<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังลุยออกบอนด์ออมทรัพย์ &#039;ยิ่งออมยิ่งได้&#039; วงเงิน 50,000 ลบ. ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย. 64 - นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเริ่มจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่นยิ่งออมยิ่งได้ วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นแห่งแรกในวันที่ 5 ก.ค. 2564 และจำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่าย ในวันที่ 12 ก.ค. 2564เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่นยิ่งออมยิ่งได้นั้น เป็นการทยอยกู้เงินภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (พ.ร.ก.โควิด) วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จะนำมาใช้ในแผนงานกระตุ้นการใช้จ่ายตามมาตรการของกระทรวงการคลังที่ได้เร่งดำเนินการไป อาทิ โครงการคนละครึ่ง โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ซึ่งการระดมทุนในรูปแบบการขายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษนี้ ถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการลงทุนของประชาชนที่สนใจ โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนก็จะนำกลับไปใช้เพื่อช่วยดูแลประชาชน ถือเป็นช่องทางหนึ่งในการกู้เงินของ สบน. เป็นการกู้จากประชาชน เพื่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางแพตริเซีย กล่าวอีกว่า ในรอบนี้กระทรวงการคลังได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ลงทุนผ่านวอลเล็ต สบม. ในหลายด้าน เช่น เพิ่มวงเงินจำหน่ายเป็น 10,000 ล้านบาท โดยสามารถซื้อได้สูงสุด 10 ล้านบาท/ราย และจ่ายดอกเบี้ยถี่ขึ้นเป็น 4 ครั้งต่อปี จากเดิม 2 ครั้งต่อปี ทำให้สามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้รวดเร็วขึ้น รวมทั้งได้มีการยกระดับบริการด้านภาษีบนวอลเล็ต สบม. ให้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม โดยผู้ลงทุนไม่ต้องยุ่งยากเก็บเอกสารการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกรอบการจ่ายดอกเบี้ยเพื่อประกอบการยื่นขอคืนภาษี ณ สิ้นปีอีกต่อไป ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบและดาวน์โหลดได้เองจากวอลเล็ต สบม. ซึ่งระบบจะส่งข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่ายของผู้ลงทุนไปยังกรมสรรพากรอัตโนมัติจึงไม่จำเป็นต้องเก็บเอกสารดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่นยิ่งออมยิ่งได้ ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ทั้งผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง และธนาคารตัวแทนจำหน่ายตามความสะดวก รายละเอียดเป็นดังนี้ 1. รุ่นยิ่งออมยิ่งได้บนวอลเล็ต สบม. วงเงินจำหน่าย 10,000 ล้านบาท รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได (Step-up) เฉลี่ย 1.80% ต่อปี ซื้อได้ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป (ผู้เยาว์จะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง และไปยืนยันตัวตนพร้อมผู้ปกครองเพื่อกรอกเอกสารให้ความยินยอมฯ ณ สาขาธนาคารกรุงไทยสำหรับการซื้อครั้งแรก) วงเงินตั้งแต่ 100 บาท - 10 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยเป็น 4 ครั้งต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 5-23 ก.ค. 2564 ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อลงทะเบียน ยืนยันตัวตน โอนเงินเข้าวอลเล็ต สบม.&amp;nbsp; ผ่านพร้อมเพย์จากทุกธนาคารหรือ ผูกบัญชีธนาคารกรุงไทยเพื่อเตรียมซื้อพันธบัตรได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการซื้อผ่านโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องไปธนาคาร ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลการใช้งานวอลเล็ต&amp;nbsp; สบม. ได้ที่ Call Center โทร. 02-111-1111 หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน 2. รุ่นยิ่งออมยิ่งได้ วงเงินจำหน่าย 40,000 ล้านบาท ซึ่งจำหน่ายผ่าน 4 ธนาคารตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้งในช่องทางเคาน์เตอร์, อินเตอร์เน็ต แบงก์กิ้ง และโมบาย แบงก์กิ้ง ของ 4 ธนาคารตัวแทนจำหน่าย วงเงินขั้นต่ำ 1,000 บาทและซื้อได้ไม่จำกัดวงเงินซื้อ จ่ายดอกเบี้ย 2 ครั้งต่อปี และจำหน่ายพร้อมกันทั้งประชาชนและนิติบุคคลไม่แสวงหากำไรตามที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยหากเป็นผู้เยาว์ต้องมีบัญชีธนาคารตัวแทนจำหน่ายและได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อน และจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 12-23 ก.ค. