<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.เผยแผนเช่ารถ 314 คันและซื้อ 99 คันอืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.2562 นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการจัดเช่ารถโดยสารจำนวน 314 คัน วงเงิน 2,200 ล้านบาท สัญญาเช่า 4 ปี และ โครงการจัดซื้อรถโดยสารใหม่ จำนวน 99 คัน วงเงินประมาณ 600 ล้านบาท อยู่ระหว่างนำเสนอร่างขอบเขตเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) เสนอผ่านเว็บไซต์เพื่อประชาพิจารณ์ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเปิดประกวดราคาอีเล็กทรอนิกส์ (อีบิดดิ้ง) ใช้เวลาดำเนินการ 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีผู้ประกอบการสนใจร่วมประมูลคาดว่าจะลงนามสัญญากับผู้ประกอบการที่ชนะโครงการภายในต้นปี 63 และต้องทยอยส่งมอบรถทั้ง 314 คัน แบ่งเป็นล็อต 4 งวด งวดละ 70-80 คัน หรือช่วงหลังจากลงนามสัญญา 7 เดือนจะเห็นรถใหม่แล้ว หรือช่วงปลายปี 63 ขณะที่ จัดซื้อ 99 คัน แบ่งการส่งมอบเป็น 3 งวด งวดละ 33 คัน คาดว่าปี 63 จะได้รับรถ โดยรถใหม่ที่ได้มานี้จะทยอยนำมาทดแทนรถรุ่นเก่าของ บขส. ที่มีประมาณ 500 คัน แบ่งเป็นรถของ บขส. 180 คัน และ รถเช่า 320 คัน ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไทยมีปัญหาการจัดซื้อเช่ารถโดยสาร สำหรับผู้ประกอบการที่จะจัดหารถโดยสารนั้นมีน้อยราย และต้องมีเงื่อนไขทีโออาร์มาประกอบในเมืองไทย เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศด้วย ทำให้มีผู้ประกอบการน้อยรายเข้าไปอีก ประกอบกับการลงทุนจัดซื้อจัดเช่ารถโดยสารที่ผู้ประกอบการต้องใช้เงินเป็นหลักพันล้านบาท จะทำให้หาแหล่งเงินทุนยากลำบาก และต้องใช้เวลาในการประกอบรถ ซึ่งต่างจากเงื่อนไขหากเปิดช่องให้สามารถนำรถโดยสารนำเข้าจากประเทศทั้งคันนั้นปัจจุบันรถโดยสารจัดเช่า 314 คัน และ จัดซื้อ 99 คัน คงนำมาวิ่งให้บริการประชาชนนานแล้ว&amp;rdquo;นายจิรศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะที่ปัจจุบันมีปัญหาด้านสงครามการค้าระหว่างประเทศจีนกับสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นมีผลกระทบต่อการสั่งนำเข้าเครื่องยนต์กับคัสซีด้วย ทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้เวลาในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก 30 วัน ดังนั้นอยู่ระหว่างพิจารณาปรับเงื่อนไขในการส่งมอบรถขยายเวลาส่งมอบเพิ่มด้วย เพื่อไม่ให้กระทบแผนการบริการ แม้ปัจจุบันจำนวนรถที่ให้บริการจะเพียงพอ แต่รถมีสภาพเก่า ดังนั้นหากมีรถใหม่มาให้บริการทำให้ บขส. ได้เปรียบคู่แข่งผู้โดยสารเลือกใช้บริการมากขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52811</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, บขส., แผนเช่ารถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de86f4ad3d02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.ใจดีลดค่าตั๋ว10%ช่วยผู้ปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บขส. ใจดีพร้อมช่วยแบ่งเบาภาระค่าเดินทางผู้ปกครอง ลดค่าตั๋ว 10 % &amp;nbsp;ทุกเส้นทางตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 30 ก.ย.62 ย้ำทุกสถานีเดินรถ พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารรับช่วงเปิดเทอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16พ.ค.62-นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส ) เปิดเผยว่า ตามที่นายอาคม เติมพิทยไพสิฐ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เตรียมพร้อมรับมือเปิดภาคเรียน ตามนโยบาย One Transport, One Family เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ผู้ปกครองและนักเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของ บขส. ได้สั่งการไปยังสถานีเดินรถทุกแห่ง ให้เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทาง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่แนะนำเส้นทางในกรณีที่เด็กนักเรียนเข้ากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก โดยในช่วงสุดสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางจำนวนมาก โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดวิสาขบูชา และโรงเรียนหลายแห่งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเริ่มเปิดภาคเรียนตามปกติแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บขส. ได้จัดโครงการ บขส. ลดค่าตั๋ว 10% เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดย บขส. ลดค่าตั๋วโดยสารจากราคาหน้าตั๋ว 10 % กับรถโดยสาร บขส. ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง ยกเว้นรถชานเมืองที่วิ่งระยะทางไม่เกิน 100 กิโลเมตร รถโดยสารที่มีการจำหน่ายตั๋วบนรถและรถโดยสารเส้นทางระหว่างประเทศ&amp;rdquo;นายจิรศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่ประสงค์เดินทางสามารถติดต่อจองตั๋วและซื้อตั๋วล่วงหน้า ได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ณ ที่ทำการสถานีเดินรถ บขส. ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร call center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 30 กันยายน 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36035</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, บขส., บริษัทขนส่งจำกัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba1037db786.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ทยอยกลับภูมิลำเนา เหนือ-อีสานจราจรติดขัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปชช.