<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุลาการเสียงข้างน้อยชี้&#039;ม.256&#039;ทำได้แค่แก้รายมาตรา ร่างใหม่ทั้งฉบับไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานผลการลงมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ในคำร้องตามญัตติที่สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อกันเสนอคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสุดท้ายที่ประชุมมีมติ 8 ต่อ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว&amp;nbsp; พบว่า 1 เสียงที่เป็นเสียงข้างน้อยคือ นายจิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โดยตำแหน่งสุดท้ายก่อนมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือนายจิรนิติ แม้จะเป็นตุลาการเสียงข้างน้อย แต่พบว่า เป็นเสียงข้างน้อยที่ลงมติว่า มาตรา 256 เป็นบทบัญญัติเพื่อให้หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ต้องทำตามขั้นตอนของมาตรา 256 เท่านั้น ไม่สามารถแก้มาตรา 256&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มายกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ จึงมีความเห็นและลงมติว่าไม่สามารถแก้มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับใหม่ได้ ให้ทำได้แค่แก้รายมาตราเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การลงมติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 8 เสียง พบว่า ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันในรายละเอียดค่อนข้างมาก เช่น รายละเอียดหากจะแก้มาตรา 256 เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องทำอย่างไร โดยตุลาการเสียงข้างมากหลายคน ก็เห็นไม่ตรงกัน แต่ความคิดหลักๆ ก็เป็นไปตามมติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีมติออกมาว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96078</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิติ หะวานนท์, ตุลาการเสียงข้างน้อย, รัฐธรรมนูญ, ศาลรธน., แก้ม.256</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604e50ba846f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดกระเป๋าตุลาการรธน. &#039;จรัญ&#039;สุดอู้ฟู่รวย206ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญครั้งแรก &amp;ldquo;จรัญ&amp;rdquo; สุดอู้ฟู่ มีทรัพย์สินถึง 206 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน-สิ่งปลูกสร้าง &amp;ldquo;สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;rdquo; ประกาศรับสมัครเลขาฯ แทนรักษเกชา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งกรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 คน ที่ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินกรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2563 ประกอบด้วย 1.นายจิรนิติ หะวานนท์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ขณะที่คู่สมรสดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านบริหาร สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นบัญชีทรัพย์สินพร้อมคู่สมรส มีทรัพย์สินรวม 114,253,158.31 บาท ไม่มีหนี้สิน มีทรัพย์สินส่วนตัว 51,926,919.46 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากกว่า 23 ล้านบาท และที่ดินในจังหวัดนนทบุรี สระบุรี และตราด ขณะที่คู่สมรส ทรัพย์สิน &amp;nbsp;62,326,238.85 บาท โดยพบว่ามูลค่าที่ดินเขตบางซื่อ กทม. &amp;nbsp;จำนวน 1 แปลง ราคา 58 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.นายวิรุฬห์ แสงเทียน อดีตรองประธานศาลฎีกา แจ้งมีทรัพย์สินพร้อมคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน &amp;nbsp; 19,204,604.90 บาท ส่วนตัวมีทรัพย์สิน 17,698,178.40 บาท หนี้สิน 74,463.29 บาท ทรัพย์สินของคู่สมรส 1,595,297.55 บาท &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในรายละเอียดของทรัพย์สินส่วนมากเป็นมูลค่าที่ดิน และเงินฝากในบัญชีธนาคาร และ 3.นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม อดีตประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องในศาลฎีกา แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น &amp;nbsp;24,384,651.90 บาท มีหนี้สิน 308,413 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 24,076,238.90 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัว &amp;nbsp;8,656,369.57 บาท ทรัพย์สินของคู่สมรส 15,728,482.30 บาท &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในรายละเอียดของทรัพย์สินส่วนมากเป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร มูลค่าที่ดิน และเงินลงทุน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่พ้นตำแหน่ง &amp;nbsp;2 คน คือ 1.นายจรัญ ภักดีธนากุล ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2563 โดยยื่นพร้อมคู่สมรส มีทรัพย์สินรวม &amp;nbsp;206,133,234.92 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน &amp;nbsp;184,021,201.07 &amp;nbsp;บาท นายจรัญมีทรัพย์สินส่วนตัว 11,635,704.33 บาท พร้อมแจ้งได้รับค่าบรรยายพิเศษตั้งแต่ปี 2560 รวม 1,935,281บาท ขณะที่คู่สมรสมีทรัพย์สิน 194,497,530.59 บาท ส่วนใหญ่เป็นที่ดินและโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างในจังหวัดนครปฐม สงขลา และกรุงเทพฯ มูลค่ารวมกว่า &amp;nbsp;186 ล้านบาท แต่มีหนี้สินจากเงินกู้ธนาคารและหนี้สินอื่น &amp;nbsp;22,112,033.85 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 2.