<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ ผนึกพันธมิตรตั้งกองทุน &#039;ออร์ซอน เวนเจอร์ส&#039; เทงบ 1.5 พันล้าน ติดปีกสตาร์ทอัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค. 2564 นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่าง&amp;nbsp;PTTOR International Holdings (Singapore) Pte. Ltd. (SGHoldCO)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ โออาร์ ถือหุ้นในสัดส่วน 100%&amp;nbsp;และ กองทุน 500&amp;nbsp;Startups&amp;nbsp;หรือ 500&amp;nbsp;TukTuks&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกองทุนที่สตาร์ทอัพไทยรู้จักเป็นอย่างดี ในการจัดตั้งกองทุน &amp;ldquo;ออร์ซอน เวนเจอร์ส&amp;rdquo; (ORZON Ventures, L.P.)&amp;nbsp;โดยโออาร์ได้เตรียมงบประมาณสนับสนุนระยะแรกอยู่ที่ 1,500&amp;nbsp;ล้านบาท เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการหน้าใหม่ของไทยให้ก้าวขึ้นไปแข่งขันในระดับสากลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โออาร์ โดย&amp;nbsp;SGHoldCo&amp;nbsp;จะร่วมลงทุนใน&amp;nbsp;ORZON Ventures&amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาและสนับสนุนสตาร์ทอัพใหม่ ๆ แต่จะต้องมีศักยภาพมีรายได้ มีกลุ่มลูกค้าชัดเจน รวมถึงสามารถตอบสนองกับความต้องการของตลาดได้ และดำเนินธุรกิจในประเทศไทยหรือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโออาร์ และธุรกิจอื่น ๆ ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ หรือกลุ่มอาหารเนื่องจากสามารถได้รับการตอบรับโดยเร็ว และเติบโตได้ในยุคนี้&amp;rdquo;นางสาวจิราพร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวจะมีระยะเวลากองทุนอยู่ที่ 10 ปี โดยในช่วง 5 ปีแรกคาดว่าจะสามารถให้กับสนับสนุนกับสตาร์ทอัพได้ประมาณ 20-30 ราย ขณะที่ในปี 2564 นี้จะนำร่องให้การสนับสนุนก่อน 1-2 ราย เพื่อที่จะสร้างการรับรู้ แนวทางที่ดีให้กับรายอื่น ๆ ที่กำลังตัดสินใจ โดยกองทุนดังกล่าวจะสนับสนุนเงินทุนอยู่ที่ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อ 1 ธุรกิจ ซึ่งต้องประเมินแนวโน้มของความต้องการใช้เงินก่อน หากมีความต้องการมากกว่านั้นก็สามารถเพิ่มการสนับสนุนได้อยู่ที่ 80-100 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจิราพร กล่าวว่า การลงทุนในสตาร์ทอัพ มองว่าเป็นกลุ่มที่มีจุดแข็งในด้านศักยภาพการใช้เทคโนโลยี มีความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีความท้าทายหลายอย่าง ซึ่งมั่นใจว่าด้วย ศักยภาพความพร้อมของ โออาร์ จะช่วยเติมเต็มและสนับสนุนสตาร์ทอัพ ทั้งในด้านเงินทุน การเข้าถึงฐานลูกค้าและระบบนิเวศขนาดใหญ่รวมถึงความช่วยเหลือด้านพื้นฐานอื่น ๆ จากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยที่ผ่านมา โออาร์ ได้เริ่มมีการลงทุนและสร้างความร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด หรือการร่วมลงทุนในกลุ่มธุรกิจแฟลช เป็นต้น ซึ่งครอบคลุมธุรกิจในด้าน&amp;nbsp;Mobility&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;Lifestyle&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกระทิง พูนผล บริหารกองทุน 500&amp;nbsp;TukTuks&amp;nbsp;กล่าวในฐานะจะมารับตำแหน่งผู้บริหารของ&amp;nbsp;ORZON Ventures&amp;nbsp;ว่าการร่วมมือกับ โออาร์ จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการเมืองไทยก้าวไประดับภูมิภาคและระดับโลก โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการดึงเอาจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน ทั้งประสบการณ์ในการลงทุนสตาร์ทอัพกว่า 6 ปีของ 500&amp;nbsp;TukTuks&amp;nbsp;ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักลงทุนชั้นนำที่ได้ลงทุนในสตาร์ทอัพมากที่สุดในไทย ผนวกกับ โออาร์ ที่เป็นผู้นำตลาดค้าปลีกน้ำมัน จะทำให้ผู้ประกอบการที่จะมาเข้าร่วมต่อไปนั้นได้ทั้งเงินสนับสนุน คอนเนคชั่นที่ดี และได้ชื่อเสียงของทั้ง2แบรนด์เป็นเครื่องสร้างความน่าเชื่อถืออีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119055</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร ขาวสวัสดิ์, สตาร์ทอัพ, ออร์ซอน เวนเจอร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615ea09050b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พีทีที สเตชั่น พระราม 2 พร้อมเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนแก่บุคคลทั่วไป 7 มิถุนายนนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 2564 นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วย นายแพทย์พรเทพ สีตลกาญจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางปะกอก 8 และคณะผู้บริหาร ร่วมตรวจสอบความพร้อมของระบบการให้บริการฉีดวัคซีนที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม. 12) ซึ่ง โออาร์ ได้ร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และสภาหอการค้าไทย ในการจัดพื้นที่ให้เป็นหนึ่งในหน่วยบริการวัคซีน COVID-19 นอกโรงพยาบาลสำหรับประชาชนทั่วไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง สามารถให้บริการฉีดวัคซีนได้ 1,500 คน/วัน โดยได้ทดสอบระบบการให้บริการวัคซีนตามขั้นตอนต่าง ๆ อาทิ จุดนั่งพักคอยก่อนลงทะเบียน จุดลงทะเบียน จุดวัดความดันเพื่อตรวจสอบความพร้อมของร่างกาย จุดคัดกรองประวัติ จุดฉีดวัคซีน จุดสังเกตอาการ 30 นาทีหลังรับการฉีดวัคซีน และการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีน รวมทั้งทดสอบระบบการฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัครที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกในจุดต่าง ๆ และจะพร้อมเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนได้ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 โดยในระยะแรกจะฉีดให้กับบุคลากรของกรุงเทพมหานครที่เป็นบุคลากรส่วนหน้าที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชนเป็นจำนวนมาก สำหรับบุคคลทั่วไปจะเริ่มให้บริการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป เปิดให้บริการระหว่างเวลา 8:00 &amp;ndash; 16:00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด โดยผู้รับบริการจะต้องลงทะเบียนและนัดหมายวัน เวลา และสถานที่รับวัคซีนผ่านช่องทางที่กรุงเทพมหานครกำหนด โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนรับวัคซีนได้ที่ โทร.1516&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การจัดสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม.12) เป็นสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลในครั้งนี้ เพื่อเป็นอีกช่องทางที่จะสนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนได้โดยเร็วที่สุดเพื่อลดอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของผู้ป่วยหากติดเชื้อ อีกทั้งยังสอดคล้องกับการที่ โออาร์ ได้พัฒนารูปแบบของสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ให้พร้อมเป็นศูนย์กลางที่เติมเต็มความอุ่นใจระหว่างทางให้ผู้เดินทาง รวมไปถึงเติมเต็มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและรอยยิ้มให้คนทุกระดับ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;Living Community&amp;quot; &amp;nbsp;เพื่อให้ พีทีที สเตชั่น เป็นพื้นที่ที่เติมเต็มทุกความสุขให้ทุกคนได้อย่างแท้จริง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางไปสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 ขาออก (กม.12) ได้ที่ โทร. 1365 Contact Center&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104382</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร ขาวสวัสดิ์, ฉีดวัคซีน, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af723b677f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ รวมพลังผู้แทนจำหน่าย พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ ร่วมบริจาครวมกว่า 23 ล้านบาท  ให้โรงพยาบาลใน 77 จังหวัด เติมเต็มความห่วงใยช่วยไทยพ้นวิกฤติโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โออาร์ จับมือผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) ทั่วประเทศ ร่วมเติมเต็มความห่วงใย ช่วยไทยพ้นวิกฤติ โควิด-19 มอบเงินบริจาครวมกว่า 23 ล้านบาท สนับสนุนโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 พค 2564 &amp;nbsp;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ และตัวแทนของผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในเขตกรุงเทพมหานคร ร่วมมอบเงินบริจาค จำนวน 1,000,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลสิรินธร โดยมี นายแพทย์ยุทธนา เศรษฐนันท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิรินธร เป็นผู้รับมอบ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในเขตกรุงเทพมหานครได้ร่วมใจกันบริจาค และ โออาร์ ร่วมสมทบทุนด้วย 379,000 บาท พร้อมกันนี้ ผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ยังได้ร่วมมอบเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดของตนเอง รวมจำนวน 15,061,554 บาท โดยโออาร์ได้ร่วมสมทบทุนให้แต่ละจังหวัด อีกจังหวัดละ 100,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจิราพร กล่าวว่า &amp;ldquo;ในวันที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤติ พลังแห่งความร่วมมือคือสิ่งสำคัญยิ่งในการช่วยเหลือเกื้อกูลให้ทุกภาคส่วนของสังคมไทยก้าวพ้นช่วงเวลายากลำบากนี้ไปด้วยกัน โออาร์ และผู้แทนจำหน่าย พีทีที สเตชั่น ที่มีอยู่กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ มีความห่วงใยและความตั้งใจในการร่วมเติมเต็มความช่วยเหลือผ่านการสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาล หน่วยงานสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์เป็นการเร่งด่วน ในสภาวะการณ์ที่การระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ พีทีที สเตชั่น เติมเต็มความห่วงใยร่วมช่วยไทยพ้นวิกฤติ โควิด-19 &amp;nbsp;พร้อมกันทั่วประเทศในครั้งนี้ เป็นการระดมความร่วมมือจากผู้แทนจำหน่าย พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบความช่วยเหลืออย่างตรงจุด โดยผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในแต่ละจังหวัดในฐานะที่อยู่ในพื้นที่จะเป็นผู้คัดเลือกสถานพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 โรงพยาบาลประจำจังหวัด หรือหน่วยงานสาธารณสุขในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เงินทุนสนับสนุนในครั้งนี้สามารถตอบสนองต่อการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 