท่านนายกรัฐมนตรี Kevin Rudd กำลังเดินทางมาจากออสเตรเลียใกล้จะถึงพัทยาแล้ว พอได้ข่าวการก่อความวุ่นวายของพวกเสื้อแดง ท่านก็สั่งหันหัวเครื่องบินกลับออสเตรเลียกลางอากาศโดยฉับพลัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณทักษิณใช้คุณอริสมันต์ทำลายที่ประชุมสุดยอดอาเซียนโดยเฉพาะเจาะจง และ ทำลายอาเซียนโดยรวม จนคุณทักษิณและคุณอริสมันต์ถือว่าฝ่ายตนได้รับชัยชนะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในความเห็นของผมนั้น คุณทักษิณพ่ายแพ้ยับเยิน จากพฤติกรรมที่ก่อขึ้นครั้งนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณทักษิณประพฤติตัวน่าอับอายเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในระดับชาติ ระดับอาเซียน และระดับโลก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณทักษิณไม่สำนึกเลยว่าตัวเองเคยร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนมาแล้วถึง 6 ครั้ง มากกว่านายกรัฐมนตรีคนใดๆของไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณทักษิณไม่มีจิตสำนึกอะไรเลยต่องานที่ตัวเองทำให้อาเซียนและประเทศไทยนานถึง 6 ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณทักษิณไม่เคยคิดถึงคุณความดีของตัวเองที่เคยทำไว้ต่ออาเซียนบ้างเลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่มีทางเห็นเป็นอื่น ผมจะสรุปว่าคุณทักษิณเป็นคนดีของอาเซียนไม่ได้เลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมได้เห็น รู้จัก และวิเคราะห์คุณทักษิณ มานาน 25 ปี แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมผิดหวังมากในความเป็นมนุษย์ของคุณทักษิณก็คราวนี้ ที่พัทยา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอาเซียนและประเทศไทยนั้นก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้เสียหายมหาศาลด้วยแน่นอน การประชุมสุดยอดอาเซียน+6 ล้มล่มลงอย่างน่าเสียใจเป็นที่สุด โลกชะงักงันต่อโอกาสในการประชุมแก้ปัญหาวิกฤติการเงินที่ทั้งโลกและอาเซียนเผชิญอยู่ อาเซียนต้องหยุดกระบวนการทำงานที่สำคัญที่สุดในรอบ 42 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาเซียนที่กำเนิดที่ประเทศไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เคยมีสิ่งใดมาแผ้วพาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แล้วเมื่ออายุได้ 42 ปี อาเซียนก็กลับมาสู่มาตุภูมิ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วถูกประชาชนลูกหลานผู้ให้กำเนิดทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไทยของผม คือรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสียหายอย่างหนักที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในนามของประเทศไทย เราจะไม่มีโอกาสดีเช่นนี้อีกแล้วในการทำงานเพื่ออาเซียน หน้าที่ของเราต่อไปนี้ก็คือทำงานหนักเพื่อกลับไปร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนให้เหมือนสมาชิกปรกติธรรมดาให้ได้ในอนาคต คุณทักษิณไม่มีทางจะกลับมาเป็นผู้นำประเทศไทยและร่วมอยู่ในสมาคมอาเซียนได้อีกเลยเพราะคุณทักษิณเป็นผู้ทำลายอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนาคตที่เราจะกลับเข้าสู่ความอบอุ่นของอาเซียนนั้นอยู่ข้างหน้า แต่อยู่ยาวไกลมากๆ เพราะชื่อเสียงเกียรติภูมิของราชอาณาจักรไทยเสียหายหมดสิ้นแล้ว ชื่อเสียงที่ว่าหมดสิ้นแล้วนั้นเป็นความจริงที่ชาวโลกกำหนด แต่เราก็จำจะต้องสร้างชื่อเสียงขึ้นใหม่ได้ แม้จะใช้เวลานานเพียงไรก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นว่าคนรุ่นปัจจุบันที่เป็นผู้สนับสนุนคุณทักษิณ เป็นคนขาดเหตุผล ด้อยความรู้เรื่องประชาธิปไตย ขาดวัฒนะธรรมสังคมประชาธิปไตย เขาเป็นผู้ทำลายเกียรติภูมิของชาติของตนและทำลายศักดิ์ศรีของตนเองในฐานะพลเมืองในสังคมประชาธิปไตย&amp;nbsp;จะแก้ไขคนเสื้อแดงเหล่านั้นให้กลับมามีจิตสำนึกถึงอาเซียนและประเทศชาติได้ก็โดยการเพิ่มการศึกษาอบรม เขาต้องหาความรู้เพิ่มเติมให้มากๆเพื่อให้เป็นคนมีเหตุผลและมีวัฒนธรรมและสามารถดำเนินชีวิตในสังคมประชาธิปไตยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ทำได้ แม้จะยากยิ่ง เพราะต้องใช้เวลาและต้องตั้งใจพัฒนาตนเองให้หลุดพ้นจากอารมณ์ที่เกิดจากการรับข้อมูลข่าวสารที่ผิดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณทักษิณและผู้สนับสนุนทั่วประเทศจะต้องมีความพร้อมที่จะวิเคราะห์ตัวเองด้วยหลักปรัชญาประชาธิปไตย ต้องมีความพร้อมในการเรียนรู้หลักประชาธิปไตยที่แท้จริงกันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่พัทยา ณ เวลานั้นมันสายเกินไปแล้ว เพราะอารมณ์มาอยู่เหนือสติยั้งคิด