นายนุรักษ์ มาประณีต ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี ยื่นบัญชีพร้อมคู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินทั้งสิ้น 32,334,367.60 บาท มีหนี้สิน 345,044 บาท &amp;nbsp; แบ่งเป็นทรัพย์สินส่วนตัว 10,772,065.73 บาท ของคู่สมรส &amp;nbsp; 21,562,301.84 บาท ในรายละเอียดของทรัพย์สินส่วนใหญ่ เป็นเงินลงทุน ในกองทุนของสถาบันการเงิน 27 รายการ และเงินฝากอีก 27 รายการ มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 31,989,323.60 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินประกาศรับสมัครเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แทนนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะหมดวาระ ซึ่งได้กำหนดคุณสมบัติว่า ต้องสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่เกิน 60 ปีในวันที่ได้รับแต่งตั้ง และมีอายุไม่เกิน 65 ปี ในขณะดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอันจะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติงานของสำนักงาน หากเคยเป็นหรือเคยเป็นอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า โดยต้องดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ถ้าเป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร (ระดับรองเลขาธิการหรือเทียบเท่า) ในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และเคยปฏิบัติงานเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 &amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมืองในระยะ 3 ปีก่อนวันแต่งตั้ง &amp;nbsp; ไม่เป็นข้าราชการการเมือง ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมาย หรือเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักงานหรือถูกสั่งให้ออกจากงานในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน เพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่ ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากงานเพราะเหตุทุจริตต่อหน้าที่ ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก เพราะทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี บุคคลล้มละลาย ติดยาเสพติดให้โทษ หรือร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง โดยมีระยะเวลาและเงื่อนไขการจ้างตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง สามารถมายื่นใบสมัครได้ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชั้น 5 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. ถึงวันที่ 14 ก.ค.2563 ในวันและเวลาราชการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68531</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิติ หะวานนท์, วิรุฬห์ แสงเทียน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee379a9394a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชิงเก้าอี้ &#039;ปธ.ศาล รธน.คนใหม่&#039; อนค.เลือดเข้าตาดิ้นเฮือกสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นไปตามความคาดหมายของหลายฝ่าย ที่สุดท้ายผลการลงมติ ลับ ของที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันอังคารที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ครบตามจำนวนที่วุฒิสภาได้รับชื่อมา 5 ชื่อ โดยโหวตเห็นชอบเพียงแค่ 4 ชื่อเท่านั้น หลังมีกระแสข่าวออกมาตลอดหลายสัปดาห์ว่า บางรายชื่อที่มาจากสายศาลอาจมีปัญหาจนทำให้วุฒิสภาโหวตไม่เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการลงมติ เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ ที่เป็นการลงคะแนน ลับ ซึ่งบุคคลที่จะเข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน.จะต้องได้เสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ว.คือไม่น้อยกว่า 125 เสียง ผลออกมาสรุปได้ว่า รายชื่อที่ส่งมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 3 รายชื่อ ได้เข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน.ทั้งหมดคือ อุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตในศาลฎีกา เห็นชอบ 216 ไม่เห็นชอบ 3 เสียง วิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เห็นชอบ 216 ไม่เห็นชอบ 3 เสียง จิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เห็นชอบ 217 ไม่เห็นชอบ 2 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับชื่อที่ส่งมาจากคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก็ได้รับการโหวตเห็นชอบคือ นภดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต เห็นชอบ 203 ไม่เห็นชอบ 12 ไม่ออกเสียง&amp;nbsp; 4 เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ชื่อที่มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดคือ ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ไม่ผ่านความเห็นชอบ เพราะมีเสียงเห็นชอบเพียง 52 เสียง แต่มีเสียงไม่เห็นชอบถึง 