<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จิตแพทย์ระบุเด็กรังแกกันเองไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ผลกระทบเป็นลูกโซ่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
11 ต.ค.61-นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีเด็กกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนว่า เป็นสถานการณ์ที่พบมาตลอด แต่มักไม่ค่อยมีคนสังเกตเห็น มีทั้งรูปแบบการทำร้ายร่างกาย การรังแกด้วยวาจาหยาบคาย ดูถูก เหยียดหยาม ทั้งนี้ปัจจุบันก็มีการรังแกกันผ่านทางโซเชียลมีเดียยิ่งทำให้เกิดการเลียนแบบสร้างความรุนแรงได้มากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ สาเหตุของการรังแกกันนั้นพบว่ามีหลากหลาย ทั้งจากตัวเด็กเองมีความก้าวร้าวควบคุมตัวเองไม่ได้เพราะอาจมีความเจ็บป่วย เช่น สมาธิสั้น ซึมเศร้าอยู่ หรือความคึกคะนอง คิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือกว่ามีพวกเยอะกว่า อายุมากกว่า ตัวใหญ่กว่าก็ได้ แต่สิ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ เลยคือการเลี้ยงดูของครอบครัว ซึ่งพบว่าเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีการใช้ความรุนแรงมากก่อนมีโอกาสมากที่จะใช้ความรุนแรงกับผู้อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์เด็กรังแกกันขึ้น เหมือนที่เด็กวัยมัธยมศึกษาทำความรุนแรงกับเด็กนักเรียนชั้นประถมนั้น ทั้งผู้กระทำ หรือผู้ถูกกระทำจะต้องได้รับการดูแลด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย โดย อย่างเด็กที่ถูกรังแกอาจจะมีผลทำให้เกิดความเศร้า ความเครียด ซึมเศร้า เสี่ยงฆ่าตัวตาย หรือซึมเศร้าแล้วปะทุด้วยการทำร้ายคนอื่นเพื่อเป็นการแก้แค้น หรือบางคนก็เลียนแบบพฤติกรรมการทำร้ายคนอื่นต่อไป เช่นเดียวกับคนที่ลงมือทำร้ายคนอื่น พบว่าบางคนหลังลงมือไปแล้วเกิดความเครียด เศร้า และกังวล แต่กลับแสดงออกมาด้วยการใช้ควารุนแรงแบบเดิม กลายเป็นคนที่ชอบใช้ความรุนแรง ดังนั้นทั้ง 2 ฝ่ายต้องได้รับการดูแลทั้งจากครูในโรงเรียน ผู้ปกครอง และเพื่อนๆ หากดูแลไม่ไหวก็ต้องส่งไปรับการดูแล ปรับพฤติกรรมโดยนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นเรื่องที่เตือนซ้ำให้พ่อ แม่ ผู้ใหญ่ในสังคมตระหนักว่ามันถึงเวลาที่เราต้องหันมาใส่ใจ ให้เวลากับการดูแลครอบครัว สังคมให้มากขึ้น มอบความรักความอบอุ่น ไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา และอีกอย่างคือเวลามีการรังแกกัน บางครั้งเด็กที่ถูกรังแกอาจจะไม่ยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง อาจจะด้วยความกลัว หรือถูกข่มขู่ แต่ถ้าความสัมพันธ์ในครอบครัวนี้จะสังเกตได้ว่ามีความผิดปกติเกดขึ้น เช่น ผลการเรียนตกต่ำลง ไม่พูด ไมจา เป็นต้น&amp;rdquo; นพ.สมัย กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19707</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสุขภาพจิต, จิตแพทย์วิเคราะห์, นพ.สมัย ศิริทองถาวร, เด็กรุ่นพี่รุมใช้ความรุนแรงน้องป.4</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbf523ca7400.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
