<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากซีอีโอ...สู่เส้นถนนภูมิใจไทย &quot;แบงก์&quot; จิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือกตั้งปี 62 ภายใต้สถานการณ์ใหม่ที่คนในบ้านเมืองต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง...จึงทำให้คนรุ่นใหม่อาสาเข้าสู่เส้นทางสายการเมืองมากขึ้น หนึ่งในคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองคือ &amp;ldquo;แบงก์&amp;rdquo; นายจิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล ซีอีโอหนุ่มจากบริษัทด้านสื่อดิจิตอล &amp;nbsp;ที่ผันตัวเองมาเป็นคนภูมิใจไทย พร้อมลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่บางแค กรุงเทพฯ หวังแก้ปัญหาต่างๆ ให้คนในพื้นที่ และขับเคลื่อนนโยบายพรรคสีน้ำเงินเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง ภายใต้สโลแกนพรรค &amp;ldquo;ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;จิตรภณ&amp;quot; กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานร่วมกับพรรคการเมืองพรรคขนาดใหญ่มาก่อน แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ของตัวเองและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ แตกต่างจากพรรคภูมิใจไทย มีการผสมผสานกับเรื่องระบบพรรคและทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ไม่มีวาทะทางการเมืองสร้างความแตกแยก เป็นพรรคสายกลาง และไม่ขัดแย้งกับใคร พร้อมนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาปากท้องเป็นสำคัญ ดังนั้นเมื่อผมได้สัมผัสและพูดคุยถึงทิศทางกับผู้ใหญ่ในพรรคแล้ว จึงตัดสินใจเลือกพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมมีความชอบและสนใจเรื่องการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เติบโตและใช้ชีวิตในเขตบางแค กรุงเทพฯ เห็นว่าระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ เปลี่ยนแปลงและพัฒนาค่อนข้างช้ามาก และผมคิดว่าเราติดตามงานการเมืองมานานแล้วมองเห็นความวุ่นวายของนักการเมืองที่ทำให้ประเทศถดถอย โอกาสของประชาชนก็ค่อนข้างน้อยลงทุกที แต่จะเปิดโอกาสให้กับบริษัทขนาดใหญ่และต่างชาติมากกว่า ประชาชนคนไทยระดับรากหญ้ามีปัญหาด้านการประกอบอาชีพก็เยอะ ผมจึงจะลองใช้ความรู้ความสามารถที่ได้ศึกษามาเข้ามาเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยก็เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงในเขตพื้นที่ของตัวเองก่อนก็ได้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนระดับชาตินั้นเข้าใจว่าเรื่องการแสดงความคิดเห็นก็เป็นสิ่งที่เราพึงทำได้ในพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคก็มีนโยบายค่อนข้างทันสมัย และจะลบภาพพรรคเป็นของคนต่างจังหวัด วันนี้เราคิดว่าภูมิใจไทยเป็นพรรคของคนไทยทั้งประเทศแล้ว เรามีนโยบายสำหรับคนเมือง สำหรับชาวบ้าน และรวมถึงเยาวชน มองว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยแก้ไขปัญหาให้พวกเขาได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;คนรุ่นใหม่พรรคภูมิใจไทย&amp;rdquo; กล่าวต่อว่า ผมมาจากสายบริหารธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอล จึงเข้าใจเทคโนโลยีว่ามันมาเร็ว แต่การจะดูแลคนที่อยู่ในอาชีพต่างๆ ก็ต้องขึ้นอยู่กับกฎหมายด้วย และพรรคภูมิใจไทยก็เน้นการนำเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเข้ามาใช้ และทุกระดับได้เข้าถึง จึงเป็นความท้าทายที่จะเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายและสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ นโยบายของพรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นเรื่องการเศรษฐกิจแบ่งปัน นำเทคโนโลยีมาปรับเพื่อการใช้งานของหลายๆ อาชีพ รวมถึงเรื่องสวัสดิการสุขภาพที่เราจะปฏิรูป อสส.ให้มีเงินเดือน 2,500-10,000 บาท เราจะทำให้การดูแลสุขภาพเบื้องต้นผ่านรูปแบบการใช้เทคโนโลยี เราคิดว่าการแก้ปัญหาเร่งด่วนเชิงนโยบายปรับปรุงบุคลากรนั้นต้องใช้เวลานาน จะพยายามขยายองค์ความรู้ของบุคลากรไปสู่ อสม. สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพเบื้องต้นให้ประชาชนที่เข้าไม่ถึงบริการเหล่านี้ ส่วนเรื่องเศรษฐกิจจะพัฒนา 5G ซึ่งมันจะเปลี่ยนคำตอบในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของประเทศไทย และทำให้คนไทยเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีจุดยืนว่า เราเป็นพรรคการเมืองที่มุ่งเน้นดูแลปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก เราไม่ได้คิดจะเลือกข้าง เราไม่ได้ยึดถือเรื่องเกณฑ์การเมืองเป็นหลัก เพียงเราคิดว่าการจะเข้ามาแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ และการเปิดโอกาสให้นักการเมืองใหม่ๆ รวมถึงนักการเมืองที่อยู่ในพรรคแสดงความคิดเห็น กำหนดแนวความคิด นโยบายที่อยู่ในเขตพื้นที่ของตัวเองเป็นเรื่องดี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนนโยบายพรรคเราก็จะนำมาร่วมประยุกต์ อีกทั้งนายอนุทินมีความชัดเจนเรื่องของผู้สมัคร ซึ่งผู้สมัครของภูมิใจไทยที่จะส่งจะต้องเป็นคนที่ทำงานได้จริง ไม่ใช่เข้ามาเพื่อขอแบ่งคะแนนให้ใคร แต่คนที่ส่งเพราะต้องการให้ได้เป็นผู้แทนในเขตนั้นจริงๆ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;จิตรภณ&amp;rdquo; กล่าว และว่า สถานการณ์ขณะนี้ผมไม่เห็นด้วยที่นักการเมืองต่างๆ จะมุ่งเน้นให้เกิดการเลือกข้างแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะเราเป็นคนไทยเหมือนกัน ต้องรักและสามัคคี ซึ่งตรงกับจุดยืนของคนภูมิใจไทย ยึดถือความเป็นกลาง ไม่เลือกข้าง ไม่ขัดแย้งกับใคร แต่เราเลือกอยู่ข้างประชาชน สอดคล้องกับความต้องการของชาวบ้านที่ต้องการผู้แทนราษฎรเข้ามาแก้ปัญหาและตอบโจทย์ชีวิต มากกว่าเข้ามาแก้ปัญหาการเมือง หรือแก้รัฐธรรมนูญ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;พรรคภูมิใจไทยจะนำคนรุ่นเก่าที่เก๋าประสบการณ์มาผสมผสานแนวคิดของคนรุ่นใหม่ แล้วหาจุดร่วมตรงกลางช่วยกันทำงานเพื่อประโยชน์แก่สวนรวมและประเทศชาติ ถือเป็นจุดเด่นและแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เมื่อถามถึงการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ &amp;ldquo;แบงก์&amp;rdquo; กล่าวว่า รัฐบาลยุค คสช.ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง มีทั้งดีและยังไปไม่ถึงเป้าหมาย โดยเฉพาะเมื่อดำเนินการไปเรื่อยๆ จะพบเจอปัญหาเดิมๆ คือการกระจายโอกาสที่ยังไม่ตรงจุด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ชนชั้นกลางค่อนข้างมีปัญหามาก หนี้ครัวเรือนเติบโตอย่างเร็วมาก รวมทั้งนโยบายต่างๆ ยังเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ หวังผลเฉพาะหน้า มิใช่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ผมเชื่อว่าเป็นโจทย์สำคัญที่ท้าทายรัฐบาลใหม่จะต้องเข้ามาแก้ไข และหวังว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในปี 62 จะเป็นทางออกของประเทศ เพราะทุกฝ่ายมีบทเรียนมาหมดแล้ว&amp;rdquo; คนรุ่นใหม่พรรคภูมิใจไทยกล่าวปิดท้าย.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นายจิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล อายุ 36 ปี ผู้ก่อตั้ง บริษัท บอนด์ แอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัททางด้านเทคโนโลยี สื่อประชาสัมพันธ์ ดิจิตอลครบวงจร ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอุปกรณ์แสงสว่างแอลอีดี ภายใต้ตราสินค้า Ritz LED (ริช แอลอีดี)&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนประวัติการศึกษา จบประถมศึกษา โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี, มัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะนิติศาสตร์ (ภาคพิเศษ) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยมีผลงานด้านการเมืองเข้าร่วมโครงการ ยุวประชาธิปัตย์ โครงการของพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ.2538, ร่วมคณะทำงานหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ เขตภาษีเจริญ กทม. ปี พ.ศ.2538, ร่วมคณะทำงานของพรรคไทยรักไทย หาเสียงลงรับสมัครผู้ว่าฯ กทม. ปี พ.ศ.2543 และร่วมคณะทำงานพรรคพลังชล หาเสียงลงรับสมัครเลือกตั้ง ปี พ.ศ.2554&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25619</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล, พรรคภูมิใจไทย, อนุทิน ชาญวีรกุล, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2cb6cbb6643.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กีฬาไม่กระชับมิตรซะแล้ว&#039;ภูมิใจไทย&#039;ถอนตัวอีกพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่กลุ่ม NewDem พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจัดกิจกรรมกีฬากระชับมิตรระหว่างพรรคการเมือง ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ แต่ปรากฎว่าพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ประกาศไม่ขอร่วมกิจกรรมดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดช่วงกลางดึกวันที่ 20 พ.ย. นายจิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล สมาชิกและหนึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;แบ๊งค์ จิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล&amp;quot; ใจความตอนหนึ่งว่า ในฐานะที่พรรคภูมิใจไทย ส่งตนไปเป็นตัวแทนร่วมกิจกรรมกีฬากระชับมิตร ที่เริ่มจากกลุ่ม NewDem พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ แต่เนื่องจากการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ถูกนำไปใช้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ทางพรรคภูมิใจไทยจึงขอประกาศไม่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจะจัดขึ้นในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้กับนักการเมืองรุ่นใหม่ทุกท่านในการสร้างความสามัคคี สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นกับการเมืองไทยในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคภูมิใจไทย ขอย้ำจุดยืนในการสนับสนุนการยุติการแบ่งสี แบ่งข้าง หยุดสร้างประเด็นทางการเมือง เพื่อมุ่งมั่นพัฒนา และยืนหยัดแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตลอดไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่ถอนตัวแล้ว 3 พรรค คือ พรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22424</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมกีฬากระชับมิตร, จิตรภณ ทิพย์โภคาสกุล, พรรคการเมือง, พรรคภูมิใจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf4d88916da6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
