<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>30394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราศรัยกทม.ทิ้งทวน พปชร.จัดคิวบิ๊กตู่นอกเวลาราชการโอ่มีไม้เด็ดอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พปชร.เคาะแผน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง 4 ภาค นอกเวลาราชการ จ่อเดินหาเสียงพื้นที่กทม. ก่อนไปปราศรัยที่เมืองโคราช 10 มี.ค.นี้, 16 มี.ค.ไปสุโขทัย, 17 มี.ค.นราธิวาส ปิดท้าย 22 มี.ค.ที่กรุงเทพฯ พร้อมเช็กข้อกฎหมายยิบ ฟุ้งกระแสเริ่มทิ้งห่างคู่แข่ง จับตาโค้งสุดท้ายมีไม้เด็ดหลายเรื่อง &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; เผย CEPP เตรียมจับผิดบิ๊กตู่ทุกฝีก้าว พบผิด กม.ชง กกต.ฟันทันที อนค.แนะ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลาออกให้ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เป็นแทน &amp;quot;จตุพร&amp;quot; รับเอา &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; กลับบ้านไม่ได้ แต่เอา &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; กลับบ้านได้เลือกฝ่าย ปชต.เกิน 376 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค หารือร่วมกับแกนนำพรรค อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค เพื่อกำหนดทิศทางและการวางยุทธศาสตร์การจัดคิว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ บัญชีพรรค ในการลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ นายสนธิรัตน์ระบุว่า ความจริงวางแผนปราศรัยหาเสียงมีไว้แล้วทั้งหมด แต่ต้องมาปรับให้สอดรับกับแผนงานของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค และทีมงานนายกฯ เพื่อดูว่านายกฯ ทำได้มากน้อยแค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 18.10 น. นายอุตตมเปิดเผยภายหลังว่า พรรคจะไปหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะเชิญขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมกับผู้สมัครครั้งแรก ในวันที่ 10 มี.ค.ที่ จ.นครราชสีมา เป็นจังหวัดแรก และเวทีอื่นๆ ก็จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ไปด้วย โดยพรรคได้รับความเห็นมาจากในพื้นที่และผู้สมัครว่าประชาชนอยากฟังพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจากนี้จะมีเวทีอื่นๆ ตามมาทั่วทุกภาค รวมถึงใน กทม.ที่กำลังหารืออยู่ว่าจะมีเวทีที่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งในพื้นที่ กทม. ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปร่วมเดินหาเสียงด้วย เท่าที่ทำได้ ซึ่งพรรคจะนำไปเสนอ โดยสัปดาห์หน้าถ้ามีเวลา จะเชิญพล.อ.ประยุทธ์ไปพบปะกับผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรค ซึ่งจะใช้เวลานอกราชการ และเกิดขึ้นก่อนที่จะไปปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา ทั้งนี้ยังไม่ได้สอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ถึงอาการตาเจ็บว่าหายหรือยัง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีส่วนใดบ้างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถทำได้บนเวที นายอุตตมกล่าวว่า พรรคจะดำเนินการตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่าสิ่งใดทำได้หรือทำไม่ได้ อย่างเช่นการขึ้นเวที การปราศรัยสามารถทำได้ ทั้งโดยไม่ใช้อำนาจไปกระทบกระทั่งคนอื่น และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์จะปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้องตามที่ กกต.กำหนด และเชื่อจะวางตัวได้เหมาะสมในทุกสถานการณ์ที่เลือก จ.นครราชสีมา เป็นที่แรกในการปราศรัยนั้น เพราะเห็นว่าเป็นบ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภาคอื่นได้กำหนดจังหวัดที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปหาเสียงหรือยัง นายอุตตมกล่าวว่า ยังไม่ยุติตายตัว แต่จะพิจารณาในภาคอื่นด้วย ขณะนี้เป็นแนวความคิดในการที่จะเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ไปปราศรัยในที่ต่างๆ แต่ต้องดูตารางงานของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งประเด็นและหัวข้อที่มีการปราศรัยให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ พล.อ.ประยุทธ์ พรรคมีความมั่นใจว่า เมื่อได้ พล.อ.ประยุทธ์มาหาเสียงแล้วจะทำให้คะแนนของพรรคดีขึ้น ส่วนช่วงโค้งสุดท้ายก็อยากให้ทุกฝ่ายรอดูหมัดเด็ดของพรรคพลังประชารัฐ จะมีอะไรออกมา ขณะนี้กำลังจะพิจารณานำเสนอนโยบายเพิ่มเติม รวมถึงระยะเวลาด้วย
เปิดแผน&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ปราศรัย4ภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่หลายพรรคระบุว่า ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์มาช่วยหาเสียง ยิ่งทำให้คะแนนพรรคอื่นดีขึ้น นายอุตตม กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคอื่นที่สามารถคิดได้ แต่พรรคพลังประชารัฐมีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ต่อไป และไม่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะกลายเป็นเป้าในทางการเมือง และเราไม่กังวล และมั่นใจในสิ่งที่ทำว่าดีที่สุด เพื่อมีโอกาสได้เข้ามาทำงานให้ประเทศ ส่วนใครจะเป็นแกนนำได้จัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องรอดู ทั้งนี้ จุดยืนของพรรคคือ พรรคใดที่รวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาก็น่าจะเป็นกลุ่มหรือพรรคที่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ส่วนที่มีวิพากษ์วิจารณ์ถึงสถานะ พล.