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวงเงินและรุ่นอายุที่จำหน่ายดังนี้ 1. ประชาชนทั่วไป วงเงิน 35,000 ล้านบาท จำหน่ายรุ่นอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได (Step Up) อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย1.90% ต่อปี&amp;nbsp; และ2. นิติบุคคลไม่แสวงหากำไรตามที่กระทรวงการคลังกำหนด วงเงิน 5,000 ล้านบาท จำหน่ายรุ่นอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.20% ต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วงเงินรุ่นยิ่งออมยิ่งได้ที่จำหน่ายบนวอลเล็ต สบม. และธนาคารตัวแทนจำหน่ายไม่นับรวมกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถลงทุนได้ทั้ง 2 ช่องทาง และกระทรวงการคลังสามารถปรับเพิ่ม/ลดวงเงินของผู้มีสิทธิซื้อทั้ง 2 กลุ่ม ในรุ่นยิ่งออมยิ่งได้ที่จำหน่ายผ่านธนาคารตัวแทนจำหน่ายได้ตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้น สบน. ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยจะต้องมีการปรับขึ้น เพราะที่ผ่านมามีการปรับตัวลดลงไปอยู่ในระดับต่ำมาก แต่การปรับขึ้นคงไม่สูงมากเหมือนในอดีต โดยในส่วนของ สบน. เอง ยืนยันว่าจะมีการบริหารจัดการพอร์ตหนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามเครื่องมือที่มีบนต้นทุนที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107596</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, จำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์, บอนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d57dc35dc79.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกบอนด์‘เราไม่ทิ้งกัน’5หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ใจหล่นตาตุ่ม! &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ยอมรับสภาพ เศรษฐกิจไตรมาสสองน่าเป็นห่วง ไม่ต้องพูดถึงการส่งออก-ท่องเที่ยวในวิกฤตการณ์แบบนี้ คลังเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ส่วน &amp;ldquo;ธ.ก.ส.&amp;rdquo; จี้เกษตรกรเร่งแจ้งบัญชีเงินฝาก รับเงินเยียวยาก่อน 13 พ.ค.นี้ โอน 5 พันบาทแรกวันที่ 15 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมการหารือมาตรการเยียวยาเกษตรกร ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2563 ไม่ดี ส่วนในไตรมาส 2/2563 ก็ยังน่าเป็นห่วง เป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องภาคการส่งออก การท่องเที่ยวในวิกฤตการณ์แบบนี้เลย ดังนั้นจึงเหลือเพียงเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า อยากให้มีงบประมาณที่สามารถทำให้เกิดการผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นในการสร้างความเข้มแข็ง เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวว่า แนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในช่วง 1 ปีข้างหน้า มีแกนหลักสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างสมดุลกับเศรษฐกิจภายนอก โดยการเชื่อมโยงทั้งภาคการผลิต การตลาด การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ให้เดินหน้าไปพร้อมกัน 2.การสร้างดิจิทัลในการพัฒนาประเทศ และ 3.ด้านการต่างประเทศ การผลักดันเป็นศูนย์กลาง โดยเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องใช้วิกฤติในขณะนี้เป็นโอกาสในสร้างความเข้มแข็งของทั้ง 3 แกนหลักขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้เป็นวิกฤติ แต่ครั้งนี้เราต้องถือเป็นโอกาสสำคัญ ประเทศไทย มีเวลาไม่มาก จึงได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส.ไปคิดโครงการเพื่อดูแลเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ภายในปลายเดือน พ.ค.2563 ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อกรรมการกลั่นกรองโครงการที่จะเสนอขอใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท (คณะกรรมการ 10 ปลัด) ประกาศหลักเกณฑ์ จะได้เสนอโครงการเพื่อให้เดินหน้าได้ทันที เพราะเดือนหน้าต้องมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยโครงการจะต้องเดินหน้าได้ทันที&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวอีกว่า โครงการที่จะออกมาจะต้องคิดในเชิงปฏิบัติมากกว่าเชิงทฤษฎี เพราะเกษตรกรมีทั้งที่อยู่ในพื้นที่เดิมอยู่แล้ว และแรงงานที่กลับสู่ชนบท ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีโครงการอบรม เพื่อให้แรงงานที่กลับสู่ชนบทได้รู้ว่าทำเกษตรอย่างไร และทำอะไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตรงนี้คือสิ่งที่ต้องชี้แจงให้ได้ว่าการอบรมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นคนที่กลับชนบทซึ่งไม่เคยทำเกษตรเลยจะทำได้อย่างไร ต้องออกแบบเป็นขั้นบันได ว่าขั้นแรกแต่ละจังหวัดจะจัดอบรมที่ไหน กี่คน อบรมอะไร และจ้างมาอบรมด้วย นี่คือหนทางที่สร้างให้เขามีรายได้ขึ้นมา เพราะเจตนาดั้งเดิมคือให้คนมีรายได้ มีงาน โดยโครงการอบรมไม่จำเป็นต้องเป็นด้านเกษตรอย่างเดียว มีทั้งเรื่องเศรษฐกิจชุมชน เรื่องเทคโนโลยี ให้เขารอบรู้ในการอบรมแต่ละเรื่อง เรียกว่าจ้างมาเรียน และขั้นต่อไป คนที่อบรมแล้วจะมีโอกาสเข้าไปทำเกษตร เรื่องสินเชื่อก็ต้องตามมา ธ.