<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.มีมติงด จัดสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กทม.มีมติงดจัดงานสงกรานต์ประจำปีนี้ ลดความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ทั้งการสาดน้ำที่ถนนข้าวสาร สีลม ราชประสงค์ รวมทั้งการทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระที่ลานคนเมือง เตือนภาคเอกชนหากจะจัดจะต้องมีระบบคัดกรองตามมาตรฐาน สธ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มีนาคมนี้ ที่ห้องประชุมนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่ากรุงเทพมหานคร 1 เสาชิงช้า ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง, นางจินดารัตน์ ชโยธิน, น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต คณะโฆษกกรุงเทพมหานคร แถลงผลการประชุมการจัดกิจกรรมวันสงกรานต์ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมี พล.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน ว่า ในที่ประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครมีมติงดจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ในปีนี้ ทั้งกิจกรรมทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ที่บริเวณลานคนเมือง หรือกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ในโซนข้าวสาร สีลม และราชประสงค์ ซึ่งผู้ประกอบการในจุดดังกล่าวก็เห็นด้วย เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะผู้บริหารมีความเป็นห่วง หากมีคนเข้ามาเล่นสาดน้ำในจุดดังกล่าวอย่างหนาแน่น และบางคนไม่รู้ว่าติดเชื้อ อาจจะกลายเป็นการแพร่เชื้อได้ในวงกว้าง ส่วนภาคเอกชนที่ยังมีการจัดกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์นั้น ทางกรุงเทพมหานครขอความร่วมมือให้งดจัดกิจกรรมที่มีการรวมคนมาอยู่ในสถานที่อย่างหนาแน่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ แต่หากภาคเอกชนยังมีความประสงค์ที่จะจัดกิจกรรม ทางกรุงเทพมหานครก็จะเข้าไปให้คำแนะนำวิธีการป้องกันการแพร่ระบาด โดยภาคเอกชนเหล่านั้นจะต้องจัดให้มีการคัดกรองคนตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเพณีสงกรานต์เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวไทย จึงไม่ได้มีเพียงการเล่นสาดน้ำเท่านั้น แต่ยังคงมีประเพณีการรดน้ำขอพร การทำบุญตักบาตร ซึ่งตามวัดต่างๆ ก็จะให้เจ้าหน้าที่ไปให้คำแนะนำในการคัดกรองคนก่อนเข้าไปทำบุญไหว้พระในช่วงที่มีการแพร่ระบาดนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทางกรุงเทพมหานครได้สั่งปิดศูนย์กีฬาเวสน์ 1 และ 2 เขตดินแดง เป็นการชั่วคราว เพราะในสถานที่ออกกำลังกายในร่ม มีคนมาใช้ออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก รวมถึงยังมีการใช้ห้องประชุมอีกด้วย จึงคาดว่าหากในสถานที่ปิดและมีคนมารวมกันเป็นจำนวนมากอาจจะเป็นการแพร่เชื้อได้ แต่ในส่วนของลู่วิ่งที่ใช้ออกกำลังด้านนอกที่เป็นสถานที่เปิด ยังคงใช้งานได้ตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล นายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร แถลงงดการจัดงานสงกรานต์ ถนนข้าวสาร ประจำปี 2563 เช่นกัน โดยระบุว่า งานประเพณีเทศกาลสงกรานต์ได้มีการจัดมากว่า 40 ปี และทำให้เกิดเงินสะพัดในแต่ละปีว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากมีชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงานจนเต็มพื้นที่ของถนนข้าวสาร และบริเวณโดยรอบย่านบางลำพูหลายแสนคน แต่ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในต่างประเทศและประเทศไทย ยังมีแนวโน้มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาด ผู้จัดงานถนข้าวสารได้มีการประชุมร่วมกันให้งดการจัดงานเทศกาลมหาสงกรานต์ถนนข้าวสาร ประจำปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยะบุตรกล่าวว่า นอกจากงดการจัดกิจกรรมบนถนนข้าวสารแล้ว ในรอบย่านบางลำพู เขตพระนคร ยังมีอีก 2 หน่วยงานที่จัดงานประเพณีสงกรานต์เป็นประจำทุกปี ทั้งกิจกรรมการแห่พระ การรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ การสรงน้ำพระ กิจกรรมการแสดง การประกวดเทพีวิสุทธิกษัตริย์ ดังนั้น ประชาคมชาววิสุทธิกษัตริย์ และประชาคมบางลำพู ของดการจัดงานสงกรานต์ด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59276</URL_LINK>
