<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่เลื่อนลงสระแก้ว โอดถูกโยงการเมืองทุกเรื่อง รุ่นใหม่จองกฐินรื้อรธน.60</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; โอดทำอะไรถูกตีเป็นการเมืองไปหมด ยันทำเรื่องการบ้านให้ประเทศสำเร็จก่อนเลือกตั้ง พร้อมร่ายบทกลอนร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองให้ไทยยั่งยืน หวั่นเสียงวิจารณ์พลังดูดเลื่อนกำหนดการลงสระแก้ว จ่อประชุม ครม.สัญจร 1 ครั้งต่อเดือน ส่วนวันที่ 23 พ.ค. มีคิวลงพื้นที่ใกล้ กทม. &amp;quot;เด็กวังน้ำเย็น&amp;quot; ลั่นยังเหนียวแน่นกับ พท. เย้ยเอาไปได้แค่อดีต ส.ส.สอบตกเผย &amp;quot;เมียป๋าเหนาะ&amp;quot; ไม่สบายใจ &amp;quot;ไพศาล&amp;quot; ยุแหย่ให้แตกแยก วงเสวนาอภิวัฒน์สยาม 2562 นักการเมืองรุ่นใหม่ประสานเสียงพร้อมแก้ รธน.ปี 60 สถาปนา รธน.ของปชช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 13.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) การเชื่อมโยงข้าว กข.43 และผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าว กับผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร และผู้จัดจำหน่าย โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ และนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วตั้งใจจะไม่พูด แต่เกรงว่าจะเป็นการลงนามบันทึกความไม่เข้าใจกัน เพราะทุกครั้งที่ทำอะไรลงไป มักจะถูกตีเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด ตนก็เลยจำเป็นต้องมาพูดบ้าง เพื่อให้เกิดการรับรู้ในสังคมว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งใคร โดยเฉพาะเกษตรกร ต้องช่วยกันทำเรื่องการตลาด ไม่ใช่ผลิตออกมาแล้วขายไม่ได้มาโทษรัฐบาลอีก เพราะที่ผ่านมาก็โทษรัฐบาลมาหลายเรื่อง ดังนั้นต้องช่วยกันสร้างการรับรู้ให้กับเกษตรกรไปสู่การสร้างไทยนิยมที่เข้มแข็ง อย่างเรื่องข้าว เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลไหนก็ตาม ถ้าทำงานอย่างนี้ได้ตนไม่ห่วง ใครจะเป็นก็เป็นไปเถอะ ตนไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่จำเป็นต้องพูด เพราะโดนกันทุกวัน ถ้าท่านต้องการอยากให้ทุกอย่างดีขึ้น ก็ต้องหาทางที่จะได้รัฐบาลทำงานได้อย่างที่ท่านพอใจ และที่ยั่งยืนครบวงจร เน้นว่าต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่บางทีก็ถูกนำไปหาว่าไม่ดูแลเกษตรกร ไม่ได้ดูแลปาล์ม ไม่ดูแลยาง แต่ท่านต้องไปดูตลาดโลกด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฝากให้ทุกคนรับรู้ รับทราบ และช่วยกันบอกด้วย ว่าเวลาผมไปต่างจังหวัด ไปประชุมคณะรัฐมนตรี ก็ไปทุกจังหวัด จะไปที่ไหน เขารับตรงไหน ก็ไปตรงนั้น ตรงไหนผมได้เจอคนก็ได้เจอตรงนั้น ไม่ใช่ไปเจอคนแบบจัดให้เจอ ก็จะไปเจอตรงไหนที่มากที่สุดที่เขาจะจัดให้เจอกับประชาชนได้ จะพูดคุยกับเขาเอง ไม่ต้องการให้เป็นคำครหาอะไรทั้งสิ้น ฝากทุกคนด้วย ผมยังไม่ทำเรื่องการเมือง แต่ทำเรื่องการบ้านอยู่ การบ้านที่ต้องทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกคนสบายใจว่าวันหน้าสิ่งที่ทำวันนี้ไว้ดีๆ จะได้เกิดต่อ ไม่ใช่หวังกลับมาอยู่แบบเดิม ทำอะไรก็ได้ ผิดกฎหมายยังไงก็ได้ ปล่อยปละละเลย ให้สินบนอะไรก็ได้ ก็จะได้เหมือนเดิม ซึ่งไม่ใช่แก้ที่รัฐบาลอย่างเดียว แต่ต้องแก้ที่ประชาชนทุกคนด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ขอให้ทุกธุรกิจทุกกิจกรรม และเอกชนที่ทำดีเพื่อแผ่นดิน ทำดีเพื่อคนจนขอให้เจริญร่ำรวยต่อไปเรื่อยๆ มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี แต่ถ้าใครรังแกประชาชน เอาเปรียบ ก็แล้วแต่ ลงโทษกันเอง พระมี ผมไม่กล้าไปว่าใคร ผมศัตรูเยอะอยู่แล้ว พระสยามเทวาธิราชทรงดูแลประเทศไทยมานานตั้งแต่สร้างมา 200-300 กว่าปี ท่านก็เหนื่อยนะ ให้ท่านพักบ้างเถอะ อะไรก็ขอท่านให้เรียบร้อย ขอได้เป็นกำลังใจให้เรา ขอให้ท่านช่วยก็ไม่ไหวเหมือนกัน ท่านช่วยให้เราทำงาน