เริ่มทยอยกลับบ้านวันหยุดยาวสงกรานต์ &amp;quot;หมอชิต-หัวลำโพง&amp;quot; ผู้โดยสารแออัดตลอดวัน &amp;quot;บขส.&amp;quot; คาดช่วง 11-12 เม.ย.เดินทางออกจากกรุงกว่า 2 แสนคน &amp;quot;การรถไฟฯ&amp;quot; จัด 15 ขบวนรถพ่วงตู้โดยสารเพิ่ม &amp;quot;ทางหลวงโคราช&amp;quot; เปิดช่องจราจรพิเศษ ถนนสายมิตรภาพรถหนาแน่นติดขัดบางจุด &amp;nbsp;สายเอเชียสี่แยกเดชาติวงศ์รถมาก แนะใช้ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ &amp;quot;กาญจนบุรี&amp;quot; สังเวยอุบัติเหตุแล้ว 1 ศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดทั้งวันที่ 11 เม.ย. ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางออกต่างจังหวัด ทั้งกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ทำให้สถานีขนส่งทุกแห่งและสถานีรถไฟ มีผู้โดยสารต่อคิวซื้อตั๋วรอขึ้นรถกันอย่างหนาแน่น รวมทั้งถนนมิตรภาพ เส้นทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และถนนสายเอเชียที่ใช้เดินทางขึ้นภาคเหนือ การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาวในหลายช่วง รวมทั้งเกิดอุบัติเหตุทางถนนกันบ้างแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หรือหมอชิต ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนต่างเดินทางมารอขึ้นรถตามเวลาที่ได้สำรองตั๋วโดยสารไว้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภายในอาคารผู้โดยสารเริ่มหนาแน่น แต่การจำหน่ายตั๋วโดยสารในช่วงสงกรานต์ยังไม่พบการร้องเรียนเรื่องการจำหน่ายตั๋วเกินราคา ทั้งในส่วนของรถ บขส., รถร่วม และรถตู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การจราจรบนถนนกำแพงเพชรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกรถยังสามารถเคลื่อนตัวได้ โดย บขส.ได้ประสานกับทางตำรวจจราจร สน.บางซื่อ เข้าประจำจุดบริเวณประตูทางเข้าและทางออก เพื่อดูแลจัดการจราจรของรถที่จะเข้าสู่สถานีขนส่งหมอชิตให้เกิดความคล่องตัว ขณะที่รถโดยสารบางเส้นทางได้จัดให้ประชาชนไปขึ้นรถที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นการลดความแออัดภายในบริเวณสถานีได้อีกทางหนึ่ง พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทางมายังสถานีอย่างน้อย 1-2 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ภาพรวมการเดินทางของประชาชนเส้นทางสายยาวภาคเหนือและภาคอีสาน ช่วงตั้งแต่เวลา 16.00 น. มีประชาชนเดินทางมารอขึ้นรถเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างหนาแน่น โดย บขส.จะเร่งระบายผู้โดยสารให้ออกจากสถานีได้ภายในเวลา 22.00 น.ของวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. คาดว่าในวันที่ 11-12 เม.ย.2562 จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาสูงสุดกว่า 180,000-200,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ประชาชนก็ทยอยเดินทางกลับต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดสงกรานต์เช่นเดียวกัน โดยมีประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติต่อแถวรอซื้อตั๋วเดินทางเป็นจำนวนมาก ซึ่งการรถไฟฯ ได้เพิ่มขบวนรถพิเศษอีก 15 ขบวน และพ่วงตู้โดยสารเพิ่มในขบวนรถปกติจนเต็มหน่วยลากจูงทั้ง 242 ขบวน รองรับการเดินทางได้ถึงวันละ 100,000-120,000 คน ในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย.62 และวันที่ 15-17 เม.ย.62
&amp;#39;เหนือ-อีสาน&amp;#39;รถแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรบริเวณถนนมิตรภาพ ฝั่งขาขึ้นมาจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีรถหนาแน่นมากและเคลื่อนตัวได้ช้า ตั้งแต่บริเวณสะพานต่างระดับ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง ถึงบริเวณหน้าเรือนจำคลองไผ่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว รวมระยะทางยาวกว่า 30 กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนครราชสีมาต้องเปิดช่องทางจราจรพิเศษ ให้รถยนต์สามารถวิ่งสวนทางกันได้ 1 เลน ตั้งแต่ กม.79 ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ถึง กม.90 ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว รวมระยะทางยาวกว่า 11 กิโลเมตร เพื่อเร่งระบายรถให้สามารถเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีอีก 1 จุด ที่มีรถสะสมหนาแน่นคือบริเวณถนนบายพาส อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งมีรถสะสมมากตั้งแต่บริเวณสะพานต่างระดับ สามแยกปักธงชัย ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา ถึงบริเวณสะพานต่างระดับ ต.จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา รวมระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้รถยนต์เคลื่อนตัวได้ช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดถนนมิตรภาพในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น ในช่วงเช้าที่ผ่านมา พบมีปริมาณรถที่สัญจรผ่านจังหวัดขอนแก่นปริมาณมาก แต่รถสามารถเคลื่อนตัวได้ดี หลังจากที่การก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟทางคู่ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่นและอำเภอบ้านไผ่แล้วเสร็จ ทำให้รถเคลื่อนตัวได้ดี แต่จะไปชะลอตัวตามจุดสี่แยกสัญญาณไฟจราจร ซึ่งในจุดสี่แยกไฟแดง ทางตำรวจจราจร สภ.เมืองขอนแก่นได้มีตำรวจประจำจุดคอยอำนวยความสะดวกทุกสี่แยก เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณด้านหน้า สภ.บ้านแฮด ริม ถ.มิตรภาพ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น นายทวิช พิมพะ นายอำเภอบ้านแฮด พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.