<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.ซุ่มเงียบ ดอดกลับถึงไทย ผวาตอบจับพระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จักรทิพย์&amp;rdquo; ดอดเงียบถึงไทยก่อนกำหนด &amp;nbsp; เพื่อเลี่ยงตอบคำถามได้ตัว &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; หรือไม่ &amp;nbsp;วิชามารพรึ่บ! เต้าข่าวสรรพากรรีดภาษีวัด &amp;ldquo;ธรรมกาย&amp;rdquo; ออกประกาศย้ำสาวกช่วงนี้อ่อนไหว!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานแจ้งว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งได้เดินทางพร้อมกับ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ตามคำเชิญของตำรวจฝรั่งเศส เพื่อเยี่ยมชมงานอาวุธนานาชาติตั้งแต่คืนวันที่ 10 มิ.ย.ได้กลับถึงไทยแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 15 มิ.ย. ทั้งที่กำหนดเดิม พล.ต.อ.จักรทิพย์จะเดินทางกลับถึงไทย โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 931 จากสนามบินปารีสชาร์ลส์เดอโกลในวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 13.40 น. ถึงสนามสุวรรณภูมิ ในวันที่ 16 มิ.ย. เวลา 05.55 น.
ทั้งนี้ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากว่าการเดินทางไปยังฝรั่งเศสของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ครั้งนี้ น่าจะมีอะไรมากกว่าการไปดูเรื่องอาวุธอย่างเดียว เพราะฝรั่งเศสเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล รวมทั้งยังสามารถไปที่ประเทศเยอรมนี เพื่อเจรจาขอรับตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานร่วมกันฟอกเงินคดีทุจริตเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในไทยได้&amp;nbsp;
รายงานแจ้งอีกว่า การเดินทางกลับมาก่อนกำหนดการเดิมที่วางไว้นั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามของสื่อมวลชนในกรณีอดีตพระพรหมเมธี เหมือนเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่กลับจากเยอรมนีในครั้งแรก พล.ต.อ.จักรทิพย์ก็ได้หลบเลี่ยงเพื่อตอบคำถามเรื่องดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง
วันเดียวกัน พบว่าในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในเครือข่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการจับพระสงฆ์ในคดีเงินทอนวัด ได้มีการแชร์ข้อความว่า หลังจากผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะให้พระจัดทำบัญชีแล้ว ต่อไปกรมสรรพากรจะเก็บภาษีจากวัด และต้องการให้พระทุกรูปเสียภาษีผ่านบัญชีกลางของวัด ทำให้กรมสรรพากรต้องออกเอกสารชี้แจงว่า วัดไม่ได้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษี รายได้ที่วัดได้รับจึงไม่มีภาระภาษี และกรมไม่จำเป็นต้องตรวจสอบรายได้หรือตรวจสอบการเสียภาษีของวัดแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรมได้จัดทำระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกให้วัดและผู้บริจาคเงินที่ประสงค์จะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเท่านั้น โดยเมื่อวัดกรอกข้อมูลการรับบริจาคบนระบบของกรมสรรพากรแล้ว วัดจะไม่มีภาระในการจัดทำใบอนุโมทนาบัตร รวมถึงผู้เสียภาษีก็ไม่ต้องเก็บหลักฐานการบริจาคเงินเพื่อเป็นหลักฐานในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ และในส่วนของวัดที่มีการรับบริจาคผ่าน QR Code เป็นการให้บริการของธนาคารแก่วัดตามความสมัครใจของวัด ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกรมสรรพากร&amp;rdquo; เอกสารระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมสรรพากรยังระบุว่า การกำหนดให้วัดต้องจัดทำบัญชี ลงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือรายการต่างๆ นั้น ไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลของกรม และไม่ได้มีนโยบายให้วัดต้องจัดทำบัญชีดังกล่าว โดยหากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในเพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา โดยได้มีการโพสต์ข้อความประกาศว่า เรื่องการรับฟังข้อมูลข่าวสารขององค์กร เนื่องจากสถานการณ์ข่าวพระพุทธศาสนาในช่วงนี้อยู่ในภาวะอ่อนไหว และเสี่ยงต่อการตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่ปรารถนาดีใช้ปล่อยข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง หรือชักชวนไปทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนั้นเพื่อการรับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง จึงขอความร่วมมือสมาชิกภายในองค์กรให้รับฟังและส่งต่อข้อมูลข่าวสารจากช่องทางของสำนักสื่อสารองค์กร หรือหากมีข้อสงสัย สอบถามที่ Line @dhammakaya_news หรือโทร. 0-2831-1000 ระหว่างเวลา 08.30-17.30 น. ขอประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11450</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษณะ พัฒนเจริญ, งานอาวุธนานาชาติ, จักรทิพย์ ชัยจินดา, จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, ชมงานอาวุธนานาชาติ, ผบ.