จะเรียนรู้พัฒนาตนเองให้อยู่ในสังคมประชาธิปไตยตอนนั้นก็ไม่ทันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงควรต้องให้โอกาสตัวเองก่อร่างสร้างความเป็นประชาธิปไตยกันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอมอบประเทศไทยและอาเซียนให้กับคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเลือกใส่เสื้อสีอะไร หรือจะยึดมั่นในอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใด คนรุ่นใหม่จะต้องเริ่มเรียนรู้อย่างจริงจังต่อสถานการณ์และความล้มเหลวของคนรุ่นผมคือคนรุ่นปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์รุนแรงทางการเมืองในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2551-2552 นั้น ต้องเป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ที่จะต้องศึกษาวิเคราะห์อย่างละเอียดลึกซึ้ง เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยที่สงบงดงามให้เกิดขึ้นให้จงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาเท่านั้นที่สร้างสังคมและวัฒนธรรมประชาธิปไตยขึ้นได้ &amp;hellip; ในราชอาณาจักรไทย
สมเกียรติ อ่อนวิมล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เมษายน 2552&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรับแก้เพื่อเผยแพร่ครั้งที่สอง
9 ธันวาคม 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เผยแพร่ครั้งที่สาม
11 เมษายน 2556&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45717</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก4ปี, นปช., สมเกียรติ อ่อนวิมล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190713/image_big_5d29aa133e246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 11:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 11:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตม.ขยับสกัดหนี!ขึ้นบัญชีดำ 12 นปช.ห้ามออกนอกประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.เปิดเผยถึงกรณีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำนวน 12 คน ที่ไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีล้มประชุมอาเซียนซัมมิท เมื่อปี 2552 เมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) ว่า การที่ไม่ไปฟังคำพิพากษาศาล เข้าข่ายมีพฤติกรรมหลบหนี ทั้งนี้ จึงได้สั่งขึ้นบัญชีดำ แกนนำ นปช.ทั้ง 12 คน ห้ามออกนอกประเทศ
&amp;nbsp;
สำหรับรายชื่อ 12 แกนนำ นปช.ที่ไม่เข้ามาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ดังนี้ 1.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 2.นายนิสิต สินธุไพร 3.นายพายัพ ปั้นเกตุ 4.นายวรชัย เหมะ 5.นายวันชนะ เกิดดี 6.นายพิเชฐ สุขจินดาทอง 7.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ 8.นายนพพร นามเชียงใต้ 9.นายสำเริง ประจำเรือ 10.นายสมยศ พรหมมา 11.นพ.วัลลภ ยังตรง และ 12 .นายสิงห์ทอง บัวชุม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45600</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก4ปี, อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78e70bbc6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทนายอธิบายชัดๆ ศาลออกหมายจับ&#039;อริสมันต์&#039;หมายเรียก&#039;ไวพจน์-วรชัย&#039;ฟังคำพิพากษา31ต.ค.ก่อนส่งเข้าคุก4ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีที่วันนี้ (11 ก.ย.) ศาลจังหวัดพัทยา ได้อ่านคำพิพากษาฎีกา คดีแกนนำและแนวร่วม นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา เพื่อขัดขวางการประชุมอาเซียนปี 2552 ที่มีเพียงนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เดินทางมาศาลตามหมายเรียกเพียงคนเดียว ส่วนจำเลยอื่น มีทั้งที่ระบุมีอาการป่วย, ไม่ได้รับหมายเรียกและที่ได้รับหมายเรียกแล้วไม่มาศาล นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดพัทยาจึงได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้เฉพาะ นายศักดา จำเลยที่ 10 ฟัง ซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืน ตามศาลอุทรธรณ์ภาค 2 ที่ให้จำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด โดยเมื่อนายศักดา ได้ฟังผลคำพิพากษาฎีกาซึ่งถึงที่สุดตามกระบวนการทางกฎหมายแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายศักดาไปคุมขังยังเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษาดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีจำเลยอื่นที่ไม่มาศาลนั้น ทีมทนายความจำเลย เปิดเผยว่า ในวันนี้ศาลจังหวัดพัทยาได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกา ซึ่งมีจำเลยทั้งสิ้น 13 คน (ที่สู้ถึงชั้นฎีกา) แต่ในส่วนของนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และ นพ.