<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 06:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากฮิตเลอร์ถึงวู่ฮั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;I am not a virus.&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ใช่ไวรัส (วู่ฮั่น)&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮิตเลอร์สื่อสารกับชาวเยอรมันว่า พวกยิวคือ &amp;ldquo;พวกกระหายเงิน&amp;rdquo; และเป็นต้นเหตุของการล้มสลายของเศรฐกิจเยอรมัน ผลที่ตามมาก็อย่างที่เราๆ ได้เรียนกันในวิชาประวัติศาสตร์โลก นั้นคือ การที่เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งเพื่อนนักเรียน รังเกลียดและแจ้งเจ้าหน้าที่ของนาซีให้มาจับคนยิวที่ตนรู้จักไปกักขัง และสุดท้ายชาวยิวกว่า 1.3 ล้านคนตายในการฆ่าล้างเผาพันธุ์ครั้งนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ณ วันนี้ในการระบาดของโคโรนาไวรัสหรือไวรัสวู่ฮั่น เรากำลังเริ่มเห็นส่วนเล็กๆ ของประวัติศาสตร์เริ่มจะซ้ำรอยเดิม ความหวาดกลัวที่จะติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นทำให้ชาวจีนจำนวนหนึ่งในมณฑลต่างๆ ตั้งป้อมรังเกียจคนที่อยู่หรือคนวู่ฮั่น ออกไปนอกประเทศมีคนชาติต่างๆ แสดงความกลัวชาวจีนหรือคนเอเชียที่ดูเหมือนคนจีน มีร้านอาหารติดป้ายไม่รับนักท่องเที่ยวจีน มีนโยบายจากหลายประเทศ(ในทางออม)ห้ามไม่ให้คนจีนเข้าประเทศ มีประชาชนในบ้างประเทศประท้วงรัฐบาลให้ย้ายเขตกักกันโรคจากพื้นที่ๆ ตัวเองอยู่ มีแม้กระทั่งข่าว(เท็จ)ว่าไม่ควรซื้อสินค้าจากจีนเพราะสามารถติดเชื้อจากของที่ส่งมาจากจีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดูเหมือนสิ่งที่หน้ากลัวจากไวรัสวู่ฮั่นไม่ใช่แค่การติดเชื้อและทำให้ร่างกายเจ็บป่วยไปเท่านั้น แต่อาการข้างเคียงของความกลัวไวรัสวู่ฮั่นกำลังทำให้คนบนโลกนี้กำลังเป็น &amp;ldquo;โรคเหยียดคน&amp;rdquo; เหยียดคนที่มาจากวู่ฮั่น เหยียดคนจีน เหยียดคนที่ดูเหมือนคนจีน เหยียดคนที่เดินทางมาจากจีน(ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด) และเหยียดคนชาติเดียวกันที่ถูกกักกันโรค ทั้งที่ยังไม่มีการแสดงออกของอาการป่วยใดๆ อะไรกำลังเกิดขึ้น ถ้าฮิตเลอร์ยังอยู่และต้องการจะลดประชากรโลก เพื่อเริ่มต้นใหม่เหมือนธานอสในอินฟินตี้วอร์ ตอนนี้คงเป็นเวลาที่ดีไม่น้อย ฮิตเลอร์ไม่ต้องใช้เงินเป็นหมื่นหรือแสนล้านในการสื่อสารให้คนเหยียดและเกลียดกัน เพราะ ณ เวลานี้โซเชียลมีเดียอยู่ในมือของทุกคนบนโลกนี้ ฮิตเลอร์แค่ต้องหาทีมปั่นกระแสความกลัวและเอาไปเชื่อมโยงกับคนที่มีความเป็นไปได้ที่จะติดโรคและโยนลงไปในโซเชียลมีเดีย สถานการณ์เช่นนี้อาจจะฟังดูแอนนิเมชั่น แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้ความกลัวเชื้อไวรัสวู่ฮั่นในจิตใจกำลังแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว และอาจจะเร็วกว่าการแพร่เชื้อของไวรัสวู่ฮั่นเสียอีก เราควรจะทำอย่างไร มี 3 ข้อให้พิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อแรกคือ ปล่อยไป ไม่มีใครแบนประเทศเรา เราไม่ต้องเดือนร้อน เราไม่มีแผนจะต้องเดินทางไปจีนหรือออกนอกประเทศเลย &amp;ldquo;โนสนโนแคร์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อสองคือ ตามน้ำ ต้องเช็คดูให้ดีว่าที่ไหมมีคนจีนมาก เราก็ไม่ไปที่นั้น ข้อมูลโซเชียลต้องคอยอ่านจะได้ไม่ตกข่าว และต้องไม่พลาดการส่งต่อให้เพื่อนฝูงและคนรู้จักในโซเชียลให้รู้ทั่วกันด้วย &amp;ldquo;รายงานก่อน ฉับไว้ ต้องมาจากฉัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อสามคือ รู้ลึก อัฟเดทสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นเกี่ยวกับโรคและตัวเชื้อโรค การติดต่อและแพร่ระบาด สุดท้ายการดูแลตัวเองและคนรอบข้าง และให้ความสำคัญกับสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นให้มาก &amp;ldquo;อยู่กับตัวเองและดูแลคนรอบข้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;3 ข้อนี้เป็นแค่แนวทางในการคิดเพราะในความเป็นจริงพวกเรา มนุษย์เราๆ ท่านๆ คงไม่มีใครที่ 100% เป็นในข้อใดข้อหนึ่งทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่สิ่งที่เราๆ ทำได้คือก่อนที่เราจะทำอะไร หรือในระหว่างที่ความคิดเรากำลังครุ่นคิดถึงอะไร ให้สังเกตตัวเองและถามตัวเองว่าความคิดและการกระทำนั้นจะส่งผลอย่างไรบ้าง ความคิดและการกระทำนั้นจะนำไปสู่การ &amp;rdquo;เหยียด&amp;rdquo; ผู้อื่นและทำให้ความคิดและ &amp;ldquo;โรคเหยียด&amp;rdquo; ผู้อื่นระบาดในวงกว้างขึ้น หรือลึกลงไปในความรู้สึกของผู้ที่ได้ประสบกับเหตุการณ์นั้นๆ หรือไม่ เพราะเมื่อเราสามารถทำอย่างนั้นได้ เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสวู่ฮั่นเป็นไปในทางที่ดีขึ้น เพราะอย่างน้อยเราก็ได้ช่วยลดอาการข้างเคียงที่อาจจะส่งผลทำให้สถานการณ์แย่ลลดำเนินไปอย่างช้า หรือถ้ามีหลายคนสามารถทำได้ในส่วนของตัวเอง อาการข้างเคียงเช่น &amp;ldquo;โรคเหยียด&amp;rdquo; อาจจะไม่เกิดขึ้นในวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขียนโดย Mayochili อีเมล์ mayochili11@gmail.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57412</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตตมา กุลประเสริฐรัตน์, วู่ฮั่น, เป็นเรื่องเป็นราว, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a02a72c1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดล่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีแก๊งงานบวชบุกสนามสอบโรงเรียนวัดสิงห์ ทำให้ในสังคมออนไลน์บัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่คือคำว่า &amp;ldquo;ตลาดล่าง&amp;rdquo; ที่จริงแล้วศัพท์คำนี้มาจากการแบ่ง segment ทางการตลาด ซึ่งมีตลาด High end ตามพจนานุกรมหมายถึง ผลิตภัณฑ์ชั้นดีเยี่ยมที่บางบริษัททำการผลิตขี้นมา แน่นอนที่ราคาจะต้องสูงตามไปด้วย เป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่มีฐานะดี บางบริษัทอาจสนใจผลิตตรงข้าม กล่าวคือ เป็นผลิตภัณฑ์ที่พอใช้ได้ และราคาถูก เป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ซึ่งเรียกว่า low end แต่ก็มีข้อดีก็คือ จะทำให้ขายได้จำนวนมากกว่า ชาวเน็ตก็พากันเปรียบเทียบแก๊งนี้ว่าเป็นพวก &amp;ldquo;ตลาดล่าง&amp;rdquo; และมีการเสนอความเห็นเชิงดูถูกมากมาย บางกระทู้ถึงกับตีตราคนเหล่านี้ว่าเป็น &amp;ldquo;ขยะสังคม&amp;rdquo; เลยด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางครั้งก็อยากจะถามเซียนคีย์บอร์ดทั้งหลายว่า คุณมีสิทธิอะไรที่ใช้คำดูถูก และตัดสินการกระทำของบุคคลเหล่านี้โดยที่ยังไม่มีคำพิพากษา คุณมีสิทธิอะไรที่อยากจะกำจัดพวกเขาออกจากสังคม ทั้งๆ ที่เขาเหล่านี้ก็มีสิทธิที่จะอยู่ในแผ่นดินนี้ในฐานะพลเมืองไทยเท่ากับพวกเราทุกคน เขาอาจจะโชคร้ายที่ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวสมบูรณ์แบบ ไม่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ถูกต้อง ไม่ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีโอกาสได้เรียนถึงระดับที่จะหางานทำดีๆ ได้ โลกของพวกเขาจึงไม่ได้สวยเท่าพวกคุณ แต่การที่คุณใช้คำว่า &amp;ldquo;ตลาดล่าง&amp;rdquo; มาให้คำจำกัดความพวกเขามันเป็นการแบ่งแยกชนชั้น ลุกล้ำสิทธิความเป็นมนุษย์และเป็นการดูถูกกันเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองหลับตานึกภาพ หากกลับกันให้พวกที่เที่ยววิจารณ์คนอื่นไปเกิดในสภาพแวดล้อมที่ไม่พร้อมด้วยประการทั้งปวงแบบนั้นบ้าง พวกคุณคิดว่าจะรอดได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ การใช้ปากวิจารณ์คนอื่นโดยที่เราไม่ได้ตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับพวกเขามันอาจจะง่ายเกินไปสักหน่อย ทำไมไม่มาช่วยกันคิดว่าเราจะจัดการกับปัญหาสังคมแบบนี้ได้อย่างไร แน่นอนต้องไปดูกันที่รากเหง้าของปัญหาตั้งแต่สถาบันครอบครัว การหย่าร้าง การท้องไม่พร้อม ความเท่าเทียมทางการศึกษา ตลอดจนโอกาสในการได้รับการศึกษาต่อหรือหางานทำ ยังไม่นับระบบเส้นสาย ระบบอุปถัมภ์ที่คนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าได้ถึงเพราะถูกจับจองโดยพวก &amp;ldquo;ตลาดบน&amp;rdquo; จนแทบไม่มีที่เหลือ ปล่อยให้คนธรรมดาที่ไม่มีเส้นไม่มีสายต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาเอง คำว่า &amp;ldquo;โอกาส&amp;rdquo; ของแต่ละคน มันมีความ &amp;ldquo;ยาก ง่าย&amp;rdquo; ไม่เท่ากัน คนที่ได้อะไรมาง่ายๆ จึงไม่มีวันเข้าใจคำว่า &amp;ldquo;ตะเกียกตะกายขวนขวาย&amp;rdquo; หากชีวิตนี้ทุกคนเลือกได้คงไม่มีใครอยากเกิดมาในสภาพแวดล้อมแบบแย่ๆ และให้คนอื่นมาตีตราว่าเป็นพวก &amp;ldquo;ตลาดล่าง&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;ขยะสังคม&amp;rdquo; เป็นคนที่มี &amp;ldquo;พฤติกรรมน่ารังเกียจ&amp;rdquo; เป็นพวกที่น่าจะ &amp;ldquo;กำจัด&amp;rdquo; ให้หมด พวกเขาอาจไม่มีทางเลือกมากเหมือนลูกเศรษฐีในเมืองไทยที่มีอำนาจเงินคอยช่วย แค่หนีไปอยู่ต่างประเทศก็ไม่ต้องเข้าคุก รอคดีหมดอายุความค่อยกลับมาเฉิดฉายต่อ คุณยังคิดว่าคนเหล่านี้ควรมีสิทธิที่จะอยู่ในสังคมนี้ต่อไปหรือไม่ และพฤติกรรมดังกล่าวน่ารังเกียจหรือเปล่า คำถามเดียวกันแต่มุมมองคนละชนชั้นแล้วความยุติธรรมมันจะอยู่ที่ตรงไหน ถามใจคุณดู.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิตตมา กุลประเสริฐรัตน์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; (g.jittima02@gmail.com)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30972</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตตมา กุลประเสริฐรัตน์, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
