<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาราจอห์นสันร้อง ตุ๋นบิตคอยน์42ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดารา &amp;quot;จอห์นสัน เทวินธวิ์&amp;quot; พาพวกร้องตำรวจดำเนินคดีบริษัท ไลฟ์ไทม์ฯ หลอกลงทุนเงินบิตคอยน์ เสียหายแล้ว 42 ล้าน เผยหลงเชื่อเพราะเคยลงทุนลักษณะนี้มาก่อน และเห็นว่าบริษัทน่าเชื่อถือ สุดท้ายออกลาย ด้านคดี 3 พี่น้องสกุล &amp;quot;จารวิจิต&amp;quot; ร่วมกันฟอกเงิน ศาลเลื่อนตรวจพยานหลักฐานเป็น 13 พ.ค.ศกนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกลงทุนเงินสกุลบิตคอยน์ ประมาณ 30 คน รวมตัวเข้าร้องเรียนกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หลังร่วมลงทุนบิทคอยท์ผ่านเว็บไซต์ cryptominingfarm ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท ไลฟ์ไทม์ เทคโนโลยี จำกัด มีนายพิมงคล ท้าวภิบาล เป็นเจ้าของ เบื้องต้นมีผู้เสียหายแล้วกว่า 140 คน โดยร่วมลงทุนตั้งแต่หลักพันถึงหลักล้านบาท มีมูลค่าความเสียหายแล้วประมาณ 42 ล้านบาท โดยมี พ.ต.อ.ชัยฤิทธิ์ ศรีวารีรัตน์ ผกก.สส.บก.น.5 รับมอบหนังสือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวินธวิ์ คุณารัตนวัฒน์ หรือจอห์นสัน เทวินธวิ์ อายุ 36 ปี ดารานักแสดง หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเข้ามาร่วมลงทุน ก็มีการตรวจสอบบริษัทนี้ว่ามีสำนักงานทั้งที่เมืองทองธานีและจังหวัดเชียงใหม่ ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งเคยลงทุนลักษณะนี้มาก่อน จึงร่วมลงทุนและได้รับผลตอบแทนกลับมาจึงลงทุนเพิ่ม แต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาเริ่มระแคะระคาย เมื่อไม่มีการจ่ายผลตอบแทนตามที่ได้รับสัญญา จึงรวมตัวกับผู้เสียหายอื่นๆ เข้าร้องเรียน พร้อมฝากถึงประชาชนว่า ปัจจุบันการลงทุนมีทั้งได้รับผลตอบแทนจริงและลักษณะหลอกลวง จึงควรศึกษาให้รอบคอบ และพร้อมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หนึ่งในผู้เสียหายซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม กล่าวว่า เริ่มแรกได้รับการชักชวนจากคนรู้จักให้ลงทุนในเงินสกุลบิตคอยน์ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวตั้งแต่ช่วงปี 2560 โดยมีการรับประกันผลตอบแทนว่าจะได้ร้อยละ 70 ต่อ 1 สัญญา ซึ่งแต่ละสัญญามีช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี ไปจนถึงตลอดชีวิต และสามารถถอนได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ทว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2561 ทางบริษัทเริ่มเพิ่มเงื่อนไขในการถอนเงิน กระทั่งวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางบริษัทแจ้งว่าจะทยอยจ่ายเงินคืนผู้ลงทุนเป็นระยะเวลา 84 งวด หรือประมาณ 7 ปี ในสกุลเงินอื่นที่ไม่ได้มีการรับรองตามกฎหมายไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเทวินธวิ์ ดาราหนุ่ม เคยแสดงภาพยนตร์มาหลายเรื่อง อาทิ รักบี้ วี้ดบึ้ม, ว้ายบึ้ม เชียร์กระหึ่มโลก, หอผี, รับน้องสยองขวัญ และละครหลายเรื่อง ทั้ง เจ้าชายหัวใจเกินร้อย, ลูกผู้ชายไม้ตะพด, วิมานมะพร้าว รวมทั้งละครซิตคอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีแก๊งบิตคอยน์ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนายปริญญา จารวิจิต อายุ 37 ปี, นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม อายุ 27 ปี นักแสดงซีรีส์ชื่อดัง และ น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต อายุ 32 ปี จำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำผิดฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 9, 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีเมื่อต้นเดือน มิ.ย.-30 ธ.