<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เกียรติธนา&#039;จับมือรฟท.ลุยธุรกิจขนส่งสินค้าทางรางเต็มสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.63 นางสาวมินตรา มนต์เสรีนุสรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกียรติธนาขนส่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเร่งเดินหน้าธุรกิจเชิงรุก หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย โดยล่าสุด บริษัทประกาศความพร้อมเปิดความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เข้าใช้ประโยชน์พื้นที่สถานีรถไฟบ้านกระโดน ต.หนองไข่น้ำ อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำหรับเป็นลานคอนเทนเนอร์และจุดขนถ่ายรองรับการขนส่งสินค้าทางรางในอนาคต

ที่สำคัญ สถานีรถไฟบ้านกระโดนถือเป็นจุดยุทธศาสตร์การขนส่งรองรับโครงการรถไฟรางคู่ ช่วงชุมทางถนน จิระ-ขอนแก่น เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งผู้โดยสารและสินค้าในพื้นที่ชนบทกับเมืองและเส้นทางระหว่างประเทศความร่วมมือดังกล่าว บริษัทใช้เม็ดเงินลงทุนมากกว่า 100 ล้านบาท และนำร่องดึง บริษัท วินีไทย จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นคู่ค้ากับบริษัทมายาวนานกว่า 20 ปี เปลี่ยนโหมดการขนส่งจากรถบรรทุกมาเป็นราง เส้นทางบ้านกระโดน/โคราช &amp;ndash; มาบตาพุด/ระยอง เพื่อขนส่งสินค้าเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดโดยตรง

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมวางแผนขยายการให้บริการขนส่งทางรถไฟในเส้นทางอื่นๆ ตามจุดขนส่งสำคัญๆทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังเปิดตัว บริษัท เคที เทรน จำกัด (บริษัทย่อย) โดยถือเป็นบริการใหม่ล่าสุด และคาดหวังว่า

จะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่าการขนส่งทางรถไฟเป็นที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC - Eastern Economic Corridor ) ทั้งมีข้อได้เปรียบ ในเรื่องของราคาที่ต่ำกว่าและปริมาณการขนส่งที่มากกว่าการขนส่งทางรถบรรทุก ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยิ่งไปกว่านั้นบริษัทฯ จะถือเป็นผู้ให้บริการการขนส่งอย่างครบวงจรเป็นรายแรกอีกด้วย

ทั้งนี้ เคยมีการประมาณการณ์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางบก(ศูนย์วิจัยกสิกรไทย) มีมูลค่าสูงถึง 145,100 -147,300 ล้านบาท อัตราเติบโต 5-7% โดยเปรียบเทียบสัดส่วนการขนส่งสินค้าทั้งระบบพบว่า การขนส่งทางถนนโดยรถบรรทุกประเภทต่างๆ ยังมีสัดส่วนมากสุดประมาณ 81% ส่วนการขนส่งทางรถไฟหรือระบบราง ซึ่งมีผู้ให้บริการเพียงรายเดียว คือ รฟท. ยังมีสัดส่วนเพียง 1.9% จึงมีช่องว่างการสร้างรายได้อีกจำนวนมาก ที่เหลือเป็นการขนส่งทางท่อ 8.7% การขนส่งทางน้ำ 8.5% และการขนส่งทางอากาศ 0.01%

&amp;ldquo;การจับมือกับ รฟท.ถือเป็นการรุกเซกเมนต์บริการขนส่งใหม่อย่างจริงจังและมีโอกาสเติบโตสูงมาก เนื่องจาก รฟท.มีโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่หลายสาย จะสามารถสร้างเครือข่ายการขนส่งให้กว้างขวางขึ้นอีกหลายเท่าตัว ซึ่งบริษัทมั่นใจว่า บริการการขนส่งทางรางจะกลายเป็นแหล่งรายได้มูลค่ามหาศาล โดยดูจากจำนวนลูกค้าที่สนใจติดต่อเข้ามามากขึ้น เพื่อเปลี่ยนโหมดมาใช้บริการทางรถไฟ เป็นสัญญาณที่ดีมาก โดยงานนี้คาดจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 10% ทุกปี&amp;rdquo;

ขณะที่บริการขนส่งทั่วไปด้วยรถบรรทุกของบริษัทยังมีกลุ่มลูกค้าหลักและกำลังเจรจาสัญญาใหม่กับลูกค้าอีกหลายราย
นางสาวมินตรา กล่าวว่า บริษัทไม่ได้กังวลกับสถานการณ์ต่างๆ โดยประเมินจากแนวโน้มธุรกิจขนส่งเคมีภัณฑ์และวัตถุอันตรายครึ่งหลังปี 2563 ยังอยู่ในทิศทางบวก แม้ครึ่งปีแรกประเทศไทยประสบปัญหาการแพร่ระบาดไวรัส โควิด-19 แต่ธุรกิจการขนส่งทั่วไปและขนส่งเคมีภัณฑ์ยังเติบโต ประกอบกับเคมีภัณฑ์บางชนิดเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ ทำให้การขนส่งยังดำเนินการปกติและมีคอนแท็กต์ว่าจ้างการขนส่งระยะยาว 3-10 ปี นอกจากนี้ ยังเร่งขยายฐานการขนส่งเคมีภัณฑ์อันตรายไปต่างประเทศ เช่น ประเทศลาว ซึ่งมีโรงงานและโรงกลั่นเคมีภัณฑ์เกิดขึ้นจำนวนมาก

