<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาจำคุก2ปีนักข่าวไลฟ์สดโดนบุกรวบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักข่าวดีวีบีชาวเมียนมาที่ไลฟ์สดเฟซบุ๊กขณะโดนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลทหารบุกจับกุมเมื่อเดือนมีนาคม โดนตัดสินจำคุก 2 ปีเมื่อวันพุธ ในความผิดตามกฎหมายยุคอาณานิคมที่ห้ามการเผยแพร่เฟคนิวส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเสียงประชาธิปไตยแห่งเมียนมา (ดีวีบี) ต้นสังกัดของอ่อง จอ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า นักข่าวของพวกเขาคนนี้โดนตัดสินลงโทษจำคุก 2 ปี ที่เมืองมะริดในภาคใต้ของเมียนมา โดยเป็นความผิดตามกฎหมายที่ห้ามการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างกระเดื่องในกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า รัฐบาลทหารแก้ไขกฎหมายที่ตกทอดมาจากยุคอาณานิคมอังกฤษฉบับนี้ภายหลังก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ โดยให้ครอบคลุมความผิดฐานแพร่กระจาย &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังความมั่นคงบุกบ้านของอ่อง จอ ยามวิกาลเมื่อเดือนมีนาคม ไม่กี่วันหลังจากเขารายงานข่าวการปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารอย่างโหดเหี้ยมที่เมืองมะริด เขาไลฟ์สดภาพความวุ่นวายระหว่างการบุกจับกุมเขาผ่านเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของดีวีบี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพวิดีโอไลฟ์สดเผยว่า มีเสียงปังดังสนั่นหลายครั้งจากด้านนอกอาคารอพาร์ตเมนต์ของเขา โดยอ่อง จอ กล่าวในวิดีโอวิงวอนเจ้าหน้าที่อย่าขู่ขวัญ &amp;quot;หากยิงอยู่แบบนี้ ผมจะลงไปได้ยังไง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากกลุ่มสังเกตการณ์ รีพอร์ตติงอาเซียน เผยว่า มีผู้สื่อข่าวโดนจับกุมแล้ว 87 คนนับแต่รัฐประหาร โดย 51 คนยังโดนควบคุมตัวอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีนักข่าวต่างชาติหลายคนโดนควบคุมตัวด้วย คนล่าสุดคือแดนนี เฟนสเตอร์ นักข่าวฟรอนเทียร์เมียนมาที่เป็นพลเมืองสหรัฐ โดนจับขณะพยายามเดินทางออกจากเมียนมาที่สนามบินในย่างกุ้งเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม สำนักข่าวแห่งนี้เผยเมื่อวันจันทร์ว่ายังไม่มีข้อมูลว่าเขาโดนควบคุมตัวไว้ที่ใดหรือมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105092</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกนักข่าว, รัฐประหารเมียนมา, เมียนมา, ไลฟ์สด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 17:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลทหารเมียนมาจำคุกนักข่าวเสียงปชต.พม่า 3 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักข่าวชาวเมียนมาวัย 51 ปีที่ทำงานให้กับสำนักข่าวออนไลน์เสียงประชาธิปไตยแห่งเมียนมา (ดีวีบี) โดนศาลทหารเมียนมาตัดสินจำคุก 3 ปีเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากโดนจับกุมขณะทำข่าวการประท้วงต่อต้านรัฐประหารเมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวของสำนักข่าวเอพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม มีออกมาไม่กี่วันหลังจากนักข่าวของสำนักข่าวออนไลน์และแพร่ภาพและกระจายเสียงแห่งเดียวกันนี้ 3 คน โดนตำรวจไทยจับกุมฐานเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และกลุ่มสิทธิมนุษยชนกับองค์กรด้านสื่อมวลชนกำลังเรียกร้องทางการไทยอย่าได้ส่งตัวนักข่าวเหล่านี้ให้แก่ทางการเมียนมา เนื่องจากกังวลต่อสวัสดิภาพของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอพีกล่าวว่า มิน โญ นักข่าวของดีวีบี น่าจะเป็นนักข่าวคนแรกที่โดนตัดสินว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่เพิ่งแก้ไขเมื่อไม่นานมานี้ ที่ถูกวิจารณ์ว่าทำให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นความผิดทางอาญา และกำหนดบทลงโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี ฐานพยายามขัดขวาง, รบกวน, ทำลายแรงจูงใจ, วินัย, สุขภาพ และความประพฤติของทหารและข้าราชการพลเรือน และก่อให้เกิดความเกลียดชัง, ขัดคำสั่ง หรือไม่ซื่อสัตย์ต่อกองทัพและรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ รัฐบาลทหารพยายามระงับการทำงานของสื่ออิสระทั้งหมด สำนักข่าวดีวีบีโดนเพิกถอนใบอนุญาตแพร่ภาพโทรทัศน์เมื่อวันที่ 8 มีนาคม และห้ามออกอากาศจากทุกแพลตฟอร์ม แต่ดีวีบีก็เหมือนกับสำนักข่าวแห่งอื่นๆ ที่ยังคงดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ถึงขณะนี้มีนักข่าวถูกจับกุมแล้วประมาณ 80 คน ราวครึ่งหนึ่งยังคงถูกควบคุมตัว และเกือบทั้งหมดถูกตั้งข้อหาเดียวกับที่มิน โญ ถูกศาลทหารตัดสินเมื่อวันพุธ เช่นเดียวกับนักเคลื่อนไหวอีกหลายคนที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดีวีบีกล่าวในแถลงการณ์ว่า มิน โญ โดนจับขณะกำลังทำข่าวการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารที่เมืองแปร ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งทางตะวันตกเฉียงเหนือ 260 กิโลเมตร เขาโดนตำรวจทุบตีอย่างรุนแรง เขาได้รับอนุญาตให้พบทนายความ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้พบหน้าภรรยาและลูก 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักข่าวอาวุโสรายนี้เคยติดคุก 7 ปีในสมัยรัฐบาลทหารชุดก่อน หลังจากโดนจับกุมเมื่อปี 2539 ข้อหามีความเกี่ยวพันกับกองกำลังต่อต้านของนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลกล่าวว่า คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตของรัฐบาลทหาร และความเสี่ยงที่นักข่าวต้องเผชิญเมื่อเปิดโปงการล่วงละเมิดของรัฐบาลทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเมอร์ลีนน์ กิล รองผู้อำนวยการประจำภูมิภาคของแอมเนสตีฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า คำพิพากษาของมิน โญ ต้องยกเลิก และเขาควรได้รับการปล่อยตัวทันที พร้อมกับนักข่าว, นักเคลื่อนไหวและผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่นทุกคน ที่โดนจำคุกและกักขังเพียงเพราะการคัดค้านอย่างสันติของพวกเขาต่อการรัฐประหาร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102822</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกนักข่าว, ดีวีบี, นักข่าวเมียนมา, รัฐบาลทหารเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, เสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061d12738660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าป้อง &#039;ซูจี&#039; ปิดปากเงียบ คดีจำคุก 2 นักข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลพม่าอ้างเหตุผลปกป้องนางอองซาน ซูจี ที่ปิดปากเงียบคดี 2 นักข่าวรอยเตอร์โดนศาลตัดสินจำคุกคนละ 7 ปี ฐานละเมิดกฎหมายความลับราชการ ระบุการวิจารณ์จะเป็นการหมิ่นศาล ขณะสื่อเมียนมาชี้เป็นความเสื่อมถอยของเสรีภาพสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นางอองซาน ซูจี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายนศาลในนครย่างกุ้งของเมียนมามีคำพิพากษาว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี นักข่าวชาวเมียนมาที่ทำงานให้สำนักข่าวรอยเตอร์ ครอบครองเอกสารลับของราชการโดยฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ และตัดสินจำคุกทั้งสองรายละ 7 ปี คำพิพากษานี้เรียกเสียงวิจารณ์จากองค์กรสื่อและกลุ่มสิทธิ รวมถึงรัฐบาลหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, สหภาพยุโรป และองค์การสหประชาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 4 กันยายน ว่าทนายความของทั้งคู่จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินนี้ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลายาวนานเป็นเวลาหลายเดือน หรืออาจแรมปี ประธานาธิบดีวิน มินต์ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐ สามารถอภัยโทษให้ทั้งคู่ได้เช่นกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวว่า ไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะเข้าแทรกแซงอย่างทันทีทันใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางซูจี ซึ่งเป็นผู้นำโดยพฤตินัยของรัฐบาลพลเรือนชุดนี้ ยังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงปฏิกิริยาต่อคำตัดสิน ก่อนหน้านี้นางก็ไม่มีทัศนะตอบโต้รายงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็นเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่กล่าวโทษพวกนายทหารเมียนมา รวมถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด ว่า &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; ชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ และเรียกร้องให้นำตัวพวกนายทหารมาดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามในศาลระหว่างประเทศ การวางเฉยของนางยิ่งบั่นทอนภาพลักษณ์ของนางมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น อ่อง ฮลา ตุน อดีตนักข่าวรอยเตอร์ที่ปัจจุบันทำงานให้รัฐบาลของนางซูจีในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศ กล่าวปกป้องเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพที่เคยโดนกองทัพกักบริเวณนาน 15 ปี ว่าการวิจารณ์ระบบยุติธรรมจะเท่ากับการหมิ่นศาล เขาไม่คิดว่านางซูจีจะทำเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของทางการเมียนมาแทบจะไม่กล่าวถึงคำพิพากษาคดีนี้ แต่สื่อเอกชนในเมียนมาหลายแห่งร่วมวิจารณ์คำตัดสินด้วยในวันอังคาร เช่น หนังสือพิมพ์ 7เดย์นิวส์ กล่าวว่าเป็น &amp;quot;วันโศกเศร้า&amp;quot; สำหรับเมียนมา และได้ลงกรอบสีดำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบนหน้าหนึ่ง ส่วนเมียนมาไทมส์ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ลงภาพจ่อ โซ อู เต็มหน้าหนึ่ง และกล่าวถึงคำตัดสินนี้ว่าเป็นการเสื่อมถอยของเสรีภาพสื่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16841</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกนักข่าว, นักข่าวรอยเตอร์, พม่า, อองซาน ซูจี, เมียนมา, เสรีภาพสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e91f11bbfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 08:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 22:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โลกรุมประณาม เมียนมาจำคุก 2 นักข่าวคุ้ยฆ่าหมู่โรฮีนจา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลในนครย่างกุ้งตัดสินจำคุกนักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 คน คนละ 7 ปี จากความผิดฐานละเมิดกฎหมายความลับทางราชการ ทั้งคู่ยืนยันความบริสุทธิ์อ้างโดนตำรวจจัดฉากจับกุมระหว่างการสืบค้นเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจารัฐยะไข่ ทั่วโลกรุมประณาม ยูเอ็นจี้ปล่อยตัวทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วา โลน ชูนิ้วโป้ง 2 ข้างขณะกล่าวกับนักข่าวที่รออยู่ด้านนอกศาลภายหลังคำตัดสินจำคุก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ผู้พิพากษาเย ลวิน แห่งศาลแขวงของนครย่างกุ้ง มีคำพิพากษาว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี มีความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายความลับของทางราชการ มาตรา 3.1 ซี และตัดสินจำคุกจำเลยทั้งสอง รายละ 7 ปี โดยโทษจำคุกจะหักจำนวนวันที่ทั้งคู่โดนคุมขังตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2561 และจำเลยสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลระดับภาคและศาลฎีกาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 รายนี้ปฏิเสธความผิด โดยให้การต่อศาลว่า พวกเขาโดนจัดฉากจับกุมเพราะการสืบค้นเหตุการณ์ฆ่าชาวมุสลิมโรฮีนจา 10 คนในหมู่บ้านอินดิน รัฐยะไข่ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทั้งคู่อ้างว่าไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้งเพื่อรับประทานอาหารค่ำตามคำเชิญของตำรวจ 2 นาย จากนั้นก็ได้รับมอบเอกสารเหล่านี้ แต่เมื่อพวกเขาออกจากร้านอาหารก็โดนตำรวจเข้าจับกุมทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนายหนึ่งเคยให้การในฐานะพยานว่า การพบกันที่ร้านอาหารนั้นเป็นการจัดฉากวางกับดักนักข่าวคู่นี้ เพื่อขัดขวางหรือลงโทษที่พวกเขารายงานข่าวการฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า ผู้พิพากษาใช้เวลาอ่านสำนวนคำให้การฉบับย่อของพยานเป็นเวลาราว 1 ชั่วโมงก่อนจะมีคำพิพากษาว่า &amp;quot;เอกสารลับ&amp;quot; ที่พบอยู่กับจำเลยทั้งสองนั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐข้าศึกศัตรูและองค์กรก่อการร้าย