บ้านแฮด ร่วมเปิดจุดบริการประชาชนและจุดพักรถสำหรับการให้บริการแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนที่เริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์กันอย่างต่อเนื่องแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่จากหมวดการทางศิลา จ.ขอนแก่น ได้เร่งทำการติดตั้งสัญญาณและป้ายบอกทาง รวมทั้งแท่งแบริเออร์เพื่อปิดจุดกลับรถ ตลอดแนว ถ.มิตรภาพ และ ถ.มะลิวัลย์ ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 7 ขอนแก่น ได้กำหนดปิดจุดกลับรถทั้งหมดรวม 11 จุด เพื่อแก้ปัญหาสภาพการจราจรที่ติดขัดและควบคุมการเกิดอุบัติเหตุตลอดทั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประกอบด้วย หน้าจุดกลับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น, จุดกลับรถเยื้องหน้าดูโฮม, จุดกลับรถทางโค้งสะพานห้วยยาง อ.น้ำพอง, จุดกลับรถหน้าทางเข้าตลาดสด อ.น้ำพอง, หน้าจุดบริการทางหลวงหมวดทางหลวงน้ำพอง, จุดกลับรถบ้านกู่ทอง, จุดกลับรถหน้า อบต.กู่ทอง, จุดกลับรถหน้าทางเข้าบ้านเข็ง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม, จุดกลับรถเยื้องอีซูซุเชียงยืน, จุดกลับรถบ้านหนองคู และจุดกลับรถ หน้าเทศบาล ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น โดยกำหนดการปิดจุดกลับรถดังกล่าวในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เส้นถนนสายเอเชีย ที่มุ่งหน้าเข้าสู่เขต อ.เมืองนครสวรรค์ ต่างคลาคล่ำไปด้วยยานพาหนะ หลังจากประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้การจราจรเริ่มหนาแน่นตามแยกสัญญาณไฟจราจร โดยเฉพาะตั้งแต่บริเวณสี่แยกค่ายจิรประวัติ ไปจนถึงสี่แยกเดชาติวงศ์ พบมีรถใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แต่ยังคงสามารถทำความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยังคงใช้สัญญาณไฟแดงด้วยมือตามแยกต่างๆ ในการระบายรถ โดยยังไม่พบว่ามีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด
กาญจนบุรีสังเวย 1 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบบนถนนสายเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ หมายเลข 122 ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าไปยัง จ.กำแพงเพชร และทางหลวงหมายเลข 117 เข้าสู่ จ.พิษณุโลก พบมีปริมาณรถหนาแน่นด้วยเช่นกัน แต่รถทุกคันยังสามารถทำความเร็วได้ จึงยังไม่พบปัญหารถติดขัดบนเส้นทางนี้แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ดำรง เพ็ชรพงศ์ ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ ฝากประชาสัมพันธ์ หากผู้ที่กำลังเดินทางต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่แออัดในเมืองนครสวรรค์ โปรดเลี่ยงไปใช้ถนนเส้นทางสายเลี่ยงเมืองหมายเลข 122 จะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการดูแลประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ทุกอย่างเหมือนเดิมเช่นทุกปีตามที่โฆษกกองทัพบกแถลง คือ การตั้งจุดตรวจ จุดอำนวยความสะดวก ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา สำหรับการเตรียมแผนเผชิญเหตุกรณีเหตุไม่คาดฝัน หลังเกิดเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เราเตรียมพร้อมในทุกๆ เรื่อง รวมถึงหน่วยเคลื่อนที่เร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทางผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ รวมถึงผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง เข้าไปกำกับดูแลควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชา อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันเหตุอาชญากรรมช่วงสงกรานต์ เพื่อบรรเทาการเกิดอุบัติเหตุอย่างสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากหน่วยงานไม่ว่าจะในระดับกองบัญชาการ &amp;nbsp;กองบังคับการใด ที่มีผลการปฏิบัติในด้านการลดอุบัติเหตุ รวมถึงมีมาตรการในการลดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี จะพิจารณาให้รางวัลอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ กรณีขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งจะประเมินผลการดำเนินการเปรียบเทียบกับสงกรานต์ที่ผ่านมา&amp;quot; โฆษก สตช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการเกิดอุบัติเหตุ เวลา 03.00 น. วันที่ 11 ม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลสงกรานต์ พ.ต.ต.วรพงษ์ ชาวแพะ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดบริการประชาชนตำบลหนองเสือ อ.วังศาลา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนท้ายรถเทรลเลอร์ 18 ล้อ บรรทุกน้ำมันมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บริเวณเยื้องๆ กลาง 4 แยกไฟแดงบนถนนสายท่าม่วง-กาญจนบุรี ฝั่งขาเข้าตัวเมืองอำเภอท่าม่วง หมู่ 9 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุพบรถเทรลเลอร์ 18 ล้อบรรทุกน้ำมันยี่ห้ออีซูซุสีขาว หมายเลขทะเบียน 60-2894 กรุงเทพมหานคร จอดเปิดไฟขอทางอยู่ในช่วงทางเลี้ยวยูเทิร์นตรงกลาง 4 แยก แต่ตัวเทรลเลอร์ด้านท้ายขวายังอยู่ในช่วงทางเลนขวา สภาพล้อหลังด้านขวา 2 ล้อถูกรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน 4 กจ 6819 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพด้านหน้ารถพุ่งชนอัดก๊อบปี้จนด้านหน้าพังยับ เศษชิ้นส่วนของรถยนต์เก๋งกระจายเกลื่อนพื้นถนน ตรวจสอบภายในรถตรงที่นั่งคนขับพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย 1 ราย สภาพศพถูกอัดก๊อบปี้ติดคาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างผู้เสียชีวิตออกมานอกรถเพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33470</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ต.