ก.ส.ต้องเข้าไปรองรับเรื่องนี้ และประสานกับหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาช่วยเหลือ&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ที่กรมประชาสัมพันธ์ ประชาชนยังเดินทางมาร้องเรียนเงินเยียวยา 5,000 บาทอย่างต่อเนื่อง แต่บรรยากาศเริ่มบางตาเมื่อเทียบกับหลายวันที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนได้เดินทางมาร้องเรียนไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกทั้งการให้คำแนะนำและคำปรึกษา รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และรถสุขาเคลื่อนที่คอยให้บริการประชาชน โดยคาดว่ามีผู้เดินทางมาไม่ถึง 2,000 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่รับเรื่องร้องเรียน โดยระบุว่า ขณะนี้มีประชาชนผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิ์จำนวน 13.4 ล้านคน จ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 11 ล้านคน และจะจ่ายให้ครบภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าคนที่มาร้องเรียนที่กรมประชาสัมพันธ์ว่าลงทะเบียนไม่สำเร็จ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 1.7 ล้านคน โดยนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มนี้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระบวนการทบทวนสิทธิ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน ระบบจะเปิดบริการไปจนถึงในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์จะเปิดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนมาร้องเรียนได้จนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;ในส่วนของประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดที่มีความประสงค์จะร้องเรียนสิทธิ์มาตรการเยียวยา 5,000 บาท สามารถยื่นเรื่องได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้ทั่วประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังยืนยันว่า หลังจากดำเนินการในส่วนของมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาทเสร็จสิ้นแล้ว ยังคงต้องหามาตรการอื่นเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้รับการดูแล เช่น กลุ่มคนไร้บ้าน ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า คลังเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ในปีงบประมาณ 2563 แบบไร้ใบตราสาร (Scripless) โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบและแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามแผนงานโครงการของรัฐบาล ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงินไม่เกิน &amp;nbsp;1 ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 14 พ.ค.2563 เวลา 08.30 น. วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได รุ่นอายุ 5 ปี เฉลี่ย 2.40% และรุ่นอายุ 10 ปี เฉลี่ย 3.00% ต่อปี โดยคาดว่าจะขายหมดก่อนวันที่ 14 พ.ค. และกระทรวงการคลังพร้อมที่จะเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; รุ่น 2 ในช่วงที่เวลาที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; จะจำหน่ายขั้นต่ำหน่วยละ 1 พันบาท แบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยสัปดาห์ที่ 1 จำหน่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แบบจำกัดวงเงิน 2 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร สัปดาห์ที่ 2 จำหน่ายให้ประชาชนรายย่อย และสัปดาห์ที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.เป็นต้นไป เปิดให้ประชาชนทั่วไปและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหาผลกำไรเข้าซื้อได้แบบไม่จำกัดวงเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรที่ไม่มีบัญชีของ ธ.ก.ส. ได้แจ้งบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กับธนาคารอื่นๆ ผ่านเว็บไซต์ w ww.เยียวยาเกษตรกร.com ที่เปิดให้แจ้งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 20.00 น. แล้วจำนวน 2 แสนราย ยังเหลือเกษตรกรในระบบที่ใช้บัญชีธนาคารอื่นแต่ยังไม่ได้แจ้งอีกกว่า 2 แสนราย โดย ธ.ก.ส.ขอให้มาแจ้งบัญชีภายในวันที่ 13 พ.ค.นี้ เพื่อให้ ธ.ก.ส.นำข้อมูลไปตรวจสอบในระบบธนาคาร และสามารถโอนเงินได้ทันตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65416</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์, สภาพเศรษฐกิจ, ส่งออก-ท่องเที่ยว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb556d35ebea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
