<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกตลอดชีวิต บรรยินคดีอุ้มฆ่า พี่ชายผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ศาลสั่งคุกตลอดชีวิต &amp;quot;บรรยิน&amp;quot; กับพวก ร่วมกันอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ข่มขู่ให้ยกฟ้องคดีโอนหุ้น จำเลยที่ 2 โดนเบาสุดคุก 33 ปีเศษ &amp;ldquo;อธิบดีศาลคดีทุจริตฯ&amp;rdquo; แนบความเห็นแย้งควรประหารบรรยิน ร้ายแรงจำนนหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2563 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอุ้มฆ่านายวีรชัย ศกุนตะประเสริฐ พี่ชายของ น.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอาญากรุงเทพใต้ อดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ หมายเลขดำ อท.69/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ และ น.ส.พนิดา เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์, นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี, นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี, นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ทั้งหมดภูมิลำเนา จ.นครสวรรค์ เป็นจำเลยที่ 1-6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-6 จากเรือนจำมารับฟังคำพิพากษา ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาต่อหน้าพวกจำเลยที่ห้องเวรชี้ โดยให้สื่อมวลชนรับฟังคำพิพากษาที่ถ่ายทอดผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มาที่ห้องพิจารณา 708 ซึ่งคำพิพากษามีรายละเอียดมาก ใช้เวลาในการอ่านนานประมาณ 2 ชั่วโมง บรรยายเกี่ยวกับพฤติการณ์ความผิดของจำเลยที่ร่วมปฏิบัติการอุ้มนายวีรชัยเมื่อวันที่ 4 ก.พ.2563 แล้วข่มขู่ผ่านโทรศัพท์ให้ น.ส.พนิดา ผู้พิพากษาคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั้ง หรือเสี่ยจืด มีคำพิพากษายกฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน กับพวกที่เป็นจำเลยในคดีดังกล่าว โดยมีการต่อยนายวีรชัยจนเสียชีวิต และนำศพไปเผาอำพรางคดี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์คำเบิกความ พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้ว มีคำพิพากษาว่าการกระทำของ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำความผิดอาญาฯ จำคุก 1 ปี, ฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานฯ จำคุก 1 ปี, ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ ให้ลงโทษประหารชีวิต, ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ลงโทษประหารชีวิต และฐานร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพฯ อำพรางคดี จำคุก 4 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 1 ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ฐานแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำความผิดอาญาฯ จำคุก 8 เดือน, ฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานฯ จำคุก 8 เดือน, ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ จำคุกตลอดชีวิต, ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ จำคุกตลอดชีวิต และฐานร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพฯ อำพรางคดี จำคุก 2 ปี 8 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว ให้นับโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีนี้ ต่อจากโทษจำคุกคดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ของศาลอาญากรุงเทพใต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมานัส จำเลยที่ 2 มีความผิดเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยที่ 2 ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ จำเลยที่ 3 มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ ให้ลงโทษประหารชีวิต, ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ลงโทษประหารชีวิต, ฐานร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพฯ อำพรางคดี จำคุก 4 ปี ซึ่งจำเลยที่ 3 กระทำความผิดภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ จึงให้เพิ่มโทษเป็นจำคุก 5 ปี 4 เดือน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ จำคุกตลอดชีวิต, ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ จำคุกตลอดชีวิต, ฐานร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพฯ อำพรางคดี จำคุก 2 ปี 8 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย จำเลยที่ 4 และนายประชาวิทย์ จำเลยที่ 5 ให้ลงโทษฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 4-5 ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด.ต.ธงชัย หรือ ส.จ.อ๊อด จำเลยที่ 6 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายฯ ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 6 ให้การรับข้อเท็จจริงบางส่วน นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบวรศักดิ์ ทวิพัฒน์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้ทำความเห็นแย้งคำพิพากษาขององค์คณะผู้พิพากษาสำนวนคดีนี้ไว้แนบท้ายด้วย มีประเด็นสำคัญช่วงหนึ่งเกี่ยวกับ พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีมูลเหตุจูงใจมาจากจำเลยที่ 1 กับพวกไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ โดย น.ส.พนิดา โจทก์ร่วมไม่บันทึกคำพยานที่สำคัญที่ฝ่ายจำเลยที่ 1 กับพวกซักถามหรือถามค้านพยาน เมื่อจำเลยที่ 1 กับพวกยื่นคำร้องคัดค้านขอถอนโจทก์ร่วมออกจากการเป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนและองค์คณะต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้ อธิบดีฯ พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องต่อประธานศาลฎีกาเพื่อคัดค้านผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ประธานศาลฎีกาพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า กรณีมิใช่เหตุที่จะคัดค้านผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน จึงไม่มีเหตุโอนสำนวน และมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง ซึ่งในกรณีเช่นนี้หาใช่ฝ่ายจำเลยที่ 1 กับพวกจะหมดหนทางที่จะได้รับความเป็นธรรม โดยจำเลยที่ 1 อาจยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาสืบพยานในประเด็นคำพยานที่อ้างว่ามีความสำคัญนั้น และหากศาลไม่อนุญาตก็สามารถยื่นคำร้องคัดค้านเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกา โดยขอให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาพิจารณามีคำวินิจฉัยให้สืบพยานในประเด็นคำพยานที่อ้างว่ามีความสำคัญนั้นได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 1 เคยรับราชการตำรวจตำแหน่งพันตำรวจโท และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับรัฐมนตรีมาก่อน ประกอบกับมีทนายความช่วยแก้ต่างคดีให้ แต่จำเลยที่ 1 กับพวกในคดีนี้ กลับใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายเพื่อให้เจ้าพนักงานปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง สมควรลงโทษในสถานหนักเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง และเป็นการป้องปรามมิให้มีการกระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้อีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายความเห็นแย้งสรุปได้ว่า คำรับสารภาพของจำเลยที่ 1-2 และ 4-6 เพราะจำนนต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏจากภาพกล้องวงจรปิด ข้อมูลจากพยานบุคคลต่างๆ ที่พนักงานสอบสวนสอบปากคำ รวมทั้งข้อมูลจากรายงานการสืบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในสำนวนการสอบสวน ฝ่ายจำเลยได้ตรวจสอบและขอคัดถ่ายในชั้นตรวจพยานหลักฐานของศาล ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่เป็นเหตุบรรเทาโทษที่จะลดโทษให้ ส่วนจำเลยที่ 3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 3 ตลอดชีวิตสถานเดียว สำหรับจำเลยที่ 1-2, 4-6 เมื่อร่วมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้ประหารชีวิตสถานเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับการทำความเห็นแย้งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในคดีนี้นั้น เป็นไปตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 11 บัญญัติไว้ว่า ประธานศาลฎีกา ประธานศาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ต้องรับผิดชอบในราชการของศาลให้เป็นไปโดยเรียบร้อย และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย โดย (1) นั่งพิจารณาและพิพากษาคดีใดๆ ของศาลนั้น หรือเมื่อได้ตรวจสำนวนคดีใดแล้วมีอำนาจทำความเห็นแย้งได้ โดยความเห็นแย้งดังกล่าวจะถูกแนบไปพร้อมกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเพื่อประกอบการพิจารณา หากมีการนำคดีขึ้นสู่ศาลสูงต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86983</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา, จำคุกตลอดชีวิต, บรรยิน ตั้งภากรณ์, ร้ายแรงจำนนหลักฐาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8c50ebdce2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุกตลอดชีวิต! หนุ่มหึงโหดยิงแฟนเก่าดับคาคลินิกกลางห้างดัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1211/2563 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายดนุสรณ์ หรือเจ นุ่มเจริญ อายุ 28 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร ซึ่งก่อเหตุยิงอดีตแฟนสาว เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือในที่ชุมนุมชน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 288, 289, 371, 376 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 18 ก.พ. 2563 ตำรวจ สน.พญาไท ได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุการณ์ยิงกันที่คลินิกดิไอคอน คลินิกเวชกรรม จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ น.ส.ปิยานุช ฉัตรไทย ถูกยิงที่บริเวณศีรษะ คอ และลำตัว จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าขณะที่ น.ส.ปิยานุช กำลังนั่งทำงานอยู่ที่เก้าอี้เคาน์เตอร์ของคลินิกดังกล่าว นายดนุสรณ์ จำเลย (อดีตแฟน) เดินเข้าไปด้านหน้า พร้อมกับล้วงเอาอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อโคลท์ ขนาด .45 มม. ที่ซุกซ่อนอยู่ ออกมาจ่อยิง น.ส.ปิยานุช จำนวน 2-3 นัดจนล้มลง จากนั้นนายดนุสรณ์ได้เดินเข้าไปจ่อยิงซ้ำอีก 4-5 นัด เป็นเหตุให้กระสุนปืน ถูกบริเวณศีรษะ คอ และลำตัวหลายแห่งจนถึงแก่ความตาย และกระสุนปืนยังพลาดไปถูก น.ส.วิลาสินี ที่ปั่น พนักงานคลินิกอีกราย ซึ่งนั่งข้างๆ ผู้ตายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสแล้วหลบหนีไปต่างจังหวัด เหตุเกิดที่ ห้างเซ็นจูรี่ มูฟวี่ พลาซ่า ถ.พญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กทม. โดยจำเลยให้การรับสารภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนายดนุสรณ์ จำเลยซึ่งไม่ได้รับการประกันตัว จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มี น.ส.วิลาสินี ที่ปั่น พนักงานคลินิกดังกล่าว เบิกความเป็นประจักษ์พยานว่า วันเกิดเหตุจำเลยใส่สูทสีดำ พกพาอาวุธปืนเดินเข้ามาที่คลินิกแล้วยิงปืน 2 นัด ตนเองตกใจกลัวจึงรีบหมอบลงข้างเคาน์เตอร์ จากนั้นคนร้ายจึงยิงปืนอีก 3-4 นัด ซึ่งตนเองถูกยิงเข้าที่บริเวณข้อมือได้รับบาดเจ็บด้วย จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป โดยตนเองสามารถจดจำจำเลยได้เพราะผู้ตายเคยเล่าให้ฟังว่าทะเลาะวิวาทกันกับอดีตแฟน ขณะที่พนักงานคลินิกดังกล่าวอีกราย เบิกความว่า ขณะกำลังเดินออกมาจากห้องยาของคลินิก ได้ยินเสียงปืนและเสียงคนร้องจึงหันไปมองเห็นคนร้ายเดินอ้อมเคาน์เตอร์แล้วยิง น.ส.ปิยานุช ผู้เสียชีวิต เชื่อว่าพยานโจทก์ทั้งสองรายเบิกความไปตามความจริงและต่างเบิกความสอดคล้องกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เบิกความว่า ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตที่ห้างเซ็นจูรี่ฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบเห็นคนกำลังช่วยกันปั้มหัวใจ น.ส.ปิยานุช ที่ถูกยิง เสียชีวิตในเวลาต่อมา และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานแล้ว พบว่า น.ส.