ค.2560 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกได้วางแผนและสมคบกันหลอกลวงชักชวนให้นายเออาร์นีย์ โอตาวา ซาริมา มหาเศรษฐีชาวฟินแลนด์ ผู้เสียหาย มาร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อหุ้นของบริษัท 3 บริษัท จนนายเออาร์นีย์หลงเชื่อ โอนเงินสกุลบิตคอยน์หลายครั้ง จำนวน 500 ล้านหุ้น เข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ของจำเลยทั้งสาม กับพวก ที่เปิดรองรับไว้แล้วเป็นจำนวนเงิน 797,408,454.33 บาท จากนั้นพวกจำเลยนำเงินไปซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง อันเป็นการกระทำผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ นายปริญญา, นายจิรัชพิสิษฐ์ และ น.ส.สุพิชฌาย์ ที่ได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล เมื่อถึงเวลา ทนายจำเลยที่ 2, 3 ยื่นคำร้องให้จำหน่ายคดีชั่วคราว เพื่อรอฟังผลพิจารณาคดีของศาลแขวงดุสิต ตามคำร้องฉบับลงวันที่ 24 ธ.ค.2561 ทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีชั่วคราว เพื่อรอฟังผลการพิจารณาคดีที่ศาลแขวงดุสิต ฉบับลงวันที่ 11 ก.พ.2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 1 ทนายจำเลยที่ 1 ทนายจำเลยที่ 2 และ 3 แถลงร่วมกันว่า คดีที่ศาลแขวงดุสิตยังอยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และยังต้องไต่สวนพยานโจทก์อีก 2 ปาก รวมถึงทนายจำเลยที่ 1-3 แถลงเพิ่มเติมประสงค์จะถามค้านพยานโจทก์ด้วย ซึ่งอาจใช้เวลานาน เป็นเหตุให้ต้องยื่นคำร้องขอให้จำหน่ายคดีชั่วคราวก่อน สอบโจทก์แล้วแถลงไม่ค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นสมควรให้รอสั่งเพิ่มเติมในนัดหน้า พร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยยังไม่อนุญาตให้จำหน่ายคดีเพื่อรอฟังผลพิจารณาคดีที่ศาลแขวงดุสิต ตามคำร้องทั้ง 2 ฉบับข้างต้น จึงเลื่อนไปตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 13 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29427</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสัน เทวินธวิ์, จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ปริญญา จารวิจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทวินธวิ์ คุณารัตนวัฒน์, เทวินธวิ์ ดาราหนุ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6aba4cdf74c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สามพี่น้อง &#039;จารวิจิต&#039; ให้การปฏิเสธคดีฟอกเงินบิตคอยน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย. 61 - ที่ห้องเวรชี้ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีแก๊งบิตคอยน์ หมายเลขดำ ฟย.50/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้องนายปริญญา จารวิจิต อายุ 37 &amp;nbsp;ปี, นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม อายุ 27 ปี นักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง และ น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต อายุ 32 ปี สามพี่น้องร่วมกันเป็นจำเลย ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำผิดฐานฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อต้นเดือน มิ.ย.- 30 ธ.ค. 2560 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกอีก 6 คนได้วางแผนและสมคบกันหลอกลวงชักชวนใหนายเออาร์นีย์ โอตาวา ซาริมา มหาเศรษฐีชาวฟินแลนด์ ผู้เสียหาย ให้มาร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อหุ้นของบริษัท 3 บริษัทจนนายเออาร์นีย์ หลงเชื่อ โอนเงินสกุลบิตคอยน์หลายครั้ง เข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิส์ของจำเลยทั้งสามกับพวก ที่เปิดรองรับไว้แล้วเป็นจำนวนเงิน 797,408,455 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยที่ได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล ส่วนนายปริญญา ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัว ถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาล โดยเมื่อถึงเวลานัด ศาลได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยทั้งสามฟังพร้อมสอบถามคำให้การ ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานต่อไปในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพวกจำเลยที่ได้รับการประกันตัวออกจากห้องเวรชี้ก็ได้เดินทางกลับทันที