139 เสียง ไม่ออกเสียง 28 เสียง ถือเป็นจำนวนเสียงไม่เห็นชอบที่สูงมาก ชนิดที่ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยครั้งนักในการโหวตเลือกองค์กรอิสระหรือองค์กรศาลหลายต่อหลายครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีของ ชั่งทอง อดีตผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดอยู่ในปัจจุบัน พบว่าหลังศาลปกครองสูงสุดเปิดรับสมัครตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่จะเข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน. แต่ปรากฏว่าไม่มีคนสมัคร จนศาลปกครองสูงสุดต้องทำหนังสือถึงคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน เพื่อขอหารือเรื่องการลดสเปกระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดลง จนสุดท้ายกรรมการสรรหาฯ ให้ลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลปกครองสูงสุด จากไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นไม่น้อยกว่า 3 ปี ศาลปกครองจึงเปิดรับสมัครอีกรอบ ทำให้ชั่งทองไปสมัครคัดเลือกเพียงคนเดียว จนได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และสุดท้ายวุฒิสภาก็โหวตไม่เห็นชอบ ชั่งทอง ไม่ได้ไปต่อในเก้าอี้ตุลาการศาล รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 12&amp;nbsp; บัญญัติเรื่องขั้นตอนการเข้าทำหน้าที่ตุลาการศาล รธน.ไว้ โดยสรุปความว่า &amp;quot;เมื่อมีผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว หากเป็นกรณีที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตําแหน่งด้วย ให้ผู้ได้รับความเห็นชอบประชุมร่วมกับตุลาการซึ่งยังไม่พ้นจากตําแหน่ง ถ้ามีเพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และในกรณีที่ผู้ซึ่งวุฒิสภาให้ความเห็นชอบยังได้ไม่ครบจํานวนที่ต้องสรรหาหรือคัดเลือก แต่เมื่อรวมกับตุลาการซึ่งยังดํารงตําแหน่งอยู่ ถ้ามีจํานวนถึงเจ็ดคนก็ให้ดําเนินการประชุมเพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ และเมื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้ว ให้ศาลดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจต่อไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าศาลประกอบด้วยตุลาการเท่าที่มีอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่ากับว่าหลังจากนี้ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 3 ตุลาการจากศาลฎีกาต้องไปลาออกจากการเป็นข้าราชการตุลาการให้เรียบร้อย ภายในเวลาไม่เกิน 15 วัน ขณะที่ นภดล ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว&amp;nbsp; จากนั้นพอเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้ง 4 คนก็ต้องไปร่วมประชุมกับตุลาการศาล รธน.อีก 4 คนชุดปัจจุบันที่ยังไม่หมดวาระ คือ วรวิทย์ กังศศิเทียม, ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ และ ปัญญา อุดชาชน เพื่อเลือกประธานศาล รธน.คนใหม่แทน นุรักษ์ มาประณีต ประธานศาล รธน.&amp;nbsp; เมื่อได้ชื่อแล้วประธานวุฒิสภาจึงนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป เท่ากับจะทำให้ตุลาการศาล รธน.แผงใหม่มีด้วยกัน 8 เสียงเป็นเลขคู่ จากปกติที่ตุลาการศาล รธน.ที่ปฏิบัติหน้าที่จะเป็นเลขคี่ กันไปก่อนชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนตำแหน่ง ประธานศาล รธน.คนใหม่ ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าแคนดิเดตอาจมีชื่อของ&amp;nbsp; วรวิทย์ กังศศิเทียม อดีตตุลาการศาลปกครองสูงสุด กับ ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ อาจเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้ประธานศาล รธน.ในกลุ่ม 4 ตุลาการชุดปัจจุบันที่ยังไม่ครบวาระ ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่าในส่วนของ 4 ว่าที่ตุลาการศาล รธน.ชุดใหม่ ให้จับตาชื่อของ อุดม-จิรนิติ ที่อาจเข้าชิงเก้าอี้ประธานศาล รธน.คนใหม่เช่นกัน ซึ่งในส่วนของ ดร.จิรนิติ เป็นผู้พิพากษาที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาล รธน. เพราะเคยทำงานที่สำนักประธานศาลฎีกาด้วยกันหลายปี และยังพบว่าก่อนหน้านี้เคยเข้าไปเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ในยุคหลัง คมช.ทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 ด้วย แต่ต่อมาได้ลาออกกลางคัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเรื่อง คดีความ-คำร้อง ในชั้นศาล รธน. ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจใหม่ในศาลรธน. พบว่า พรรคอนาคตใหม่ กำลังเลือดเข้าตา ดิ้นสู้อย่างหนัก ก่อนที่จะถึงวันนัดฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่กรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท ในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นได้จากเมื่อวันอังคารที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ฝ่ายกฎหมายของพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นหนังสือไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านคำสั่งของศาล รธน.ที่กำหนดให้พรรคจัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง หรือความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12 ก.