<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2018 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2018 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กปชป.งัดคำพิพากษาคดีจำนำข้าวตบหน้า&#039;เรืองไกร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค. 61 -&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ออกมาบิดเบือนข้อเท็จจริงคดีจำนำข้าวว่า ไม่ได้เกิดความเสียหายจริง ขอให้รัฐบาลยุติการอายัดทรัพย์น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า&amp;nbsp;ข้อมูลที่นายเรืองไกรกล่าวอ้าง ถือเป็นการบิดเบือนคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้งสิ้น เป็นกระบวนการเดินเกมการเมืองของพรรคเพื่อไทยเพื่อทำลายอำนาจตุลาการ ทำลายความน่าเชื่อถือของคำพิพากษาศาลฎีกาฯเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองให้คนเข้าใจผิดว่าอำนาจตุลาการกลั่นแกล้งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งที่ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาระบุชัดถึงยอดขาดทุนจากโครงการจำนำข้าวที่ทุจริตทั้งโครงการ ปิดบัญชีครั้งที่ 1 ขาดทุน 32,301 ล้านบาท ปิดบัญชีครั้งที่ 2 ขาดทุน 220,968 ล้านบาท ปิดบัญชีครั้งที่ 3 ขาดทุน 332,372 ล้านบาท รวม 585,641 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นายเรืองไกรยังบิดเบือนว่าไม่มีความเสียหาย ถามว่าแล้วศาลพิพากษาได้อย่างไร โดยคำพิพากษาหน้าที่ 60 ระบุว่าโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในรัฐบาลยิ่งลักษณ์เกิดปัญหาการทุจริตในขั้นตอนต่างๆสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ กระทบต่องบประมาณแผ่นดินเป็นจำนวนมาก จึงพิพากษาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต การเพิกเฉยละเลยถือเป็นการจงใจ กระทำการละเมิดเป็นเหตุให้กระทรวงการคลังเสียหาย คือเป็นเหตุให้ประเทศชาติเสียหาย กระทรวงการคลังจึงออกคำสั่ง ที่&amp;nbsp;1351/2559&amp;nbsp;ให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงิน 35,717 ล้านบาท เมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นว่าไม่ถูกต้องก็ไปฟ้องศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ก็ไปต่อสู้คดีที่ศาล แต่อย่านำเหตุผลทางการเมืองมาทำลายกระบวนการยุติธรรม ทำลายอำนาจตุลาการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คำพิพากษาศาลฎีกาฯยังระบุว่า โครงการระบายข้าวถุง5 กิโลกรัมก็มีการคบคิดกันเพื่อกระทำการทุจริตด้วย นอกจากนี้ยังมีสัญญาที่เกิดขึ้นจากการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จี ทู จี)อีก4 สัญญาที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ที่ยังไม่ระบุมูลค่าความเสียหายจากการขายขาดทุนว่าเป็นยอดจำนวนเท่าใด จึงถือเป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ที่ควรแจ้งให้ประชาชนรับทราบด้วยว่าคดีไปถึงไหนแล้ว เสียหายเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าสนใจเพราะว่าศาลได้มีคำพิพากษาชัดเจนแล้วว่าโครงการจำนำข้าวในรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีการทุจริตจริง หากนายเรืองไกรยืนยันข้อมูลและเก่งจริงก็ขอให้รับเป็นทนายความให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ และไปต่อสู้ในชั้นศาลปกครองด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16009</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, จำนำข้าวขาดทุน, นายราเมศ รัตนะเชวง, ยิ่งลักษณ์, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5edff0a524a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