ดำรง เพ็ชรพงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190411/image_big_5caf510212d10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2019 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.เตรียมรถส่งคนกลับบ้านเที่ยวสงกรานต์วันละ9พันเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.62-นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวภายหลังประชุมแผนเตรียมความพร้อมรองรับประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ว่า บขส.คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 10 &amp;ndash; 13 เมษายน 2562 โดย บขส.ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม , รถตู้) รองรับประชาชนเที่ยวไป จากปกติวันละประมาณ 6,000 เที่ยว เพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 เที่ยว รวม 9,000 เที่ยวต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สามารถรองรับผู้โดยสารสูงถึงวันละ 206,487 คน ส่วนเที่ยวกลับตั้งแต่วันที่ 14 - 17 เมษายน จัดเที่ยววิ่งจากปกติ วันละ 6,023 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 2,131 เที่ยว รวม 8,154 เที่ยว รองรับผู้โดยสารวันละประมาณ 164,834 คน สำหรับการเดินทางเที่ยวขากลับ คาดว่าผู้โดยสารจะทยอยเดินทางด้วยรถตู้โดยสารจำนวนมาก ทำให้จำนวนเที่ยววิ่งของรถตู้เพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้โดยสารลดลง เนื่องจากรถตู้โดยสารมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 14 ที่นั่ง/เที่ยววิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้มีผู้ประกอบการนำรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) มาวิ่งให้บริการเที่ยวไประหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 13 เมษายน 2562 จำนวน 1,530 คัน และเที่ยวกลับระหว่างวันที่ 14 -17 เมษายน 2562 จำนวน 470 คัน เส้นทางที่มีการนำรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) มากที่สุด ได้แก่ เพชรบูรณ์ แม่สอด อุบลราชธานี หาดใหญ่ และตราด เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31794</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดเตรียมรถ, จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, บขส., รับเทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190320/image_big_5c91c14c5baaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้งหยุดบินเลี่ยงพายุ! &#039;รถไฟ-บขส.&#039;เฝ้าระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินประกาศแห่ยกเลิกเที่ยวบินหลัง ทย.แจ้งปิดสนามบินนครศรีฯ-สนามบินสุราษฎร์ธานี พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารเต็มที่ สั่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รถไฟ-บขส.-ทางหลวง พร้อมรับมือเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยภายหลังได้ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก ณ ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โดยได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศูนย์ปฏิบัติการส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี, ท่าอากาศยานระนอง, ท่าอากาศยานชุมพร, ท่าอากาศยานนราธิวาส, ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้สรุปสถานการณ์ช่วงเวลา 15.00 น. ของวันศุกร์ที่ 4 ม.ค. ดังนี้ 1.ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าเส้นทางของพายุและความเร็วลม อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงได้ออกประกาศนักบิน (NOTAM) ปิดท่าอากาศยาน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม, เวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินดังนี้ สายการบินนกแอร์ขาเข้า 2 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยสมายล์ขาเข้า 2 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ขาเข้า 3 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยแอร์เอเชีย ขาเข้า 4 เที่ยวบิน ขาออก 4 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 21 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสายการบินได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ทำการแจ้งผู้โดยสารผ่านทางอีเมลและ SMS ที่ลงทะเบียนไว้โดยตรง และสามารถรับข้อเสนอทางเลือกช่วยเหลือ ดังต่อไปนี้ เปลี่ยนเที่ยวบินใหม่ 1 ครั้ง ในเส้นทางเดิม ภายใน 30 วันจากกำหนดการเดินทางเดิม ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในเเต่ละเที่ยวบินเก็บยอดวงเงิน ตามมูลค่าตั๋วโดยสารไว้ในบัญชีสมาชิก BIG Loyalty เพื่อใช้แลกสำหรับเดินทางกับแอร์เอเชีย ภายใน 90 วัน (Credit Account) หลังจากได้รับยอดวงเงินคืนเงินเต็มจำนวน ตามวิธีการชำระเงินเดิมของผู้โดยสาร กรณีเที่ยวบินถูกยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินใหม่ในเส้นทางเดิม ให้ระบุวันและเวลาใหม่ที่ต้องการเดินทาง รวมถึงชื่อ-นามสกุล ของผู้เดินทาง ส่งไปที่ฝ่ายบริการลูกค้าทางทวิตเตอร์ (@AirAsiaSupport) หรือ Facebook (@AirAsiaSupport) หรือ Live Chat &amp;nbsp;support.airasia.com Customer service โทร. 0-2 515-9999 หรือสถานีสุราษฎร์ธานี โทร 0-7744-1196&amp;nbsp;