พ. เพราะให้เวลากระชั้นชิดเกินไป รวมถึงเรียกร้องให้ศาลเปิดกระบวนการพิจารณาในศาลเพื่อเรียกพยานบุคคล 17 รายมาไต่สวนเบิกความ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่าประเมินแล้วศาล รธน.คงไม่มีการทบทวนเรื่องการไม่เปิดห้องพิจารณาไต่สวนตามที่พรรคอนาคตใหม่ต้องการ เพราะถือว่าศาล รธน.มีมติและมีคำสั่งไปแล้วให้นัดประชุมลงมติและอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่ 21 ก.พ. ดังนั้นการจะมากลับความเห็น เปลี่ยนท่าทีกลางคันคงยากที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ทำได้อย่างเดียวต่อจากนี้ก็คือ ลุ้นให้พรรคไม่โดนยุบและกรรมการบริหารพรรคไม่โดนตัดสิทธิทางการเมืองในวันที่ 21 ก.พ. ที่ศาล รธน.จะเริ่มอ่านคำวินิจฉัยเวลา&amp;nbsp; 15.00 น.ที่เป็นช่วงเวลาที่คนอนาคตใหม่บอกว่าเป็นสัญญาณไม่ค่อยดี!!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, จิรนิติ หะวานนท์, ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์, นภดล เทพพิทักษ์, วิรุฬห์ แสงเทียน, อุดม สิทธิวิรัชธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42c517aae8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สว.เคาะ4ตุลาการศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสภาลงมติเลือกแล้ว &amp;nbsp;4 ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ &amp;quot;ชั่งทอง&amp;quot; หลุดโผ เหตุเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดไม่ถึง 5 ปี เตรียมแจ้งหน่วยงานในสังกัดสรรหาคนใหม่ภายใน 30 วัน ขณะที่ประธาน ส.ว.เตรียมนำ 4 รายชื่อทูลเกล้าฯ ถวายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเลือกประธานแล้วเสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานที่ประชุม ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 12 วรรคแปด หลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยคณะกมธ.ดังกล่าวได้ขอขยายเวลาพิจารณารวมแล้ว 4 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตในศาลฎีกา, นายวิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา, นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา, นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และนายนภดล เทพพิทักษ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อู้ด เบื้องบน ส.ว. &amp;nbsp;ในฐานะประธาน กมธ.สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อฯ ชี้แจงว่า การตรวจสอบประวัติและข้อมูลเชิงลึกนั้นไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ เพราะต้องรักษาข้อมูลให้เป็นการพิจารณาแบบลับ อย่างไรก็ตามระยะเวลาที่ใช้จำนวนมาก เพราะหลังจากที่ กมธ.ได้รับข้อมูลต้องส่งไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรวจสอบ ซึ่งระบบราชการมีความล่าช้า โดยเฉพาะการจัดเก็บเอกสารแบบรุ่นโบราณ ทำให้ใช้เวลาค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการใช้เวลาจำนวนมาก ซึ่งการทำงานของ กมธ.สามารถตรวจสอบได้แค่นี้ ตามความยากที่ได้ข่าวสารหรือเนื้อหาต่างๆ ตามต้องการ ตามเวลาที่กำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. หารือว่าทั้ง 5 บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 กำหนดให้มีโควตาของบุคคลที่ได้รับการสรรหามาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่า หรือตำแหนงไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดมาแล้วไม่น้อยกว่า &amp;nbsp;5 ปี ซึ่งได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 8 วรรคหนึ่ง (5) ต้องมี 2 คน แต่กรณีที่เสนอชื่อมีเพียงคนเดียวคือ นายนภดล ดังนั้นในอนาคตหากมีบุคคลร้องต่อองค์พิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญอาจมีปัญหาได้ จึงขอให้นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการกรรมการสรรหา ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ต.เฉลิมชัยกล่าวด้วยว่า จากการอ่านรายงานของคณะกรรมการสรรหาบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยละเอียด ไม่พบประเด็นวินิจฉัยดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหา &amp;nbsp;ดังนั้นอาจเป็นเผือกร้อนของประธานวุฒิสภาที่มีหน้าที่นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแต่งตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรเพชรชี้แจงว่า ตนไม่อนุญาตให้ถามเลขาธิการวุฒิสภาในประเด็นดังกล่าว เพราไม่มีอำนาจให้ตนต้องปฏิบัติตาม ยอมรับว่าเป็นความรับผิดชอบของตนที่จะนำรายชื่อหลังจากที่วุฒิสภาเห็นชอบทูลเกล้าฯ ถวาย ทั้งนี้ การวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้ระยะเวลาจำนวนมากในการตรวจสอบประวัตินั้น ไม่ขอแก้ตัวแทน แต่ กมธ.ได้รับเวลาสรรหาครั้งแรกเพียง 45 วัน ซึ่งน้อยกว่าข้อบังคับที่วุฒิสภาเขียนขึ้นภายหลังว่า กำหนดให้ใช้เวลา 60 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้ยุติการหารือและเข้าสู่ขั้นตอนของการประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานของ กมธ. ต่อมาที่ประชุมได้เปิดการประชุมอีกครั้ง และให้ ส.ว.