ตร., หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180615/image_big_5b23c6a4b0cf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จักรทิพย์ไม่ได้พบเมธี เปิดปากเยอรมนีอากาศดี/&#039;ธรรมกาย&#039;ปัดเอี่ยวเรื่องขอลี้ภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; โผล่บอกนักข่าวเยอรมันอากาศดี แต่ไม่ได้ไปพบอดีตพระพรหมเมธี&amp;nbsp;ด้านธรรมกายชิ่ง ปัดไม่ได้รับการติดต่อ ไม่รู้เรื่องขอลี้ภัย เหน็บสื่อแยกไม่ออกความเห็นกับความจริง ส่วนเงินทอนล็อต 4 คืบ พบแล้วกว่า 30 วัดในพื้นที่ภาคเหนือและกลาง ใช้วิธีการเดิมเจ้าหน้าที่ พศ.รวมหัวกับพระชั้นผู้ใหญ่ทุจริต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ออกแถลงการณ์กรณีสื่อมวลชนบางสำนักรายงานข่าวว่า อดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามฯ ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด ขอยื่นลี้ภัยในประเทศเยอรมนี และคาดการณ์ว่าจะพำนักที่สาขาของวัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนี หรือวัดสาขาอื่นในทวีปยุโรปนั้น ทางวัดขอปฏิเสธข่าวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เพราะไม่ทราบความเคลื่อนไหวและจุดประสงค์ของอดีตพระพรหมเมธี อีกทั้งไม่ได้มีการติดต่อประสานกันแต่อย่างใด และในขณะนี้ทั้งหน่วยราชการไทยที่รับผิดชอบในคดีและสื่อมวลชนต่างๆ ยังไม่มีโอกาสได้พบตัวท่านแต่อย่างใด ดังนั้นเรื่องราวที่นำเสนอทั้งหมดจึงเป็นเพียงข้อคิดเห็นและการคาดเดาของคนบางกลุ่มเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ยังระบุว่า ในกรณีข่าวของพระสงฆ์ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขอให้สาธารณชนผู้รับฟังข้อมูลโปรดใช้วิจารณญาณ และขอวิงวอนไปยังสื่อมวลชนให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ซึ่งต้องตระหนักถึงความแตกต่างระหว่าง &amp;quot;ความคิดเห็น&amp;quot; กับ &amp;quot;ความจริง&amp;quot; ตามหลักจรรยาบรรณของสื่อที่พึงมีพึงเป็นอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวติดตามดักรอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประเด็นการติดตามจับกุมตัวอดีตพระพรหมเมธี ที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์พร้อมคณะบินด่วนไปรับตัวถึงประเทศเยอรมนี แต่ต้องกลับมามือเปล่าเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่การเดินทางกลับมาครั้งนี้ ยังไม่มีใครพบเห็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แต่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกำหนดการเดิม เวลา 11.00 น. วันที่ 7 มิ.ย.พล.ต.อ.จักรทิพย์จะเป็นประธานการแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนกองบังคับการนครบาล 3 (กก.สส.บก.น.3), กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการนครบาล 4 (กก.สส.บก.น.4) และชุดสืบสวนกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 8.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 37 กิโลกรัม ยาอี 2,822 เม็ด และยาเคชนิดเกล็ดน้ำ 38 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ในเขตนครบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลา มีเพียง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสด ิ์ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ชัยวัฒน ์เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ร่วมกันแถลงข่าวเท่านั้น โดยมีผู้สื่อข่าวที่เฝ้ารอสัมภาษณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์จำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ชาญเทพได้ชี้แจงกรณีที่ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ไม่สามารถเดินทางมาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ได้ เนื่องจากติดประชุมงบประมาณที่รัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ภายหลังปิดการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หลังรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เดินลงจากห้องประชุมเพื่อขึ้นรถออกจากรัฐสภา โดยผู้สื่อข่าวได้ดักสอบถามกรณีเดินทางไปประเทศเยอรมนีเป็นอย่างไรบ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มีอะไร อากาศดี&amp;rdquo; &amp;nbsp;ถามต่อว่าได้เจอตัวอดีตพระพรหมเมธีหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า &amp;ldquo;ไม่ได้เดินทางไปพบท่าน&amp;rdquo; จากนั้นก็รีบขึ้นรถโดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือเงินทอนวัดล็อต 4 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ทั้ง 6 กองกำกับการ อยู่ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เกิน 1 ล้านบาท และมีการรายงานผลปฏิบัติให้กับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) รับทราบทุกเดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีหลักฐานชัดเจน ผอ.พศ.จะมาร้องทุกข์กับ บก.ปปป. เพื่อดำเนินการขยายผลต่อไป สำหรับ ปปป. ทำคดีเกี่ยวข้องกับการทุจริต ส่วนคดีฟอกเงินจะประสาน ปปง.ช่วยตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะพนักงานสอบสวน ปปป. ที่รับผิดชอบดูแลสำนวนทุจริตเงินทอนวัดพบความเชื่อมโยงของขบวนการทุจริตที่ขยายเกี่ยวข้องไปยังหลายวัด ทำให้มีการเพิ่มเป้าหมายในการตรวจสอบกว่า 100 วัด และพบว่ามีการทุจริตงบประมาณในรูปแบบเงินทอนวัดแล้วเพิ่มเติมประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เป็นผู้ต้องหากลุ่มเดิมที่กระทำความผิด ส่วนในพื้นที่ภาคใต้พบการกระทำความผิดไม่มากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานถึงรูปแบบการทุจริตเงินทอนวัดในล็อต 4 ว่าคล้ายกับการทุจริตในล็อต 1, 2 และ 3 คือมีเจ้าหน้าที่พศ.และพระชั้นผู้ใหญ่เป็นศูนย์กลางในการทุจริต กระจายงบประมาณ ขอนำเงินผ่านบัญชีแต่ละวัด จากนั้นเรียกเงินทอนคืน แต่การทุจริตในล็อตที่ 4 มีรูปแบบพิเศษขึ้นคือ ปปป.พบความผิดส่วนตัวของพระบางรูปชัดเจนที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเงินทอนวัดล็อต 1 นั้น ตรวจสอบเพิ่มเติมว่าพบการกระทำความผิดในรูปแบบเดียวกันกับการตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 4 ของ ปปป. คือการติดต่อวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อขอนำเงินผ่านบัญชีมากว่า 10 วัด จากนั้นนำเงินทั้งหมดโอนกลับมาบัญชีตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนวนการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสามพระยา และวัดสัมพันธวงศรามวรวิหาร โดยทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตีสำนวนกลับมาให้ ปปป.ดำเนินคดีต่อนั้น จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติม การออกหมายเรียกแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่ง ปปป.เตรียมขออายัดตัวพระ 4 รูปที่ถูกคุมขังจากคดีฟอกเงินของกองปราบปราม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบด้วย อดีตพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ, อดีตพระราชอุปเสนาภรณ์ หรือพระสังคม สังฆะพัฒน์, พระวิจิตธรรมภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ส่วนอดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ที่อยู่ระหว่างหลบหนีในคดีฟอกเงิน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีเงินทอนวัดล็อต 3 ชุดแรกเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดมีรายงานจากแหล่งข่าวกองปราบปรามว่าเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับ ผู้ให้การช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธีหลบหนีรวม 5 คน โดยในจำนวนนี้มีคนไทย 2 คน และคนลาว 3 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งคนไทย 2 คน เป็นสีกา จ. หรือนางศศิร์อร เจียมวิจิตรกุล อีกคนเป็นคนขับรถพาหนีมายังจังหวัดนครพนม คือนายพีระวิทย์ &amp;nbsp;ศรีศรัทธา หรือโค้ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนลาวอีก 3 คนที่มีส่วนช่วยเหลืออดีตพระพรหมเมธี คือครอบครัวของนางจันตะนา รัตตะนะวง มีนางจันตะนาเองและลูกสาวคือนางกิตติมา และท้าวน้อย ลูกชายของนางจันตะนา คนที่ขับรถของอดีตพระพรหมเมธีไปเก็บจนเจ้าหน้าที่ไปตรวจพบในที่สุด โดยล่าสุดศาลจังหวัดนครพนมได้อนุมัติหมายจับบุคคลทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้นำตัวนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธะอิสระ ไปพบแพทย์ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ก่อนทำการส่องกล้องเพื่อตรวจดูหาสาเหตุถ่ายออกมาอุจจาระดำ และมีแผลในกระเพาะอาหารหรือไม่ เบื้องต้นแพทย์พบเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ ก่อนให้ยามารับทานเพื่อรักษาอาการดังกล่าว ก่อนนัดตรวจผลอีกครั้งวันที่ 21 มิ.