อย่างตรงจุดและครอบคลุม ถือเป็นการร่วมมือเพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในการแก้ปัญหา สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ โออาร์ ที่มุ่งเน้นการเติบโตแบบมีส่วนร่วม (Inclusive Growth) และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน พนักงาน คู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในทุกพื้นที่ที่ โออาร์ เข้าไปดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ (Living Community) และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงพยาบาลสิรินธร เป็นโรงพยาบาลที่ โออาร์ และผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ในเขตกรุงเทพมหานครได้ร่วมกันคัดเลือก โดยพิจารณาจากโรงพยาบาลที่ต้องรองรับผู้ป่วยทั้งการรับรักษาผู้ติดเชื้อ การคัดกรอง และการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวนมาก และยังขาดแคลนสิ่งของจำเป็นและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างการร่วมบริจาคให้โรงพยาบาลในจังหวัดต่าง ๆ อาทิ ร่วมบริจาคให้โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ. นนทบุรี รวมจำนวน 404,000 บาท ร่วมบริจาคให้โรงพยาบาลปทุมธานี จ. ปทุมธานี รวมจำนวน 650,000 บาท และร่วมบริจาคให้โรงพยาบาลบางพลี จ.สมุทรปราการ รวมจำนวน 290,000 บาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ เมื่อเดือนเมษายน 2564 ที่ผ่านมา โออาร์ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชุมชนและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินให้โรงพยาบาล เพื่อร่วมก่อตั้งโรงพยาบาลสนามเชียงใหม่ การมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เช่น แอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาด น้ำดื่ม ให้แก่โรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หน่วยงานสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ ในจังหวัดที่มีสถานประกอบการของ โออาร์ ตั้งอยู่ รวมไปถึงมอบความช่วยเหลือให้ชุมชนคลองเตย รวมมูลค่าอีกกว่า 35 ล้านบาท ตลอดจนมอบความช่วยเหลือให้แก่คู่ค้า ลูกค้า ผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในการจัดหน่วยบริการวัคซีนโควิด-19 สำหรับประชาชน โดยจัดเตรียมพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 (ขาออก) สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้วันละ 1,500 คน รวมทั้งเตรียมสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนได้อย่างสะดวกราบรื่นที่สุด โดยพร้อมเริ่มให้บริการตามระยะเวลาที่กรุงเทพมหานครกำหนดไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102990</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร ขาวสวัสดิ์, บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f61025babc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“OR” เข้าลงทุนร้อยละ 20 ใน “โอ้กะจู๋” ต่อยอดธุรกิจ F&amp;B เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;ldquo;OR&amp;rdquo; เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ระหว่าง บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR กับ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;โอ้กะจู๋&amp;rdquo; โดยมี นางสาวราชสุดา รังสิยากูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความยั่งยืน ในฐานะกรรมการ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด และ นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล นายจิรายุทธ ภูวพูนผล และนายวรเดช สุชัยบุญศิริ ผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด พร้อมด้วย นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการการตลาดขายปลีก OR ร่วมลงนาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางสาวราชสุดา เปิดเผยว่า &amp;ldquo;OR ดำเนินกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการเติบโตจากภายนอก (Inorganic Growth) เพื่อเพิ่มผลกำไรในระยะยาว โดยเน้นการดำเนินธุรกิจในรูปแบบการร่วมทุนกับบริษัทที่มีศักยภาพ และได้แสวงหาโอกาสและช่องทางในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food &amp;amp; Beverage : F&amp;amp;B) จึงได้ตัดสินใจเข้าลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ผู้ดำเนินกิจการร้านอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;โอ้กะจู๋&amp;rdquo; ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความสดใหม่ของผักที่ปลูกด้วยระบบเกษตรอินทรีย์ และส่งตรงจากฟาร์มผักขนาดใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดย OR เข้าลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 20 ตั้งเป้าขยายสาขาร้านโอ้กะจู๋เพิ่มเติมในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station รวมถึงการจำหน่ายอาหารแบบ Grab &amp;amp; Go ผ่านร้าน Caf&amp;eacute; Amazon ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความหลากหลาย และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ รวมถึงมีวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและหันมาเลือกซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จพร้อมรับประทานหรืออาหารสำเร็จรูปเพื่อนำกลับไปรับประทานที่อื่น แทนที่นั่งรับประทานอาหารในร้านมากขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoBodyTextIndent&quot; style=&quot;margin:0in; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ การเข้าลงทุนใน บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรผู้ปลูกผักในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการที่มีโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านทางสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ซึ่งมีจำนวนกว่า 1,900 สาขาทั่วประเทศ และ ร้าน Caf&amp;eacute; Amazon ซึ่งมีจำนวนสาขาถึงกว่า 3,000 สาขา สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของ OR ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภค พร้อมทั้งช่วยสนับสนุนและสร้างผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกสินค้าและบริการอื่น ๆ (Non-Oil) ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนในทุกพื้นที่ที่ OR เข้าไปดำเนินธุรกิจ สำหรับ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด เป็นบริษัทที่ OR จัดตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ในประเทศไทยที่มีศักยภาพการเติบโตและสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ OR &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงวิสัยทัศน์ของ OR ที่มุ่งมั่นที่จะสร้างคุณค่าให้กับสังคมชุมชน ผ่านการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวความคิดการดำเนินธุรกิจของแบรนด์โอ้กะจู๋ ที่ให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม มีการช่วยเหลือเกษตรกรและชุมชนให้มีรายได้ที่มั่นคงและมีสุขภาพที่ดี โดยเปลี่ยนจากเกษตรเคมีมาสู่เกษตรอินทรีย์อย่างมั่งคงและยั่งยืน โดยโอ้กะจู๋ได้เริ่มจากกลุ่มผู้ก่อตั้งได้ริเริ่มธุรกิจปลูกผักสวนครัว ในปี 2553 และจากนั้นจึงได้ขยายธุรกิจมาสู่ร้านอาหารโอ้กะจู๋ ในปี 2556 ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาความตั้งใจและมุ่งมั่นของผู้ก่อตั้งในการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคผ่านการบริหารงานตั้งแต่ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ คือการเริ่มต้นจากการปลูกผักในฟาร์มของตนเองที่และส่งตรงถึงหน้าร้านเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ โดยสาขาแรกอยู่ที่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นในปี 2560 จึงเริ่มขยายสาขามายังกรุงเทพฯ ที่สยามสแควร์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างมากจนปัจจุบันมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 14 สาขา ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำร้านอาหารเพื่อสุขภาพของประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงินทุนที่ได้รับในครั้งนี้ บริษัทฯ จะนำไปใช้เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาทิ การนำเทคโนโลยี Smart Farm มาใช้ เพื่อทำให้ได้ผลผลิตที่สม่ำเสมอและมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างครัวกลางที่จังหวัดเชียงใหม่ การสร้างศูนย์กระจายสินค้า เพื่อรองรับการขยายสาขาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนนั้น ทางบริษัทฯมีโครงการที่จะทำศูนย์การเรียนรู้การปลูกผักแบบวิถีเกษตรอินทรีย์ ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและผู้ที่สนใจ รวมถึงมีแผนการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรโดยเป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างเกษตรกรที่ไม่มีช่องทางขายกับผู้บริโภคที่ต้องการผักอินทรีย์ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นที่อยู่ระหว่างการพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94235</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร ขาวสวัสดิ์, ธุรกิจ, บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก, โอ้กะจู๋</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603746a54cb80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>OR จับมือ GPSC เปิดตัว “G-Box” รองรับ EV Station อีกโซลูชั่นของ กลุ่ม ปตท.  ตอบรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และ นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล พาวเวอร์ ซีนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวโครงการ G-Box ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานผ่านแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System) ซึ่ง GPSC ได้พัฒนาขึ้น มีขนาด 150 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ทดลองติดตั้งในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาหนองแขม เพื่อรองรับ EV Station ตอบรับเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในยุคปัจจุบัน ให้พร้อมให้บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพมากที่สุด รวมทั้งยังสามารถนำไฟฟ้าที่กักเก็บจากระบบ G-Box&amp;nbsp; ไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ในสถานีบริการ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สถานีบริการ อีกทั้งยังแสดงถึงความร่วมมือด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี และความยั่งยืนทางธุรกิจของบริษัทในกลุ่ม ปตท. อีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94130</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร ขาวสวัสดิ์, บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก, ปตท., อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60362a7ecc462.