ร่ายกลอนร่วมพัฒนาชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมาถึงช่วงนี้ นายกฯ ได้หยุดพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนกล่าวว่า &amp;quot;ขอให้พระบารมีอันมากล้นของสถาบันพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้ปกป้องทุกคน เราต้องปฏิรูปประเทศในสมัยเราให้ได้ ตราบที่เรามีชีวิตอยู่ ถ้าเราไม่ช่วยกัน ไม่มีรัฐบาลจะทำได้ ทุกรัฐบาลไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้า ถ้าเราไม่ช่วยกันทำเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับความชัดเจนการลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ในวันที่ 18 พ.ค.นี้ โดยเมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเชิดหน้าโดยไม่หันมามอง พร้อมส่ายศีรษะด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนโบกมือปฏิเสธไม่ตอบคำถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สูการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ขอฝากบทกลอนถึงพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นหลักคิดในการร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคน ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน อย่ามองว่าแต่งดี ไม่ดี แต่งผิดแต่งถูก อะไรทำนองนี้ ขอให้ดูสาระ ผมอยากให้ทุกคนได้ลองคิดดู ...ทำการเมืองเป็นพลังไว้สร้างบ้าน &amp;nbsp;ไม่ก่อการขัดแย้งทุกแห่งหน ประชาธิปไตยใหญ่หลวง &amp;nbsp;เพื่อปวงชน ใช่พร่ำบ่นให้คนไทยไร้กฎเกณฑ์ ทุกโครงการปฏิรูปช่วยสานต่อ เหมือนถักทอเส้นไหมให้เป็นผืน ทั้งย้อมสีลวดลายให้กลมกลืน ไทยต้องตื่นรู้เท่าทันอันตราย รัฐบาล คสช.ทำทุกอย่างคงไม่ไหว ไทยช่วยไทยประชารัฐเร่งขวนขวาย พ้นยากจนทนลำบากยากใจกาย สู่เป้าหมายปลายทางไทยยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า สำหรับกำหนดการเปิดด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด จ.สระแก้วนั้น อยู่ระหว่างการหารือของเจ้าหน้าที่ทั้งไทยและกัมพูชา แต่ก็ต้องรอความชัดเจนของทั้งสองฝ่าย ซึ่งในส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เกี่ยวอะไรด้วย และในทางการแล้ว หากจะมีการเชิญอย่างเป็นทางการ ผู้นำทั้งสองประเทศต้องมีความพร้อมและว่างจากภารกิจ แต่เท่าที่ทราบ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ติดภารกิจด้วย สำหรับกระแสข่าวการลงพื้นที่จังหวัดสระแก้วเพื่อหวังพบปะกับนักการเมืองในพื้นที่นั้น ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น ตามข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์ต้องการลงพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาของประชาชน จึงได้พยายามกระจายลงพื้นที่ให้ได้ครบทุกภาค แม้จะไม่ได้ไปทุกจังหวัดก็ตาม เพราะเป็นเรื่องลำบาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการลงพื้นที่และการประชุม ครม.สัญจรไว้วางคราวๆ แต่ละเดือนนายกฯ จะลงพื้นที่และประชุมครม.สัญจร 1 ครั้งต่อเดือน และลงพื้นที่ตรวจราชการไปเช้าเย็นกลับ 1 ครั้ง และประมาณวันที่ 23 พ.ค. มีกำหนดการลงพื้นที่ซึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องของการเมือง ไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ไปคิดไปมโนกันเอง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และนายกฯ เองก็ไม่ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง&amp;quot;