โดยหลบออกทางด้านหลังอาคารศาลอาญา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21537</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, นายปริญญา จารวิจิตร, บิตคอยน์, ฟอกเงิน, สุพิชฌาย์ จารวิจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2894551937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องพี่น้องจารวิจิต ฟอกเงิน797ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูมพาพ่อแม่เข้ากองปราบฯ รับทราบข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ให้การปฏิเสธ ยันเงิน 90 ล้านที่ลูกชายคนโตโอนให้ เป็นเงินที่ได้มาจากการทำธุรกิจของครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม อดีตนักแสดง ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน ได้พานายวิสิทธิ์ และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต พ่อและแม่ เข้าพบ พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง รอง ผกก.สอบสวน กก.1 บก.ป. หลังถูกออกหมายเรียกในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน คดีหลอกนักลงทุนชาวฟินแลนด์ร่วมลงทุนในสกุลเงินบิตคอยน์ มูลค่ากว่า 797 ล้านบาท หลังตำรวจพบเส้นทางการเงินว่าพ่อและแม่ของบูมรับโอนเงินจากนายปริญญา จารวิจิต ลูกชายคนโต จำนวน 90 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงนายอาร์นี ออตตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง นายจิรัชพิสิษฐ์เปิดเผยว่า พ่อและแม่ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ว่าเงินที่ได้รับโอนจากนายปริญญา จารวิจิต ลูกชายคนโต ได้มาจากการทำธุรกิจของครอบครัว และยืนยันไม่รู้จักกับนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ โดยวันนี้ได้นำเอกสารเส้นทางการเงินมาชี้แจงกับตำรวจถึงที่มาของเงินที่ได้รับโอน และหลังจากนี้จะกลับไปรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายมาชี้แจงเพิ่มเติม ยอมรับรู้สึกโล่งใจที่วันนี้พ่อและแม่ได้รับการปล่อยตัว ทางครอบครัวพร้อมต่อสู้คดี ส่วนการยื่นประกันตัวของนายปริญญา เป็นเรื่องของทีมทนายดำเนินการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิสิทธิ์ และนางเลิศฉัตรกมล กล่าวว่า ขอความเป็นธรรมด้วย เนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชรกล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับนายวิสิทธิ์ และนางเลิศฉัตรกมล ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งทั้งคู่ได้ขอกลับไปรวบรวมหลักฐานเส้นทางการเงินต่างๆ ของครอบครัว เพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง เพื่อชี้แจงที่มาของเงินที่นายปริญญาโอนให้ ซึ่งจะต้องมอบให้เจ้าหน้าที่ไม่เกิน 15 วันหลังจากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายปริญญา จารวิจิต อายุ 37 ปี (ตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างฝากขัง), นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงซีรีส์วัยรุ่นชื่อดัง อายุ 27 ปี, น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต อายุ 32 ปี ทั้งสามคนเป็นชาว จ.ชลบุรี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวและเป็นพี่น้องกัน เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำผิดฐานฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 9, 60
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างต้นเดือน มิ.ย.-30 ธ.