<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายกฟ้องจำลอง-สนธิ คุก8เดือน3แกนนำพธม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลฎีกายกฟ้อง &amp;ldquo;จำลอง- สนธิ&amp;rdquo; กับพวกรวม 6 คน คดี 9 แกนนำพันธมิตรฯ ชุมนุมดาวกระจายไล่รัฐบาล &amp;ldquo;สมัคร-ปี 51&amp;quot; แต่ไชยวัฒน์ อดีต รมว.อุตสาหกรรม-อมร-เทิดภูมิ ไม่รอด โดนตัดสินจำคุกคนละ 8 เดือน ไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีพนักงานอัยการคดีอาญาเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 9 อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือ รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี อดีตแกนนำพันธมิตรฯ เป็นจำเลยที่ 1-9 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกัน กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชน และก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก อันเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงการรวมตัวชุมนุมต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2551
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการโจทก์ฟ้องสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2551 จำเลยทั้ง 9 คน ได้จัดชุมนุมใหญ่ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมาจำเลยทั้งหมดได้นำกลุ่มพันธมิตรฯ จำนวนมากเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล ปิดการจราจรบริเวณถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่สี่แยกมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงสี่แยก จปร. เป็นที่ชุมนุมประท้วง ไปจนถึงวันที่ 5 ต.ค.2551 โดยได้มีการตั้งเวทีถาวร ขึงลวดหนามกั้นถนนราชดำเนินนอก มีการตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัย มีการจัดเตรียมเครื่องมือ เช่น ท่อนเหล็ก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ส่อไปในทางที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ และยังใช้รถยนต์บรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่ง เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเป็นการฟ้องจำเลยซ้ำกับคดี พันธมิตรฯ บุกรุกทำเนียบรัฐบาล หมายเลขดำ อ.4925/2555 อัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นความผิดฐานมั่วสุม 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ แต่เห็นควรให้รอการกำหนดโทษจำเลยไว้ก่อน 2 ปี และต่อมาศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ม.ค.2562 ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด จนต่อมาอัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาว่า การอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ทางจำเลยที่ 1-8 เดินทางมาศาลแล้ว ก่อนที่นายเทิดภูมิ ใจดี จำเลยที่ 9 ซึ่งนั่งรถเข็นมาฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหลังศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้ว มีประเด็นวินิจฉัยว่าการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการกดดันให้รัฐบาลนายสมัครลาออก ซึ่งโจทก์ฟ้องเป็นคดีและศาลได้เคยตัดสินคดีไปแล้ว &amp;nbsp;โจทก์จึงนำการกระทำความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1-6 อีกไม่ได้ เพราะเป็นการฟ้องซ้ำ ส่วนจำเลยที่ 7-9 นั้น เห็นว่าได้ผลัดเปลี่ยนกันตั้งแต่วันที่ปราศรัยชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมบนท้องถนนอันเป็นการกีดขวางถนนสาธารณะ และมีจุดมุ่งหมายจะขับไล่นายกรัฐมนตรี เฉพาะอย่างยิ่งจำเลยที่ 7 ยังเดินทางไปปิดถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ส่วนจำเลยที่ 8 ก็ไปที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย แสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 7 และ 8 มีส่วนร่วมกับจำเลยอื่นที่เป็นแกนนำในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ การกระทำของจำเลยที่ 7-9 จึงเป็นการกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อตำรวจเข้าไปเจรจากับจำเลยขอให้ยุติการชุมนุม แต่ไม่เลิก การกระทำของจำเลยที่ 7-9 จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพิพากษาระบุอีกว่า การที่จำเลยที่ 7-9 ร่วมกันชุมนุมและปราศรัยโดยประกาศให้ประชาชนใช้กำลังบุกยึดพื้นที่ของรัฐที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ถือเป็นการกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ส่วนการยุยงส่งเสริมให้ประชาชนไม่ต้องชำระค่าไฟ ค่าน้ำประปานั้น ย่อมทำให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชน กระทบต่อระบบราชการบริการสาธารณะ การกระทำของจำเลยที่ 7-9 จึงเป็นความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 7-9 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 วรรคแรก, 216, 116 (2) (3) ประกอบมาตรา 83 การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 116 (2) (3) ซึ่งเป็นบทหนักสุด จำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 7-9 คนละ 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยไม่รอลงอาญา&amp;quot; คำพิพากษาดังกล่าวระบุตอนท้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลพิพากษาเสร็จ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้นำตัว จำเลยที่ 7-9 คือ นายไชยวัฒน์, นายอมร และนายเทิดภูมิ ไปยังห้องควบคุมชั้นล่างศาลอาญา ก่อนที่จะคุมตัวไปยังเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป ส่วนจำเลยคนอื่นซึ่งศาลยกฟ้องต่างทยอยเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115208</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำลอง- สนธิ, ชุมนุมดาวกระจายไล่รัฐบาล “สมัคร-ปี 51&quot;, ศาลฎีกายกฟ้อง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำพันธมิตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f997ea98fc24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
