<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงผ่านกฎหมายจำคุกพวกแอบถ่ายใต้กระโปรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภานิติบัญญัติฮ่องกงผ่านกฎหมายปราบปรามพฤติกรรมถ้ำมองและแอบถ่ายภาพโดยผู้อื่นไม่ยินยอม ซึ่งรวมถึงการถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง ที่มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตปกครองพิเศษของจีนแห่งนี้เป็นเขตอำนาจศาลแห่งล่าสุดที่ออกกฎหมายห้ามการ &amp;quot;ถ่ายใต้กระโปรง&amp;quot; ซึ่งสอดคล้องกับยุคสมัยที่การใช้กล้องโทรศัพท์มือถือลอบถ่ายลักษณะนี้แพร่หลายอย่างมากทางอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกงผ่านกฎหมายนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน โดยแก้ไขกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางเพศจากภาพถ่าย 4 เรื่องด้วยกัน รวมถึงภาพถ่ายในลักษณะถ้ำมอง ที่เป็นการบันทึกภาพผู้อื่นขณะกำลังทำกิจกรรมส่วนตัวในสถานที่ส่วนตัว ไปจนถึงการบันทึกหรือเผยแพร่ภาพอวัยวะส่วนตัวของผู้อื่น ความผิดประการหลังนี้รวมถึงการถ่ายภาพใต้กระโปรง หรือการแอบถ่ายภาพหน้าอกผู้หญิงโดยเจ้าตัวไม่ยินยอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้เพียงครอบคลุมภาพที่ถ่ายโดยมิชอบ หรือใช้เพื่อจุดประสงค์ทางเพศ โดยบังคับใช้ทั้งในสถานที่สาธารณะและสถานที่ส่วนบุคคล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กฎหมายนี้ยังครอบคลุมถึงภาพที่เรียกว่า &amp;quot;ดีพเฟก&amp;quot; ซึ่งเป็นภาพถ่ายหรือวิดีโอที่มีการตัดต่อทางดิจิทัล นำใบหน้าของคนหนึ่งไปตัดต่อใส่ร่างกายของคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีบางประเทศที่มีกฎหมายลงโทษทางอาญาผู้ที่แอบถ่ายใต้กระโปรงแล้ว เช่น ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เยอรมนี และอังกฤษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118368</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุก5ปี, ออกกฎหมายปราบถ้ำมอง, ฮ่องกง, แอบถ่ายใต้กระโปรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_6155b0479df0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 14:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามจำคุก5ปี หนุ่มหนีกักตัวแพร่เชื้อโควิดทำคนตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ลงดาบให้เข็ด ศาลเวียดนามพิพากษาจำคุกชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นเวลา 5 ปี โทษฐานแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 ติดผู้คนหลายคน และหนึ่งในนี้เสียชีวิต หลังจากเขาฝ่าฝืนกฎการกักกันโรคเมื่อเดินทางจากนครโฮจิมินห์ที่เป็นศูนย์กลางการระบาดกลับบ้านเกิดในภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 7 กันยายน 2564 อ้างรายงานที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ของศาลประชาชนจังหวัดก่าเมาว่า เล วาน จี จำเลยรายนี้มีความผิดฐาน &amp;quot;แพร่กระจายโรคติดเชื้ออันตรายสู่คนอื่นๆ&amp;quot; หลังจากเขาเดินทางจากโฮจิมินห์ซิตี ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ กลับจังหวัดก่าเมาบ้านเกิดของเขาเมื่อเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยวัย 28 ปีรายนี้ถูกกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนกฎข้อบังคับการกักตัวที่บ้านเป็นเวลา 21 วันในจังหวัดทางภาคใต้แห่งนี้ ซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยกว่าในนครโฮจิมินห์ เขาถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของศาลกล่าวว่า&amp;nbsp; การฝ่าฝืนกฎข้อบังคับการกักกันทางการแพทย์ที่บ้านของจี ทำให้มีคนหลายคนติดเชื้อโควิด-19 และมีคนหนึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข่าวของสื่อเวียดนามเผยว่า มีชาวบ้าน 8 คนติดเชื้อไวรัสนี้เพราะเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ศาลเวียดนามเคยพิพากษาลงโทษจำเลยหลายคนในความผิดฐานแพร่เชื้อไวรัสโควิดสู่บุคคลอื่น แต่กรณีของชายคนนี้น่าจะเป็นบทลงโทษที่หนักที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคมมีชายวัย 32 ปีคนหนึ่งในจังหวัดหายเซืองถูกตัดสินจำคุก 18 เดือน และย้อนไปในเดือนมีนาคม ลูกเรือของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์คนหนึ่งถูกตัดสินจำคุก 2 ปีแต่รอลงอาญา ด้วยความผิดเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามเคยควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีเมื่อปีที่แล้ว แต่ตอนนี้เวียดนามกำลังรับมือกับการระบาดรุนแรงที่สุดโดยเฉพาะจากการแพร่เชื้อของสายพันธุ์เดลตา ถึงขณะนี้มีผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศ 536,788 คน เสียชีวิตแล้ว 13,385 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตส่วนใหญ่มาจากการแพร่ระบาดที่เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนเป็นต้นมา และเกือบตลอด 2-3 เดือนมานี้ กรุงฮานอยเมืองหลวงของเวียดนามและนครโฮจิมินห์ที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115901</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดก่าเมา, จำคุก5ปี, หนีกักตัวแพร่เชื้อโควิด, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61288375dbe0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปู’เผ่นตั้งหลักดูไบ ผวาอังกฤษส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน/กษิตแนะสกัดหนีทุกปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผวาถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน! &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; บินออกจากลอนดอนเผ่นไปตั้งหลักกับพี่ชายที่ดูไบแล้ว &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยหนังสือขอตัวเป็นความต้องการจากสหราชอาณาจักร ยอมรับถูกตีความเป็นเรื่องการเมือง &amp;nbsp;ส่วน &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; มาแล้ว ไม่ยืนยันว่าก่อนนี้ &amp;quot;ปู&amp;quot; อยู่อังกฤษทั้งที่อดีต ส.ส.เพื่อไทยบินไปพบพรึ่บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในสหราชอาณาจักรได้ส่งจดหมายลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 ไปที่กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร (Foreign and Commonwealth Office) เพื่อร้องขอต่อทางการอังกฤษให้ส่งตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาประเทศไทย เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นบุคคลที่ทางการไทยต้องการนำตัวมารับโทษจำคุก 5 ปี จากคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และได้ออกหมายจับตั้งแต่มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2560 เพื่อนำตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์มารับโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม มีรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางจากกรุงลอนดอนเดินทางไปยังบ้านพักของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพี่ชาย ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปตั้งหลักที่นครดูไบเรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้ พยายามระมัดระวังตัว ไม่ปรากฏผ่านสื่อ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีระหว่างการรับประทานอาหารเที่ยง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้เล่าให้ฟังว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตำรวจและอัยการเป็นผู้ริเริ่ม ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีอะไรพิเศษ กระทรวงการต่างประเทศมาทราบภายหลังแล้วด้วยซ้ำไป ส่วนเขาจะว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องของอังกฤษ ไม่ได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้จะยื่นขอตัวน่าจะเป็นอัยการ ในฐานะผู้ประสานงานกับทางการอังกฤษ รองนายกฯ ตอบว่า เป็นความต้องการจากอังกฤษ เหมือนเป็นการทาบทาม ยังไม่เข้าสู่กระบวนการจริงๆ &amp;nbsp;แต่เรื่องต้องเริ่มจากทางตำรวจ ไม่ใช่อยู่ดีๆ กระทรวงการต่างประเทศจะนึกขึ้นได้แล้วขอไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้มา และเข้าใจว่ามีการส่งเรื่องไปแล้วตามลำดับ เพราะทำมาระยะหนึ่งแล้ว แล้วมีการขอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยย้ำไปอีกครั้ง เป็นการขอความร่วมมือให้กระทรวงต่างประเทศรับรู้ เราก็แจ้งไปว่าเรารับรู้ และสนธิสัญญาที่อ้างไว้ แม้จะเก่าแล้วก็ยังสามารถใช้ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าอังกฤษต้องตีความว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า แน่นอน เพราะเป็นหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ ที่จะไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนในคดีที่เป็นเรื่องทางการเมืองหรือมนุษยธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ เผยว่า &amp;nbsp;ตามปกติการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมีกรอบดำเนินการคือข้อตกลงระหว่างประเทศนั้นๆ กับประเทศไทย ซึ่งไทยมีอยู่มากกว่า 20 ฉบับกับนานาประเทศทั่วโลก และขอความร่วมมือเป็นกรณีในฐานะมิตรประเทศ โดยที่ผ่านมาระหว่างไทย-อังกฤษ ได้เคยขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันมาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า กรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องดูสถานะว่าขอลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่ หรือหนีกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถ้าเป็นกรณีลี้ภัยทางการเมืองจะไม่ส่งตัวให้ และเมื่อมองจากมุมมองของอังกฤษ น่าจะยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในสถานะใด ดังนั้นรัฐบาลต้องชี้แจงนานาประเทศ และให้ข้อมูลยืนยันว่ากรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ใช่เรื่องการเมืองเป็นต้นเหตุในการพิจารณาคดีอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกษิตกล่าวว่า