ย.นี้ ส่วนผู้ต้องขังอดีตพระอีก 7 คนนั้น ก็เริ่มปรับตัวได้แล้ว มีการแต่งกายใส่กางเกงสีน้ำเงินแบบผู้ต้องขังทั่วไป แต่เสื้อเรือนจำอนุโลมให้ใส่เสื้อขาวไปก่อน และยังคงมีการปฏิบัติแบบสงฆ์ เช่น สวดมนต์ และไม่กินข้าวเย็นเหมือนตอนเป็นพระ การกระทำดังกล่าวอนุโลมให้ทำได้ หากไม่ขัดต่อระเบียบเรือนจำ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10928</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, ประเทศเยอรมนี, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b193237dfed8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภินิหารธัมมชโย!ดันอดีตเจ้าคุณจำนงค์ขึ้นชั้นพระเหนือพระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06 มิ.ย.2561 - เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้วิเคราะห์กรณีอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน เป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดที่ขอลี้ภัยอยู่ในประเทศเยอรมนีไว้อย่างน่าสนใจ ในหัวข้อ &amp;ldquo;เส้นทางมหาบูรพาจารย์ทอดไกลไปถึงเยอรมัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาระบุว่า &amp;ldquo;อา..เสียงใสๆ ดังกระหึ่มทั่วนครแฟรงเฟิร์ตในเวลานี้ น่าจะเป็นวลีที่ว่า &amp;quot;ยินดีต้อนรับสู่เยอรมนี&amp;quot; ซึ่งเสียงนี้ก็คุ้นๆ เป็นเสียงนำถวายข้าวพระไปทั่วโลก ของ ฯพณฯ ธัมมชโย นั่นเอง นะจ๊ะ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามชัดๆ ว่า ลำพังเจ้าคุณจำนงค์ วัย 77 ปี ไม่รู้ภาษาอังกฤษ ไม่รู้ภาษาเยอรมัน จะสามารถทำเรื่องขอลี้ภัยได้ไง ภายในพริบตา ขนาดว่าตำรวจไทยตีตั๋วด่วนไล่หลังไปหลัดๆ ยังตามไม่ทัน ถูกกันไว้แค่..ม่านบังตา ถามว่าใครช่วยเหลือเจ้าคุณจำนงค์ คำตอบนั้นก็คงหาได้จากสมการ &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ว่าโดยลำพังแล้ว ผู้หญิงตัวคนเดียว จะสามารถเหาะจากบ้านพักไปถึงลอนดอนได้อย่างไรในโลกนี้ คนที่มีฤทธิ์ระดับ &amp;quot;จับหัวบิ๊กตู่เล่น&amp;quot; โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เห็นทีก็มีเพียง 2 ท่าน คือท่านแม้วกับธัมมชโย คนโตแห่งคลองสาม ONLY !
&amp;nbsp;
คาถา &amp;quot;คุ้มครองโลก&amp;quot; แสดงฤทธิ์ ถ้าเราคุ้มครองโลก โลกก็จะคุ้มครองเรา ถ้าเรารักธรรมกาย ธรรมกายก็จะรักเรา นะจ๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่กรณีนี้ ชี้ชัดว่า แผนการหนีของเจ้าคุณจำนงค์นั้น เริ่มต้นที่ &amp;quot;คลองสาม&amp;quot; วาดแผนที่แผนทางผ่าน &amp;quot;ลาว-เขมร-เวียดนาม&amp;quot; สุดการเดินทางที่ &amp;quot;เยอรมนี&amp;quot; ทีนี้แค่เครื่อง &amp;quot;ทัชดาวน์&amp;quot; พื้นสนามบินแฟรงเฟิร์ตปุ๊ป เอกสารยื่นขอลี้ภัยก็เสร็จปั๊ป เจ้าคุณจำนงค์เดินเข้าแถวตรวจหนังสือเดินทาง พอพาสปอร์ตข้าราชการ &amp;quot;เด้ง&amp;quot; เพราะถูกทางการไทยเพิกถอน แต่กลับถูก &amp;quot;คำร้องขอลี้ภัย&amp;quot; สอดแทรกเข้ามาแทน ทำนองเป็น &amp;quot;วีซ่าชั่วคราว&amp;quot; ผ่านเข้าเมืองเยอรมนี อย่างน้อยก็อยู่ได้นานถึง &amp;nbsp;1 ปี ถึงตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์เมืองไทยจะเป็นอย่างไร บิ๊กตู่จะได้กลับมาเป็นนายกฯ &amp;quot;รอบสอง&amp;quot; หรือไม่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลของการสามารถลี้ภัยได้ครั้งนี้ บ่งชี้ว่าเจ้าคุณจำนงค์คือพระเหนือพระ เหนือกว่าพุทธะอิสระวัดอ้อน้อย ผู้เก่งกาจถึงขนาด &amp;quot;เจิมหัวบิ๊กตู่-ก่อม็อบปิดถนนไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์สำเร็จ&amp;quot; แต่ก็มาเสร็จ คสช. ต้องนอนซังเตกินข้าวแดงใช้ชื่อ &amp;quot;นช.สุวิทย์&amp;quot; อยู่ในบัดนี้ แต่เจ้าคุณจำนงค์นั้นเหนือชั้นกว่ามาก รัฐบาลทหารไม่ได้ระคายแม้แต่ชายจีวร นั่งเป็นประธานสงฆ์ให้วัดพระธรรมกายเยอรมัน ถูกอกถูกใจ...