ทั้งหมดลงคะแนนในคูหาที่เตรียมไว้ กระทั่งเวลา 15.15 น. พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้น ได้ประกาศผลการลงมติ ดังนี้ นายอุดม เห็นชอบ 216 ไม่เห็นชอบ 3 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรุฬห์ เห็นชอบ 216 ไม่เห็นชอบ 3 เสียง, นายจิรนิติ เห็นชอบ 217 ไม่เห็นชอบ 2 เสียง และนายนภดล เห็นชอบ 203 ไม่เห็นชอบ 12 ไม่ออกเสียง 4 เสียง เท่ากับทั้ง 4 คนดังกล่าวได้รับคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ทั้งหมด จึงได้รับเลือกให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายชั่งทอง ได้คะแนนเห็นชอบ 52 ไม่เห็นชอบ 139 ไม่ออกเสียง 28 เสียง ถือเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุผลที่นายชั่งทองไม่ได้รับความเห็นชอบให้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก ส.ว.ส่วนใหญ่มองว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 200 กำหนดคุณสมบัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากสายศาลปกครองสูงสุดว่า ต้องดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่นายชั่งทองเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดไม่ถึง 5 ปี แต่ที่ผ่านการคัดเลือกมาได้ เพราะที่ประชุมศาลปกครองสูงสุดได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณา ลดเวลาดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดเหลือต่ำกว่า 5 ปี ในการไปดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าใช้เงื่อนไขต้องดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดไม่น้อยกว่า 5 ปี จะไม่มีตุลาการศาลปกครองสูงสุดคนใดได้รับการคัดเลือกเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งวรรคท้ายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 200 ระบุว่า ในกรณีจําเป็นให้คณะกรรมการสรรหาจะประกาศลดระยะเวลาลดลงจาก 5 ปีได้ แต่จะเหลือน้อยกว่า 2 ปีมิได้ ในที่สุดคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติลดเวลาการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครองสูงสุดเหลือไม่น้อยกว่า 3 ปี &amp;nbsp;ทำให้นายชั่งทองมีคุณสมบัติได้รับคัดเลือกไปดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดมา 3 ปีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส.ว.หลายคนมองว่าการลดเวลาดำรงตำแหน่งลงมาเหลือ 3 ปีของคณะกรรมการสรรหาฯ เป็นการลดสเปกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ควรเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์สูงมาทำหน้าที่สำคัญ ไม่ควรลดหย่อนกฎเกณฑ์ใดๆลงมา เพราะตัวแทนศาลฎีกาและผู้ทรงคุณวุฒิสาขาอื่นต่างๆ ดำรงตำแหน่งมากกว่า 5 ปี จึงไม่ควรที่ตุลาการศาลปกครองสูงสุดจะลดเวลาดำรงตำแหน่งลงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา กล่าวว่า กรณีที่ ส.ว.ไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน &amp;nbsp;1 คนนั้น ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 12 วรรคเก้า ระบุว่าให้ ส.ว.แจ้งผลการลงมติไปยังคณะกรรมการสรรหา ซึ่งกรณีดังกล่าว ส.ว.จะแจ้งไปยังที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดให้รับทราบว่านายชั่งทอง บุคคลที่สรรหามาจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดไม่ได้รับความเห็นชอบ จากนั้นหน่วยงานต้องสรรหาคนใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวอีกว่า สำหรับ 4 คนที่ได้รับความเห็นชอบ ตามขั้นตอนต้องลาออกจากตำแหน่งที่สังกัดในปัจจุบัน ภายใน 15 วัน จากนั้นสำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จะนัดประชุม 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบันและยังไม่พ้นวาระ ร่วมกับ 4 ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเลือกประธานศาลรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา นำรายชื่อประธานศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ และ 4 ว่าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป ขณะที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนที่ต้องพ้นวาระนั้น ส่วนตัวมองว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า 4 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญใหม่จะได้รับการโปรดเกล้าฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56928</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิติ หะวานนท์, ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์, พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม, วิรุฬห์ แสงเทียน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42bd9f78d67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; เมื่อวันจันทร์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งถึงรัฐมนตรีและข้าราชการขอให้ร่วมกันแต่งชุดดำไว้อาลัยเป็นเวลา 1 วัน แก่ผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เสียสละชีวิตจากเหตุกราดยิง 30 ศพ บาดเจ็บ 58 ราย ที่ จ.นครราชสีมา แต่เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กลับใส่เสื้อสีเทา ขาว กางเกงดำ เช่นเดียวกับ ครม.คนอื่น เนื่องจากนายกฯ ได้พิจารณาเพิ่มเติมเรื่องการแต่งกายเพื่อไม่ให้บรรยากาศโศกเศร้าเกินไป และในเวลาที่ทุกคนต้องการกำลังใจ ไม่จำเป็นต้องแต่งกายสีดำเช่นเดียวกับการไว้ทุกข์ แต่ขอความร่วมมือเพียงแต่งดสีฉูดฉาด แต่ในการประชุมวุฒิสภาวันเดียวกัน ส.ว.