อ.ประยุทธ์นั้น พรรคไม่ได้กังวล เพราะฝ่ายกฎหมายพรรคดูเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากพรรค พปชร.เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรค พปชร.ได้วางกำหนดการหาเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ค่อนข้างลงตัวแล้ว เพื่อลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยพรรค โดยจะใช้เวลานอกราชการ และพร้อมจะปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เหลือนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันเท่านั้น โดยกำหนดการแรกคือ วันที่ 10 มี.ค. ที่ จ.นครราชสีมา บ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ภาคอีสาน จากนั้นในพื้นที่ภาพเหนือ วันที่ 16 &amp;nbsp;มี.ค. ได้ปรับเปลี่ยนจาก จ.เชียงรายเป็น จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงคนสำคัญอย่างนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้สมัครบัญชีรายชื่ออันดับ 4 พรรค พปชร. จากนั้นวันที่ 17 มี.ค. ลงใต้ไป จ.นราธิวาส และปิดท้ายในช่วงเย็นวันที่ 22 มี.ค. ในพื้นที่ภาคกลางคือกรุงเทพฯ ส่วนจะเป็นพื้นที่สวนลุมพินีหรือไม่ ยังไม่ได้ข้อสรุป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพปชร. ลงพื้นที่ตลาดรุ่งเจริญ ถนนสาธุประดิษฐ์ &amp;nbsp;กรุงเทพฯ ช่วยนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ของพรรคหาเสียง โดยนายกอบศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มีแฟนคลับในทุกระดับ ซึ่งมาเพื่อนำเสนอกับประชาชนว่าตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ของทุกคนใกล้จะลงพื้นที่ ก็บอกกับประชาชนว่าลุงตู่จะลงแล้ว ใครที่รักลุงตู่ก็ขอให้เลือกลุงตู่ เลือกความสงบ เลือกพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ขนาดที่ผ่านมาไม่มีลุงตู่ เวทีของพลังประชารัฐก็แทบจะระเบิด ไม่ต่ำกว่า 10,000 ถึง 20,000 คน มั่นใจว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์มาต้องเบียดเสียดเต็มที่ ภารกิจของลุงตู่ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ จะไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินในขณะนี้ เพราะมีทีมกฎหมายดูแลเป็นอย่างดี ดำเนินทุกวิถีทางให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตามกฎเกณฑ์ของกกต. ถาม กกต.เสมอว่าทำได้หรือไม่ ระมัดระวังรอบคอบ ตัวผู้สมัครเองก็ฮึกเหิม พลังประชารัฐก็กำลังดีวันดีคืน กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ และเชื่อว่าการที่ลุงตู่ลงพื้นที่จะเป็นสีสันในโค้งสุดท้าย และเป็นพลังกำลังหลักของพลังประชารัฐ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า มั่นใจว่าประชาชนจะไว้วางใจพรรค พปชร. เนื่องจากพรรคมีนโยบายที่ประชาชนจับต้องได้ มีแคนดิเดตนายกฯ คือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีผลงานชัดเจน มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ส่งผลให้แกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แสดงว่ากระแสพรรคพลังประชารัฐดีขึ้นมาก หลายพรรคการเมืองเริ่มหวั่นไหว เชื่อว่าพลังประชารัฐจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า สามสัปดาห์สุดท้ายขอให้จับตาดูพรรคพลังประชารัฐให้ดี เพราะเราจะมีไม้เด็ดหลายเรื่อง&amp;nbsp;
CEPP จับตาทุกฝีก้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจำลอง ครุฑขุนทด แกนนำพรรค พปชร. และผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 13 &amp;nbsp;พรรคพปชร. เปิดเผยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 10 มี.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการเดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัยในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ณ เวทีปราศรัยลานตลาดเซฟวัน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นเวทีแรกที่นายกฯ ตัดสินใจขึ้นปราศรัย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์อีกด้วย คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนจากทั้ง 14 เขตเลือกตั้งมาร่วมฟังไม่ต่ำกว่า 20,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงเรียนโพนทองวิทยายน อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล กก.บห.พรรคพปชร. และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 25 ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายเอกภาพ พลซื่อ ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 หาเสียง โดยนายสุรพรปราศรัยว่า กระแสของพรรคในภาคอีสานและภาพรวมทั้งประเทศเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน จากโพลของพรรคและหลายสำนัก เชื่อว่าจะได้ ส.ส.