เลื่อนกำหนดการสระแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า เดิมทีกระทรวงมหาดไทย และ จ.สระแก้ว ได้หารือเตรียมการเพื่อให้นายกฯ ลงพื้นที่ดังกล่าวจริง แต่หลังจากเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และ พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากตกเป็นเป้าในขณะนี้ โดยเฉพาะเรื่องของพลังดูด จึงได้ขอให้เลื่อนกำหนดการออกไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ ตัวแทนประชาชนจากหลายหมู่บ้านตำบลใน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ กว่า 100 คน นำโดย
นายอภินพ พันธุ์มุข, นายพงศ์ศักดิ์ มีสิทธิ์ และ น.ส.สายเพชร พาเจริญ ในฐานะตัวแทนประชาชนชาว อ.สตึก ได้รวมตัวกันแสดงพลังตอบโต้และปกป้องศักดิ์ศรีคนบุรีรัมย์ โดยการถือป้ายที่มีข้อความว่า &amp;ldquo;หยุด..ดูถูกประชาชนชาวบุรีรัมย์&amp;rdquo; เดินจากบริเวณศาลาริมลำน้ำมูลไปยังหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก พร้อมตะโกนคำว่า &amp;ldquo;ชาวบุรีรัมย์ สู้สู้&amp;rdquo; ไปตลอดทาง หลังจากได้มีนักการเมืองบางคน เช่น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาดูหมิ่นคนบุรีรัมย์ว่าประชาชนที่ไปมาร่วมต้อนรับนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ที่เดินทางประชุม ครม.สัญจรเมื่อวันที่ 7-8 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะจุดที่สนามช้างอารีนา ซึ่งมีคนมารอต้อนรับแน่นสนาม เป็นการเกณฑ์คนมาหมู่บ้านละ 30 คนนั้นไม่เป็นความจริง ทุกคนต่างมาด้วยความตั้งใจ ไม่ได้มีใครบังคับ มาต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านที่ดีในนามประชาชนคนบุรีรัมย์ จึงเรียกร้องให้หยุดกล่าวหาหรือดูหมิ่นคนบุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณลงพื้นที่ของรัฐบาล และเป็นการดูดทางการเมืองด้วยว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นายกรัฐมนตรีต้องการลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ การลงพื้นที่แต่ละครั้งก็ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงและเร่งรัดการทำงาน คิดว่าเป็นประโยชน์ที่ท่านไปรับฟังปัญหาด้วยตัวท่านเอง เราอย่านำไปผูกเรื่องการเมืองจนเกินไป ทุกพื้นที่ทุกจังหวัดก็มี ส.ส.อยู่ในพื้นที่ การลงไปเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีประเด็นอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ จะเปลี่ยนใจเรื่องการลงพื้นที่ จ.สระแก้ว วันที่ 18 พ.ค.หรือไม่ หลังถูกวิจารณ์ว่าเตรียมดูด ส.ส.กลุ่มวังน้ำเย็น พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าท่านเปลี่ยนหรือยัง แต่เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ทราบว่านายกฯ จะลงพื้นที่สระแก้ว ส่วนที่ว่านายกฯ มีความสนิทสนมกับนายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยนั้น ตนไม่ทราบว่าท่านสนิทหรือไม่สนิท แต่ท่านนายกฯ ทำงานอยู่ในพื้นที่นั้นตั้งแต่เป็นนายทหารเด็กๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของผม ลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ เพื่อติดตามงานที่รับผิดชอบอยู่ นายกฯ เองเป็นคนสั่งด้วยซ้ำไปว่าให้รองนายกฯ และรัฐมนตรีพยายามลงพื้นที่ไปรับทราบปัญหา การทำแบบนี้ถือเป็นการติดตามงานที่ดี และเมื่อนายกฯ มีเวลาก็อยากจะลงไปด้วย จึงไม่อยากให้มองเป็นเรื่องการเมืองกันไปหมด ถ้าเราไปมองเรื่องการเมืองหมด ก็คงไม่ทำงานอะไรกัน&amp;quot; พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว&amp;nbsp;
วังน้ำเย็นยังเหนียวแน่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกกลุ่มวังน้ำเย็นของนายเสนาะ กล่าวถึงกระแสข่าวการดูดมาร่วมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ว่า สมาชิกกลุ่มวังน้ำเย็นที่อยู่พรรคเพื่อไทยมีประมาณกว่า 20 คน ทุกวันนี้ยังไปมาหาสู่กันอยู่ ข่าวเรื่องดูดนั้นเป็นเพียงกระแสข่าว ยังไม่มีคำพูดออกจากปากนายเสนาะ และลูกชายนายเสนาะก็พูดชัดเจนยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย เชื่อว่านายเสนาะและสมาชิกกลุ่มวังน้ำเย็นทุกคนยังคงเหนียวแน่นอยู่กับพรรคเพื่อไทยไม่ไปไหนแน่นอน หาก คสช.จะดูดใครได้ มองว่ามีเพียงอดีตผู้สมัครที่สอบตกหรือคนที่เขตเลือกตั้งซ้ำซ้อนไม่มีพื้นที่ลงเท่านั้นที่จะยอมไปกับ คสช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกระแสข่าวดูดส.ส.พรรคต่างๆ ว่า พอได้แล้ว ไม่สง่างาม อดีต ส.ส.อึดอัด ล่าสุดนายไพศาล พืชมงคล คนสนิท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แค่ไปรดน้ำดำหัวนายเสนาะ เจ้าของบ้านเปิดบ้านให้รดน้ำดำหัวด้วยความเมตตา รักใคร่แบบลูกแบบหลาน ขอถ่ายรูปก็เมตตาให้ถ่าย แต่กลับเอามาหาประโยชน์ทางการเมือง ยุให้รำตำให้รั่ว ออกข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะไปตรวจราชการที่จังหวัดสระแก้ว แอบอ้างว่าเทียนทองเตรียมขนคน 5 หมื่นต้อนรับ ประชาชนสับสน ผลที่สุดนายสรวงศ์ นายสุรชาติ เทียนทอง บุตรชาย ต้องออกมาแสดงจุดยืนว่าไม่เอานายกฯ คนนอกชัดเจนแล้ว จึงขอวิงวอนให้เลิกพฤติกรรมตอแหลแบบนี้ได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญ นางอุไรวรรณ เทียนทอง ภรรยานายเสนาะ ไม่สบายใจ ถ้ารักใคร่นับถือกัน อย่ามายุแหย่แบบนี้อีก จ.สระแก้วชัดเจน อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าได้ ประชาชนเขาเดือดร้อน อดอยากลำบากกันมากแล้ว หยุดซ้ำเติมกันเสียที่ รีบคืนอำนาจประชาชน&amp;quot; นายพายัพกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจำลอง ภูนวนทา อดีตผู้สมัครร้อยเอ็ด พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าวที่มีรายชื่อตนไปเป็นพรรคร่วมหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าความจริงมีผู้ใหญ่ระดับอดีตรัฐมนตรีมาทาบทามนานแล้ว แต่ตอนนั้นตนไม่ได้ตอบรับ ได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ไป ขอบอกก่อนว่าไม่ใช่เรื่องดูดหรือไม่ดูด แต่ถ้ามองสถานการณ์บ้านเมืองแล้วเห็นว่าหนทางไหนที่จะทำให้บ้านเมืองสงบและเดินหน้าไปได้ ตนจะเลือกทางนั้น ที่ผ่านมาลงพื้นที่เสมอ ประชาชนเป็นกระบอกเสียงบอกผ่านตนว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นแนวทางใหม่ที่ไม่แบ่งแยก จึงกลับมาคิดว่าถ้าอยู่ในนาม ปชป. ก็ยังมีการแบ่งแยกกับพรรคเพื่อไทยอยู่ดี ตอนนี้ตัดสินใจจะไป 70% และอยู่ 30% ชาวบ้านเขาบอกผมเองว่า พล.อ.