เลิกเที่ยวบิน-คืนตั๋ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ผู้โดยสารที่มีการเดินทางช่วงวันที่ 3-6 มกราคม 2562 ในเส้นทางภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก สายการบินมีแนวทางช่วยเหลือผู้โดยสารดังนี้ ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินไปจังหวัดอื่นในภาคใต้แทนได้, ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้ภายใน 30 วัน, ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อทำการยกเลิกเที่ยวบินและขอคืนเงินได้เต็มจำนวน ติดต่อสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ Customer service โทร. 0-2529-9999 สถานีสุราษฎร์ธานี โทร 09-8735-5496&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินนกแอร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสาร เนื่องจากสนามบินในจังหวัดทางภาคใต้ปิดทำการ ทางสายการบินจึงเตรียมการสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารเส้นทาง Domestic ไป-กลับ เส้นทางในภาคใต้ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน สามารถติดต่อผ่านช่องทาง Call Center 1318/ Counter จำหน่ายตั๋วที่สนามบิน/ ติดต่อผ่านทีมขาย สำหรับเที่ยวบินที่เดินทางวันที่ 4 มกราคม 2562 เท่านั้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ทั้งนี้ ตั๋วที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องเดินทางภายใน 30 วัน นับจากวันเดินทางเดิม ติดต่อสายการบินนกแอร์ สถานีสุราษฎร์ธานี โทร. 08-2700-5649-50
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายการบินไทยสมายล์ ได้มีมาตรการรองรับสำหรับการยกเลิกเที่ยวบินของวันที่ 4 และ 5 มกราคม 2562 - ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือขอคืนเงินได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ศูนย์บริการลูกค้า หรือโทร. 1181 หรือ (+66) 0-2118-8888
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 00.01-24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2562 และได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าสถานการณ์พายุยังคงมีกำลังแรง อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงได้ออกประกาศนักบิน (NOTAM) ปิดท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชต่อไป จนถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและสารการบิน โดยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งความคืบหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของท่าอากาศยานชุมพร ท่าอากาศยานระนอง ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนราธิวาส ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ มีการติดตามสถานการณ์และรายงานให้ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน ทราบเป็นระยะ พร้อมสำรวจและเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆ เพื่อให้สามารถบริการผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่
ช่องทางติดต่อสอบถาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานจะได้ติดตามและรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์พายุปาบึกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมมือในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร สำหรับผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน หมายเลขโทรศัพท์พิเศษของศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โทร. 0-2 287-0320-9 ต่อ 2593, 2595, ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โทร. 0-7545-0545, 09-0278-0065, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7744-1230, ท่าอากาศยานระนอง โทร. 0-7786-2252-3, ท่าอากาศยานชุมพร โทร. 0-7759-1267-9, ท่าอากาศยานกระบี่ โทร. 0-7570-1471, ท่าอากาศยานตรัง โทร. 0-7557-2151, ท่าอากาศยานนราธิวาส โทร. 0-7356-5061-5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการในสภาวะฉุกเฉินเนื่องจากพายุโซนร้อนปาบึกได้อย่างทันท่วงที กรมทางหลวงจึงจัดตั้งศูนย์อำนวยการส่วนหน้าและศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดระนอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้สำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นศูนย์อำนวยการส่วนหน้า โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ มีหน้าที่ อำนวยการ สั่งการแก้ไข และบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกว่าเหตุการณ์ยุติ รวมทั้งให้แขวงทางหลวงในพื้นที่จังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช และระนอง เป็นศูนย์ปฏิบัติการ โดยมีผู้อำนวยการแขวงทางหลวงในพื้นที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ให้เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากร ในการอำนวยความสะดวกด้านจราจร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทุกกรณีตามการร้องขอตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ เคลื่อนย้ายยานพาหนะ สิ่งของสัมภาระ การแจกจ่ายน้ำดื่ม เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและพร้อมในการช่วยเหลือหน่วยงานอื่นตามการร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์กล่าวว่า ได้สั่งการให้แขวงทางหลวงในสังกัดสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช), &amp;nbsp;สำนักงานทางหลวงที่ 17 (กระบี่), สำนักงานทางหลวงที่ 18 (สงขลา), แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์, แขวงทางหลวงชุมพร เตรียมความพร้อมโดยจัดทำแผนที่ความเสี่ยงอุทกภัย บริเวณที่เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พร้อมจัดทำแผนที่ทางเลี่ยงเส้นทางในกรณีที่เกิดการสัญจรไม่ได้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนผู้ใช้ทาง ทั้งนี้ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่โดยเร็วและปฏิบัติงานตามคู่มือการปฏิบัติงานของกรมทางหลวงกรณีเกิดภัยพิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ
รถไฟเตรียมรับมือน้ำท่วมราง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเผชิญเหตุรองรับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ได้มีการประเมินจุดเสี่ยงหากเกิดน้ำท่วมทางจนไม่สามารถเดินรถต่อได้ ดังนี้ กรณีเกิดน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถเปิดเดินรถได้ตามปกติในเส้นทางที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกในช่วงระหว่างชุมทางเขาขุมทอง-นครศรีธรรมราช การรถไฟฯ จะเดินขบวนรถสายนครศรีธรรมราชถึงแค่สถานีชุมทางทุ่งสง และจะจัดรถยนต์ขนถ่ายผู้โดยสารจนถึงปลายทางสถานีนครศรีธรรมราช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา และนายสถานีในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชา และศูนย์ปลอดภัยฝ่ายการเดินรถทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่พื้นที่ภาคใต้ของไทยกำลังอยู่ในช่วงมรสุม จึงขอให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์เดินทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสามารถตรวจสอบหรือสอบถามรายละเอียดก่อนเดินทางได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตามที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินของวันที่ 4 มกราคม ในส่วนของ บขส.ได้ดำเนินการประสานสถานีเดินรถในพื้นที่จังหวัดภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมรถโดยสารเพื่อรองรับประชาชน ดังนี้ เส้นทางนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ จำนวน 16 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 620 คน, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ จำนวน 18 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 720 คน, &amp;nbsp;เส้นทางกระบี่-กรุงเทพฯ จำนวน 23 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 920 คน, เส้นทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ จำนวน 23 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 780 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ จำนวน 33 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 1,155 คน ส่วนรถหมวด 3 เส้นทางนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี จำนวน 26 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 450 คน, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต &amp;nbsp;จำนวน 26 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 800 คน และเส้นทางกระบี่-สุราษฎร์ธานี จำนวน 12 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 480 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) จำนวน 10 คัน รองรับผู้โดยสาร 450 คน และรถตู้ หมวด 3 จำนวน 10 คัน รองรับผู้โดยสาร จำนวน 130 คน อำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการปรับ/ยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากสถานการณ์ของพายุปาบึกด้วย สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25787</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, วรวุฒิ มาลา, สายการบินนกแอร์, สายการบินไทยสมายล์, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัมพวัน วรรณโก, อานนท์ เหลืองบริบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f78d3c4945.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวร้อนต้องจัดการให้หลาบจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่มีข่าวในโลกออนไลน์ที่มีคลิปคนขับรถตู้หัวร้อนตบหน้า โดยเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายที่ลงจากรถตู้โดยสารแล้วถูกคนขับรถตู้คนดังกล่าวลงจากรถแล้วเดินมาตบที่ใบหน้า 1 ครั้ง สร้างความมึนงงให้ผู้โดยสาร และคนพบเห็นยิ่งนัก ทำให้เป็นที่สนใจในโลกออนไลน์ และมีคนมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ว่ากระกระทำดังกล่าวเกินกว่าเหตุหรือไม่ เรื่องนี้คงต้องพูดกันยาว หรือจะต้องสังคายนากันทั้งระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบที่มาที่ไปพบว่า นางสาวนัทธมม นวลสาร อายุ 38 ปี อาชีพพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร เข้าพบ ร.ต.ท.รุจจิโรจน์ กิตติกนกกาญจน์ สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และระบุภาพคนขับรถผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าว ส่วนผู้ก่อเหตุยอมรับว่าได้ตบหน้าจริง และได้นัดเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่กลับเปลี่ยนใจไม่สามารถติดต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากการสอบถาม ผู้เสียหายก็เล่าว่าตนเองขึ้นรถตู้มาจากวังน้อย เพื่อที่จะมาต่อรถที่รังสิต เมื่อมาถึงบริเวณหน้าเมเจอร์รังสิตจึงได้ลงจากรถ คนขับรถได้เดินลงมาจากรถ พร้อมตะโกนว่ามึงว่าอะไรกู เราซึ่งเดินอยู่คิดว่าคนอื่นเขามีเรื่องกัน ไม่คิดว่าจะเป็นเรา จึงหันไปมอง จู่ๆ คนขับรถคันดังกล่าวใช้มือขวาตบหน้าเราอย่างแรง หน้าชา มึนงง จากนั้นคนขับรถยังถามอีกว่ามึงว่าอะไรกูอยู่แบบนี้อีก ก็งงไม่ทราบว่าไปว่าอะไรเขาตอนไหน เมื่อเรามาทบทวนเหตุการณ์ขณะที่อยู่บนรถ เราก็ไม่ได้พูดถึงเขาเลย ซึ่งขณะที่อยู่บนรถตนเองคุยโทรศัพท์กับเพื่อนตลอด แต่ก็เป็นเพียงเรื่องงานเท่านั้น ไม่มีการต่อว่าอะไรใครทั้งสิ้น