<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กไทยโดนรังแกอันดับโลก กระทุ้งศธ.-ผู้ปกครองแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; เปิดทำเนียบฯ วันเด็ก ให้นั่งเก้าอี้นายกฯ เรียนรู้ไดโนเสาร์-จำลองถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน น่าห่วง! &amp;quot;บูลลี่&amp;quot; เด็กไทยติดอันดับ 2 ของโลก พบ 91% เคยถูกกลั่นแกล้ง &amp;quot;ตบหัว-ล้อบุพการี&amp;quot; เครือข่ายเยาวชนกระทุ้ง ศธ.เร่งแก้ปัญหา ผู้ปกครองและครูต้องเอาใจใส่ใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 ม.ค. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมมอบของขวัญให้แก่เด็กๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเหมือนเช่นทุกปี โดยเด็กและเยาวชนที่จะได้นั่งเก้าอี้นายกฯ 20 คนแรก ได้แก่ เด็กด้อยโอกาส เด็กที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ และเด็กจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเปิดให้เยี่ยมชมภายในตึกไทยคู่ฟ้าและตึกภักดีบดินทร์ ขณะที่ทำเนียบฯ ได้เริ่มจัดเตรียมสถานที่และซุ้มกิจกรรมต่างๆ เช่น นำไดโนเสาร์มาติดตั้งถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจำลอง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์ที่น่าสนใจให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมเรียนรู้ควบคู่การเล่นเกม เช่น กิจกรรมให้ความรู้เรื่องสัตว์ ไดโนเสาร์ การสร้างจิตสำนึกส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการนำขยะ ขวด กระป๋อง มาแลกสิ่งของ การระบายสีถุงผ้าลดโลกร้อน จัดห้องแล็บ เพื่อให้เด็กได้ทำการทดลองและทดสอบด้านวิทยาศาสตร์ การประกวดคัดลายมืออาลักษณ์ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ การจัดแสดงรถโบราณของเจษฎาเทคนิคมิวเชียม รวมไปถึงการเปิดศูนย์ข่าวทำเนียบรัฐบาล ตึกนารีสโมสร จำลองเป็นสถานีโทรทัศน์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกและทดลองอ่านข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 ม.ค. จะมีการจัดงานวันเด็กล่วงหน้าให้กับลูกหลานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เดอะฮอลล์ บางกอก เครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม ร่วมกับศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;BULLYING&amp;rdquo; กลั่นแกล้ง ความรุนแรงที่รอวันปะทุ&amp;rdquo; เพื่อหาทางออกและวิธีแก้ไขปัญหาเด็กโดนกลั่นแกล้ง หรือบูลลี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอธิวัฒน์ เนียมมีศรี เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เครือข่ายได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นเรื่อง &amp;ldquo;บลูลี่ กลั่นแกล้ง ความรุนแรง ในสถานศึกษา&amp;rdquo; ในกลุ่มเด็ก อายุ10-15 ปี จาก 15 โรงเรียน พบว่า ร้อยละ 91.79 เคยถูกบูลลี่ ส่วนวิธีที่ใช้บูลลี่คือการตบหัว ร้อยละ 62.07 รองลงมา ล้อบุพการี ร้อยละ 43.57, พูดจาเหยียดหยาม ร้อยละ 41.78 และอื่นๆ เช่น นินทา ด่าทอ ชกต่อย ล้อปมด้อย พูดเชิงให้ร้าย เสียดสี กลั่นแกล้งในสื่อออนไลน์ นอกจากนี้ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 35.33 ระบุว่า เคยถูกกลั่นแกล้งประมาณเทอมละ 2 ครั้ง ที่น่าห่วงคือ 1 ใน 4 หรือ ร้อยละ 24.86 ถูกกลั่นแกล้งมากถึงสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ส่วนคนที่แกล้งคือ เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เด็กๆ ร้อยละ 68.93 มองว่าการบูลลี่ถือเป็นความรุนแรงอย่างหนึ่ง และผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ ร้อยละ 42.86 คิดจะโต้ตอบเอาคืน, ร้อยละ 26.33 มีความเครียด, ร้อยละ 18.2 ไม่มีสมาธิกับการเรียน, ร้อยละ 15.73 