<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่นใจ3ป.รอดซักฟอก โพลเชื่อปรับครม.ครั้งใหญ่/ฝ่ายค้านตั้ง2วอร์รูมงัดรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลเผยประชาชนคาดหวังข้อมูลซักฟอกรัฐบาล เชื่อ ครม.มีปัญหา หลังอภิปรายน่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ แต่มั่นใจ 3 ป.ผ่านฉลุย ขณะที่เพื่อไทยได้โควตา 15 คน เจ้าของฉายา &amp;quot;สุทิน คลังแสง&amp;quot; นำทีม ฝ่ายค้านตั้ง 2 วอร์รูมสู้รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เชื่อมั่น 3 ป. ผ่าน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,730 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.9 คาดหวังต่อข้อมูลของฝ่ายค้านแน่น น่าเชื่อถือ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 9.1 ไม่คาดหวัง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.2 ระบุ พรรคร่วมฝ่ายรัฐบาลทำงาน มีปัญหาจริง ตามที่ฝ่ายค้านตั้งโจทย์ ในขณะที่ร้อยละ 9.8 ระบุไม่ได้มีปัญหาในการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจคือ เกือบร้อยละร้อย หรือร้อยละ 99.3 ระบุหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องการให้มีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.3 ระบุฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ชาติ และร้อยละ 93.0 ระบุต้นเหตุอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ปล่อยปละละเลย ทุจริต ขนแรงงานเถื่อน บ่อนพนัน ยาเสพติด และอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.8 เชื่อมั่นต่อ 3 ป. ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะสามารถผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า &amp;ldquo;แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์&amp;rdquo; ใครทำอะไรไว้ไม่ดีต่อชาติบ้านเมืองทั้งที่แยบยลและไม่แยบยล ย่อมจะมีพลังอะไรบางอย่างจัดการ &amp;ldquo;กวาดให้เรียบ&amp;rdquo; ยิ่งถ้าขั้วอำนาจใดมีรากลึกแข็งแกร่งเกินไป ขั้วอำนาจที่เหลือก็จะอ่อนแอ ยวบยาบ และบ้านเมืองก็จะเคลื่อนยาก เสาหลักต่างๆ อาจจะโคลงเคลง เพราะขาดความสมดุลแห่งอำนาจ (Balance of Power) ที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวต่อว่า ดังนั้น การถ่วงดุลอำนาจต่างๆ โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อแผ่นดินนี้เป็นเรื่องจำเป็น และหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจำเป็นต้องพิจารณาการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าการปรับคณะรัฐมนตรี นั่นคือ การถ่วงดุลอำนาจไม่ให้ใครมีอำนาจคับฟ้า มากจนเกินไป เพราะอำนาจเป็นแหล่งผลประโยชน์ ที่ถ้าใครครอบครองมากเกินไปก็จะแข็งแกร่งมากเกิน จนขั้วอำนาจอื่นๆ ที่เหลืออยู่จะอ่อน ยวบยาบในวันหนึ่งข้างหน้า จนความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนจะถูกละเลย โดยเสียงที่ทุกข์ยากของประชาชนจะไปไม่ถึงผู้ปกครองสูงสุด &amp;ldquo;สมมาตรแห่งอำนาจ&amp;rdquo; จึงจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายครั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 19 ชั่วโมง 45 นาที มี ส.ส.ที่จะขึ้นอภิปราย 15 คน อภิปรายรัฐมนตรีจำนวน 5 คน แต่ขอไม่เปิดเผยว่าเป็นรัฐมนตรีคนไหนบ้าง โดยมี ส.ส.บางคนที่อภิปรายรัฐมนตรีมากกว่า 1 คน เบื้องต้นได้คุยกับ ส.ส.ที่จะอภิปรายรัฐมนตรีไว้บ้างแล้ว โดยวันที่ 10 ก.พ. ทางพรรคเพื่อไทย จะมีการประชุมผู้อภิปรายเพื่อจัดเรียงลำดับการอภิปราย มั่นใจว่าข้อมูลที่จะให้ในการอภิปรายครั้งนี้มีหลักฐานชัดเจน และไม่มีการซ้ำประเด็น เนื้อหาตรงจุด ไม่มีออกนอกเรื่องอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อ ส.ส.