วัลลภ ยังตรง จำเลยที่ 1 และ&amp;nbsp;16 ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยมอบอำนาจให้ทนายความยื่นคำร้องขอให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาวันนี้ออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยทั้งสองมีอาการป่วย พร้อมนำใบรับรองแพทย์มาแสดง ซึ่งศาลจังหวัดพัทยาได้พิจารณาคำร้องในส่วนนี้แล้ว เห็นว่าอาการป่วยนั้นไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ และให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสองเพื่อมาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีนี้อีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. โดยศาลให้ปรับนายประกันของจำเลยทั้งสองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ก็ยังมีในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำเลยที่ 3, นายสำเริง ประจำเรือ จำเลยที่ 6, นายวรชัย เหมะ จำเลยที่ 13 ก็ปรากฏว่ายังไม่ได้รับหมายเรียกที่ศาลแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ จึงไม่ได้เดินทางมาศาล โดยศาลจังหวัดพัทยาพิจารณาแล้วก็ให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้งสามมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นี้ วัน-เวลาเดียวกันกับนายอริสมันต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยอื่นอีก 7 คน (จำเลยที่ 2,4,5,11,12,15,17) ก็ปรากฏว่า ศาลได้ส่งหมายเรียกแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาฎีกาให้ทราบแล้ว แต่วันนี้จำเลยทั้ง 7 คนไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลจังหวัดพัทยาจึงให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 7 เพื่อมาฟังคำพิพากษาต่อไปเช่นกัน พร้อมให้ปรับนายประกันจำเลยทั้ง 7 คนเต็มจำนวนสัญญาประกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำพิพากษาศาลฎีกาที่อ่านในวันนี้ถือว่าเฉพาะนายศักดา นพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 เท่านั้นที่ได้รับฟังผล ส่วนจำเลยอื่นถือว่ายังไม่ได้รับฟังคำพิพากษา ยังไม่ทราบผลคำพิพากษา ซึ่งในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์, นายวรชัย, นายสำเริง ที่ศาลจังหวัดพัทยาออกหมายเรียกแจ้งให้มาฟังคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 31 ต.ค.นั้น ก็จะต้องมาตามวันที่ศาลนัดต่อไป ส่วนนายอริสมันต์ และจำเลยร่วมที่เหลือ 9 คน ซึ่งศาลให้ออกหมายจับนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องติดตามตัวมาส่งศาลในวันนัดที่ 31 ต.ค. เพื่อฟังคำพิพากษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่อ่านให้จำเลยที่ฟังในวันนี้ ระบุว่า ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องในส่วนของนายสมญศฆ์ พรมภา จำเลยที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งชั้นศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1,2,3,5,6,10,11,12,13,15,16,17 คนละ 4 ปีโดยไม่รอการลงโทษ ฐานร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด ขณะที่ชั้นศาลอุทธรณ์ ก็ให้ปรับจำเลยที่ 1,2,3,5,6,10,11,12,13,15 16,17 คนละ 200 บาท ฐานร่วมกันเดินแถวเป็นกระบวนและกระทำในลักษณะกีดขวางการจราจร ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีล้มประชุมอาเซียน เรียงลำดับชื่อจำเลย ประกอบ 1.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 2.นายนพพร นามเชียงใต้ &amp;nbsp;3.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ &amp;nbsp;4.นายสมญศฆ์ พรมภา (ยกฟ้องชั้นฎีกา) 5.นายนิสิต สินธุไพร 6.นายสำเริง ประจำเรือ 7.พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ (หนี) 8.นายธรชัย ศักดิ์มังกร (ยกฟ้องชั้นต้น) 9.นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือแซ่ด่าน (หนี) 10.นายศักดา นพสิทธิ์ 11.นายสิงห์ทอง บัวชุม 12.นายธนกฤต หรือวันชนะ ชะเอมน้อย หรือเกิดดี &amp;nbsp;13.นายวรชัย เหมะ 14.พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ (ยกฟ้องชั้นต้น) 15.นายพายัพ ปั้นเกตุ &amp;nbsp;16.นายวัลลภ ยังตรง&amp;nbsp;17.นายพิเชฐ สุขจินดาทอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45539</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อแดง, คดีล้มประชุมอาเซียน, จำคุก4ปี, นปช., พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์, อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190911/image_big_5d78e70bbc6dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