ปิยานุช เสียชีวิตจากกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณลำคอ และยังมีพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งบันทึกวิดีโอเคลื่อนไหว ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ พยานหลักฐานทั้งหมดเชื่อว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย เนื่องจากอ้างว่าโกรธเคืองและหึงหวงอดีตแฟนสาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต, ฐานใช้เอกสารราชการปลอม จำคุก 1 ปี, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครองครองฯ จำคุก 1 ปี, พาอาวุธปืนไปในเมืองฯ จำคุก 2 ปี รวมโทษทั้งหมดแล้วให้ประหารชีวิต แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต และให้ชดใช้ค่าไร้อุปการะแก่บิดาผู้ตาย จำนวน 171,600 บาท ชดใช้ค่าไร้อุปการะแก่มารดาผู้ตาย จำนวน 249,600 บาท และค่าปลงศพอีก 1 แสนบาทด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86164</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกตลอดชีวิต, ประหารชีวิต, ยิงแฟนสาว, ศาลอาญา, หนุ่มสมุทรสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdab2290eee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคลอมเบียเพิ่มโทษคุกตลอดชีวิตผู้ร้ายข่มขืน-ฆ่าเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โคลอมเบียแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มโทษจำคุกตลอดชีวิตผู้กระทำความผิดฐานข่มขืนหรือฆ่าเด็ก จากเดิมที่กฎหมายอนุญาตให้ลงโทษสูงสุดที่จำคุก 60 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า ประธานาธิบดีอีวาน ดูเก ของโคลอมเบีย เพิ่งลงนามบังคับใช้กฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มโทษจำคุกตลอดชีวิตผู้กระทำความผิดฐานข่มขืนหรือฆ่าเด็กเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นการแก้ไขเนื้อหาในรัฐธรรมนูญที่กำหนดบทลงโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 60 ปี และห้ามการลงโทษเนรเทศ, จำคุกตลอดชีวิตและยึดทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเกกล่าวว่า วันนี้โคลอมเบียไม่ทนกับพวกอันธพาลที่พยายามช่วงชิงความอ่อนโยน ความบริสุทธิ์และหลักการของลูกหลานเราอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉลี่ยแล้ว ในแต่ละวันจะมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีในโคลอมเบียโดนฆาตกรรมเกือบ 2 ราย ข้อมูลของหน่วยนิติวิทยาศาสตร์เผยด้วยว่า เมื่อปี 2562 มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมากกว่า 22,000 คนตกเป็นเหยื่อคดีอาชญากรรมทางเพศ และมีเด็กเสียชีวิต 708 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับใหม่นี้ ซึ่งไม่มีผลย้อนหลัง ถูกพวกนักการเมืองฝ่ายค้าน, นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ วิจารณ์ว่าการเพิ่มบทลงโทษจะไม่สามารถลดจำนวนการก่ออาชญากรรมได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72348</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกตลอดชีวิต, เพิ่มโทษคดีข่มขืน, โคลอมเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษจำคุกตลอดชีวิตหนุ่มหื่นอิเหนา ข่มขืนชายกว่าร้อยคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักศึกษาหนุ่มปริญญาเอกชาวอินโดนีเซียวัย 36 ปีถูกศาลอังกฤษตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจากความผิด 159 กระทง รวมถึงข่มขืน 136 กระทง โดยเชื่อว่ามีชายตกเป็นเหยื่อของเขามากถึง 195 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากตำรวจแมนเชสเตอร์ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2563 เผยโฉมหน้าของเรย์นาร์ด สินาคา ผู้ร้ายข่มขืนต่อเนื่องเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ&amp;nbsp; / GREATER MANCHESTER POLICE&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่สร้างความช็อกทั่วเกาะอังกฤษได้รับการเปิดเผยเมื่อศาลเมืองแมนเชสเตอร์มีคำตัดสินยกเลิกการปิดบังชื่อของเรย์นาร์ด สินาคา ผู้ร้ายข่มขืนต่อเนื่องรายนี้เป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมกับการพิพากษาจำคุกเขาตลอดชีวิต จากความผิด 159 กระทงที่เขาก่อขึ้นระหว่างเดือนมกราคม 2558 ถึงพฤษภาคม 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาซูซาน ก็อดดาร์ด ซึ่งตัดสินว่าสินาคาต้องรับโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า 30 ปี กล่าวว่า หนุ่มอินโดนีเซียวัย 36 ปีจากจังหวัดจัมบีรายนี้เป็น &amp;quot;นักล่าทางเพศที่ชั่วร้าย&amp;quot; ที่ล่อลวงชายหนุ่มมึนเมาขณะออกเที่ยวราตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า เขาใช้ยากล่อมประสาท เช่น กรดแกมมาไฮดรอกซีบิวทีริก หรือยาเสียสาว มอมเหยื่อที่ติดตามเขากลับมายังที่พัก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบาร์ในเมืองแมนเชสเตอร์ จากนั้นเขาข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศโดยถ่ายวิดีโอเก็บไว้ด้วย เขาถูกจับได้เมื่อเหยื่อรายหนึ่งรู้สึกตัวตื่นขณะโดนล่วงละเมิด แล้วแย่งโทรศัพท์ของเขานำไปแจ้งความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอังกฤษกล่าวว่า พวกเขามีหลักฐานว่าสินาคาอาจทำร้ายผู้ชายมากถึง 195 ราย ด้วยการเชื้อชวนเหยื่อเหล่านี้ไปนอนค้างหรือดื่มต่อที่แฟลตของเขา ก่อนจะวางยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการกล่าวว่า ในการพิจารณาไต่สวนที่แยกเป็น 4 คดีโดยใช้เวลายาวนาน 18 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุุนายน 2561 ถึงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งสื่อไม่ได้รับอนุญาตให้รายงาน สินาคาถูกตัดสินว่ามีความผิด 159 กระทง ประกอบด้วย ข่มขืน 136 กระทง, พยายามข่มขืน 8 กระทง, ล่วงละเมิดทางเพศ 14 กระทง และกระทำอนาจารโดยการล่วงล้ำ 1 กระทง ที่เขากระทำต่อเหยื่อ 48 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า พวกเขายังไม่สามารถระบุตัวเหยื่ออีก 70 รายได้ และร้องขอให้ผู้ที่เชื่อว่าตกเป็นเหยื่อของชายคนนี้ติดต่อตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักศึกษาปริญญาเอกรายนี้อ้างว่า เหยื่อของเขา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายแท้ๆ ที่ชื่นชอบเพศตรงข้าม ยินยอมพร้อมใจโดยแสร้งเป็นไม่รู้ตัวระหว่างมีเพศสัมพันธ์ อัยการกล่าวว่า เหยื่อส่วนใหญ่มีความทรงจำรางเลือนหรือไม่ก็จำไม่ได้ว่าถูกล่วงละเมิด หลายคนไม่รู้ตัวว่าเคยโดนข่มขืนจนกระทั่งตำรวจติดต่อสอบถามพวกเขาโดยตามรอยจากหลักฐานที่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานอัยการอังกฤษสงสัยว่าสินาคาเริ่มทำร้ายผู้ชายหลายรายนับตั้งแต่เขาย้ายมาอังกฤษเมื่อปี 2550 โดยอัยการเรียกเขาว่าผู้ก่อคดีทางเพศที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ เขาถูกจับกุมในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจค้นของตำรวจพบหลักฐานที่เป็นข้าวของของเหยื่อหลายรายที่เขาเก็บไว้เป็นที่ระลึก เช่น บัตรประจำตัว นาฬิกา และโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้ยังพบภาพอนาจารการล่วงละเมิดทางเพศเหยื่อเก็บเป็นข้อมูลขนาด 3.29 เทระไบต์ หรือเท่ากับดีวีดี 250 แผ่น หรือภาพถ่าย 300,000 ภาพ ภาพเหตุการณ์หนึ่งยาวนานถึง 8 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืนผู้ชาย, จำคุกตลอดชีวิต, ตำรวจแมนเชสเตอร์, ผู้ร้ายข่มขืน, หนุ่มหื่นอินโดนีเซีย, อังกฤษ, เรย์นาร์ด สินาคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e1449b2673ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2019 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2019 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐสั่งจำคุกตลอดชีวิต &#039;เอลชาโป&#039; เจ้าพ่อค้ายาเม็กซิกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในนครนิวยอร์กพิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต &amp;quot;เอลชาโป&amp;quot; ฮัวกิน กุซมัน เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชาวเม็กซิกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพจากกระทรวงมหาดไทยเม็กซิโก วันที่ 19 มกราคม 2560 ตำรวจเม็กซิกันตามประกบเอล ชาโป ขณะเตรียมส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากเมืองซิวดัดฮัวเรซมายังสหรัฐ / AFP / INTERIOR MINISTRY OF MEXICO&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 17 กรกฎาคม ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐเขตบรูคลินในนครนิวยอร์ก ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต &amp;quot;เอลชาโป&amp;quot; ฮัวกิน กุซมัน เจ้าพ่อค้ายาเสพติดชาวเม็กซิกันวัย 62 ปี อดีตหัวหน้าแก๊งซีนาโลอา ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐ หลังจากเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะลูกขุนของศาลรัฐบาลกลางแห่งนี้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่ากุซมันผิดจริงในข้อหา 