ที่จะขึ้นอภิปรายในครั้งนี้ อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม, นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า การอภิปรายในครั้งนี้ทุกอย่างเป็นความลับ มีเพียง ส.ส.ในตำแหน่งเท่านั้นที่ดำเนินการ เพราะเกรงว่าจะถูกครหาว่าข้อสอบรั่วเหมือนครั้งที่ผ่านมา และขอชี้แจงว่าการอภิปรายครั้งที่แล้ว รัฐบาลเพิ่งข้ามาบริหารประเทศ เพียงไม่นานก็มีการอภิปราย งบประมาณก็ยังไม่ได้ใช้ จึงอภิปรายได้จำกัด แต่ครั้งนี้ประเทศมีวิกฤติ รัฐบาลบริหารมาได้ครึ่งเทอม มีทั้งวิกฤติโควิด-19 วิกฤติเศรษฐกิจและสังคม ถ้าพรรคฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลคงไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีได้ถึง 10 คน และทุกวันนี้ก็ยังตกลงเรื่องของเวลาอภิปรายไม่ได้ เพราะข้อมูลแน่น จึงขอให้มั่นใจ ส่วนที่บางฝ่ายกังวลว่าการแถลงข่าวของตนเป็นการเฉลยการบ้านนั้น งานนี้เป็นเพียงแอพพิไทเซอร์ ขอให้รอดูเมนคอร์ส มันแน่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในเบื้องต้นนั้น ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมาจากการทำงานร่วมกันของ 6 พรรคฝ่ายค้านเดิม บวกกับอีก 1 พรรค คือพรรคไทยศรีวิไลย์ เราเห็นตรงกันว่าญัตติไม่มีปัญหา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เองก็ตรวจสอบแล้วบอกว่าญัตติที่เรายื่นไปไม่ขัดข้อบังคับหรือขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรื่องเนื้อหาการอภิปราย พรรคก้าวไกลยืนยันชัดเจนว่าเราไม่ได้อภิปรายถึงสถาบัน แต่เป้าหมายของเราจะอภิปรายหัวหน้ารัฐบาล ว่าตลอดการบริหารราชการเเผ่นดินที่ผิดพลาด ได้นำเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างประชาชนผู้เห็นต่างอย่างไรบ้าง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สำหรับภาพรวม ฝ่ายค้านจะมีการจัดตั้งทีมวอร์รูม 2 ทีมหลักใหญ่ๆ ดูแลทั้งในเเละนอกห้องประชุม คือ 1.วอร์รูมเตรียมการอภิปราย มีคีย์แมนหลักแต่ละพรรค คอยประสานงานเตรียมการมากว่า 1 เดือนแล้ว 2.วอร์รูมระหว่างอภิปราย นำโดย นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล คอยมอนิเตอร์ ส่วนเรื่องเนื้อหาอภิปราย แต่ละพรรคต้องรับผิดชอบเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของก้าวไกล แบ่งเป็น 2 ทีมใหญ่ๆ ทีมที่ 1 มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นหัวหน้าทีม และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล คอยช่วยดูเนื้อหา ส่วนทีมที่ 2 พรรคมอบหมายตน ดูกรณีหากถูกพาดพิง เราได้เตรียมขุนพลไว้รับมือหากรัฐบาลไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับแล้วหลายคน อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามั่นใจว่าข้อมูลฝ่ายค้านไม่มีช่องโหว่ ข้อมูลศึกซักฟอกรอบนี้จะส่งผลสะเทือนรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาล ในกรณีข้อกล่าวหาที่มีมูล เราจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ด้วย ขอให้ผู้ชมทางบ้านติดตามให้ดี เรามั่นใจน้ำหนักข้อมูลดีกว่าการอภิปรายครั้งก่อน และมั่นใจข้อมูลจะนำไปสู่การลาออกของรัฐมนตรีบางคน เพื่อเเสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารงานที่ผิดพลาด แน่นอนว่าเสียงของฝ่ายค้านในสภาไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่พยานหลักฐานที่ฝ่ายค้านนำมาตีแผ่ครั้งนี้ จะนำไปสู่การรับผิดชอบของรัฐบาลในการลาออกจากตำแหน่ง&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ.2564 &amp;nbsp;ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ.2563 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 นั้น บัดนี้ จะสิ้นกำหนดเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันตามสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2564.