พ่อใหญ่ธัมมชโย แบบนี้สิ มิเสียทีที่คบกันมา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10815</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, ธัมมชโย, บิ๊กตู่, ผู้ช่วยเจ้าอาวาส, ยิ่งลักษณ์, ลาสเวกัส, วัดสัมพันธวงศาราม, สหรัฐอเมริกา, อดีตพระพรหมเมธี, อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ, เว็บไซต์, แม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17aa4c6d21b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อวืดได้ตัวสมีเมธี! &#039;ป้อม&#039;ขอ3วันรู้เรื่องลี้ภัยเยอรมนี/จ่อดาบสอง&#039;ปิง&#039;ค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ชี้กวาดล้างเงินทอนวัดไม่ใช่คดีการเมือง ระบุเป็นเรื่อง &amp;quot;พระ-คน&amp;quot; ทำผิด กม. แจงขอโทษแทน ตร.บุกจับพระสงฆ์ไม่เหมาะสม เหตุเห็นกับผ้าเหลืองไม่เกี่ยวตัวบุคคล &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; เผย &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; ยังไม่ได้ลี้ภัยเยอรมนี ขอเวลา 3 วันรู้ได้ตัวกลับไทยหรือไม่ หลังส่งหลักฐานกระทำผิดเพิ่มน้ำหนักทางการเยอรมนีตัดสินใจ เชื่อสัมพันธ์สองประเทศดี &amp;quot;บัวแก้ว&amp;quot; หาช่องช่วยอีกแรง &amp;quot;ปคม.&amp;quot; ขยายผลสอบ &amp;quot;อดีตเจ้าคุณปิง&amp;quot; เอี่ยวค้ามนุษย์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;(คสช.) กล่าวระหว่างเดินทางเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการเดินทางไปประเทศเยอรมนีของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อควบคุมตัวพระพรหมเมธี หรือนายจำนงค์ เอี่ยมอินทรา อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยว่า ยังไม่ได้รับรายงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการดำเนินคดีเงินทอนวัดที่มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องว่า พระพุทธศาสนาของไทย คำสอนของพระพุทธเจ้า บิดเบือนไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเป็นคำสอนที่สามารถพิสูจน์ได้มากว่า 2,500 ปีแล้ว มีความเป็นจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะผิดหรือถูกนั้น อยู่ที่คน รวมทั้งพุทธศาสนิกชนและพระสงฆ์ด้วย ทั้งสองฝ่ายต้องยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน กติกาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพระสงฆ์ก็มี พ.ร.บ.สงฆ์และกฎหมายทั่วไปที่ต้องยึดถือทั้งสองแบบ ฉะนั้นวันนี้ถือเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จะทำถูกหรือทำผิดก็เป็นเรื่องการกระทำผิดของบุคคล ของพระ และผู้ที่นับถือศาสนา ต้องแยกแยะออกจากกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่รัฐบาลทำแบบนี้ เพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนมากในเรื่องเหล่านี้ รวมไปถึงเรื่องของปัญหาเงินทอนวัด ซึ่งก็ต้องพิสูจน์กันในทางคดีความและกฎหมายต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้สิทธิกับทุกคน และไม่ใช่หนีออกไปต่างประเทศ ไม่ยอมรับกฎหมาย มันไม่ได้ แล้วจะมาบอกว่ารัฐบาลทำลายพระพุทธศาสนา ยิ่งไม่ใช่ เราจะต้องช่วยกันทำให้เกิดการยอมรับจากทุกหมู่และทุกฝ่าย ในการนับถือพระสงฆ์และพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้เราได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มหาเถรสมาคม (มส.) ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกคนก็ต้องมีข้อมูลเพื่อประสานการทำงานร่วมกัน และหารือว่าจะดำเนินการกันอย่างไรต่อไป ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่ผมออกมาขอโทษในการกระทำของเจ้าหน้าที่ ที่เข้าจับกุมพระสงฆ์นั้น ไม่ใช่ขอโทษเพราะเป็นใคร แต่ขอโทษเพราะบุคคลนั้นแต่งสงฆ์ การดำเนินการต่างๆ จำเป็นต้องเหมาะสมต่อผู้ที่แต่งสงฆ์ ต้องเคารพผ้าเหลือง และเคารพพระสงฆ์ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต้องดูแลให้ถูกต้องในการทำอะไรก็ตาม วันนี้ก็มีการลงโทษกันแล้ว และอยากจะขอร้องสื่อ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้อย่าไปตีข่าวครึกโครมจนกระทั่งกลายเป็นว่าเรากำลังรังแกพระสงฆ์เหมือนกับเป็นคดีการเมือง แล้วเราก็จะไม่ได้คนที่หนีไปกลับมาสักที ไปลี้ภัยบ้าง อะไรบ้าง เป็นปัญหาที่มันไม่ง่ายนักที่จะเอาคนกลับมาลงโทษ เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกคนยอมรับกติกา กฎหมายของประเทศ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
