<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จิตสำนึกและคุณธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การระบาดที่ยาวนานของไวรัสโควิด-19 นั้นได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจทั่วโลก หลายๆ ประเทศที่ต้องมีภาวะหนี้เพิ่มขึ้นเกินกว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) เพราะต้องอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนของเศรษฐกิจให้ได้ สำหรับประเทศไทยเองก็ได้เริ่มแล้วที่ภูเก็ต ภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่เริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในเมืองไทยมาได้สัก 4-5 วันแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นก็คงต้องจับตาดูกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในขณะที่รัฐบาลพยายามจะฟื้นเศรษฐกิจโดยเน้นในเมืองท่องเที่ยว เพราะถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาล ถ้าประสบความสำเร็จก็เดินหน้าตามแผนที่ท่านนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้วางแผนว่า 120 วันเปิดประเทศ นั่นก็หมายความว่าเศรษฐกิจของไทยก็จะกลับฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง แต่ทั้งหมดจะสำเร็จหรือไม่ก็อยู่ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน และประชาชนทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งนักการเมือง พักศึกระหว่างกัน หันมาช่วยกันแก้ไขปัญหาก่อน เมื่อดีขึ้นค่อยกลับมาน้ำเน่ากันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่าในขณะที่รัฐบาลพยายามจะแก้ไขปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ยังมีเรื่องอื่นอีกมากมายที่ต้องผลักดันและแก้ไขเช่นกัน ทั้งด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การกระตุ้นการลงทุน การดูแลและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิดที่ต้องทำควบคู่กัน ยังไม่รวมถึงการแก้ปัญหาการทุจริตให้หมดไป โดยเฉพาะในเรื่องของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในด้านของระบบสาธารณูปโภคอย่างรถไฟฟ้า ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมที่มีแม่ทัพใหญ่อย่างนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งดูเหมือนการเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า แม้จะมีปัญหาและปมขัดแย้งก็สามารถแก้ไขและเดินหน้าโครงการได้อย่างราบรื่น แต่ก็ไม่วายเกิดปมปัญหาขึ้นมาอีกจนได้ ซึ่งก็ยังคงเป็นเรื่องเดิมๆ คือการทุจริตในโครงการก่อสร้างที่ยังแก้ไม่ตก ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างเช่นทั้งสายสีส้มและสีเขียว ที่ดูเหมือนว่าในช่วง 1-2 เดือนนี้เรื่องราวจะจบลง แต่สุดท้ายก็ปะทุขึ้นมาอีก เมื่อ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ออกมาระบุว่า กระทรวงคมนาคมจะหารือกับกรุงเทพมหานครในเร็วๆ นี้ โดยมอบหมายให้นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมทั้งระบุว่า กระทรวงคมนาคมนั้นยังคงยืนยันว่า ต้องทำแล้วถูกกฎหมาย และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และถ้ายึดระเบียบกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เชื่อว่าทุกอย่างจะเดินหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้เกิดการตอบโต้กลับจากผู้บริหารระดับสูงในบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด วิสาหกิจของ กทม.ที่ทำหน้าที่บริหารส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยออกมาระบุว่า ที่ผ่านมาถือว่ากระทรวงคมนาคมทำตามกฎหมายจริงหรือ เพราะการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังเดินหน้าการประมูลหาเอกชนเข้าร่วมลงทุน (PPP) ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เงินลงทุน 1.427 แสนล้านบาทต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกกลางคัน จนถูกบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมประมูลฟ้องร้องศาลสั่งระงับและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ส่งผลให้โครงการสะดุดและล่าช้า แต่ รฟม.ก็ยังเดินหน้าไม่หยุด ทำให้ฝ่ายบริหารก็ถูกฟ้องต่อศาลทุจริตและประพฤติมิชอบอีกคดี และยังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีมติให้ส่งรายงานผลการสอบสวนโครงการนี้ไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวนเอาผิดผู้บริหาร รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และกระทรวงคมนาคมต้นสังกัดก็ไม่ได้มีการท้วงติง หรือระงับการดำเนินการใดๆ จนส่งผลให้ประเทศชาติต้องเสียหาย ประชาชนสูญเสียโอกาสในการใช้บริการรถไฟฟ้า ดังนั้นทางที่ดีกระทรวงคมนาคมและ รฟม.ต้องร่วมกันผ่าทางตัน ระดมหาทางออก อย่าให้ติดหล่มจนโครงการไม่สามารถเดินหน้าได้ แถมยังต้องจ่ายค่าโง่ให้กับเอกชนเหมือนหลายๆ โครงการที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่ผ่านมานั้นจะมีมติคณะรัฐมนตรีให้ทุกโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ รวมไปถึงโครงการที่ต้องร่วมลงทุนกับเอกชนตามกฎหมายอื่น ต้องทำข้อตกลงคุณธรรม เพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบป้องกันการทุจริต และเพื่อสร้างความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ แต่สุดท้ายด็ยังไม่แคล้วที่จะมีเล็ดลอดออกมาจนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องแบบนี้จะโทษรัฐบาลฝ่ายเดียวก็คงไม่ได้ เพราะการทุจริตหรือไม่ทุจริตนั้นมันอยู่ที่จิตสำนึกและคุณธรรมมากกว่า.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บุญช่วย ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108715</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, จิตสำนึกและคุณธรรม, บุญช่วย ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