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92220</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, ธีรัจชัย พันธุมาศ, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สุทิน คลังแสง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601ea5017d010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.กังวลประชาชนเริ่มการ์ดตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2 ราย กลับจากซาอุฯ-เนเธอร์แลนด์ ไม่มีติดเชื้อในประเทศ 15 วัน ศบค.ย้ำปลอดภัยต้องพ้น 28 วัน สธ.กังวล ปชช.เริ่มการ์ดตก &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอบคุณทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขจนดีขึ้น ชี้ไม่อีเหละเขะขะไปเฟส 4 ได้แน่ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; รับ พ.ร.บ.โรคติดต่อไม่บูรณาการเท่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังไม่หนุนเปิดประเทศ ภูเก็ตเปิดชายหาดวันแรกคุมเข้มสกัดไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เวลา 11.30 น. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) หรือ &amp;nbsp;ศบค. แถลงว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 2 ราย จากสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศซาอุดีอาระเบียและเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ หรือเป็นศูนย์รายต่อเนื่องกันเป็นวันที่ 15 ซึ่งผู้ป่วยยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,121 ราย รักษาหายเพิ่มขึ้น 1 ราย และยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 90 ราย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 58 &amp;nbsp;ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ รายแรกเป็นนักศึกษาชายไทยวัย 22 ปี เดินทางกลับมาจากซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 25 พ.ค. มีอาการไข้ แต่ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ต่อมาตรวจครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.หรือ 14 วันหลังจากเดินทางกลับมา พบว่าติดเชื้อโควิด-19 โดยเข้าพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลในจังหวัดปัตตานี ส่วนรายที่ 2 เป็นหญิงไทยวัย 31 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางกลับมาจากเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย. เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งใน กทม. ตรวจครั้งที่ 1 ผลบวกไม่ชัดเจน และเข้ารักษาตัวโรงพยาบาลใน กทม. จากนั้นในวันที่ 8 มิ.ย.ตรวจซ้ำพบว่าติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีการถามว่าตอนนี้เรามีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเป็น 0 รายติดต่อกันมา 15 วันแล้ว &amp;nbsp;สถานการณ์ปลอดภัยปลอดเชื้อหรือยัง สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือยัง ขอตอบในทางหลักการระบาดวิทยา ปกติจะใช้ 2 เท่าของระยะเวลาฟักตัวที่ยาวที่สุดของโรคจึงปลอดภัย โดยโควิด-19 &amp;nbsp;ระยะเวลาฟักตัวอยู่ที่ 14 วัน ดังนั้น 2 เท่าคือ 28 วัน เพราะฉะนั้นอาจจะต้องรอให้พ้น 28 วันไปก่อนจึงจะเรียกว่าระยะที่มีความเสี่ยงต่ำ&amp;quot; พญ.