เร่งขอ &amp;#39;พรหมเมธี&amp;#39; กลับไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ย้ำว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของศาสนา เป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของพระที่ทำถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ก็ต้องพิสูจน์กันมา ไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นคดีการเมืองไปเสียทั้งหมด เสร็จแล้วก็เป็นเรื่องยาก ทั้งเรื่องการหารือส่งตัว กลายเป็นปัญหาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวอดีตพระพรหมเมธีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สนามบินแฟรงก์เฟิร์ตควบคุมตัวได้ยื่นคำร้องขอลี้ภัยในประเทศเยอรมนีแล้วว่า อดีตพระพรหมเมธียังไม่ได้ลี้ภัย ทางเจ้าหน้าที่ขอเวลาตรวจสอบก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ความจริงแล้วในการทำเรื่องขอส่งตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมา ทางเยอรมนีมีขั้นตอนดำเนินการ 2 เดือน แต่เราได้ขอให้ทางการเยอรมนีดำเนินการภายใน 3 วัน ทางเยอรมนีก็รับว่าจะไปดำเนินการ ขณะเดียวกันอดีตพระพรหมเมธีก็ไม่ยอมพบกับพล.ต.อ.จักรทิพย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ขณะนี้ก็ยังไม่สามารถนำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาได้ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;ldquo;อ้าว ปั๊ดโธ่ ก็ตอบไปแล้ว ขอเวลา 3 วัน จะได้ผลอย่างไรก็ว่ากันอีกที&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ถ้าอดีตพระพรหมเมธีไม่อยากพบ ผบ.ตร.จะสามารถนำคนอื่นไปแทนได้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้อง อดีตพระพรหมเมธีเขาไม่เอาอยู่แล้ว เขาไม่พบคนไทย ทางเยอรมนีก็ดำเนินการตามกฎหมาย ที่ผิดกฎหมายในส่วนของไทยเราก็ได้ยื่นเรื่องไปแล้ว เพื่อให้มีน้ำหนักมากพอที่เยอรมนีจะให้ความร่วมมือกับไทย เราก็แลกเปลี่ยนกับเยอรมนีมาตลอด เป็นมิตรที่ดีต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อว่า เชื่อว่าเยอรมนีจะเข้าใจหรือไม่ รองนายกฯ ระบุ &amp;ldquo;ผมก็ไม่ใช่เยอรมนีด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า เชื่อต้องมีคนไทยให้การสนับสนุนอดีตพระพรหมเมธีอยู่เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่ และเขาก็วางแผนไว้แล้ว เพราะเยอรมนีมีกฎหมายให้ลี้ภัยได้ ก็ต้องไปประเทศนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รมว.การต่างประเทศ) กล่าวว่า การนำตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับไทยยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม นอกจากข่าวที่ปรากฏตามสื่อ สถานทูตไทยในเยอรมนีก็ยังไม่แจ้งมาที่กระทรวง รายละเอียดต้องรอคณะ ผบ.ตร.ที่ไปดำเนินการเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับเยอรมนี แต่ตอนนี้กำลังดูหลายๆ ด้านอยู่ แม้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้เข้าไปดูอย่างเป็นทางการกับเรื่องดังกล่าว แต่กำลังตรวจสอบดูว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งจะให้ทางกรมการกงสุลชี้แจง เพราะเป็นหน่วยงานที่รู้เกี่ยวกับคดีต่างๆ&amp;quot; นายดอนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า เราขอยกเลิกหนังสือเดินทางเล่มสีน้ำเงินก่อนแล้วอดีตพระพรหมเมธีจะยังขอลี้ภัยได้หรือไม่ รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปตรวจสอบว่ามีการยกเลิกก่อนหรือหลัง
สอบเจ้าคุณปิงค้ามนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องอดีตพระพรหมเมธีมีการขอลี้ภัยหรือไม่ ต้องรอถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ซึ่งไม่ทราบว่าจะเดินทางกลับมาวันไหน แต่เชื่อว่าการติดตามจำกุมอดีตพระพรหมเมธีนั้น ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงขั้นตอนการลี้ภัยในต่างประเทศ พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ทั่วไปในกรณีที่มีผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ต่างประเทศและขอลี้ภัย ประเทศต้นทางจะต้องทำการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริงหรือไม่ มีถิ่นที่อยู่หรือแหล่งพำนักอยู่ที่ใด เมื่อทราบที่อยู่แล้วก็จะได้ดำเนินการในเรื่องของการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะต้องแปลสำนวนการสอบสวนเพื่อส่งให้อัยการต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในกรณีนี้ก็ต้องดูว่าประเทศนั้นๆ มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ ต้องตรวจสอบอีกว่าในข้อหาที่อนุมัติจับกุมเป็นเรื่องที่เข้าองค์ประกอบการขอลี้ภัยหรือไม่ ในกรณีของอตีตพระพรหมเมธี ผมไม่ทราบว่าตำรวจสากลออกหมายน้ำเงิน หมายแดงหรือยัง และไม่ทราบว่าประเทศเยอรมนีมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทยหรือไม่&amp;quot; พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากรณีอดีตพระพรหมเมธีเข้าหลักเกณฑ์นี้หรือไม่ โฆษก สตช.