และหน่วยงานอื่นยังแต่งชุดดำ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แถลงทั้งน้ำตาขอโทษกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นายทหารสังกัดกองพันกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ กองทัพภาคที่ 2 ก่อเหตุยิงกราดยิงรวม 30 ศพ โดยเปิดเผยถึงมูลเหตุจูงใจว่า &amp;quot;เริ่มจากผู้ก่อเหตุไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติที่ได้มีการซื้อขายที่ดิน และผิดสัญญากัน รวมถึงเรื่องผลตอบแทน&amp;quot; พร้อมวิงวอนสังคมอย่าด่าทหารและกองทัพ ให้มาลงที่ตัวเอง และประกาศขอ 3 เดือน จะล้างบางธุรกิจในกองทัพนี้ตั้งแต่ระดับนายพลถึงพันเอกหลายคนไม่มีงานแน่ สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้วและยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร ต้องย้ายออกเพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ จับตาว่าอีก 3 เดือน จะทำตามคำพูดตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความเป็นห่วงคือพฤติกรรมเลียนแบบ แต่นั่นปัญหาปลายเหตุมากกว่า เช่น เหตุกราดยิงในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ ส่วนใหญ่ต้นเหตุมาจากปัญหาทางเชื้อชาติ เหยียดผิว ทำให้พวก ขวาจัดสุดโต่ง ก่อเหตุ สำหรับสังคมไทยมีเหตุประชาชน เจ้าหน้าที่ ไม่ได้รับความยุติธรรมและไร้ทางออกอยู่มากมาย ส่วนเหตุยิงผู้บังคับบัญชาเกิดหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เสียชีวิตมากขนาดนี้ ส่วนใหญ่มาจากความคับแค้นใจเช่นเดียวกับ จ.ส.อ.จักรพันธ์ กรณี ผบ.ทบ.จะเปิดช่องทางร้องเรียนส่งข้อมูลตรงถึงตัวเอง แต่ต้องแสดงตนว่าเป็นใคร จะมีหลักประกันอย่างไรว่าจะเป็นความลับ โดยเฉพาะใน ระบบชั้นยศแบบทหาร หากผู้บังคับบัญชารู้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชา แข็งข้อ ก็ชะตาขาดไปครึ่งตัวแล้ว ดังนั้นการร้องเรียนโดยไม่แสดงตัวตนก็สามารถรับเรื่องไปตรวจสอบได้ หากพบว่ามีข้อเท็จจริงต้องรีบแก้ไขให้ทันท่วงที ก่อนที่จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การโหวตวาระ 2 และ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 ของสภาผู้แทนราษฎร ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ 13 ก.พ.นี้ พรรคร่วมรัฐบาลคงต้องทำหน้าที่รับผิดชอบฝ่ายเดียวในการระดม ส.ส.มาร่วมประชุม เพราะฝ่ายค้านโดยพรรคเพื่อไทย จะไม่เข้าร่วมประชุมด้วย โดยจะเซ็นชื่อเข้าร่วมประชุมเท่านั้น เพราะเห็นว่าปัญหาเกิดจาก ส.ส.รัฐบาล และที่ผ่านมาฝ่ายค้านก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลโดยตลอด แต่สุดท้าย พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็มาพังเพราะมือของฝ่ายรัฐบาลเอง การบอยคอตเช่นนี้ยิ่งจะเข้าทางรัฐบาลไม่ต้องอภิปรายให้เสียเวลา...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ประชุม ส.ว.ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์ และ นายนภดล เทพพิทักษ์ ยกเว้น นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ ที่ไม่ให้ความเห็นชอบ ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยื่นศาล รธน.ขอเปิดไต่สวนพยาน 17 ปากอย่างเปิดเผย ก่อนชี้ชะตาคดีกู้เงิน 21 ก.พ.นี้ แต่คงไม่ทันแล้วล่ะ เพราะหากช้าไปกว่านี้จะเข้าสู่ช่วงทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อทั้ง 4 คน ดังนั้นตุลาการ 5 คนที่จะต้องพ้นตำแหน่งต้องทิ้งทวนวินิจฉัยคดีเงินกู้ในวันที่ 21 ก.พ.นี้แน่นอน...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น่าเห็นใจ เรือเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 2,200 คน ที่มีข่าวจะเทียบท่าที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี 13 ก.พ.นี้ หลังจากถูกทางการฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาะกวม และญี่ปุ่น ปฏิเสธให้เทียบท่า เพราะความกังวลเรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากแวะรับผู้โดยสารที่ฮ่องกง 687 คน โดยทางการไทยปฏิเสธให้เทียบท่าเช่นกัน แต่ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ มองตรงข้าม เสนอให้ไปใช้ facilities - สิ่งอำนวยความสะดวกของทหารเรือที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จากนั้นคัดกรอง กักบริเวณ เพื่อสังเกตอาการ คือเรื่องของมนุษยธรรม คนที่อยู่ในเรือเขาเดือดร้อน ถ้าเขาขึ้นฝั่งได้ที่ประเทศไทย เขาจะซาบซึ้ง และจดจำนึกถึงประเทศไทยตลอดไป ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ จากทั่วโลกให้มาเป็นลูกค้าประเทศไทยไปอีกนาน...0 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56920</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิติ หะวานนท์, ชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์, ดร.