ต้องยอมรับว่าตนเองโทรศัพท์ขณะอยู่บนรถ อยากถามคนขับรถคนดังกล่าวว่าสาเหตุที่ตบหน้าคืออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับรายละเอียดของผู้ก่อเหตุเราทราบหมายเลขทะเบียนรถตู้ดังกล่าว วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-ลพบุรี ได้ประสานงานไปยังนายท่าเดินรถตู้ของผู้ก่อเหตุที่จังหวัดลพบุรี ทราบตัวผู้ขับขี่ ทางนายท่าฯ ได้ติดตามว่าผู้ขับขี่ได้ก่อเหตุจริง เนื่องจากบันดาลโทสะด้วยอารมณ์โกรธ ส่วนทางผู้เสียหายนอกจากแจ้งดำเนินคดีอาญาแล้ว ยังสามารถฟ้องร้องทางแพ่งได้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลาต่อมา นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่มีหน้าที่รับผิดชอบการให้บริการรถตู้สาธารณะของ บขส. กล่าวว่า ตามที่มีผู้ร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์กรณีพนักงานขับรถตู้โดยสารประจำทาง เส้นทางกรุงเทพฯ-ลพบุรี คันหมายเลขทะเบียน 10-2748 กทม.ซึ่งเป็นรถร่วมบริการ บขส. มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายผู้โดยสารหญิงที่โดยสารมากับรถคันดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ในเวลาประมาณ 16.42 น. บริเวณหน้าห้างฟิวเจอร์พาร์ครังสิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บริษัทได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทราบตัวพนักงานขับรถตู้โดยสารคันดังกล่าวแล้ว ชื่อนายมานะ นามเงิน ซึ่งบทลงโทษจากกรณี บริษัทจะดำเนินการปรับผู้ประกอบการเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท พร้อมสั่งพักรถเป็นเวลา 7 วัน และให้ผู้ประกอบการทำการเลิกจ้างนายมานะ พนักงานขับรถตู้โดยสารที่ก่อเหตุ และห้ามผู้ประกอบการทุกรายรับเข้าทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะที่นายท่ารถสายกรุงเทพฯ-ลพบุรี ให้ข้อมูลว่า ปกตินายมานะคนขับรถตู้คันดังกล่าวเป็นคนดี ใจเย็น ดูร่าเริง ไม่ได้ใจร้อนเหมือนในคลิปแต่อย่างใด แต่คาดว่าสาเหตุอาจมาจากที่นายมานะเลิกกับภรรยาเมื่อสัปดาห์ก่อน และอาจเครียดเรื่องส่วนตัวอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากที่ได้ฟังข้อมูลและเหตุผลต่างๆ นานา ถึงสาเหตุที่เพราะอะไรคนขับรถตู้ต้องตบผู้โดยสาร เรื่องนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว แม้ที่ผ่านมาจะได้ยินได้ฟังกรณีรถตู้โดยสารสาธารณะเกิดการเขม่นกันเองสาเหตุเกิดจากการแย่งผู้โดยสารกันเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้ผู้ที่ได้รับความเสียหายกลับกลายเป็นผู้โดยสาร เรียกว่าหน่วยงานที่เกิดขึ้นคงต้องหามาตรการเข้มข้นมาจัดการโดยด่วน มิเช่นนั้นเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไหนๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะปรับปรุงพัฒนาการให้บริการของรถตู้โดยสารสาธารณะทั้งหมด ก็ลองเอาการบ้านเรื่องของการพัฒนาคนขับรถตู้ไปคิดทบทวนก็คงไม่หนักหนาเท่าไร เรื่องนี้มองว่าคงไม่จบง่ายๆ เพราะคนใช้บริการเมื่อเห็นข่าวนี้ออกไป ก็หวั่นๆ กันบ้างว่าวันไหนจะโดนคนขับรถตู้ตบบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของรถตู้โดยสารสาธารณะ ไม่ใช่แค่ว่าเมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็แก้ปัญหาแค่ตอนนั้น แต่ไม่หาวิธีการขั้นเด็ดขาดมาจัดการกับกลุ่มคนพวกนี้ให้หลาบจำ ไม่ใช่อยู่ๆ ก็ลงไม้ลงมือตบตีผู้โดยสารแบบนี้ถือเป็นการไม่พัฒนาการให้บริการ ก็หวังว่าต่อไปคงไม่เจอข่าวแบบนี้เกิดขึ้นอีก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัลยา ยืนยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19906</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลยา ยืนยง, จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, บริษัท ขนส่ง จำกัด, มานะ นามเงิน, ร.ต.ท.รุจจิโรจน์ กิตติกนกกาญจน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7171</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ทยอยกลับ ถ.มิตรภาพแน่น เพิ่มบขส.-รถไฟ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประชาชนทยอยกลับกรุงหลังเทศกาลสงกรานต์ ขนส่งทางบกสั่งทุกจังหวัดจัดรถโดยสารให้เพียงพอ พร้อมมาตรการคุมเข้มคนขับ บขส.เสริมรถเกือบ 2 พันเที่ยว รองรับ 1.8 แสนคนต่อวัน รฟท.เพิ่มรถไฟ 11 ขบวน มิตรภาพ-เอเชียจราจรหนาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อม &amp;ldquo;รับคนกลับจากบ้าน&amp;rdquo; หลังสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ 2561 กำชับสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งจัดเตรียมรถโดยสารและรถเสริมให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง รถโดยสารทุกคันต้องเข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตาม Checklist จากเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถต้องพักผ่อนเพียงพอ ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ไร้สารเสพติด และระดับแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ส่วนมาตรการเข้มข้นระหว่างทาง ตรวจสอบความปลอดภัยรถโดยสารเช่าเหมาบนเส้นทางหลัก 16 จังหวัด 19 แห่งทั่วประเทศ พร้อมติดตามการเดินรถโดยสารผ่านระบบ GPS Tracking ออนไลน์แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง ประสานหน่วยงานในพื้นที่เข้าสกัดทันทีหากพบพฤติกรรมเสี่ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานครหลังสิ้นสุดวันหยุดยาว กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (ขสมก.) อำนวยความสะดวกจัดพื้นที่ภายในกรมการขนส่งทางบก จตุจักร เป็นสถานีขนส่งผู้โดยสารชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ระหว่างวันที่ 16-18 เม.