พรรณประภาระบุ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลีใต้ มีการระบาดเกิดขึ้นระลอกที่ 2 จากการพบเชื้อในผับ บาร์ โบสถ์ โดยเป็นการติดเชื้อแบบกลุ่มซึ่งไม่แสดงอาการ นอกจากนั้นในสถานที่เฝ้าระวังที่รัฐจัดให้ มีการพบเชื้อโดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นระยะเวลาที่มีความปลอดภัยคือ 28 วัน รวมถึงมีผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ จึงยังคงต้องเฝ้าดูอาการเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อ ทั้งนี้การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่างทางสังคม คือสิ่งที่ทุกคนยังต้องปฏิบัติกันอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ป่วยเกือบ 7.2 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1 แสนราย เสียชีวิตเพิ่ม 2,502 ราย &amp;nbsp;รวมกว่า 4.08 แสนราย ประเทศไทยอันดับตกลงมาจาก 81 มาอันดับ 83 ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจของต่างประเทศคือ นิวซีแลนด์ซึ่งมีมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดสุดในโลก ไม่ให้คนออกจากบ้าน ให้ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น ตอนนี้ประกาศยุติมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หลังไม่มีผู้ติดเชื้อและผู้ติดเชื้อคนสุดท้ายรักษาหายแล้ว โดยไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 17 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณประภากล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมามีการทำงานที่บ้านในช่วงล็อกดาวน์ แต่หลังจากมีมาตรการผ่อนคลายระยะ 3 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเริ่มให้กลับมาทำงานตามปกติมากขึ้น ทำให้มีโอกาสจะเจอปัญหาจากการรับประทานอาหารกลางวันในสถานที่ที่อาจมีความแออัด จึงขอให้สวมหน้ากากอนามัย พกแอลกอฮอล์เจล แอลกอฮอล์สเปรย์ติดไปด้วย ส่วนการเว้นระยะห่างทางสังคมอาจทำได้ยากขึ้น ดังนั้นหากเห็นมีคนมากแล้วอาจซื้อกลับมาทานที่ทำงาน หรือนำอาหารจากที่บ้านมาทานเอง นอกจากนี้ผู้ประกอบการอาจปรับระยะเวลาในการลงมาพักกลางวันเป็นเหลื่อมเวลา เช่น 11 โมง &amp;nbsp;11 โมงครึ่ง เที่ยงครึ่ง และบ่ายโมง ซึ่งร้านอาหารยังเปิดอยู่ จะช่วยลดความหนาแน่นของผู้คนที่ลงมารับประทานอาหารกลางวันได้
สธ.กังวลคนไทยการ์ดตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการสำรวจการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ระหว่างมาตรการผ่อนปรนสัปดาห์ที่ 3 ระหว่างวันที่ 22-28 พ.ค.ทางออนไลน์ กลุ่มตัวอย่าง 25,623 ราย พบว่ามีการสวมหน้ากากผ้าตลอดเวลา 91.5% การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ 83.2% กินอาหารร้อนและใช้ช้อนกลางของตัวเอง 82.7% ภาพรวมพฤติกรรมป้องกันตัวเอง 74.8% ระวังไม่อยู่ใกล้คนอื่นในระยะน้อยกว่า 2 เมตร และระวังไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก 56.9%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสำรวจเรื่องการสวมหน้ากากก็ยังถือว่าค่อนข้างดี แต่ลดลงกว่าที่ผ่านมา การล้างมือก็ลดลง สิ่งที่ต้องร่วมมือกันคือการเว้นระยะห่าง ซึ่งวันนี้เราค่อนข้างกังวลใจกับการป้องกันตนเองที่ลดลง ซึ่งจากการสอบถามพบว่าที่ทำได้น้อยลงมี 3 เหตุผล คือ 1.รู้สึกว่าทุกวันที่รายงานไม่มีผู้ป่วยในประเทศ &amp;nbsp;ทำให้รู้สึกว่าน่าจะปลอดภัยขึ้น 2.รู้สึกความเสี่ยงติดเชื้อต่ำลง และ 3.น่าเห็นใจว่าบางครั้งกิจวัตรประจำตัวไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ยังอยากฝากให้มีหน้ากากผ้าติดตัวเพื่อสวมใส่ด้วยเพื่อเป็นการป้องกันการรับ และแพร่เชื้อต่อ รวมถึงการล้างมือด้วย&amp;quot; อธิบดีกรมอนามัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 4 พญ.พรรณพิมลกล่าวว่า ทุกการผ่อนปรน ทุกกิจการเราจะเน้น 3 ส่วน คือ 1.เน้นการสวมหน้ากากผ้าในที่สาธารณะ 2.การล้างมือบ่อย การระวังไม่ใช่มือสัมผัสหน้า หน้าเป็นพื้นผิวสัมผัส และ 3.