ประยุทธ์คือความหวังใหม่ที่จะทำให้ประเทศไม่แบ่งแยก ดังนั้นถ้าไปแล้วประเทศชาติดีขึ้นก็ยินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และคนสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก พลังดูด เผด็จการกับประชาธิปไตย ระบุว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ หากยังใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เป็นกติกาในการเลือกตั้ง ส่อได้ว่าจะกลายเป็นสาเหตุแห่งความวุ่นวาย เริ่มตั้งแต่พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งมากที่สุดอาจไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล การใช้กฎหมายเพื่อบิดเบือนหรือสร้างประโยชน์ให้กับฝ่ายเผด็จการ ซึ่งเป็นเพียงเสียงส่วนน้อย จึงสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะจุดประเด็นความขัดแย้งขึ้นมาอีกครั้ง เชื่อว่าฝ่ายเผด็จการจะใช้อิทธิพลและกลไกต่างๆ ทุกวิถีทางเพื่อการสืบทอดอำนาจ และจะไม่ยอมรับการตัดสินใจของคนส่วนใหญ่อย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นคงต้องดูกันต่อไปว่าประชาชนส่วนใหญ่จะยอมให้ฝ่ายเผด็จการกดขี่ข่มเหงต่อไปอีกหรือไม่ และถ้าไม่ยอมจะเกิดอะไรขึ้น
คนรุ่นใหม่พร้อมแก้ รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;อภิวัฒน์สยาม 2562 : ความหวังและอนาคตประเทศไทย&amp;rdquo; โดยมีตัวแทนพรรคการเมือง ได้แก่ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล จากพรรคเพื่อไทย, น.ส.รัชดา ธนาดิเรก จากพรรคประชาธิปัตย์, นายวราวุธ ศิลปอาชา พรรคชาติไทยพัฒนา และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ร่วมอภิปราย โดยนายวราวุธกล่าวว่า การเลือกตั้งในปี 2562 เป็นเรื่องสำคัญ ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ 2560 หลังการเลือกตั้ง จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้เพียงบางส่วน ปัญหาต่างๆ ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเลือกตั้งเพียงครั้งเดียว แต่ก็ถือว่าจะทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดากล่าวว่า เมื่อมีการเลือกตั้ง สิ่งดีๆ ก็จะตามมา แต่ต้องมาภายใต้เงื่อนไข 2 ประการ คือผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งต้องมาจากประชาชนอย่างแท้จริง และประชาชนต้องรู้เท่าทันนโยบายของพรรคการเมือง แม้ว่าเวลานี้ คสช.จะห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง แต่ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ประชาชนจะศึกษาเรื่องการเมือง &amp;nbsp;หลังการเลือกตั้งทุกคนต้องช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจประชาธิปไตย ไม่มีการผูกขาด สังคมมีความเสมอภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ขัตติยากล่าวเช่นกันว่า มีความหวังว่าการเลือกตั้งปีหน้าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศ จะเป็นการเลือกตั้งของคนรุ่นใหม่กว่า 8 ล้านคนในประเทศ เชื่อว่าคนรุ่นใหม่อยากเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง และคนที่มีสิทธิเลือกตั้งอยู่แล้ว ก็ต้องการเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำมามากแล้ว การรัฐประหารไม่ได้ทำให้ประเทศดีขึ้น แต่ควรทำให้กลับเข้าสู่ประชาธิปไตยเหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายธนาธรกล่าวว่า หากการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงในปี 2562 ควรนำสิ่งที่การอภิวัฒน์ในปี 2475 ทำไม่สำเร็จมาทำให้เกิดผลสำเร็จ นั่นก็คืออำนาจสูงสุดของประเทศจะต้องเป็นของประชาชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวทีการเสวนาได้เปิดให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น ว่าหากผู้อภิปรายมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะทำอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง คือกฎกติกาในการบริหารประเทศ การมีรัฐธรรมนูญที่มาจากทุกภาคส่วน ดังนั้นตนอยากตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ใหม่ โดย น.