ค.2560 จำเลยทั้งสามกับพวกอีก 6 คนร่วมกันวางแผนและสมคบกันด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หลอกลวงชักชวนให้นายอาร์นี ออตตาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ผู้เสียหาย ให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอร์ฟแวร์ จำกัด (Expay Software), ร่วมลงทุนประกอบธุรกิจสร้างเงินดิจิตอลสกุลดราก้อน คอยน์ กับบริษัท เอ็นเอ็กซ์ เชน อินคอร์ปอเรเต็ด (NX Chain Inc.) และซื้อหุ้นบริษัท ดีเอ็นเอ (2002) จำกัด (มหาชน) จำนวน 500 ล้านหุ้น ซึ่งผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินดิจิตอลสกุลบิตคอยน์ (Bitcoins) จำนวนหลายครั้งเข้าไปในกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ของจำเลยทั้งสามกับพวกที่เปิดรองรับไว้ แล้วพวกจำเลยได้นำเงินบิตคอยน์ดังกล่าวไปขายในระบบซื้อขายอินเทอร์เน็ต คิดเป็นเงินจำนวน 797,408,454.33 บาท และนำเงินที่ขายได้เข้าบัญชีธนาคารของจำเลยทั้งสามกับพวก ทั้งที่ความจริงแล้วไม่มีการลงทุนทำธุรกิจจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จำนวนหุ้นของบริษัทดีเอ็นเอที่ผู้เสียหายได้ซื้อไปก็ไม่ได้ครบตามจำนวนที่ตกลงซื้อ ซึ่งภายหลังจำเลยทั้งสามกับพวกก็ได้ร่วมกันนำทรัพย์สินดังกล่าวที่ได้จากการกระทำผิดหลายครั้งนั้นไปเปลี่ยนสภาพเพื่อปกปิดแหล่งที่มา โดยเมื่อวันที่ 11 ต.ค.2560 จำเลยทั้งสามได้นำเงิน 20 ล้านบาท โดยนายปริญญา จำเลยที่ 1 เป็นผู้ซื้อและทำนิติกรรมซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 2 งาน 7 ตารางวา แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม., วันที่ 12 ต.ค.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้นำเงิน 59 ล้านบาทไปซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 143.5 ตารางวา แขวง-เขต ดินแดง กทม., วันที่ 19 ต.ค.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้นำเงิน 27,140,000 บาท ไปซื้อที่ดิน 2 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 118.9 ตารางวา ใน จ.นนทบุรี, วันที่ 29 พ.ย.2560 นายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้นำเงิน 18,450,000 บาทไปซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 1 งาน 23 ตารางวา แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2560 นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 นำเงิน 43,130,000 บาทไปซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 3 งาน 80 ตารางวา แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม., วันที่ 6 ธ.ค.2560 น.ส.สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 นำเงิน 8.5 ล้านบาทไปจดทะเบียนขายฝากที่ดิน 6 แปลง เนื้อที่ 94.5 ตารางวา แขวงจันทรเกษม, แขวงลาดยาว, แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุเกิดที่แขวงจันทรเกษม, แขวงลาดยาว, แขวงจอมพล เขตจตุจักร, แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา, แขวง-เขตดินแดง แขวง-เขตห้วยขวาง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี, แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม., ต.บางกร่าง และ ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี, ต.บางพระ และ ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค.2561 เจ้าพนักงานจับกุมสามารถจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 ได้ ส่วน น.ส.สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 จับกุมได้เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2561 และจับกุมนายปริญญา จำเลยที่ 1 ได้เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ในชั้นสอบสวนทั้งสามให้การปฏิเสธ ซึ่งท้ายคำฟ้อง อัยการก็ได้ระบุว่าหากจำเลยทั้งสามขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี ก็ให้เป็นดุลพินิจศาลในการสั่งประกันตัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ ฟย.50/2561 และนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 7 พ.ย. เวลา 09.00 น. โดยในส่วนของนายปริญญา จำเลยที่ 1 ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในชั้นฝากขังตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลก็จะเบิกตัวจำเลยมาสอบคำให้การตามวัน-เวลาดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จำเลยที่ 2 กับ น.ส.สุพิชฌาย์ จำเลยที่ 3 ทั้งสองได้รับการประกันตัวตั้งแต่ชั้นฝากขังเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา คนละ 2 ล้านบาท ซึ่งศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21180</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, พ.