เขตมากกว่า 100 ที่นั่ง ทำให้บางพรรคทนไม่ได้ เลิกเอานโยบายมาหาเสียงแข่งกับพรรคเรา แต่ไปใช้การด่า การสาดโคลน ป้ายสี เช้าเวทีหนึ่ง เย็นอีกเวทีหนึ่ง ต่อไปคง 3 เวทีหลังอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และในฐานะรองประธานศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง (CEPP) เปิดเผยว่า เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์มีหลายสถานะ และไม่ยอมลาออกจากข้าราชการการเมืองเพื่อมาทำหน้าที่รักษาการตามที่นักการเมืองในอดีตได้เคยปฏิบัติกัน เพื่อสร้างความเสมอภาคในการหาเสียงและเพื่อความสุจริตและเที่ยงธรรมตามที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 กำหนด ดังนั้นศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษมากกว่าพรรคอื่นๆ โดยได้เตรียมการตั้งทีมตรวจสอบไว้เพื่อติดตามตรวจสอบการเดินสายปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีการกระทำและคำปราศรัยส่อไปในทางผิดกฎหมายอย่างไรหรือไม่ เช่น 1) มีการนำรถยนต์และทรัพย์สินของทางราชการในการเดินทางไปตระเวนปราศรัยหรือไม่ 2) มีการนำฝ่ายรักษาความปลอดภัยประจำตัวนายกฯเดินทางไปร่วมตระเวนด้วยหรือไม่ 3) มีการนำข้าราชการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐไปร่วมตระเวนด้วยหรือไม่ 4) มีข้าราชการในพื้นที่ที่เปิดปราศรัยมาคอยต้อนรับและนำทรัพย์สินของทางราชการมาคอยอำนวยความสะดวกให้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกคำปราศรัยมีคำพูดใดที่ขัดต่อมาตรา 73 มาตรา 74 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 และขัดต่อข้อ 17 ข้อ 18 แห่งระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 หรือไม่ด้วย หากพบว่าการกระทำและคำปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายข้างต้น CEPP ก็จะรีบส่งคำร้องไปให้ กกต.พิจารณาวินิจฉัยเอาผิดทันที และหากมีประเด็นใดที่เกี่ยวโยงไปถึงการกระทำและรู้เห็นของหัวหน้าพรรค และหรือคณะกรรมการบริหารพรรคของพรรคพลังประชารัฐ ที่ส่อไปในทางที่ขัดต่อกฎหมาย ก็จะดำเนินการด้วยเช่นกันในทันที&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์และแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์เตรียมจะลงพื้นที่พบประชาชนและปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรค พปชร.ว่า ยินดีต้อนรับ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ มีหมวกสามใบ ตอนนี้เป็นนักการเมืองลงสมัคร มาขึ้นเวทีปราศรัยแล้ว อยากชวนมาร่วมเวทีดีเบตด้วย พล.อ.ประยุทธ์ควรจะต้องระมัดระวังเรื่องการใช้ทรัพยากรของรัฐ
แนะ&amp;quot;ตู่&amp;quot;ลาออก&amp;quot;ป้อม&amp;quot;เป็นแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณีที่ พปชร.นัดหารือจัดคิวพล.อ.ประยุทธ์เพื่อเดินสายปราศรัยว่า ส่วนตัวไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่ทราบว่าทำได้หรือไม่ได้ภายใต้เงื่อนไขใด คิดว่าเป็นสิทธิ์ของพรรคอื่นที่จะดำเนินการแคมเปญรณรงค์ของพรรค ส่วนตัวอยากให้ทุกพรรคยืนหยัดบนความเท่าเทียม ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ทำอย่างนักการเมืองคนอื่นได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องไม่ใช้อำนาจในฐานะนายกฯ หรือหัวหน้า คสช. หรือการกระทำใดๆ ที่ใช้อำนาจเอื้อผลประโยชน์ให้กับพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะความเท่าเทียมจะเป็นพื้นฐานของการเลือกตั้งที่เสรี และเป็นธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค อนค. กล่าวว่า การปราศรัยเป็นสิ่งที่แคนดิเดตนายกฯ ควรทำ ซึ่ง กกต.บอกว่าทำได้ แต่มีประเด็นข้อสงสัยในเรื่องคุณสมบัติว่ามีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (15) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 14-15 ในการดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ กกต.ควรจะเคลียร์ก่อนว่าใช่หรือไม่ หรือจะเลี่ยงคำแบบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เนื่องจากเป็นเรื่องค้างคาใจที่หลายคนเห็นว่าอาจจะมีผลภายหลังเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปกติ พล.อ.ประยุทธ์พูดคนเดียวมา 5 ปีแล้ว ควรจะลาออกจากตำแหน่งและรักษาการ เพราะขณะนี้พล.อ.ประยุทธ์ยังถือมาตรา 44 อยู่ ยังมีอำนาจในการปลด กกต. รวมถึงการแก้ไขกฎหมายได้ ทำให้คนไม่เชื่อถือในความเป็นกลาง หัวหน้า คสช.ออก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ขึ้นแทน ไม่เห็นเป็นอะไร ไหนๆก็คนคนเดียวกันอยู่แล้ว พูดจาภาษาเดียวกันอยู่แล้ว และกติกาก็เอื้อหมด แต่ยังไงก็สู้เสียงประชาชนไม่ได้ 24 มี.ค.นี้ก็คงเป็นบทพิสูจน์ว่าประชาชนคนไทยจะเอายังไง ถึงมีคำของอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐบอกว่า The ballot is stronger than the bullet. บัตรเลือกตั้งแข็งแกร่งกว่ากระสุนปืน&amp;quot; นายชำนาญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เย็นวันเดียวกัน ที่ลานคนเมือง พรรคเพื่อชาติ ปราศรัยใหญ่ใน กทม. โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกแปลกใจการทำหน้าที่ของ กกต. ที่บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปช่วยหาเสียงได้ สมาชิกพรรค พปชร.ออกมาดีใจ เห็นว่าเป็นการเมืองที่แปลกประหลาดมากที่สุด แทนที่ กกต.จะวินิจฉัยเรื่องการเป็นเจ้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ก่อน หากวันนี้แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะลาออกจากตำแหน่งก็สายไป การกระทำผิดสำเร็จแล้ว ที่บอกว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นบุคคลสาธารณะ อยากถามว่าเป็นแบบนั้นจริงหรือไม่ เพราะสามารถออกคำสั่งให้ข้าราชการปฏิบัติตามได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐแพ้แน่นอน เงื่อนไขการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์จะถูกหยิบยกให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ การเขียนรัฐธรรมนูญเหมือนกับติดกับตัวเอง ปล่อยให้การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.