ปิติ ศรีแสงนาม, บันทึกหน้า4, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, วิรุฬห์ แสงเทียน, อุดม สิทธิวิรัชธรรม, เรือเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาเลือก&#039;วิรุฬห์-อุดม-จิรนิติ&#039;เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรุฬห์&amp;nbsp; แสงเทียน,นายอุดม&amp;nbsp; สิทธิวิรัชธรรม,นายจิรนิติ&amp;nbsp; หะวานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.62 -&amp;nbsp; ที่ศาลฎีกา &amp;nbsp;นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เรียกประชุมผู้พิพากษาในศาลฎีกา 176 คน เพื่อประชุมใหญ่ศาลฎีกา ลงคะแนนเลือกผู้พิพากษาศาลฎีกา ระดับหัวหน้าคณะขึ้นไป ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อไปเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 คน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 200 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง บัญญัติไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อเวลา 13.30 น. นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยผลการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมไปเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา นัดประชุมเพื่อลงมติเลือกผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 3 คน ตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 60 มาตรา 200 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1) วรรคสอง , มาตรา 12 วรรคสอง และระเบียบศาลฎีกาว่าด้วยการคัดเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสมัครคัดเลือกนั้น มีผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบ จากคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามทั้งสิ้น จำนวน 6 คน คือ 1. นายอุดม&amp;nbsp; สิทธิวิรัชธรรม&amp;nbsp; ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา 2. นายทวีป&amp;nbsp; ตันสวัสดิ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 3. นายวิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 4. นายจิรนิติ&amp;nbsp; หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 5. นายปริญญา&amp;nbsp; ดีผดุง ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 6. นายชำนาญ&amp;nbsp; รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่า ผู้ที่ได้รับคะแนน 3 คนแรกและมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนผู้พิพากษาในศาลฎีกาที่มีอำนาจหน้าที่ เข้าประชุมและลงมติในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้แก่ นายวิรุฬห์&amp;nbsp; แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา , นายอุดม&amp;nbsp; สิทธิวิรัชธรรม ประธานแผนกคดีคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกา&amp;nbsp;, นายจิรนิติ&amp;nbsp; หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนหลังจากนี้ว่า ศาลฎีกาจะเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 3 คนไปยังวุฒิสภา (ส.ว.) เพื่อให้ความเห็นชอบตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 12 วรรคแปด ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้พิพากษาทั้ง 3 คนที่ได้รับการเลือกจากที่ประชุมใหญ่นั้น นายวิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา นั้นเคยดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา , ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา และอดีตองค์คณะที่ร่วมพิพากษาคดีโครงการจำนำข้าว และคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ก็เคยเป็นเลขานุการศาลฎีกา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล&amp;nbsp;เป็นผู้ที่มีความช่ำชองข้อกฎหมาย โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกานั้น ปี 2560 เคยได้เป็นเจ้าของสำนวนและองค์คณะคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีอาญาและแพ่งที่ ป.ป.ช. กล่าวหานายเกษม นิมมลรัตน์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย คนสนิทเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และอดีตที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงใหม่ ยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42475</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรนิติ หะวานนท์, ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, วิรุฬห์  แสงเทียน, อุดม  สิทธิวิรัชธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d4297a99e63e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูวิทย์ปกปิดหุ้นกลับซังเตอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ชูวิทย์&amp;quot; กลับไปนอนในคุกอีกรอบ 1 เดือน ศาลชี้จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ กรณีไม่แสดงหุ้นภัตตาคาร 1.5 แสน ในบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. ระบุผู้ถูกกล่าวหาเคยต้องโทษในคดีบุกรุก ได้รับโทษเกิน 6 เดือน และพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี จึงไม่อาจรอการลงโทษได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดพิจารณาคดีครั้งแรกหรือนัดฟังคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ อม.26/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นฟ้องนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินร่วมลงทุนภัตตาคารแห่งหนึ่ง มูลค่า 150,000 บาท ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34, 119 และขอให้สั่งห้ามผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ป.ป.ช.