ต.ท.สัณห์เพ็ชร หนูทอง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลิศฉัตรกมล จารวิจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdb01149ef7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่บูมรับข้อหา ร่วมฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธนสิทธิ์&amp;quot; พี่ชาย &amp;quot;บูม&amp;quot; เข้ารับทราบข้อหาร่วมกันฟอกเงินจากพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ให้การปฏิเสธ ยันไม่เคยรับโอนเงิน 100 ล้านจากนักธุรกิจชาวฟินแลนด์ดังที่เป็นข่าว ส่วนการโอนเงินจากบริษัทบิตคอยน์ เป็นการทำธุรกิจปกติ ลุ้นพ่อแม่เข้ารับทราบข้อหา 1 พ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมนี้ นายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายคนรองของนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม ดารานักแสดง เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา &amp;quot;ร่วมกันฟอกเงิน&amp;quot; ในคดีหลอกนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ ลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินสกุลบิตคอยน์ จำนวน 797 ล้านบาท โดยตำรวจพบมีเงินกว่า 100 ล้านบาทจากผู้เสียหายโอนเข้าบัญชีนายธนสิทธิ์ และมีการโอนเงินไปที่บัญชีนายปริญญา เบื้องต้นนายธนสิทธิ์ให้การปฏิเสธและยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ โดยวันนี้ได้เตรียมพยานหลักฐาน เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในคดีมามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อนายธนสิทธิ์เดินทางไปถึงกองปราบฯ ก็เข้าไปในห้องสอบสวนให้ปากคำเกี่ยวกับคดี โดยขั้นตอนคือตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาและปล่อยตัวกลับ เนื่องจากเป็นการเข้าพบตามหมายเรียก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ เข้าแจ้งความกองปราบฯ ว่าถูกนายปริญญา จารวิจิต และพวก หลอกลงทุนซื้อหุ้นด้วยเงินสกุลบิตคอยน์ จำนวน 797 ล้านบาท ซึ่งต่อมาศาลออกหมายจับนายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา และนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ดารานักแสดงหนุ่ม สามพี่น้อง ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากพบนายปริญญาโอนเงินที่หลอกลวงมาได้ไปเข้าบัญชี น.ส.สุพิชฌาย์ และนายจิรัชพิสิษฐ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาตำรวจออกหมายเรียกนายธนสิทธิ์ เนื่องจากพบความเชื่อมโยงทางบัญชีการเงิน โดยนายธนสิทธิ์รับโอนเงินจากนายเออาร์นีโดยตรงกว่า 100 ล้านบาท ก่อนที่เงินดังกล่าวจะถูกโอนเข้าบัญชีนายปริญญา พี่ชาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีร่วมกันฉ้อโกง ตำรวจกองปราบฯ สรุปสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหา 4 คน คือ นายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา นายธนสิทธิ์ และนายจิรัชพิสิษฐ์ ต่ออัยการไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่คดีร่วมกันฟอกเงิน มีการดำเนินคดีรวม 6 คน คือนายปริญญา น.ส.สุพิชย์ฌา นายธนสิทธิ์ นายจิรัชพิสิษฐ์ นายสุวิทย์และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิต บิดาและมารดา มีการแจ้งดำเนินคดีแล้ว 4 คน เหลือพ่อและแม่ที่จะมารับทราบข้อหาวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯ นานกว่า 2 ชั่วโมง นายธนสิทธิ์กล่าวว่า วันนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฟอกเงินตามหมายเรียก ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว หรือเป็นล่ามให้พี่ชายเจรจากับนายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา ผู้เสียหายเรื่องการลงทุน และมั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมายื่นต่อพนักงานสอบสวนในวันนี้ ว่าจะสามารถตอบข้อสงสัยให้กับพนักงานสอบสวนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนสิทธิ์ชี้แจงกรณีมีข่าวว่ามีเงินจากบัญชีนายเออาร์นีโอนเข้าบัญชีตนเองกว่า 