10 กระทง ซึ่งรวมถึงลักลอบขนยาเสพติดหลายร้อยตัน ทั้งเฮโรอีน, โคเคน, เมทแอมเฟตามีน, กัญชาเข้าสหรัฐ และข้อหาฟอกเงินและครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาไบรอัน โคแกน หัวหน้าคณะตุลาการในคดีนี้อ่านคำตัดสินเพิ่มโทษกุซมันอีก 30 ปี ในข้อหาใช้อาวุธปืนผิดกฎหมาย และสั่งริบทรัพย์ 12,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมาจากประมาณการรายได้ที่แก๊งซีนาโลอาได้จากการค้ายาเสพติดในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กุซมันที่มาฟังคำพิพากษาโดยใส่สูทสีเทาและเสื้อเชิ้ตสีม่วงอ่อนไม่ได้กล่าวแสดงความเสียใจ แต่บอกว่าที่นี่ไม่มีความยุติธรรมให้เขา และขณะอยู่ในเรือนจำในสหรัฐ เขาได้รับการปฏิบัติที่ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่ากุซมันจะถูกส่งตัวไปรับโทษจำคุกตลอดชีวิตที่เรือนจำซูเปอร์แม็กซ์ ที่มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดสำหรับขังนักโทษอุกฉกรรจ์ที่เมืองฟลอเรนซ์ รัฐโคโลราโด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41321</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกตลอดชีวิต, ศาลสหรัฐ, ฮัวกิน กุซมัน, เจ้าพ่อยาเสพติดเม็กซิกัน, เอล ชาโป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d305de6e66f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนจำคุกตลอดชีวิตอดีตประธานเสนาธิการทหารรับสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อของทางการจีนรายงานเมื่อวันพุธว่า ศาลทหารของจีนมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตพลเอกฝาง เฟิงฮุย อดีตประธานเสนาธิการทหารร่วม ในความผิดฐานรับสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกฝาง เฟิงฮุย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินคดีและลงโทษพลเอกฝาง เฟิงฮุย อดีตประธานกรมเสนาธิการร่วม คณะกรรมาธิการทหารกลาง เป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่องในจีนตามนโยบายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวซินหัวกล่าวว่า ฝางซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานเสนาธิการทหารของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนเมื่อปี 2555 ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานรับสินบนและเสนอติดสินบน และครอบครองทรัพย์สินจำนวนมหาศาลที่มีแหล่งที่มาไม่แจ้งชัด ศาลทหารตัดสินลงโทษจำคุกฝางตลอดชีวิต, เพิกถอนสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต และสั่งยึดทรัพย์สินทั้งหมดของเขาเข้าคลังหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายพลรายนี้โดนปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ในช่วงที่จีนและอินเดียกำลังคุมเชิงกันอย่างตึงเครียดเพราะข้อพิพาทอาณาเขต ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันเขาเพิ่งประชุมหารือกับนายทหารระดับสูงของสหรัฐกรณีเกาหลีเหนือ สื่อของทางการจีนรายงานในเวลานั้นว่า ฝางถูกส่งตัวมาดำเนินคดีในศาลทหารเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ฐานต้องสงสัยว่ารับสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝางเป็น 1 ใน 2 นายพลระดับอาวุโสที่ไม่มีชื่อในรายนามผู้แทนเข้าร่วมการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ที่จัดขึ้นทุกรอบ 5 ปี เมื่อเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งทำให้คาดเดากันในตอนนั้นว่า เขาอาจถูกสอบสวนคดีคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกจาง หยาง คือนายพลอีกคนที่กล่าวถึง เขาฆ่าตัวตายที่กรุงปักกิ่งในปีเดียวกันนั้น หลังจากโดนสอบสวนกรณีมีความเกี่ยวพันกับอดีตนายทหารอาวุโสกังฉิน 2 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29589</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, จำคุกตลอดชีวิต, จีน, ฝาง เฟิงฮุย, รับสินบน, อดีตประธานเสนาธิการทหารร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190220/image_big_5c6d56ea1ee48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุกตลอดชีวิต หัวโจกแก๊งไขควงรุมฆ่า&#039;น้องปอนด์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ต.