แล้วเสร็จ แต่สุดท้ายก็เป็นโมฆะ กกต.ก็ติดคุก ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่&amp;quot; นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวปราศรัยว่า ได้ข่าวมาในวันเลือกตั้ง 24มี.ค. ทหารเกณฑ์กว่า 51 ล้านคน จะได้รับการปล่อยกลับบ้านไปลงคะแนนเสียง พรรคเพื่อชาติเป็นพรรคเดียวที่ประกาศแนวทาง เกาะกลางทางการเมือง ปฏิวัติรัฐประหารมา มีแต่จะทำให้ชาวบ้านยากจนลง คณะรัฐประหารไม่เคยสนใจชาวบ้าน หลังจากนายยงยุทธปราศรัยเสร็จได้เดินทางกลับทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายจตุพรปราศรัยว่า เราเอาทักษิณกลับบ้านไม่ได้ แต่เราเอาประยุทธ์กลับบ้านได้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยตอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ลิ่วล้อมาตอบเป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งบุคคลสาธารณะที่ไหนออกคำสั่งใช้มาตรา 44 ได้ ขอให้พี่น้องเลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยให้เกิน 376 ที่นั่ง ถ้าถึงประยุทธ์ได้กลับบ้านแน่นอน 24 มี.ค. รอเช็กบิลเผด็จการ สมุนเผด็จการ สร้างประชาธิปไตยไปด้วยกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.อนุญาตให้ พล.อ.ประยุทธ์ลงมาช่วยพรรค พปชร.หาเสียงได้ว่า ดีใจด้วย เพราะท่านจะได้นำเสนอนโยบาย แต่เราไม่กลัว ไม่กังวลอะไรทั้งสิ้น เพราะเวลาแข่งขันตัดสินกันที่นโยบาย และนโยบายของพรรคภูมิใจไทยดีไม่แพ้ใคร เราไม่กังวล ถือว่า พรรคเรามีอายุมากกว่า เราต่อให้เขา ต้องมองโลกในแง่ดี ทั้งนี้ เวทีดีเบตที่มักถามเรื่องประเด็นการเมืองว่า รู้สึกโกรธ เพราะตอนนี้ปัญหาปากท้องเป็นปัญหาหลักแต่ทำไมคุยกันแต่เรื่องการเมืองที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่
ชี้ตั้ง ส.ว.ขัด รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมาปราศรัยใหญ่ช่วยพรรค พปชร.หาเสียงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา10 มี.ค.นี้ว่า ดีครับ คิดว่าเป็นบรรยากาศที่ดีของโคราช ส่วนจะต้อนรับลุงตู่ด้วยอะไรตนก็เวลคัม ยินดีต้อนรับอยู่แล้ว คนโคราชใครมาเยือนก็ต้อนรับทุกคนอยู่แล้ว ก็ดีผู้หลักผู้ใหญ่มากันมากแล้วเอานโยบายดีๆ มาให้ คนโคราชจะได้มีทางเลือกมากๆ เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้ประเทศไทยดูคล้ายกับว่ากำลังเกิดบุคคลที่เป็น &amp;ldquo;กบฏทางความคิด&amp;rdquo; ขึ้นมา เพราะเขากล้าที่จะออกมาท้าทายเสาหลักของประเทศโดยไม่สนใจที่ต่ำที่สูง สร้างภาพตัวเองว่าเป็นผู้นำของคนยุคใหม่ด้วยการ &amp;ldquo;ดูถูก&amp;rdquo; รากเหง้าของบรรพบุรุษ อ้างว่าจะสานต่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่ตัวเองก็ไม่ได้เข้าใจในประวัติศาสตร์แตกฉาน คิดสร้างนโยบายเสี่ยงๆ ฟังแล้วเท่ ฮึกเหิม เอาใจคนรุ่นใหม่ สร้างภาพรักประชาธิปไตย ชักชวนให้ออกมา &amp;ldquo;เป็นกบฏต้านเผด็จการร่วมกัน&amp;rdquo; ใช้ปากกาฆ่าเผด็จการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องของบ้านของเมือง ผมไม่อยากให้คิดเป็นเรื่องสนุก เอาแต่อารมณ์ เพราะบรรพบุรุษของเราในอดีตใช้เลือดใช้เนื้อ ใช้ชีวิตแลกมาอย่างยากลำบาก และถ้าไม่เหลืออดจริงๆ คงไม่มีใครอยากเป็นได้ชื่อว่าเป็นกบฏแน่ แต่ในยุคที่เกิด &amp;ldquo;กบฏลมปาก&amp;rdquo; นี้ ลูกหลานคนไทยจึงควรพิจารณาไตรตรองให้ดี มองให้ลึกถึงเจตนา ไม่ใช่เพราะคารมดี มองให้เห็นถึงที่มา ไม่ใช่เพราะใครส่งมามองให้เห็นถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ดีแต่พูด แต่จริงๆ ทำไม่ได้มองให้เข้าใจประวัติศาสตร์ ไม่ใช่มองเฉพาะศาสตร์แห่งการเอาใจ&amp;quot; นายสุเทพระบุ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการเปิดเผยว่า คสช.แต่งตั้งให้ พล.อ.ประวิตร เป็นประธานกรรมการสรรหาวุฒิสมาชิก (ส.ว.) เพื่อคัดเลือกบุคคลให้ได้ไม่เกิน 400 &amp;nbsp;คน แล้วให้ คสช.เลือกให้เหลือ 194 คนนั้น ขณะนี้ไม่ทราบว่ากรรมการสรรหาเป็นใครบ้าง รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายบอกเปิดเผยไม่ได้ กลัวจะมีการวิ่งเต้น ตนเห็นว่าการสรรหาแบบนี้ดูไม่ชอบมาพากล ไม่เปิดเผย ปิดลับ หมิ่นเหม่ว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ และอาจเป็นเหตุให้มีการฟ้องร้องต่อศาลให้เป็นโมฆะได้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ม.269 (1) บอกให้ คสช.แต่งตั้งกรรมการสรรหา ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่า 9 คน ไม่เกิน 12 คน โดยกรรมการสรรหาจะต้องตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ด้านต่างๆ และมีความเป็นกลางทางการเมือง จึงสงสัยที่ไม่ยอมเปิดเผยกรรมการสรรหาแท้จริงแล้วน่าจะมีปัญหาว่าการแต่งตั้งกรรมการสรรหานั้น มีการแต่งตั้งจากบุคคลที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่เสียมากกว่าหรือไม่ ใช้วิชาเบี่ยงเบน แบบที่เนติบริกรชอบใช้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญดูจะชัดเจนว่าให้ตั้งคนอื่น ไม่ใช่มาตั้ง คสช.ด้วยกันเอง การตั้งรองนายกฯ และมีตำแหน่งเป็นรองกรรมการ คสช.เป็นประธานกรรมการสรรหา และอาจมีกรรมการ คสช.อื่นๆ อีก มีคำถามว่า เมื่อหัวหน้า คสช.