100 ล้านบาท ยืนยันไม่มีการโอนเงินเข้าบัญชีตนเอง และที่ผ่านมาก็ไม่เคยพูดคุยกับผู้เสียหายในเรื่องของการลงทุน แต่ยอมรับว่ามีเงินโอนมาจากบัญชีของบริษัท บิทคอยน์ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งขึ้นตรงกับธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านเข้ามาที่บัญชี ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจบิตคอยน์ที่จะมีเงินเข้า-ออกมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนสิทธิ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ครอบครัวอยู่ระหว่างเตรียมนำเอกสารจากสถานกงสุล ที่พี่ชายได้ทำไว้ว่าจะเดินทางกลับมามอบตัวสู้คดีในประเทศไทย ยื่นประกอบคำขอประกันตัวต่อศาล และขอความเป็นธรรมว่าพี่ชายไม่ได้หลบหนี เชื่อว่าหากพี่ชายได้ประกันตัวจะแก้ไขปัญหาหรือพูดคุยกับผู้เสียหาย ทำให้คดีคลี่คลายและจบลงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21042</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ธนสิทธิ์ จารวิจิต, ปริญญา จารวิจิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd8648f4eed4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบบูมกล่อมเหยื่อ ได้มาเกือบ500ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บูมกับพี่ชายเข้ารับทราบข้อหาร่วมกันฉ้อโกงคดีบิตคอยน์ ถูกเค้นสอบ 2 ชั่วโมง ยืนกรานปฏิเสธ ส่วน &amp;quot;ปริญญา&amp;quot; พี่ชายคนโตยังหายตัว ตำรวจเตรียมออกหมายจับ ด้านพ่อแม่ก็ส่อไม่รอด รอง ผบก.ป.เผยครอบครัว &amp;quot;จารวิจิต&amp;quot; ได้เงินจากเหยื่อเกือบ 500 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 29 สิงหาคมนี้ นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม ดารานักแสดง ผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงิน คดีหลอกลวงนายเออาร์นี ออตตาวา ซาอ์มิมาอ์ สัญชาติฟินแลนด์ ลงทุนธุรกิจค้าเงินดิจิตอลบิตคอยน์ สูญเงินกว่า 797 ล้านบาท พร้อมนายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม คือร่วมกันฉ้อโกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้บูมกับนายธนสิทธิ์ และนายปริญญา จารวิจิต พี่ชายคนโต, นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็กเปย์ และนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เจ้าพ่อตลาดหุ้น เข้าพบในวันที่ 29 ส.ค. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมฉ้อโกงเพิ่มเติม แต่ช่วงบ่ายวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา นายชาคริสและนายประสิทธิ์ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาก่อนวันนัดของพนักงานสอบสวน โดยมีผู้เสียหายเดินทางมาด้วย และมีการเจรจาทำบันทึกข้อตกลงจะจ่ายทรัพย์สินคืนให้ต่อหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายสามารถตกลงกันได้ โดยคดีฉ้อโกง เมื่อสามารถตกลงกันได้ ผู้เสียหายสามารถถอนคำร้องทุกข์กล่าวโทษได้ ขณะนี้จึงยังคงเหลือเพียงนายปริญญา ผู้ต้องหาคนสำคัญ ที่มีข่าวว่ายังอยู่ในสหรัฐอเมริกา และพนักงานสอบสวนแจ้งว่า หากพ้นจากวันนัดตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บูมและพี่ชายคนรองได้ให้ปากคำต่อ พ.ต.ต.กำธร นิยม สารวัตรสอบสวน กก.1 บก.ป. เป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ หลังจากนั้น บูมกล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาตามหมายเรียกที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯ เชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนในเรื่องของคำให้การนั้น ตนได้ให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดร่วมกับนายปริญญา ที่ผ่านมานับจากเกิดเรื่องก็ยังไม่ได้มีการติดต่อหรือพูดคุยกับนายปริญญาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนสิทธิ์ ภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ก็ได้รีบไปขึ้นรถเดินทางกลับทันที โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. กล่าวว่า