เมื่อยื่นขอตัวไปแล้ว ประเทศที่ขอจะนำเรื่องไปพิจารณา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษ กระทรวงยุติธรรม หรือมหาดไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะรับฟังกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นๆ ด้วย ทั้งนี้ เห็นว่ารัฐบาลควรประสานกับทุกประเทศมีข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางไปทั้งจีน รัสเซีย ฮ่องกง ปารีส และสิงคโปร์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สมัยผมเป็นรัฐบาล กรณีคุณทักษิณเดินทางออกจากดูไบค่อนข้างจะยาก เพราะเราชี้แจงกับต่างประเทศชัดเจน ผมได้เชิญทูตทุกประเทศมาชี้แจงกระบวนการยุติธรรม และมีคำสั่งไปทุกประเทศทั่วโลก ยืนยันไปว่าไม่มีนัยทางการเมือง ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน อย่างไรก็ตาม จุดล้มเหลวในการดำเนินการขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนของไทย อยู่ที่ความจริงจังของเจ้าหน้าที่ ที่ต้องจริงจัง จริงใจ และยึดกระบวนการยุติธรรมเป็นที่ตั้ง&amp;rdquo; นายกษิต กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า ไม่สามารถยืนยันแน่ชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในประเทศอังกฤษ แต่จากการสืบสวน สืบทราบทั้งจากตำรวจสากลและข้อมูลต่างๆ ก็เชื่อได้ว่าอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จึงทำหนังสือขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนตามกระบวนการ ส่วนจะมีการตอบกลับอย่างไร ก็เป็นเรื่องของทางกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าดำเนินการติดตามอย่างต่อเนื่องโดยตลอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษากฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาระสำคัญที่ประเทศคู่สัญญาจะต้องพิจารณามี 2 ประเด็นคือ เป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ เพราะเป็นคดีความที่เกิดขึ้น สืบเนื่องมาจากการรัฐประหาร และเป็นผลความขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของแต่ละประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ต่อสู้ประเด็นคดีความต่างๆ ว่าเป็นเรื่องทางการเมือง ซึ่งเป็นผลพวงจากการรัฐประหารทั้งสิ้น รวมถึงการที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 &amp;nbsp;ดำเนินการในเรื่องต่างๆ ซึ่งต่างประเทศมองเรื่องนี้อยู่พอสมควร จึงเชื่อว่าเป็นมุมมองทางการต่างประเทศจะนำไปพิจารณาได้&amp;rdquo; นายชูศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ 2 จะพิจารณาจากหลักถิ่นฐานที่อยู่ โดยกรณีนี้ต้องพิจารณาว่า น.ส. ยิ่งลักษณ์มีถิ่นฐานหรือที่พำนักพักพิงอยู่ที่ใด แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้รับวีซ่าให้เดินทางเข้าสหราชอาณาจักรเป็นระยะเวลา 10 ปี แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีถิ่นฐานที่อยู่ที่นั่นจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป หากไม่มี ประเทศคู่สัญญาก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการดำเนินการของรัฐบาลในช่วงนี้มีเหตุมาจากปัจจัยใด ประธานที่ปรึกษากฎหมายฯ ตอบว่า จากการหาข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าการดำเนินการดังกล่าวของรัฐบาล สืบเนื่องจากรัฐบาลน่าจะทราบถึงถิ่นที่อยู่ที่ชัดเจนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว ไม่น่าจะเกี่ยวกับการพบปะระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่อังกฤษ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าเหตุใดรัฐบาลถึงดำเนินการเรื่องนี้ให้เป็นข่าวใหญ่โตในขณะนี้ ผมอยู่พรรคเพื่อไทย ไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้ง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายชูศักดิ์เห็นว่า การที่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบปะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่อังกฤษ &amp;nbsp;เป็นเรื่องปกติของคนที่มีความสนิทสนมคุ้นเคยกัน และไม่ได้ผิดกฎหมายตามที่ถูกมอง เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาบอกแล้วว่าไม่ผิด ตราบใดที่บุคคลภายนอกไม่ได้มีคำสั่งหรือบงการให้มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดมายังพรรค ซึ่งการไปพบของอดีต ส.ส. ก็ไม่ปรากฏว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์มีการสั่งการหรือมติใดๆ มายังพรรคเพื่อไทยด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กษิต ภิรมย์, จำคุก5ปี, ชูศักดิ์ ศิรินิล, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ผู้ร้ายข้ามแดน, วิษณุ เครืองาม, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สหราชอาณาจักร, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b61c7cfb44e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