กล่าวว่า อดีตพระพรหมเมธีจะเข้าหลักเกณฑ์ส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ และจะสามารถนำตัวกลับมาไทยได้หรือเลยหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะมีรายละเอียดเยอะ ต้องถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอตรวจสอบก่อน ที่กล่าวมานั้นพูดถึงหลักการทั่วไปเหมือนคดีอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ข้อมูลของกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุไทยกับเยอรมนีไม่มีการสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน มีเพียงสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษที่มีมาตั้งแต่ปี 2536 เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ช่วงที่ ผบ.ตร.เดินทางไปติดตามคุมตัวพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในไทยนั้น มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1 รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผบ.ตร. ตั้งแต่วันที่ 3-7 มิ.ย. &amp;nbsp;โดยตามกำหนดเดิม ผบ.ตร.จะเดินทางจากเยอรมนี ในวันที่ 6 มิ.ย. และคาดว่าจะถึงไทยในช่วงเช้าวันที่ 7 มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คณะของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ที่เดินทางไปรับตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น การเยอรมนีไม่ให้พบเจอตัวอดีตพระพรหมเมธี เนื่องจากเหตุผลเพื่อคุ้มครองสิทธิและเพื่อความปลอดภัยของผู้ยื่นคำขอลี้ภัย เพราะอดีตพระพรหมเมธีได้ยื่นคำขอลี้ภัยแล้ว และได้รับความคุ้มครองตามกฎเกณฑ์ว่าด้วยผู้ลี้ภัยทันที จึงทำให้ยังไม่แน่ชัดว่าจะได้ตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมาดำเนินคดีในเช้าวันที่ 6 มิ.ย.นี้หรือไม่&amp;quot; แหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความคืบหน้ากรณีการตรวจค้นและจับกุมอดีตพระวิสุทธิศาสนวิเทศ (กวีศิลป์ วิสุทธิกุโล) หรือเจ้าคุณปิง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เลขานุการส่วนตัวของอดีตพระพรหมสิทธิ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นกุฏิเจ้าคุณปิง และยึดโทรศัพท์มาตรวจสอบพบภาพลามกอนาจาร ซึ่งเป็นภาพการร่วมเพศกันระหว่างเจ้าคุณปิงกับฆราวาสชาย และภาพเปลือยผู้ชายจำนวนหนึ่งในโทรศัพท์ ซึ่งผิดวินัยสงฆ์นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) กล่าวว่า ในส่วนคดี ทางกองบังคับการปราบปรามเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก &amp;nbsp;ขณะที่ บก.ปคม.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานกับตำรวจกองปราบปราม โดยทราบว่าอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีนี้จะต้องมีการไปตรวจสอบว่าฆราวาสชายคนดังกล่าวอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือไม่ มั่นใจว่าจะสามารถตามตัวฆราวาสชายที่ปรากฏในภาพได้ในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ส่วนสื่อลามกอนาจารที่พบในกุฏิ จะต้องมีการสืบสวนขยายผลอยู่แล้ว&amp;quot; ผบก.ปคม.กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10773</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มหาเถรสมาคม, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180605/image_big_5b16984a2e4d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมนีห้ามเยี่ยมอดีต&#039;เจ้าคุณจำนงค์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เผยว่า เจ้าหน้าที่เยอรมนียังไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต เข้าเยี่ยมอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน เป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัด หลังลักลอบออกนอกประเทศไทย และถูกควบคุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนีวันที่ 2 มิ.ย.ตามเวลาในเยอรมนี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10585</URL_LINK>