ย.นี้ เวลา 04.00-07.00 น. สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถโดยสารของ บขส. เส้นทางจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาความแออัด ลดปัญหาจราจรทั้งภายในและภายนอกสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือสถานีขนส่งหมอชิต 2 รวมทั้ง ขสมก. จัดรถโดยสารประจำทางให้บริการรับ-ส่งฟรี และประสานสหกรณ์แท็กซี่ ให้จัดเตรียมรถรอรับให้บริการประชาชนอย่างเพียงพอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมผู้ตรวจการขนส่งทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งที่กรมการขนส่งทางบก สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต สายใต้ เอกมัย ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต เป็นต้น ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายการลงโทษเข้มข้นจริงจังทันที กับผู้ให้บริการผิดกฎหมาย ทั้งนี้ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1584&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส.คาดการณ์ว่าประชาชนจะทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 15-18 เม.ย. โดย บขส.ได้จัดเที่ยววิ่ง (เที่ยวกลับ) จากปกติวันละประมาณ 6,095 เที่ยว เพิ่มเที่ยวเสริมวันละประมาณ 1,987 เที่ยว รวม 8,082 เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ถึงวันละประมาณ 181,547 คน นอกจากนี้ ขสมก.จัดรถโดยสารให้บริการรับผู้โดยสารที่ลงรถ บขส.บริเวณชานชาลาขาเข้าเพื่อต่อรถ ขสมก. ระหว่างวันที่ 15-18 เม.ย. เวลา 04.00-09.00 น. และ เวลา 15.00-20.00 น. วิ่งในสายประจำทาง 12 สาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดรถตู้โดยสารรองรับประชาชนประชาชนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก ในช่วงวันที่ 15-17 เม.ย. ณ บริเวณหน้าสถานีขนส่งหมอชิต 2 จำนวน 20 คัน ระหว่างเวลา 04.00-09.00 น. และ 16.00-20.00 น. เดินทางไปยัง 2 จุด คือ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รวมทั้งจัดจิตอาสามาช่วยประชาชนขนสัมภาระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารใช้บริการเดินทางที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ระหว่างวันที่ 11-13 เม.ย. รวมทั้งสิ้น 342,898 คน เฉลี่ยวันละ 114,300 คน ซึ่งไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานี และคาดว่าเย็นวันที่ 15 เม.ย. จะเริ่มกลับมาคึกคักจากการเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ จึงได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมนอกเหนือจากขบวนรถที่เดินประจำในเส้นทางต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 15-17 เม.ย. อีก 11 ขบวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (รอง ผบก.ตม.2) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เปิดเผยว่า พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ ตม.เตรียมกำลังรับมือสถานการณ์ผู้โดยสารช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีคนไทยที่อาศัยวันหยุดยาวไปต่างประเทศ เดินทางกลับเข้าประเทศ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางออกหลังจากเข้ามาเที่ยวในช่วงเทศกาล คาดว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะมียอดพุ่งราววันละ 1.5 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 ตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางไปซื้อตั๋วรอขึ้นรถโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ กันอย่างต่อเนื่อง ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา โดยนายศิระ บุญธรรมกุล ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่ง จ.นครราชสีมา ได้สั่งให้เพิ่มเที่ยวรถโดยสารสาย 21 นครราชสีมา-กรุงเทพฯ จากเดิมปกติที่วิ่งให้บริการวันละ 200 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็นวันละ 400 เที่ยว พร้อมเตรียมรถโดยสารสำรองไว้อีกจำนวน 60 คัน ให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมามุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ เริ่มมีปริมาณรถยนต์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณตามแยกสัญญาณไฟจราจรในเขตชุมชนต่างๆ ทำให้ตำรวจทางหลวงได้เปิดช่องทางพิเศษเพื่อเร่งระบายปริมาณรถที่สะสมมาก 2 จุด คือที่บริเวณถนนมิตรภาพเขตอำเภอโนนสูง และบริเวณทางขึ้นเขาเขตตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว และคาดว่าจะหนาแน่นต่อเนื่องไปถึงช่วงค่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านถนนสายเอเชีย บริเวณจังหวัดอ่างทอง เส้นขาเข้ากรุงเทพฯ ปริมาณรถยนต์เริ่มหนาแน่น มี การชะลอตัวตามทางแยกทางโค้งและตามคอสะพาน &amp;nbsp;ซึ่งมีเจ้าหน้าที่นำป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดสายเอเชีย ให้เลี้ยวเข้าตัวเมืองอ่างทอง ผ่านไปยังอำเภอป่าโมก ตรงไปสี่แยกกำนันดิเรก และตรงไปสี่แยกวรเชษฐ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางเข้ากรุงเทพฯ แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7171</URL_LINK>
                <HASHTAG>1584, GPS Tracking, ขสมก., จิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล, นายสนิท พรหมวงษ์, นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, บขส., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ, มิตรภาพ-เอเชีย, สตม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad354a6075b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