ไม่อยากไปโรงเรียน, ร้อยละ 15.6 เก็บตัว และร้อยละ 13.4 &amp;nbsp;ซึมเศร้า นอกจากนี้ เด็กๆ ยังต้องการให้ทางโรงเรียนมีบทลงโทษที่ชัดเจน มีครูให้คำปรึกษา จัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจ&amp;rdquo; นายอธิวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สังคมไทยต้องเลิกมองเรื่องบูลลี่ กลั่นแกล้งกัน เป็นเรื่องเด็กๆ ปกติธรรมดาแล้วปล่อยผ่าน &amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความสำคัญกับปัญหาบูลลี่ ควรกำหนดให้สถานศึกษามีช่องทางให้เด็กๆ สามารถบอกเล่าปัญหา เพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเป็นมิตร และปิดลับ และหากสถานศึกษาไม่สามารถรับมือกับปัญหาและสุ่มเสี่ยงที่ปัญหาจะใหญ่ขึ้น ต้องใช้กลไกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีกลไกพนักงานเจ้าหน้าที่อยู่ทั่วประเทศ ต้องเร่งออกแบบกระบวนการช่วยเหลือให้เป็นระบบ โดยอาจดึงองค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรด้านเด็กเข้ามามีส่วนร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวฐาณิชชา ลิ้มพานิช ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า จากงานวิจัยของกรมสุขภาพจิตพบว่า การใช้ความรุนแรง การข่มเหงรังแกกันหรือการบูลลี่ ในประเทศไทยติดอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหมายความว่าการบูลลี่ในไทยมีระดับความถี่ที่รุนแรง นอกจากนี้ยังพบว่าอายุเด็กที่ถูกบูลลี่จะน้อยลงไปเรื่อยๆ จากงานวิจัยยังพบอีกว่าเด็กที่รังแกคนอื่น มีพื้นฐานด้านการขาดอำนาจบางอย่างในวัยเด็ก ถูกการเลี้ยงดูเชิงลบ รวมถึงพันธุกรรมทางสมอง จนนำไปสู่การรังแกกลั่นแกล้งคนอื่นในวัยที่โตขึ้น ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นความเคยชิน ทำได้แนบเนียนและรุนแรงขึ้น ส่วนเด็กที่ถูกบูลลี่จะมีอาการซึมเศร้า ไม่อยากไปโรงเรียน ในบางรายอาจถึงขั้นคิดสั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้ปกครองอย่าปล่อยให้เด็กเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ต้องคอยสังเกตอาการและสอบถาม เมื่อเด็กส่งสัญญาณที่ผิดปกติ เช่น ดูหงุดหงิด วิตกกังวล มีความกลัว ไม่อยากไปโรงเรียน ไม่อยากคุยกับใคร หรือมีร่องรอยตามร่างกาย ผู้ปกครองควรสร้างบรรยากาศแห่งความไว้ใจ ชวนคุยให้เขาเล่าปัญหาเพื่อช่วยหาทางออก หารือกับครูที่ปรึกษา ข้อสำคัญคือการเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้เด็กนำสิ่งเหล่านี้ไปแก้ปัญหา เลี้ยงดูเชิงบวก และอยากเสนอให้โรงเรียนมีมาตรการครูแนะแนวปรึกษาปัญหา เปิดพื้นที่สำหรับเด็ก กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนในโรงเรียน เมื่อเกิดเหตุให้แจ้งทันที&amp;rdquo; นางสาวฐาณิชชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า เครื่องมือที่ช่วยลดความรุนแรง คือการเปิดพื้นที่เรียนวิชาชีวิตกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะทุกครั้งที่มีข่าวการบูลลี่ ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ ทางบ้านกาญจนาฯ จะนำมาถอดบทเรียน เพื่อระดมความคิด ร่วมหาคำตอบด้วยกัน ดังนั้นหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กที่เปราะบางคงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองและครูบาอาจารย์ ควรเพิ่มพื้นที่ให้เด็กเหล่านี้มากขึ้น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54212</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำลองถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ตบหัว-ล้อบุพการี, วันเด็กแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดทำเนียบ, เร่งแก้ปัญหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e1733c63669e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