เป็นแคนดิเดตของพรรคการเมืองไปเสียแล้ว ท่านจะบอกได้อย่างไรว่ามีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่นับว่าท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิหรือไม่ ไม่นับพฤติกรรมในอดีตจนถึงปัจจุบันที่ คสช.กลายมาเป็นผู้เล่น มิใช่กรรมการ เป็นที่ทราบกันดีว่าวุฒิสภา 250 คน เป็นคณะบุคคลที่จะมาเลือกนายกฯร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเข้าใจกันได้ว่าต้องการจะสืบทอดอำนาจการแต่งตั้งวุฒิสมาชิก จึงชัดเจนว่าถ้าทำกันแบบนี้ก็คือการตอบสนองต่อการสืบทอดอำนาจ ทำกันแบบงุบงิบ เป็นลับๆ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้บอกให้ลับและควรจะเปิดเผยโปร่งใสที่สุด จึงขอเรียกร้องให้เปิดเผยรายชื่อกรรมการสรรหาให้ประชาชนทราบโดยเร็ว&amp;quot; นายชูศักดิ์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30394</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, จำลอง ครุฑขุนทด, ชำนาญ จันทร์เรือง, ธนกร วังบุญคงชนะ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, พรรคพลังประชารัฐ, ยงยุทธ ติยะไพรัช, ศรีสุวรรณ จรรยา, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190303/image_big_5c7be6db1729c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2019 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2019 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พปชร.&#039;คาดชาวโคราชกว่า 2 หมื่นคนจะมาฟังปราศรัยบิ๊กตู่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 3 มีนาคม 2562 &amp;nbsp;นายจำลอง ครุฑขุนทด แกนนำพรรคพลังประชารัฐ และผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขตเลือกตั้งที่ 13 &amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐเปิดเผยถึงการปราศรัยหาเสียงใหญ่ของผู้ใหญ่ในพรรคลงในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ว่า ในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 นี้ &amp;nbsp;โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัยในฐานะแคดิเดทนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ณ เวทีปราศรัยลานตลาดเซฟวัน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งถือว่าเป็นเวทีแรกที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจขึ้นปราศรัยพบกับประชาชน ซึ่ง จ.นครราชสีมาก็ถือเป็นบ้านเกิดของพลเอกประยุทธ์ฯอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;กกต.ชี้ว่าสามารถดำเนินการได้โดยไม่ผิดกฏหมายเลือกตั้ง โดยในส่วนการเตรียมความพร้อมนั้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน , นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งจังหวัดอีสานตอนล่างเขตนครชัยบุรินทร์และผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา ทั้ง 14 เขต ของ พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมทุกด้านไว้แล้วและมีการประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกพรรคฯ , ผู้สนับพรรคฯและประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมฟังการปราศรัยของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้โดยพร้อมเพรียงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การปราศรัยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป และในวันดังกล่าวจะมีแกนนำของพรรคพลังประชารัฐ อาทิ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคฯ , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคฯ , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสานและนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคฯ เป็นต้น โดยพรรคฯคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนจากทั้ง 14 เขตเลือกตั้งเดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน ส่วนเนื้อหาที่นายกรัฐมนตรีจะปราศรัยนั้น จะชี้ให้ประชาชนเห็นผลงานที่ท่านทำมาไม่ว่าจะเป็นการสร้างความสงบสุขภายในประเทศ,การแก้ปัญหาความยากจนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ , การแก้ปัญหาประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบ และลดความเหลื่อมล้ำ , การแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรโดยเน้นสนับสนุนปัจจัยการผลิตและการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน เป็นต้น นายจำลองฯกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30370</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำลอง ครุฑขุนทด, บิ๊กตู่ปราศรัย, แกนนำพรรคพลังประชารัฐ, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af1747391802.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คสช.ชี้คลายล็อกคุมอยู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงปรับรูปแบบไพรมารีโหวตไปใช้วิธีการของ กรธ. โดยมี กก.สรรหา 11 คน ดีกว่าสมัยที่ กก.บห.คัดเลือกฝ่ายเดียว &amp;ldquo;มีชัย&amp;rdquo; ยัน ม.44 แก้ไพรมารีโหวตไม่ขัด รธน. &amp;ldquo;สมเจตน์&amp;rdquo; เตือนกลับไปจุดเดิมพรรคถูกนายทุนครอบงำ ย้อนถามไม่คิดจะปฏิรูปแล้วหรือ ตะเพิดพรรคไหนไม่พร้อมก็ร้องขอให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปได้ ปชป.ชี้ขัดเจตนารมณ์ รธน. ประชดยกเลิกไปเลย &amp;quot;กลุ่มสามมิตร&amp;quot; เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.