                <HASHTAG>จินดารัตน์ ชโยธิน, ปิยะบุตร จิวระโมไนย์กุล, พล.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรพินทร์ เพชรทัต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e6645fc363c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งห้ามเผาไร่นา ชี้เพิ่มมลภาวะ! บี้50เขตคุมเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นายกฯ สั่งกำนัน ผญบ.กำชับชาวบ้านห้ามเผาไร่นา ผิด กม.-เพิ่มมลภาวะ ผู้ว่าฯ กทม.บี้ 50 เขตคุมเข้มก่อสร้างเมกะโปรเจ็กต์ คพ.ทำโมเดลอากาศยันฝุ่นเขมรไม่เข้ากรุง กรมควบคุมโรคชี้อย่าด่วนสรุปหนุ่มชลฯ ตายด้วยฝุ่นพิษ แจงก่อผลกระทบเฉียบพลันไม่ได้ทำให้เสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวกับประชาชนระหว่างเดินทางไปตรวจราชการที่สวนพฤกษศาสตร์พุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ว่า วันนี้ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์มาทำให้รู้สึกเจ็บตา ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสภาวะอากาศ ทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ในหลายประเทศมีค่าฝุ่นละอองมากกว่าไทยหลายเท่า บางประเทศสูงถึง 400 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อ ลบ.ม.) แต่ของไทยอยู่ที่ 50-70 มคก.ต่อ ลบ.ม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตนนั่งเฮลิคอปเตอร์มาเห็นว่ายังมีการเผาไร่นาอยู่ ซึ่งในทางกฎหมายแล้วทำไม่ได้ &amp;nbsp;จึงขอฝากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล และท้องถิ่น ให้ช่วยกันชี้แจงชาวบ้านเพื่อให้เกิดความเข้าใจว่า การเผาซังตอข้าวนั้นถือเป็นการสร้างมลภาวะเช่นกัน ดังนั้นเราควรใช้วิธีไถกลบและวิธีการอื่นๆ จะต้องไม่ทำให้ปัญหาขยายไปในพื้นที่อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพราะถ้าคิดว่าเราเผาแค่เจ้าเดียวคงไม่เป็นปัญหา ถ้าทุกคนคิดเช่นนี้กันหมดก็จะเป็นปัญหาใหญ่ขึ้น ประเทศเพื่อนบ้านก็มีการเผาเยอะแยะ จึงต้องประสานความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาโลกร้อนเหมือนปัจจุบัน เพราะทุกประเทศต่างมีภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทำให้ชั้นบรรยากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างลงพื้นที่นายกฯ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่ขับรถยนต์ในขบวนทุกคันห้ามติดเครื่องระหว่างจอดรออย่างเด็ดขาด ตามนโยบายลดปัญหาฝุ่นละออง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางจินดารัตน์ ชโยธิน ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร กทม. ครั้งที่ 2/2562 ซึ่งมีนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ &amp;nbsp;กทม.เป็นประธานประชุม ถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และสถานีตรวจคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ 42-59 มคก.ต่อ ลบ.ม. พบมีค่าเกินมาตรฐานกำหนดไม่เกิน 50 มคก.ต่อ ลบ.ม. รวม 7 บริเวณ ได้แก่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 วัดได้ 55 มคก.ต่อ ลบ.ม. 2.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก 57 มคก.ต่อ ลบ.ม. 3.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ 51 มคก.ต่อ ลบ.ม. 4.เขตธนบุรี ริมป้ายรถเมล์บริเวณแยกมไหศวรรย์ 55 &amp;nbsp;มคก.ต่อ ลบ.ม. 5.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน 55 มคก.ต่อ ลบ.ม. 6.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม 59 มคก.ต่อ ลบ.ม. และ 7.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด 52 มคก.ต่อ ลบ.ม. ขณะที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของ คพ. พบมี 2 พื้นที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน คือ 1.เขตวังทองหลาง บริเวณ สน.โชคชัย ริมถนนลาดพร้าว 53 มคก.ต่อ ลบ.ม. และ 2.เขตวังทองหลาง แขวงพลับพลา 56 มคก.ต่อ ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ คพ.เสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขฝุ่นละออง PM2.5 โดยให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ประกาศกำหนดให้เขตที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญนั้น &amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งปัจจุบันติดราชการอยู่ต่างประเทศและจะเดินทางกลับในวันที่ 29 &amp;nbsp;ม.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.อัศวินไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมมอบหมายให้นายจักกพันธุ์สั่งการเร่งด่วนไปยัง 50 เขต เพื่อให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ไขฝุ่นละอองทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น &amp;nbsp;การฉีดละอองน้ำ การล้างและทำความสะอาดถนน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายจักกพันธุ์สั่งการให้ทุก 50 เขต เพิ่มมาตรการเข้มงวดตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ และต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) &amp;nbsp;ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522, พ.ร.บ.ความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2549 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดปัญหาฝุ่นละอองพร้อมกัน ทุกบริษัทที่ทำโครงการขนาดใหญ่ต้องยื่นแผนก่อสร้างให้สำนักการและสำนักงานเขตทราบก่อนการดำเนินการ อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบให้การก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน&amp;quot; นางจินดารัตน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เวลา 15.00 น.ว่า จากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ในช่วงบ่ายในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลอากาศลอยตัวได้น้อยลง ลมพัดอ่อน และไม่มีฝนตก &amp;nbsp;ประกอบกับเป็นการทำงานวันแรกของสัปดาห์ที่มีการจราจรหนาแน่น ทำให้ฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น โดยพื้นที่ริมถนนเกินค่ามาตรฐาน 20 สถานี ส่วนพื้นที่ทั่วไปเกินค่ามาตรฐาน 11 สถานี คาดการณ์ในวันที่ &amp;nbsp;29 ม.ค. อากาศจะลอยตัวได้น้อยและลมพัดอ่อนลง ทำให้ปริมาณฝุ่นละอองมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าฝุ่นละอองข้ามแดนจากประเทศกัมพูชานั้น คพ.ได้เฝ้าระวังติดตามแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง และหมอกควันข้ามแดนจากการเผาในที่โล่งทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้ทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้านอากาศ ซึ่งเป็นแบบจำลองของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency-EPA) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา และองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration: NOAA) เป็นหน่วยงานด้านการจัดการและวิจัยสภาพชั้นบรรยากาศของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่นักวิชาการด้านอากาศทั่วโลกใช้อยู่ เพื่อทำการประเมินผลกระทบของสถานการณ์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด คพ.ได้จำลองสถานการณ์ของวันที่ 20 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่พบจุดความร้อนสูงสุดในประเทศกัมพูชา มีจำนวน 895 จุด และผลจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า มีการเคลื่อนตัวของฝุ่นละอองขนาดเล็กจากประเทศกัมพูชาผ่านเข้ามาทางชายแดนจังหวัดตราด และเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทย &amp;nbsp;ไม่พบว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กจากประเทศกัมพูชาจะส่งผลกระทบต่อกรุงเทพฯ ทั้งนี้สอดคล้องกับข้อมูลจากเว็บไซต์ของศูนย์พยากรณ์อากาศอาเซียน ที่รายงานสถานการณ์หมอกควันในภูมิภาคอาเซียนจากทิศทางลม สรุปได้ว่าลมจะพาหมอกควันจากประเทศกัมพูชาลงไปทางตะวันออกแถบชายแดนจังหวัดตราดและลงสู่อ่าวไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับฝุ่นควันจากการเผาในที่โล่ง 5 จังหวัดปริมณฑล ขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 5 จังหวัดได้สั่งห้ามเผาโดยเด็ดขาดแล้ว รวมทั้ง คพ.ได้มีหนังสือขอความร่วมมือในการห้ามเผาในจังหวัดอื่นๆ ที่อาจจะส่งผลให้หมอกควันเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร อุทัยธานี ชัยนาท &amp;nbsp;และสระแก้ว สำหรับสาเหตุและปัจจัยที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง PM2.5 จากการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institute of Technology: AIT) พบว่าเกิดจากยานพาหนะ (รถดีเซล) ร้อยละ 52, เกิดจากการเผาในที่โล่ง ร้อยละ 35, ฝุ่นจากพื้นที่อื่น ร้อยละ 7 และฝุ่นจากดิน และอื่นๆ ร้อยละ 6. &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีผลการตรวจชันสูตรศพนายสมชาย กัดทอง อายุ 49 ปี อดีตข้าราชการทหารบกที่เสียชีวิตที่จังหวัดชลบุรี