ค.61-ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.1756/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายกรกนก หรืออาร์ท วรัญญสาธิต กับพวกรวม 14 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 290 ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2560 พวกจำเลยได้บุกเข้าไปในห้องพักเลขที่ 13 หอพักแห่งหนึ่งใน ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยจำเลยที่ 1, 2, 4, 7, 13 ร่วมกันเจตนาฆ่านายธีรพงศ์ หรือปอนด์ ฐิติฐาน อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี โดยใช้ร่วมกันทำร้ายร่างกาย และใช้ไขควงปลายแหลมเป็นอาวุธแทงที่ขมับด้านขวาทะลุผ่านศรีษะเข้าไปในเนื้อสมองจนถึงแก่ความตาย นอกจากนี้จำเลยที่ 3, 5, 6, 10, 12, 14 ยังร่วมกันทำร้ายร่างกายนายธีรพงศ์กับเพื่อนอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส ชั้นพิจารณาพวกจำเลยให้การปฏิเสธ คงมีจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
โดยวันนี้ศาลเบิกตัวนายเดชาธร หรือไบร์ท มูลมณี จำเลยที่ 2 เพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมาฟังคำพิพากษา&amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า มีประจักษ์พยานที่อยู่ในห้องเกิดเหตุ, ที่หอพัก และผู้บาดเจ็บ รวมทั้งวงจรปิดหน้าหอพัก-สถานที่ตามเส้นทางรถยนต์พวกจำเลยขับผ่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจเบิกความสอดคล้องว่า จำเลยที่ 1-13 ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในห้องผู้ตายและรุมทำร้าย โดยจำเลยที่ 1 ล็อกคอผู้ตาย แล้วจำเลยใช้ไขควงแทงขมับ จนเสียชีวิตในเวลาต่อมาขณะถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายกรกนก หรืออาร์ท วรัญญสาธิต จำเลยที่ 1 สถานเดียวฐานฆ่าผู้อื่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, นายเดชาธร หรือไบร์ท มูลมณี จำเลยที่ 2 ให้จำคุก 25 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ มาตรา 288 และบุกรุกโดยมีเหตุฉกรรจ์ มาตรา 365 (1)(2)(3)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน ส.ต.ชรินทร หรือบิ๊ก แก่สาร จำเลยที่ 3, &amp;nbsp;นายภาคิน หรือมิค เสือนาค จำเลยที่ 10, นายอธิบ หรือซิม กุญแจทอง จำเลยที่ 12 ให้จำคุก 1 ปี ฐานบุกรุก และนายญาณวัฒน์ หรือปาร์ม ทิพย์เที่ยงแท้ จำเลยที่ 4, นายเรวัติ &amp;nbsp;หรือเต้ย วงศ์ขยาย จำเลยที่ 5, นายกฤตนันท์ หรือปาล์ม เนียมเงิน จำเลยที่ 6, นายศุภสิทธิ์ หรือแป้ง ตีท้วม จำเลยที่ 11 ให้จำคุก 11 ปี ฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับอันตรายฯ มาตรา 290 &amp;nbsp; และบุกรุก โดยส่วนของนายญาณวัฒน์ จำเลยที่ 4 ให้นับโทษคดีที่ศาลหัวหินด้วยอีก 1 เดือน รวมจำคุกเฉพาะจำเลยที่ 4 เป็นเวลา 11 ปี 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายเศรษฐา หรือเปิ้ล อุปถัมภ์ จำเลยที่ 7, นายธีราพัฒน์ หรืออั้ม โพธ์สุทธิ์ จำเลยที่ 8, นายธีรธานนท์ หรือนนท์ ทัพนาค จำเลยที่ 9, &amp;nbsp;นายชินกิตติ์ &amp;nbsp;หรือกิต อรรถวรรธน จำเลยที่ 13 จำคุก 10 ปี 6 เดือน ฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับอันตรายฯ มาตรา 290 และบุกรุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และให้จำเลยที่ 1-13 ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายแก่เจ้าของหอพักโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย 150,000 บาท กับชดใช้ผู้บาดเจ็บโจทก์ร่วมที่ 2 จำนวน 125,000 บาท, โจทก์ที่ 3 จำนวน 95,000 บาท และมารดาผู้ตาย โจทก์ร่วมที่ 4 จำนวน 6,870,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 25 ก.พ. 2560 (วันเกิดเหตุ)&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยพิพากษายกฟ้อง น.ส.มาริสา หรือลูกหมี เงินทอง จำเลยที่ 14 เพราะวันเกิดเหตุไม่ได้ลงจากรถยนต์พวกจำเลยเข้าไปในห้องเกิดเหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20593</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีไขควงฆ่าน้องปอนด์, จำคุกตลอดชีวิต, น้องปอนด์, ศาลอาญา, อาร์ท วรัญญสาธิตและพวก, แก๊งไขควง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd004ebe272a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