การเว้นระยะห่างไม่ให้แออัดเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ประกอบการต้องเน้นย้ำการคัดกรองทั้งคนให้และรับบริการ การจัดให้มีการเว้นระยะห่าง ที่สำคัญคือ การติดตาม การลงทะเบียนไทยชนะร่วมกัน วันนี้สถานการณ์มาถึงจุดที่จะผ่อนปรนระยะถัดไปอีก ถ้าเราไม่ทิ้งมาตรการหลักเราจะได้เดินหน้าในกิจการถัดๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยแก้ปัญหาโควิด-19 ได้อย่างดียิ่ง วันนี้เป็นเรื่องน่ายินดีที่ไม่พบผู้ป่วยใหม่ในประเทศเป็นเวลาติดต่อกัน 15 วัน หลายจังหวัดเปิดกิจการ/กิจกรรม ตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 &amp;quot;หากเราทำระยะที่ 3 ดี จะไประยะที่ 4 ได้ ถ้าระยะ 3 ยังอีเหละเขะขะอยู่ก็ไประยะที่ 4 ไม่ได้สักที ผมเห็นใจในความเดือดร้อน แต่ก็ต้องเข้าใจสถานการณ์ด้านสุขภาพด้วย &amp;nbsp;หลายคนอาจจะบอกว่าไม่มีการแพร่ระบาดแล้ว ขอให้ยกเลิกอันโน้นอันนี้ได้ไหม ท่านต้องเข้าใจก่อนว่าต้องมีกฎหมายสักตัวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้ตามมาตรฐานเดียวกัน ก็เห็นผลแล้วเกิดอะไรขึ้น ผมไม่ได้ไปปิดกั้นประชาชน ไม่ต้องการใช้อำนาจตรงนี้ไปตรงโน้น มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น&amp;quot; นายกฯ ระบุ
ยังไม่หนุนเปิดประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีพระราชกำหนด &amp;nbsp;(พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจะหมดอายุสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ว่า ยังไม่ได้หารือกัน ส่วนเวลาที่เหมาะสมควรจะเป็นเมื่อไหร่นั้น ตอนนี้เราไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว แต่เรายังต้องระวังอยู่ สังเกตจากคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะมีผู้ติดเชื้อทุกเที่ยวบิน แสดงว่าการติดเชื้อในต่างประเทศยังมีอยู่ ดังนั้นถ้าเราจะไปเปิดประเทศทันทีอาจจะยังไม่ปลอดภัยสำหรับในประเทศ ก็ต้องระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าแสดงว่าการผ่อนคลายเฟส 4 จะต้องสอดคล้องกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าต้องสอดคล้องกัน ซึ่งรวมถึงโรงเรียนที่จะเปิดเทอมในเดือน ก.ค.นี้ด้วย ทุกอย่างต้องหารือกันด้วยเหตุและผล สำคัญที่สุดคือไม่ให้คนไทยติดเชื้อ โดยเฉพาะในเด็กต้องระวังและเราต้องมั่นใจจริงๆ ว่าไม่มีการแพร่ระบาด อย่างน้อยการที่เราระมัดระวังมากๆ ส่งผลให้เห็นว่าประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อและหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะถอยหลังลงไป ยกเว้นจะมีซูเปอร์สเปรดเดอร์ (การแพร่เชื้อโรคไปยังบุคคลอื่นจำนวนมาก) อีกครั้ง แบบนี้ต้องมาว่ากันใหม่ ซึ่งไม่น่าจะมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าเช่นนี้แล้วกฎหมายต่างๆ ยังจำเป็นอยู่ใช่หรือไม่ในเรื่องการบังคับใช้ นายอนุทิน กล่าวว่า ความจริงเราไม่เคยบังคับใช้ เพียงแต่ขอความร่วมมือ และประชาชนก็มีความเข้าใจต่ออันตรายของโรคนี้จึงให้ความร่วมมือ เรื่องสุขภาพของคนไปบังคับกันไม่ได้ ความร่วมมือเท่านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่าหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็ยังมีพระราชบัญญัติโรคติดต่อใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พ.ร.บ.โรคติดต่อยังไม่บูรณาการเท่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งก็มีดีมีเสีย แต่การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดี แม้ว่าจะมีเคอร์ฟิวหรือจัดระเบียบอะไรต่างๆ ทุกคนให้ความร่วมมือดีโดยไม่ต้องมีการบังคับอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุหลายเรื่องที่ พ.ร.บ.โรคติดต่อไม่สามารถบริหารจัดการได้เหมือน พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ต่อให้ไม่มีอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลสามารถสั่งการได้อยู่แล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล สั่งการผ่าน รมว.