ที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม และนายธนสิทธิ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เพราะเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนทราบว่า ทั้งคู่ได้ร่วมกับนายปริญญาเดินทางไปเจรจาชักชวนนายเออาร์นีนำเงินบิตคอยน์มาร่วมลงทุนด้วย โดยใช้ความเป็นดารานักแสดงพอมีชื่อเสียงของนายบูมมาร่วมชักจูงใจ ทั้งนี้ พบว่าครอบครัวจารวิจิตได้เงินจากนายเออาร์นีมาเกือบ 500 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวว่า ในส่วนพ่อแม่ของนายบูม ขณะนี้ทางพนักงานสอบได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกในคดีร่วมกันฟอกเงิน หลังเรียกทั้งคู่มาให้ปากคำในฐานะพยานก่อนหน้านี้ แต่ทั้งคู่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควร โดยให้การว่า เงินจำนวน 90 ล้านบาท ที่นายปริญญาโอนมาให้นั้น เป็นเงินที่มาจากการทำธุรกิจของครอบครัว ทั้งอสังหาริมทรัพย์และร้านอาหาร ซึ่งทางเราได้ตรวจสอบแล้วพบว่าครอบครัวนี้มีเพียงธุรกิจร้านอาหารที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ร้านเดียว รายได้ตกวันละ 5,000 บาทเท่านั้น แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเงินโอนเข้า-ออกบัญชีหลายสิบล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เร็วๆ นี้จะมีการออกหมายจับนายปริญญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันฟอกเงินอย่างแน่นอน&amp;quot; พ.ต.อ.ชาคริตกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16440</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, ชาคริส อาห์มัด, ธนสิทธิ์ จารวิจิต, ปริญญา จารวิจิต, พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เออาร์นี ออตตาวา ซาอ์มิมาอ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b869fe71b03e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับดารา&#039;บูม&#039;ร่วมพี่ ตุ๋นบิตคอยน์797ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจตามรวบดาราหนุ่ม &amp;quot;บูม-จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต&amp;quot; ขณะถ่ายหนังกลางห้างดัง หลังศาลออกหมายจับพร้อมพี่ชาย พี่สาว ร่วมกันฟอกเงิน ตุ๋นต่างชาติลงทุนเงินสกุลบิตคอยน์มูลค่าความเสียหายสูงถึง 979 ล้านบาท เจ้าตัวปฏิเสธ ระบุพี่ชายที่หนีออกนอกประเทศไปแล้วเอาบัญชีของตนไปใช้ รอง ผบก.ป.แฉเจ้าพ่อตลาดหุ้นอยู่เบื้องหลัง เผยตำรวจนอกราชการคนดังติดต่อเหยื่อรับเคลียร์ ขอหัก 30%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ว่า พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม และ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต อายุ 27 ปี ดารา นายแบบ อยู่บ้านเลขที่ 46/22 หมู่ 8 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1694/2561 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน โดยจับได้บริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรัชโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2560 ได้มีผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวต่างชาติเข้าแจ้งความว่าถูกผู้ต้องหาพร้อมกับพวกร่วมกันหลอกลวง และร่วมกันวางแผนชักชวนให้ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล ในชื่อ ดรากอน คอยน์ โดยหลอกลวงให้ซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc. และหุ้นของบริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ร่วมลงทุนด้วยการโอนเหรียญบิตคอยน์ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลจำนวนหนึ่ง เข้าไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) ในบัญชีของนายจิรัชพิสิษฐ์ที่เปิดรับรองไว้ส่วนหนึ่ง และบัญชีของผู้ต้องหาอื่นๆ อีก รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,564.44650956 เหรียญบิตคอยน์ คิดเป็นสกุลเงินบาทไทยจำนวน 797,408,454.33 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายที่จะได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน ผู้เสียหายกลับไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการลงทุน หรือเงินปันผล อีกทั้งไม่เคยได้รับเชิญประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทที่กลุ่มของผู้ต้องหาได้กล่าวอ้าง ไม่ได้เข้าไปประกอบธุรกิจเกี่ยวกับดรากอน คอยน์ แต่อย่างใด จึงได้สอบถามไปยังผู้ต้องหา แต่กลับได้รับการบ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจกองปราบปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาพวกรวม 7 ราย ในฐานความผิดร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5), 5 (1) (2), 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 กระทั่งชุดสืบสวน กก.1 บก.ป.สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้มาถ่ายหนังที่ห้างย่านรัชโยธิน จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. และ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. ชี้แจงว่า นายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต ถือเป็น 1 ใน 3 พี่น้องในครอบครัวนี้ที่ศาลออกหมายจับ คือนายจิรัชพิสิษฐ์ นายปริญญา และนางสาวสุพิชย์ฌา พี่ชายและพี่สาว เนื่องจากการสืบสวนสอบสวนพบว่า นายบูมเปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายชาวต่างชาติแทนพี่ชาย ซึ่งเป็นตัวการหลักในขบวนการนี้ พบการโอนเงินออกนอกประเทศ และอายัดกลับมาได้ 200 ล้านบาท จากทั้งหมด 797 ล้านบาท จากการสอบสวน นายบูมยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็น อ้างว่าบัญชีดังกล่าวถูกพี่ชายนำไปใช้ ซึ่งจากการตรวจสอบนายปริญญา พี่ชาย พบว่าเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.ต.อ.ชาคริตกล่าวเพิ่มเติมว่า พฤติการณ์ของขบวนการนี้จะหลอกนักลงทุนชาวต่างชาติร่วมลงทุนเหรียญบิตคอยน์ในประเทศไทย โดยนำเหรียญดังกล่าวไปเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งสกุลเพื่อลงทุนต่อในตลาดหลักทรัพย์และในบ่อนการพนันที่มาเก๊า โดยไม่มีการนำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้าง แต่นำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายภายในครอบครัวและใช้ซื้อที่ดิน จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 40 บัญชี สอบสวนนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ยังให้การปฏิเสธ ส่วนนายปริญญาเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะที่นางสาวสุพิชย์ฌาได้ติดต่อขอเข้ามอบตัว ทั้งนี้ จากข้อมูลทราบว่าขบวนการดังกล่าวมีตัวการเป็นเจ้าพ่อตลาดหลักทรัพย์ชื่อดังอีกด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลังนักลงทุนต่างชาติชาวฟินแลนด์รู้ตัวว่าถูกฉ้อโกง ก็ได้รับการติดต่อจากอดีตนายตำรวจนอกราชการชื่อดัง ขอเป็นตัวกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ขอส่วนแบ่งร้อยละ 30 ผู้เสียหายกลัวจะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย จึงเข้าแจ้งความที่กองปราบปรามแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม เป็นดารานายแบบหนุ่มหล่อ ปัจจุบันอายุ 27 ปี เรียนจบวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เริ่มเข้าวงการเป็นที่รู้จัก มีผลงานถ่ายแบบนิตยสาร รวมถึงแจ้งเกิดจากการรับบท &amp;quot;หมอนัท&amp;quot; ชายรักชาย ในซีรีส์ &amp;quot;สงครามแย่งผู้ To be continued ตอนลงเอย&amp;quot; เมื่อปี พ.ศ.2559, ละคร นางอาย ทางช่อง 3 และล่าสุด รับบทเป็น &amp;quot;บุญส่ง&amp;quot; สายลับหนุ่มจากละครเรื่อง แนวสุดท้าย ที่เพิ่งออกอากาศไปเมื่อต้นปี พ.ศ.2561 ทางช่อง GMM 25 รวมถึงเอ็มวีเพลง แก้บน ของหนิม คนึงพิมพ์ อีกด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15081</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต, พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง, พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช, พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c440126dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