โคราช โวกวาดยก จว. 14 เขต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 29 สิงหาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการปรับรูปแบบไพรมารีโหวตที่จะมีคณะกรรมการของพรรคไปรับฟังความคิดเห็น ก่อนจะยื่นให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาตัวผู้สมัครว่า ที่จริงแล้วยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้วิธีการนี้ แต่คงไม่มีการทำไพรมารีโหวตตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เขียนไว้ในบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง จึงเห็นว่าวิธีการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอมาแต่แรก คือให้มีกรรมการสรรหาขึ้นมาในพรรค ประกอบด้วย 11 คน มาจากตัวแทนกรรมการบริหาร 4 คน จากสมาชิกพรรค 7 คน ลงไปคุยกับสมาชิกแต่ละเขต แล้วรวบรวมรายชื่อผู้สมัครมาเสนอให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งวิธีการนี้ กรธ.รับรองว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และสามารถทำได้ ซึ่งดีกว่าสมัยก่อนที่กรรมการบริหารพรรคคัดเลือกเองฝ่ายเดียว จึงถอยกลับมายึดตามที่กรธ.เสนอ ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ระบุว่าแนวทางนี้มีความเป็นไปได้สูง แต่ขอให้ไปดูวิธีปฏิบัติให้ชัดเจนอีกครั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า รูปแบบการคัดเลือกผู้สมัครแบบนี้ควรดำเนินการช่วง 30 วันสุดท้ายของช่วง 90 วันระหว่างรอ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ เพราะ 60 วันแรก จะเป็นช่วงที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตการเลือกตั้ง ก่อนเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง 150 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวถึงกรณีคสช.เตรียมออกคำสั่งตามมาตรา 44 คลายล็อกว่า การออกคำสั่งดังกล่าวเป็นการหาแนวทางเพื่อให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรก แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอดูคำสั่ง คสช.ที่จะออกมา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวจะเป็นการใช้สำหรับการเลือกตั้งครั้งแรก เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถดำเนินการให้เป็นไปตามโรดแมปการเลือกตั้งที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งการออกมาตรา 44 นั้น ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ สามารถดำเนินการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับแนวทางที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ขั้นต้นนั้น ประชาชนที่เข้าไปมีส่วนร่วมได้คือประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง ส่วนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ก็จะมีส่วนทางการเมืองด้วยการเลือก ส.ส.ในวันเลือกตั้งได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัคร ส.ส.ขั้นต้นหรือไพรมารีโหวตได้&amp;quot; นายมีชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวว่า การผ่อนคลายล็อกการเมือง พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ เช่น การหาสมาชิกเพิ่ม การประชุมพรรค การคัดเลือกหัวหน้าพรรค การแก้ไขข้อบังคับ ส่วนการหาเสียงไม่สามารถทำได้ ต้องรอ พ.ร.ป.ให้การว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ใน 90 วัน ส่วนการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในช่วงคลายล็อกนั้น สถานการณ์ไม่ได้มีอะไร เพราะอนุญาตให้ทำกิจกรรมการเมืองได้ ทุกฝ่ายมุ่งสู่การการเลือกตั้ง สิ่งที่ห่วงใยก็คือการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จทางโซเชียลฯ ต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การโจมตีกันและกัน จึงต้องขอความร่วมมือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ห่วงกลุ่มใด เพราะทุกฝ่ายมุ่งสู่การเลือกตั้งตามกรอบที่กำหนด ความวุ่นวายไม่น่าจะมีปัญหาใด ซึ่งในภาพรวม การดูแลด้านความมั่นคงก็ไม่มีอะไรน่ากังวล เชื่อมั่นว่าบ้านเมืองจะเรียบร้อย นำไปสู่การเลือกตั้งได้ ทั้งนี้ ได้กำชับกำลังพลให้ตระหนัก รู้บทบาทของตัวเอง เป็นข้าราชการ บทบาทในการยืนอยู่ในจุดที่เหมาะสม ขณะนี้ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเลื่อนเลือกตั้งออกไปเพียงใด กำหนดกรอบไว้อย่างเร็วที่สุด 24 ก.พ. และอย่างช้าไม่เกิน 5 พ.ค.62&amp;quot; พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว
ย้อนจุดเดิมนายทุนครอบงำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สนช. กล่าวถึงกรณีที่คสช.จะคลายล็อกเรื่องการทำไพรมารีฯ โดยให้พรรคการเมืองจัดให้มีกรรมการสรรหา 11 คนว่า ต้องดูให้ชัดเจนว่ามีปัญหาอะไรถึงทำไพรมารีฯ แบบเดิมไม่ได้ เพราะเท่าที่ฟังมา ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยก็ไม่เห็นมีปัญหา ทั้งยังบอกว่าพร้อมจะทำกันหมด &amp;nbsp;จึงไม่รู้เป็นปัญหาของพรรคไหน ปัญหาของใคร และปัญหาอยู่ที่ตรงไหน เพราะเราก็เขียนผ่อนคลายบ้างแล้ว ส่วนจะเป็นพรรคที่สนับสนุน คสช.หรือไม่ ตนไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เสียดายหรือไม่ที่ไม่เป็นแบบที่เขียนพล.อ.สมเจตน์กล่าวว่า ไม่เป็นไร ไม่ได้เสียดาย เราทำหน้าที่ของเราดีที่สุด ไม่ได้ทำเพื่ออะไร แต่ทำเพื่อส่วนรวม จากเดิมที่พรรคการเมืองเป็นเพียงบริษัทพรรคการเมืองที่มี ส.ส.