โดยอ้างสาเหตุมาจากการสูดดมฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ว่า ได้มอบหมายให้สำนักควบคุมโรค เขต 6 ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว แต่คาดว่ากว่าจะได้ข้อสรุปว่าเสียชีวิตจากฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือไม่นั้นต้องใช้เวลานานกว่า 5-8 &amp;nbsp;ปี เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่ายากที่จะพิสูจน์ ทั้งนี้ขออย่าได้ด่วนสรุปว่ามาจากฝุ่นละออง เนื่องจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เหมือนกับเชื้อโรคติดต่อ แต่เหมือนความเครียด ไขมันในเส้นเลือดซึ่งไม่สามารถบอกได้ ฉะนั้นอย่าเพิ่งรีบผูกโยงสาเหตุการเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนทำความเข้าใจว่าฝุ่น PM2.5 จะทำให้เกิดผลกระทบเฉียบพลัน คือคอแห้ง ระคายคอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอ จาม แต่ไม่ได้ทำให้เสียชีวิต ส่วนผลกระทบระยะยาวเหมือนกับร่างกายคนเราสูบบุหรี่เป็นเวลานาน เพราะในฝุ่นมีสารเคมีและก่อมะเร็งได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27737</URL_LINK>
                <HASHTAG>จินดารัตน์ ชโยธิน, นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส, ประลอง ดำรงค์ไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190128/image_big_5c4f11e44402c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมวดเจี๊ยบ&#039;ส่ออ่วม กทม.เล็งปรับป้ายลักไก่หาเสียง250ป้ายๆละ5พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นางจินดารัตน์ ชโยธิน ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและโฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกทม. ซึ่งมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.เป็นประธาน ถึงกรณี ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง หรือ &amp;ldquo;หมวดเจี๊ยบ&amp;rdquo; สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ทำการติดตั้งป้ายเชิงลักษณะคล้ายการหาเสียง ซึ่งมีการนำข้อความสนับสนุนกิจกรรมอุ่นไอรัก ไปติดตั้งบริเวณทางเท้าบริเวณถนนโชคชัย 4-ถนนลาดพร้าววังหิน พื้นที่เขตลาดพร้าวเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ว่า กทม.มีนโยบายจัดเก็บป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย ปลดแผ่นป้ายโฆษณาที่บอกเลิกสัญญาแล้ว และการรื้อย้ายตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในที่ประชุม พล.ต.อ.อัศวิน ได้กำชับในที่ประชุมให้ทุกสำนักงานเขตดำเนินการรื้อถอนป้ายที่กระจายตามพื้นที่ 50 เขต และระหว่างนี้ กทม.ยืนยันว่าไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองนำป้ายทุกชนิดมาติดตั้งตามพื้นที่ต่างๆ จนกว่าพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้งจะประกาศบังคับใช้ และเมื่อการประกาศแล้ว ทุกป้ายจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนขออนุญาตจากกทม.และเสียภาษีตามกำหนด โดยหากพบเห็นป้ายที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดเก็บทันที ตลอดจนกำชับให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะมีความผิดตามมาตรา 17 และ 56 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากศาลาว่าการกทม. แจ้งว่า สำหรับกรณี ร.ท.สุณิสา หรือ หมวดเจี๊ยบ ซึ่งนำป้ายมาติดตั้งบนทางเท้า ถนนโชคชัย 4 ถนนเสนานิเวศน์ ถนนลาดพร้าววังหิน ถนนประเสริฐมนูกิจ ถนนสตรีวิทยา 2 ถนนลาดพร้าว และถนนลาดปลาเค้า รวมทั้งสิ้น จำนวนประมาณ 250 ป้าย ทางสำนักงานเขตลาดพร้าวได้ดำเนินการให้เจ้าพนักงานเทศกิจดำเนินการเก็บป้ายโฆษณาดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว โดยทางเขตลาดพร้าวได้ดำเนินการเรียก ร.ท.หญิง สุณิสา มาทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายรวมทุกป้าย ไม่เกิน 5,000 บาทเท่านั้น ซึ่งในที่ประชุมผู้บริหารเห็นว่าเป็นการเปรียบเทียบปรับไม่สอดคล้องกับกฎหมาย จึงจะพิจารณาให้เปรียบเทียบปรับแบบป้ายต่อป้าย สูงสุดไม่เกินป้ายละ 5,000 บาท..&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23996</URL_LINK>
                <HASHTAG>จินดารัตน์ ชโยธิน, ติดป้ายหาเสียง, ที่ปรึกษาผู้ว่ากทม., ปรับ 5 พัน, หมวดเจี๊ยบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfcf64155b39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