ส.รัชดา กล่าวว่า จะกระจายอำนาจให้ครอบคลุมทุกเรื่อง โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ ที่ต้องกระจายอำนาจจากตำรวจที่อยู่ศูนย์กลางไปสู่ภูธร รวมถึงต้องกระจายอำนาจด้านการศึกษา กระจายอำนาจการปกครอง โดยผลักดันให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกของประชาชนในจังหวัดโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ขัตติยากล่าวว่า สิ่งที่จะทำสิ่งแรกคือการแก้รัฐธรรมนูญ โดยอาจต้องทำประชามติเพื่อนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้ จากนั้นมาร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ แล้วทำประชามติอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายธนาธร ที่เห็นด้วยว่าควรยกเลิกการบังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 เพราะอำนาจการสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน มี ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน และต้องนำสิ่งที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยออกไปจากรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ น.ส.ขัตติยายังกล่าวว่า ตนคงไม่ถูกดูดจากพรรคการเมืองใด เพราะมีอุดมการณ์ที่ชัดเจน พร้อมมองว่าคนที่ถูกดูดถือว่าเป็นคนที่ดูถูกประชาชน เพราะไม่มีความมั่นคงในอุดมการณ์ของตนเอง พร้อมปฏิเสธว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีเพราะไม่สนับสนุนเผด็จการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายธนาธร เห็นด้วยกับ น.ส.ขัตติยา ว่านักการเมืองที่ถูกดูดคือผู้ที่ทรยศประชาชน และทรยศกับจรรยาบรรณวิชาชีพ และเห็นว่าต้องเลิกทำให้การเมืองเป็นเรื่องน่ากลัว สามารถพูดคุยความเห็นต่างได้ การเลือกตั้งปี 2562 อาจจะยังไม่เกิดขึ้น การแสดงออกของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทุกคนอย่ากลัว และต้องกล้าที่จะแสดงออกเพื่ออภิวัฒน์สังคมได้อีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ทรงกลด&amp;quot;หนุน&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองทองธานี พรรคพลังชาติไทยจัดประชุมสมาชิกพรรคทั่วประเทศกว่า 500 คน เป็นครั้งแรก หลังได้รับอนุญาตจาก คสช. โดยในช่วงเช้า มีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งที่ประชุมมติเลือก พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ อดีตคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ เป็นหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค โดยมีนายบุญเกียรติ์ ทิพย์รัตน์ เป็นเหรัญญิกพรรค, นายโชติวุฒิ เขียนนิลศิริ เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค ขณะที่สมาชิกพรรคคนสำคัญที่มาวันนี้ อาทิ นายสดใส รุ่งโพธิ์ทอง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เจ้าของเพลง &amp;ldquo;น้องพร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ทรงกลดให้สัมภาษณ์ว่า การเปิดตัวพรรคพลังชาติไทยในวันนี้ มีเจตนารมณ์แก้ไขปัญหาประเทศชาติ โดยมั่นใจว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ทั้งหมด โดยตั้งเป้าจะส่ง ส.