ผู้ร้อง และนายชูวิทย์ ผู้ถูกกล่าวหา เดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 13.30 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายชูวิทย์ผู้ถูกกล่าวหาฟัง โดยนายชูวิทย์ให้การรับสารภาพ พร้อมแถลงประกอบคำรับสารภาพว่า ตนมีทรัพย์สินมากกว่า 500 ล้านบาท โดยไม่ได้เจตนาปกปิดการรายงานหุ้นร่วมลงทุนจำนวน 150,000 บาท เนื่องจากผู้ทำรายงานคงตกหล่นไป ประกอบกับในปี 2546 ตนได้โอนหุ้นดังกล่าวให้กับบุคคล 2 คนเป็นผู้ถือหุ้นแทน เนื่องจากการขอใบอนุญาตสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้ใช้ชื่อตนเป็นผู้ประกอบการ และหุ้นของภัตตาคารดังกล่าวไม่มีรายได้ จึงเข้าใจว่าไม่ต้องรายงานทรัพย์สินดังกล่าวแก่ ป.ป.ช. ที่ผ่านมาตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองปี 2548 ก็ไม่เคยรายงานทรัพย์สินดังกล่าว ขอให้ศาลใช้ดุลพินิจนำคำแถลงประกอบคำรับสารภาพของตนเพื่อใช้ดุลพินิจพิจารณาโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ คดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานอีก จึงอ่านคำพิพากษาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์คำร้องเอกสารประกอบคำฟ้องและคำให้การผู้ถูกกล่าวแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อปี 2554 พ้นจากตำแหน่งปี 2556 ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแก่ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน นับจากวันเข้ารับตำแหน่ง, วันที่พ้นตำแหน่ง และวันที่พ้นตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32, 33 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว ย่อมทราบดีว่าผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผู้ถูกกล่าวหายื่นรายการแสดงทรัพย์สินโดยไม่แสดงรายการเงินลงทุนกับภัตตาคารแห่งหนึ่ง มูลค่า 150,000 บาท โดยชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ว่า ได้โอนหุ้นให้พนักงานสถานประกอบการไฮคลาส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ 2 ราย ไปก่อนกำหนดการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งขัดกับคำให้การของพนักงานสถานประกอบการไฮคลาสฯ ทั้ง 2 รายต่ออนุกรรมการไต่สวนว่าพยานเป็นเพียงพนักงานของสถานประกอบการไฮคลาสฯ และมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแทนผู้ถูกกล่าวหาเพื่อยื่นเรื่องขอใบอนุญาตสถานประกอบการเท่านั้น แต่ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์จึงเชื่อว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือหุ้นของภัตตาคารที่ร่วมลงทุน แต่มีเจตนาไม่แสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีหน้าที่ยื่นบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องปฏิบัติ เพื่อใช้ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ จึงฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ครั้งที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า นายชูวิทย์จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32, 33 ห้ามผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 9 ธ.ค.2556 ที่พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ครั้งที่ 2 ตามมาตรา 34 วรรคสอง และเป็นความผิดตามมาตรา 119 ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน แต่ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาเคยต้องโทษในคดีหมายเลขแดงที่ 3220/2549 ฐานทำให้เสียทรัพย์/บุกรุก ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้รับโทษจำคุกเกิน 6 เดือน ซึ่งไม่ใช่คดีประมาทหรือลหุโทษ และพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี จึงไม่อาจรอการลงโทษได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายชูวิทย์ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ &amp;nbsp;โดยศาลพิจารณาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ และเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน คดีไม่อาจรอการลงโทษได้ องค์คณะมีมติไม่ให้ปล่อยชั่วคราว เพราะจำเลยอาจหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายชูวิทย์ ขึ้นรถเรือนจำไปควบคุมตัวรับโทษที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับองค์คณะที่พิจารณาคดีนี้ ประกอบด้วย 1.นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา 2.นายประมวญ รักศีลธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 3.นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 4.นายบุญไทย อิศราประทีปรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา 5.นายชลิต กฐินนะสมิต ผู้พิพากษาศาลฎีกา 6.นายเสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้พิพากษาศาลฎีกา 7.นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา 8.นางคำนวน เทียมสอาด ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และ 9.นายกีรติ กาญจนรินทร์ พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีรติ กาญจนรินทร์, คำนวน เทียมสอาด, จิรนิติ หะวานนท์, ชลิต กฐินนะสมิต, ชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล, ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, บุญไทย อิศราประทีปรัตน์, ประมวญ รักศีลธรรม, พรรครักประเทศไทย, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bb17739332.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