เป็นเพียงพนักงาน มีสมาชิกพรรคที่ไม่มีสิทธิ์ มีเพียงให้ครบองค์ประกอบให้พรรคการเมืองเข้าไปบริหาร แต่เราต้องการทำเพื่อให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมือง โดยให้สมาชิกพรรคมีสิทธิ์เลือกผู้สมัคร ส.ส.ด้วยตัวเอง เป็นการแก้ปัญหาพรรคการเมืองในอดีตที่ถูกนายทุนครอบงำ แต่เหตุใดทำไม่ได้ ปัญหาก็กลับมาสู่จุดเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีความคิดที่จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงไปแล้วหรืออย่างไร เราไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร ทำไมทำไม่ได้ ถ้าพรรคไหนบอกทำไม่ได้ หรือไม่พร้อมจะทำ ก็ร้องขอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 62&amp;quot; พล.อ.สมเจตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การที่ คสช.หาทางออกเรื่องการทำไพรมารีโหวตด้วยการให้พรรคการเมืองตั้งคณะกรรมการสรรหาขึ้นมา 11 คน หากทำแบบนี้จริงๆ การเมืองจะกลับสู่วงจรเดิม และผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคก็จะไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัครตามที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 บัญญัติไว้ รูปแบบที่ คสช.ระบุมาไม่ใช่การทำไพรมารีโหวต และไม่สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการเมืองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทำแบบนี้จะบอกว่าเป็นไพรมารีฯ ก็ไม่ใช่ ที่ผ่านมาพรรค ปชป.เคยประกาศไม่รับรัฐธรรมนูญปี 2560แต่พวกเราก็ไม่เคยคิดที่จะไม่ปฏิบัติรัฐธรรมนูญทุกคนในสังคมต้องยอมรับการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ จะหาทางเลี่ยงเบี่ยงเบนไม่ได้ หากจะทำวิธีแบบนี้ ผมว่ายกเลิกการทำไพรมารีโหวตไปเสียดีกว่า แต่ก็ยกเลิกไม่ได้เพราะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ขอร้องว่าอย่าหาข้ออ้างอย่างนี้ เราเป็นพรรคการเมือง เป็นผู้เล่น ต้องการทางออกที่ดีตามกฎหมาย&amp;rdquo; นายอัศวินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มโน เลาหวณิช เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า ตอนนี้พรรคการเมืองเกือบทุกพรรคก็ลงพื้นที่กันหมด อยู่ที่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ แต่โจทย์สำคัญคือไพรมารีโหวตว่าจะทำหรือไม่ ซึ่งพรรคเรายืนยันว่าจะทำ ใครไม่ทำ แต่เราทำ &amp;nbsp;
เพื่อแม้วย้ำปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ คสช.จะคลายล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในบางเรื่อง แต่ยังไม่เปิดให้ชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คน เช่น ไปประชุม พบปะประชาชนเพื่อรับฟังความเห็นกลุ่มอาชีพต่างๆ เพื่อจัดทำนโยบายได้ เนื่องจากยังไม่ยกเลิกคำสั่งที่ 3/58 สะท้อนว่าอาจยังไม่วางใจฝ่ายการเมือง ทั้งๆ ที่หลายปีที่ผ่านมาพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำการใดที่จะกระทบความมั่นคง และ คสช.พูดเองว่าสามารถดูแลให้เกิดความสงบได้ ดังนั้นถ้า คสช.เปิดพื้นที่ให้พรรคสามารถทำงานด้านนโยบายได้ ก็จะช่วยให้บรรยากาศทางการเมืองกลับคืนสู่ปกติ ความเชื่อมันก็จะเกิดขึ้น หวังว่า คสช.จะทบทวนแล้วปลดล็อก ไม่ใช่แค่คลายล็อกเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เหนือความคาดหมายที่คสช.จะทำ เพียงแค่การคลายล็อกไม่ใช่การปลดล็อก ทั้งที่ประชาชนอยากเห็นการปลดล็อกพรรคการเมือง เพื่อนำไปสู่การรับฟังปัญหาของประชาชนและกิจกรรมทางการเมืองอื่นๆ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลคสช.ยังคงไม่ไว้วางใจฝ่ายการเมืองหรือไม่ ทั้งที่ คสช.มีเครื่องมือและเครือข่ายในการบริหารจัดการมากมาย ผลงานเด่นของ คสช.ที่คุยมาตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา คือเรื่องรักษาความสงบเรียบร้อย พรรคการเมืองต่างๆก็ไม่ได้เคลื่อนไหวจนถือเป็นภัยความมั่นคงแห่งรัฐ ส่วนประเด็นที่เป็นห่วงว่าจะมีการโจมตีกันทางโซเชียลมีเดียนั้น คสช.มีบุคลากรและหน่วยงานต่างๆ กำกับดูแล ใครทำผิดก็ดำเนินคดีได้อยู่แล้ว แต่อย่าหาเหตุมาเหมารวมเพื่อจะไม่ปลดล็อกเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อขอจัดการประชุมคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคแล้ว โดยจะใช้เวลาช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ เมื่อ กกต.มีหนังสือตอบกลับให้ พปชร.จัดการประชุมได้ตามคำขอ &amp;nbsp;และจะทำหนังสือเชิญผู้ร่วมจัดตั้งพรรค ซึ่งมีอยู่แล้ว 600 คนเข้าร่วมประชุม ซึ่งได้กำหนดสถานที่คืออิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยจะมีการเปิดตัวคณะกรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค อย่างเป็นทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ในต้นปี 62 นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายภิรมย์ พลวิเศษ แกนนำและเลขาฯ กลุ่มสามมิตร กล่าวถึงข่าวนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาอยู่กลุ่มสามมิตร รวมทั้งนายอัสนีและนางลินดา เชิดชัย อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทายาทเจ๊เกียว ที่มีชื่อมาอยู่กลุ่มสามมิตร แต่สองคนหลังกลับไปพรรคเพื่อไทยว่า วันนี้ขอเปิดตัวเลยว่าที่มีการรับปากแล้วว่ามาอยู่กลุ่มสามมิตรแน่นอนคือ 1. นายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม อดีต ส.ส.พรรคชาติพัฒนา เขต อ.ปักธงชัย, อ.วังน้ำเขียว 2.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับปากลงเขต อ.โชคชัย, อ.หนองบุญมาก 3.นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ อดีต ส.ส.พรรคชาติพัฒนา ลงเขต อ.คง, อ.ขามสะแกแสง 4.พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงเขต อ.ปากช่อง 5.นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำ นปช. ลงเขต อ.เสิงสาง, อ.ครบุรี 6.นายทอง วิริยะจารุ อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมาลงเขต 1 อ.เมืองฯ 7.ร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา เขต 3 อ.สูงเนิน และ 8.ดร.พจน์ เจริญสันเที๊ยะ อดีต ผอ.เขตการศึกษาหลายเขต ลงเขต อ.ด่านขุนทด และ ดร.อรทัย พลวิเศษ ภริยาตน ลงเขต อ.บัวใหญ่ ส่วนตนไปทำงานให้ระดับพรรคที่ต้องดูแลภาพรวม&amp;nbsp;