ส.ลงสมัครครบทั้ง 350 เขต ตนจะทำการเมืองสีขาว คือไม่สาดโคลนไปหาพรรคใด เป็นมิตรกับทุกพรรค ต้องรับช่วงต่อจากการปฏิรูปประเทศ เพราะอยู่คณะปฏิรูปประเทศ ส่วนจะเชื่อมโยงพรรคทหารหรือไม่ เห็นว่าพรรคทหารไม่มีจริง เนื่องจากการเลือกตั้งมาสู่โหมดประชาธิปไตยแล้ว ประชาชนเป็นคนตัดสินใจเลือกใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนดี และผลสำรวจความคิดเห็นจากทุกสำนักที่เคยออกมาก็ให้ท่านได้อันดับ 1&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจะยอมรับนายกฯ คนนอกจาก 4 เงื่อนไขเท่านั้น คือ ประชาชนต้องเอาด้วย ต้องมีอุดมการณ์ทำเพื่อชาติและประชาชน ต้องดี เก่งกล้า และสำคัญที่สุดจะต้องมีความจริงใจ ซื่อสัตย์กับประชาชนและประเทศชาติด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์มีคุณสมบัติครบ แต่ว่าทุกอย่างอยู่ที่ประชาชน ถ้าประชาชนเอาด้วย ผมก็ยินดี&amp;quot; พล.ต.ทรงกลดกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยได้มีมติคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.ทั้ง 7 คน จำนวน 17 คน อาทิ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์, &amp;nbsp;พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, พล.อ.นพดล อินทปัญญา, พล.อ.ธีรเดช มีเพียร เป็นต้น โดยใช้เวลาในการทำงาน 60 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ กกต.ครั้งนี้ ไม่มีชื่อของ พล.อ.อู้ด เบื้องบน สมาชิก สนช. ซึ่งเป็นประธานตรวจสอบประวัติฯ ของ กกต.ครั้งที่ผ่านมา และ สนช.มีมติไม่ผ่านทั้ง 7 คน รวมทั้งมีคลิปฉาวเสียงการพูดคุยที่ระบุว่านายกฯ ไม่ปลื้มในตัวบุคคลที่จะมาเป็น กสทช.ดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็น กกต.นัดแรก เพื่อเลือกประธานและตำแหน่งต่างๆ โดยภายหลังการประชุม นายสมชาย แสวงการ ในฐานะโฆษกคณะ กมธ.ตรวจสอบฯ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเลือก พล.อ.ไพชยนต์ ค้าทันเจริญ เป็นประธาน กมธ. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองประธาน กมธ.คนที่ 1 และนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ เป็นรองประธาน กมธ.คนที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณาเบื้องต้นว่า จะตรวจสอบประวัติให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 ก.ค. ในช่วงนี้จะส่งหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับว่าที่ กกต.ทั้ง 7 คน และให้ส่งข้อมูลกลับมายัง กมธ.ในวันที่ 31 พ.ค.พร้อมกับทำการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ของ สนช. เพื่อให้ประชาชนได้ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกลับเข้ามาให้ทาง กมธ.ได้พิจารณา โดย กมธ.จะประชุมอีกครั้งในวันที่ 25 พ.ค. ประธาน กมธ.ได้ยืนยันว่าจะพิจารณาข้อมูลทั้งหมดด้วยความเป็นธรรมและยุติธรรมกับว่าที่ กกต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9027</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, ครม.สัญจร, คสช., จำลอง ภูนวนทา, ทำเนียบรัฐบาล, พท., พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, รธน.ปี 60, ส.ส., สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนวย คลังผา, เสนาะ เทียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af59b5296406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