เอกสารที่ทั้งคู่ครอบครองไว้และที่พบในโทรศัพท์ของพวกเขานั้นไม่ใช่ข้อมูลของสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างที่ผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินนั้น นักข่าวหลายคนจดบันทึกทั้งน้ำตา ส่วนนางชิต ซู วิน ภรรยายของจ่อ โซ อู ร้องไห้โฮหลังคำตัดสิน คนในครอบครัวต้องช่วยพยุงเธอตอนออกจากศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถูกนำตัวออกจากศาล จ่อ โซ อู กล่าวกับกองทัพนักข่าวที่รอด้านนอกว่า เขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และพวกเขาจะต่อสู้เพื่อเสรีภาพต่อไป &amp;quot;สิ่งที่ผมอยากบอกต่อรัฐบาลนี้คือ คุณจับพวกเราขังคุกได้ แต่อย่าได้ปิดหูปิดตาประชาชน&amp;quot; ด้านวา โลน ได้จับมือกับผู้สนับสนุนหลายคนและบอกพวกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง &amp;quot;เรารู้ว่าเราทำอะไรลงไป เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำผิด เราไม่กลัว เราเชื่อในความยุติธรรม, ประชาธิปไตย และเสรีภาพ&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจควบคุมตัว จ่อ โซ อู (กลาง) ออกจากศาลภายหลังคำตัดสิน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มปกป้องเสรีภาพสื่อ, องค์การสหประชาชาติ, สหภาพยุโรป และอีกหลายประเทศ อาทิ สหรัฐ, แคนาดา และออสเตรเลีย ต่างเรียกร้องพวกเขาพ้นจากข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตัดสินคดีที่ได้รับการจับตามองจากทั่วโลกในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติเพิ่งออกรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า กองทัพเมียนมาและพวกผู้บัญชาการทหาร ซึ่งรวมถึงพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รณรงค์ &amp;quot;ล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; และ &amp;quot;ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&amp;quot; ต่อชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศนำตัวพวกเขามาดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานนี้ยังโจมตีนางอองซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมาโดยพฤตินัยด้วยว่า ไม่ใช้อำนาจทางศีลธรรมที่มีในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชนกลุ่มน้อยที่มีสถานะไร้รัฐเหล่านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านมิเชล บาชเลต์ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติคนใหม่ ออกแถลงการณ์ที่นครเจนีวา ว่าเธอ &amp;quot;ช็อก&amp;quot; การพิจารณาคดีนี่้เป็นการล้อเลียนความยุติธรรม และขอเรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวนักข่าวทั้งสองโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษก็เรียกร้องให้ปล่อยตัวทั้งคู่ &amp;quot;ทันที&amp;quot; เช่นกัน โดยโฆษกของนายกฯ เทเรซา เมย์ กล่าวว่า อังกฤษผิดหวังอย่างที่สุดกับคำตัดสินและคำพิพากษาลงโทษ ส่วนรัฐบาลฝรั่งเศสประณามว่าเป็นการทำร้ายเสรีภาพสื่อและหลักนิติธรรมในประเทศนี้อย่างร้ายแรง ฝรั่งเศสเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขาและขอให้เมียนมาเคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงอนุญาตให้สื่อเข้ารัฐยะไข่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดนออกแถลงการณ์ที่กรุงปารีส ประณามคำตัดสินจำคุกนักข่าว 2 คนนี้ว่าเป็นวันอันมืดมนสำหรับเสรีภาพสื่อในเมียนมา คำตัดสินอันเป็นบทสรุปจากการพิจารณาคดีหลอกลวงนี้ก่อให้เกิดคำถามอย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่แอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวในแถลงการณ์ว่า คำพิพากษานี้เป็นการส่งคำเตือนหนักแน่นถึงนักข่าวคนอื่นๆ ในประเทศนี้ว่าหากยังจับตาการละเมิดของกองทัพอย่างใกล้ชิดก็จะเจอกับผลลัพธ์รุนแรงเช่นนี้ ซึ่งเท่ากับเป็นการเซ็นเซอร์ผ่านการสร้างความหวาดกลัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16753</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกนักข่าว, นักข่าวรอยเตอร์, พม่า, รอยเตอร์, เมียนมา, โรฮีนจา, โลกรุมประณาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d549480848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