มหาดไทยหรือ รมว.คมนาคม ดังนั้นถ้าบอกว่ารัฐบาลสั่งปิดสนามบินไม่ได้ สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีมาตรการไปในทิศทางเดียวกันกับรัฐบาลไม่ได้ ก็แสดงว่านายกฯ ไม่มีภาวะผู้นำทางการเมืองหรือบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้นั้น จะกลายเป็นสวนทางกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ที่ขณะนี้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของประชาชนกลับมาเกือบเป็นภาวะปกติทั้งหมดแล้ว และตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตไม่ถือว่าประเทศชาติอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่อยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวังมากกว่า ดังนั้นจึงไม่เข้าองค์ประกอบของกฎหมายในการประกาศใช้ ทำให้ต้องคิดต่อไปว่าในโอกาสหน้าควรแก้ไขกฎหมายนี้ ให้ประชาชนสามารถร้องต่อศาลปกครองให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐในการประกาศ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้ยกเลิกได้ รวมถึงควรได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาเป็นคราวๆ &amp;nbsp;ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจชายหาดป่าตอง หลังจากจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งให้เปิดชายหาดทุกแห่งวันนี้เป็นวันแรก โดยนายสุพจน์กล่าวว่า ขอบคุณชาวภูเก็ตที่ร่วมมือในการต่อสู้ผ่านวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา &amp;nbsp;ถือว่าเป็นครั้งสำคัญที่รุนแรงรองจากสึนามิ ซึ่งการเปิดชายหาดของเราเป็นการเปิดประตูสู่การค้าใหม่ &amp;nbsp;โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศอาศัยอยู่ในจังหวัดประมาณ 5,000 คน ส่วนความพร้อมของโรงแรมต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม New Normal มีการรีโนเวตโรงแรมรองรับในส่วนนี้ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการพร้อมกันเดือน ก.ค.นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า หาดป่าตองเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้พื้นที่ได้แล้ว ได้จัดเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด เจ้าหน้าที่เทศกิจให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวที่เข้ามา จะต้องปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดที่ให้เฝ้าระวังการแพร่ระบาด ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการชายหาด อาทิ นวด ร่ม เตียง เรือเจ็ตสกี สตรีทฟู้ด และอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องบนชายหาดป่าตอง เทศบาลเมืองป่าตองได้เชิญกลุ่มอาชีพทั้งหมดมาพูดคุยกันแล้ว เพื่อชี้แจงการปฏิบัติแนวทางการใช้ชีวิตแบบ New Normal รักษาความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ เครื่องใช้ทุกอย่าง ทั้งของผู้ประกอบการและผู้รับบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ ผกก.สภ.ป่าตอง กล่าวว่า ได้จัดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ขอให้เที่ยวกันอย่างสนุก คำนึงถึงมาตรการเป็นหลักด้วยยังมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;และขอให้ใช้ชายหาดเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น ห้ามจัดปาร์ตี้บนชายหาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68269</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์, พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์, สุพจน์ รอดเรือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200609/image_big_5edf90272058d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