บริษัทมั่นใจว่า หากการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามแผนที่วางไว้ รายได้ปีนี้จะเติบโต 15% จากปีก่อน ซึ่งในปีที่ผ่านมา (ปี 2562) มีรายได้รวม 955.19 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 110.10 ล้านบาท โดยไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2563 มีรายได้แล้วถึง 247.24 ล้านบาท กำไรสุทธิ 56.96 ล้านบาท (ตัวเลขจากตลาดหลักทรัพย์)
ด้านนายฐากูร อินทรชม ผู้อำนวยการฝ่ายบริการสินค้า การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. กล่าวว่า สถานีรถไฟบ้านกระโดน ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา อยู่ระหว่างสถานีหนองแมวกับสถานีบ้านเกาะ จะถูกยกระดับสถานีขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์

ขนส่งสินค้าที่สำคัญของภาคอีสาน เมื่อโครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออกเฉียงเหนือช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม. วงเงิน 29,968 ล้านบาท เปิดให้บริการในปี 2565 จะสามารถรองรับขบวนรถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าตัว

ตามแผน รฟท.ตั้งเป้าหมายเร่งพัฒนาสร้างทางคู่อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งผู้โดยสาร และสินค้า ในพื้นที่ชนบท เมืองและระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ และแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟโดยใช้แนวทางการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (overpass) หรือทางลอดใต้ทางรถไฟ (underpass) รวมถึงช่วยแก้ไขปัญหาจราจรและลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟได้อีกด้วย

อนึ่ง บริษัท เกียรติธนา ขนส่ง จำกัด(มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านโลจิสติกส์ต่อเนื่องและครบวงจร (end-to-end) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบริการที่เกี่ยวกับคลังสินค้า พิธีการศุลกากรและเอกสาร รวมถึงบริการการจัดการขนส่ง มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เฉพาะด้านในธุรกิจขนส่งวัตถุอันตรายในกลุ่มปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ ก๊าซอุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์พิเศษอื่นๆ เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และกากอุตสาหกรรม เป็นเจ้าของรถกว่า 700 คันที่สร้างขึ้นมาเพื่อบรรทุกสินค้าในแต่ละประเภทโดยเฉพาะ เน้น หัวใจหลัก คือ นโยบายมุ่งพัฒนาระบบการบริหารงานขนส่งและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73964</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ขนส่งสินค้า, จ.นครราชสีมา, จิระ-ขอนแก่น, เพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางราง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f30cd5423946.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สคร. อวดรัฐวิสาหกิจตะลุยเบิกจ่าย 7 เดือนโตพรวด 71%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สคร. อวดผลงานเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจ ช่วง 7 เดือน ปี 2561 ขยายตัว 71% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อานิสงส์ตะลุยใช้เงินลงทุนโครงการรถไฟทางคู่จิระ-ขอนแก่น รถไฟฟ้าสายสีส้ม-เขียว และโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1 หนุนเต็มพิกัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
08 ก.ย.61- &amp;nbsp;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรง ในช่วง 7 เดือน ปี 2561 (ม.ค.-ก.ค.) &amp;nbsp;อยู่ที่ 2.62 แสนล้านบาท ขยายตัว 71% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการลงทุนที่เติบโตของรัฐวิสาหกิจเป็นผลมาจากการเร่งลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม- มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คู่คต ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ระยะที่ 1 ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมถึงการเพิ่มทุนให้แก่บริษัทในเครือ บมจ. ปตท. เพื่อไปลงทุนต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปี 2561 รัฐวิสาหกิจมีแผนเบิกจ่ายลงทุนทั้งสิ้น 4.46 แสนล้านบาท ซึ่งการลงทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบาย สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ต่อเนื่องและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวต่อไป&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สคร. ในฐานะโฆษก สคร. เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ในช่วง 10 เดือนของปีงบประมาณ 2561 (ต.ค. 60-ก.ค. 2561) อยู่ที่ 2.81 แสนล้านบาท คิดเป็น 91% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมที่ 3.09 แสนล้านบาท โดยรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560 &amp;ndash; ก.ค. 2561 อยู่ที่ 7.87 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 78% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ขณะที่รัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน เบิกจ่ายงบลงทุนสะสมตั้งแต่ ม.ค. &amp;ndash; ก.ค. 2561 อยู่ที่ 2.02 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับสาขาของรัฐวิสาหกิจที่มีการเบิกจ่ายสูงสุด ได้แก่ สาขาพลังงาน เบิกจ่าย 1.88 แสนล้านบาท, สาขาขนส่ง เบิกจ่าย 7.04 หมื่นล้านบาท, สาขาสาธารณูปการ เบิกจ่าย 1.27 หมื่นล้านบาท และสาขาอื่น ๆ เบิกจ่าย 9.99 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-----&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17042</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิระ-ขอนแก่น, รถไฟทางคู่, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, รัฐวิสาหกิจ, สคร, สายสีเขียว, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9274261ed4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