                <HASHTAG>กต., กระทรวงการต่างประเทศ, จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, พระพรหมเมธี, สถานกงสุลใหญ่ไทย, อธิบดีกรมสารนิเทศ, เยอรมนี, แฟรงก์เฟิร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b11f3f02287a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10576</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัดพระธรรมกายไรน์แลนด์&#039;เป้าซุก&#039;เจ้าคุณจำนงค์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพเฟซบุ๊ก Wat Phra Dhammakaya Frankfurt&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 &amp;ndash; การจับตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ &amp;nbsp;ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน เป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดโดยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่รายสุดท้ายที่ด้านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานนานาชาติแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนีนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าทำไมอดีตเจ้าคุณจำนงค์จึงเลือกหนีไปยังที่แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานแจ้งว่า ปัจจัยประการหนึ่งคือ อดีตเจ้าคุณจำนงค์หวังไปพึ่งพิงบารมีสาขาวัดพระธรรมกายในยุโรป ซึ่งมีถึง 23 แห่ง ที่สำคัญเยอรมนีนั้นมีสาขาถึง 7 แห่งมากที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ที่สำคัญหากมีความเคลื่อนไหวของตำรวจไทยในการติดตามตัวก็สามารถหลบหนีย้ายไปยังสาขาอื่นๆ ในยุโรปได้อีก เพราะก่อนหน้านี้ที่พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายหลบหนีออกจากไทย สาขาของวัดพระธรรมกายในเยอรมนีก็เคยเป็นจุดพักแวะมาแล้วจุดหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สาขาของวัดพระธรรมกายในเยอรมนี 7 แห่งประกอบด้วย 1.วัดพระธรรมกายบาวาเรีย &amp;nbsp;2.วัดพระธรรมกายชวาร์ซวัลด์ 3.วัดพระธรรมกายแฟรงก์เฟิร์ต 4.วัดพระธรรมกายเบอร์ลิน 5.วัดพุทธไฮล์บรอนน์ 6.วัดพุทธนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลน และ 7.วัดพุทธฮัมบวร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานแจ้งอีกว่า สาเหตุที่อดีตเจ้าคุณจำนงค์เลือกที่จะซุกที่วัดพระธรรมกายแฟรงก์เฟิร์ต หรือวัดพระธรรมกายไรน์แลนด์นั้น เพราะหากดูจากทำเลที่ตั้งจะเห็นว่าค่อนข้างปลีกวิเวก ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร ทำให้ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าใดนัก โดยหากไปอยู่ที่วัดพระธรรมกายเบอร์ลิน ที่มีพระโสภณพุทธิวิเทศ (จิตติก์ ญาณชโย) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เบอร์ลิน หรือเจ้าคุณเบอร์ลินนั้นอาจถูกเพ่งเล็งได้ เพราะที่ผ่านมาเจ้าคุณเบอร์ลินออกตัวค่อนข้างแรงมาตั้งแต่สมัยพระธรรมชโยแล้ว เจ้าคุณจำนงค์จึงเลือกที่จะซุกอยู่ที่วัดพระธรรมกายไรน์แลนด์ แต่พาสปอร์ตดันไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเสียก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10576</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, พระพรหมเมธี, วัดพระธรรมกาย, วัดพระธรรมกายไรน์แลนด์, วัดสัมพันธวงศาราม, เยอรมนี, แฟรงก์เฟิร์ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b138961376a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! จนมุมที่เยอรมนี รวบแล้ว&#039;อดีตพระพรหมเมธี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - รายงานข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รวบตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ &amp;nbsp;ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน เป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดโดยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่รายสุดท้ายตามหมายจับ ที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่ในขณะนี้ที่เยอรมนนี เนื่องจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางไม่ผ่านการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้บินด่วนไปเพื่อรับตัวเพื่อมาดำเนินคดีในไทยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเส้นทางการหลบหนีนั้น คาดว่าได้เดินทางออกจากไทยจาก จ.นครพนม ผ่านไปยังประเทศลาว, &amp;nbsp;กัมพูชา ก่อนไปเยอรมนี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10569</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม, พระพรหมเมธี, ยักยอกทรัพย์, หมายจับ, เยอรมนี} พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b11f3f02287a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