โวกวาด สส.โคราชยก จว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย มาเป็นประธานที่ปรึกษากลุ่มสามมิตร ฉะนั้นวันที่ทุกคนที่มาสังกัดกลุ่มสามมิตร คงจะมาลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ที่เราคาดหวังว่าจะมี ส.ส. สามมิตร วันนี้ จ.นครราชสีมามีทั้งหมด 14 เขตเลือกตั้ง สามมิตรดูแล้วคาดหวังว่าน่าจะยก 14 เขต ทุกเขตเลือกตั้งของ จ.นครราชสีมา เพราะวันนี้คะแนนความนิยมของกลุ่มสามมิตรกับผู้สมัครที่มีแสงสว่างในตัวเองมีความพร้อมบวกสองอย่างแล้วเข้ารวมกันก็น่าจะยกจังหวัดนครราชสีมาได้&amp;quot; นายภิรมย์กล่าว และว่าส่วนจะคลายล็อกให้พบปะชาชนได้นั้น เป็นเรื่องของนโยบาย คงบอกไม่ได้ว่าคลายแค่ไหนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภิรมย์กล่าวด้วยว่า เมื่อวันก่อนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำหัวหน้าทีมกลุ่มสามมิตรให้ตนไปประสานงานตามที่กลุ่มสามมิตร อยากได้หมอแสง &amp;nbsp;หรือนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หมอสมุนไพรเกี่ยวกับมะเร็ง หรือที่เรียกว่าหมอปราชญ์ชาวบ้าน ว่าตนได้สอบถามความคิดของหมอแสงชัยแล้วว่าคิดอย่างไรถ้าจะมาร่วมกับกลุ่มสามมิตร เพราะเราทำตรงกันคือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเหมือนกัน ถ้ามาอยู่กับกลุ่มสามมิตรหรือกับรัฐบาล โอกาสที่จะขยายเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่ป่วยเป็นโรคร้าย โรคมะเร็ง อาจจะได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งหมอแสงก็ได้ขอบคุณกลุ่มสามมิตรที่เชิญให้มาร่วมกับกลุ่ม บอกว่ามีความสุขกับการทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ แต่ว่าในอนาคต ถ้ามีโอกาสเหมาะสม ทุกอย่างลงตัวหมด หมอแสงก็อาจจะพิจารณาว่าอาจจะมาร่วมหรือไม่ร่วมก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงกรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ระบุพรรคเพื่อไทยอาจสูญพันธุ์ เพราะมีสมาชิกถูกตัดสิทธิ์เพราะถูกยุบพรรคทางการเมือง 2 ครั้งว่า หากเป็นตัวผู้กระทำผิดโดยตรงและถูกคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง ตามมาตรา 97 (11) ของรัฐธรรมนูญ 60 จะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ได้ตลอดชีวิต แต่หากเป็นกรณีคนบ้านเลขที่ 111 ของพรรคไทยรักไทย และคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคชาติไทย 109 คน ซึ่งถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้งโดยผลทางกฎหมาย แต่ไม่เป็นผู้กระทำผิดทุจริตการเลือกตั้งโดยตรง และเมื่อรับโทษมาแล้วเป็นเวลา 5 ปี และพ้นความผิดมาแล้ว ก็สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ 60 ได้ตามปกติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้นายนิพิฏฐ์ว่า ขอขอบคุณที่เป็นห่วงเป็นใยพวกเรา แต่ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยคงจะพอมีความรู้อยู่บ้าง อาจจะไม่เก่งเท่าคนพรรคประชาธิปัตย์เรื่องสร้างวาทกรรม แต่พรรคเพื่อไทยก็ผ่านร้อนผ่านเย็นมาพอสมควร ต้องไม่ลืมว่าผลผลิตพรรคเพื่อไทยก็แปลงร่างมาจากพรรคพลังประชาชน และก็มาจากพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไป เพราะอะไรสังคมก็รับรู้ หลายคนถูกตัดสิทธิ์ เราก็ฟันฝ่ามาได้ เพราะเรามีคนใหม่ที่พร้อมจะมารับธงเดินหน้าต่อไป.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวถึงสื่อมวลชนถึงผลการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง ประกอบมาตรา 170 บัญญัติว่า หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้อง คำชี้แจงของผู้ถูกร้อง และเอกสารประกอบแล้ว ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏมูลเหตุที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวมหรือการบริหารราชการแผ่นดินแต่ประการใด กรณียังไม่มีเหตุอันควรสงสัย ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนตามบทบัญญัติดังกล่าว และโดยที่คดียังมีปัญหาข้อเท็จจริงที่คู่กรณีตั้งประเด็นโต้แย้งกันอยู่ จึงกำหนดให้มีการนัดไต่สวนพยาน 3 ปาก ในวันอังคารที่ 25 ก.ย.61 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16452</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำลอง ครุฑขุนทด, นพ.มโน เลาหวณิช, พรรคประชาธิปัตย์, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท, ภิรมย์ พลวิเศษ, มีชัย ฤชุพันธุ์, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อัศวิน วิภูศิริ, อุดม รัฐอมฤต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86ad5b527a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