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 16:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ นำร่องเปิดให้บริการปั๊มชาร์จรถอีวีใน พีทีที สเตชั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ. 2564 นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เปิดเผยว่า โออาร์ได้ทำการทดลองเปิดให้บริการใช้งานปั๊มชาร์จ รถอีวี(อีวีสเตชั่น) ในรูปแบบชาร์จเร็ว (ควิก ชาร์จ) ให้ผู้บริโภค เข้ารับบริการฟรี ที่สถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น 5 แห่ง ด้วยกำลังไฟ 50 กิโลวัตต์ต่อเครื่อง หัวชาร์จ DC รูปแบบ CCS Combo 2 และCHAdeMO และหัวชาร์จ AC รูปแบบ Type 2 โดยสามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัวจ่าย ระหว่าง DC และ AC อีกทั้ง ยังมี EV Station ในรูปแบบชาร์จ ธรรมดา(นอร์มอล ชาร์จ) ที่เปิดให้บริการแล้ว 25 สถานี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;EV Station&amp;rdquo; (อีวี สเตชั่น) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค ทั้งในด้านการค้นหาและนำทางสถานีชาร์จไฟฟ้า การจองช่วงเวลาชาร์จ การเปิด-ปิด หัวชาร์จด้วยตนเอง รองรับการชำระค่าใช้จ่ายออนไลน์ การออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการตรวจสอบประวัติการใช้งาน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภครูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ให้พร้อมก้าวต่อไปสู่พลังงานแห่งอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปั๊มชาร์จ รถอีวี 5 แห่ง ที่เปิดให้บริการได้แก่ 1. พีทีที สเตชั่น สาขาพหลโยธิน กม. 25 กรุงเทพฯ 2. สาขาวงแหวนกาญจนาภิเษก-ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 3.สาขาพัฒนาการ ขาออก กรุงเทพฯ 4. สาขาหนองแขม กรุงเทพฯ และ 5. สาขาแยกหาดจอมเทียน พัทยา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91666</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร ขาวสวัสดิ์, บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR), โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017d0806767f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ นำร่องเปิดให้บริการ EV Station Quick Charge ใน PTT Station ให้ทดลองใช้ฟรี   พร้อมด้วย EV Station Application </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วย นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โออาร์ ร่วมประชาสัมพันธ์การทดลองเปิดให้บริการใช้งาน EV Station ในรูปแบบ Quick Charge ให้ผู้บริโภค เข้ารับบริการฟรี ที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station 5 แห่ง ด้วยกำลังไฟ 50 กิโลวัตต์ต่อเครื่อง หัวชาร์จ DC รูปแบบ CCS Combo 2 และCHAdeMO และหัวชาร์จ AC รูปแบบ Type 2 โดยสามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัวจ่าย ระหว่าง DC และ AC อีกทั้ง ยังมี EV Station ในรูปแบบ Normal Charge ที่เปิดให้บริการแล้ว 25 สถานี (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2564)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;EV Station&amp;rdquo; (ใช้ได้ทั้งระบบ Android และ iOS ) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภค ทั้งในด้านการค้นหาและนำทางสถานีชาร์จไฟฟ้า การจองช่วงเวลาชาร์จ การเปิด-ปิด หัวชาร์จด้วยตนเอง รองรับการชำระค่าใช้จ่ายออนไลน์ การออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และการตรวจสอบประวัติการใช้งาน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภครูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ให้พร้อมก้าวต่อไปสู่พลังงานแห่งอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station 5 แห่ง ที่มี EV Station ในรูปแบบ Quick Charge ให้บริการได้แก่ 1. สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาพหลโยธิน กม. 25 กรุงเทพฯ 2. สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาวงแหวนกาญจนาภิเษก-ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ 3. สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาพัฒนาการ ขาออก กรุงเทพฯ 4. สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาหนองแขม กรุงเทพฯ และ 5. สถานีบริการน้ำมัน PTT Station สาขาแยกหาดจอมเทียน พัทยา (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2564) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1365 Contact Center&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91644</URL_LINK>
                <HASHTAG>EV Station Quick Charge, จิราพร ขาวสวัสดิ์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210201/image_big_6017adaf325b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
