<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.เพื่อไทย&#039; ยกสัปเหร่อยุคนี้ทำงานเยอะกว่านายกฯ เตาเผาศพต้องอยู่ รัฐบาลออกไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่สอง เป็นประธานการประชุม ได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นวันที่สาม โดยน.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า&amp;nbsp;การที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในสภาว่าสวดมนต์ทุกวัน อยากถามว่ารู้จักสุภาษิตมือถือสาก ปากถือศีลหรือไม่ ประชาชนทั้งประเทศกำลังรอฟังว่านายกฯทุจริตหรือไม่ ถ้าไม่ได้ทำก็ต้องแสดงหลักฐาน ไม่ใช่อ้างว่าสวดมนต์ทุกวัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค มติคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ให้ซื้อวัคซีนแบบหลากหลาย แต่รัฐบาลกลับมีมติให้จัดซื้อซิโนแวคเพียงอย่างเดียว เพียงเท่านี้รัฐบาลก็ผิดเต็มๆ ประเทศจีนเองยังไม่มั่นใจวัคซีนของตัวเอง แต่ทำไมไทยถึงมั่นใจ ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมโรคของจีนออกมาให้สัมภาษณ์เอง แต่รัฐบาลของเราก็ยังซื้ออีก ไม่ต้องด่าฝ่ายค้านว่าด้อยค่าซิโนแวค แต่ท่านต่างหากที่กำลังด้อยค่าคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จิราพร กล่าวอีกว่า วันนี้ เขาสงสัยส่วนต่างการจัดซื้อซิโนแวคหายไปไหน เงินทอนมีหรือไม่ การออกชี้แจงตีกรรเชียงว่าฝ่ายปฏิบัติเจรจาได้ราคามาถูกกว่า คงไม่เพียงพอ ครม.อนุมัติซื้อ 5 ครั้ง รัฐบาลซื้อตกโดสละ 17 เหรียญสหรัฐ แต่ราคาที่ซิโนแวคขายให้ไทยลดลงเรื่อยต่ำสุดคือ 8.5 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอนุทินบอกเองว่ายิ่งซื้อจำนวนมากยิ่งลดลง แบบนี้จะไม่ให้ประชาชนสงสัยได้อย่างไรว่าไม่ได้มีส่วนต่าง ครม.อนุมัติวงเงินเกินจริง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทินยังไม่ตอบสภาอย่างชัดเจน นายอนุทินต้องเคลียร์ให้ชัดเจนว่าการจัดซื้อโปร่งใส อย่าให้คนสงสัยว่าเกิดที่บริษัท ซิโน-ไทยฯ แต่เติบโตที่ซิโนแวค ถ้าจะให้ประชาชนสิ้นสงสัย นายกฯต้องนำเอกสารหลักฐานการจ่ายเงินซื้อซิโนแวคทุกครั้งทั้งหมดของกรมควบคุมโรคและองค์การเภสัชกรรมมาแสดงต่อสภาฯ การชี้แจงเพียงว่าเงินที่เหลือโอนเข้างบประมาณแผ่นดินช่วยเหลือประชาชนต่อไปนั้น ตอบง่ายเกินไป ถ้าวันนี้ นายกฯ และนายอนุทิน ไม่ตอบหรือตอบไม่ชัดเจน จะฟังธงว่าพวกท่านทุจริต ค้าความตาย หากินบนซากศพ และคราบน้ำตาของประชาชน แล้วรอพรรคเพื่อไทยยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.จิราพร กล่าวอีกว่า รัฐบาลประกาศยึดแอสตร้าเซเนก้าเป็นหลัก เป็นการไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไม่ระมัดระวังรอบคอบ ประเมินคาดการณ์ผิดพลาดมหันต์อย่างไม่น่าให้อภัย การจะให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ผลิตแอสตร้าเซเนก้า ต้องรู้ว่าสภาพบริษัทกำลังขาดทุน นำเงินงบประมาณแผ่นดินไปอุดหนุนเพื่อยกระดับบริษัท ต้องเริ่มคิดว่าเขาเคยผลิตวัคซีนหรือไม่ ทำไมถึงกล้าไปฝากความหวังไว้กับบริษัทดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์บ้านเราตอนนี้ สัปเหร่อทำงานเยอะกว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ เวิร์กฟอร์มโฮม ปิดทองหลังพระ แต่พระต้องใส่ชุดพีพีอี ใส่หน้ากากช่วยเหลือประชาชน ทุกอย่างกลับตาลปัตร ประชาชนรอเตียง รอตายกลางถนน จนเตาเผาศพพัง แต่รัฐบาลก็ยังอยู่ได้ จริงๆเตาเผาศพต้องอยู่ แต่รัฐบาลต้องไป&amp;rdquo; น.ส.จิราพร กล่าว และว่าความเจ็บปวดอย่างยิ่งของประชาชน คือการตายให้กับความโง่ของผู้นำ ท่านไม่ได้ลงมือฆ่าแต่ปล่อยให้ตาย บางคนมีเงิน มีศักยภาพในการเข้ารับการรักษาตัว แต่การบริหารจัดการรักษาชีวิตประชาชนไม่ได้ เขาจึงต้องตาย เขาไม่ได้ตายสังเวยเพราะโรคระบาด แต่ตายสังเวยให้กับความไม่ฉลาดของผู้นำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115383</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร สินธุไพร, พรรคเพื่อไทย, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_6130503ca32b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2026 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิราพร&#039;จับตารัฐบาลลักไก่ดันไทยเข้าCPTPPช่วงโควิด-19 ระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64- &amp;nbsp; &amp;nbsp; นส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ในฐานะรองโฆษก และประธานคณะอนุกรรมการนโยบายด้านการพาณิชย์และการค้าระหว่างประเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะรัฐมนตรีจะพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ซึ่งมีนายดอน ปรมัตวินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน และอาจมีมติเห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมเจรจาความตกลง CPTPP ในปลายเดือนเมษายนนี้ว่า การกระทำเช่นนี้ยิ่งทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยว่ารัฐบาลมีผลประโยชน์อะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ถึงได้พยายามจะดันให้ไทยเข้าร่วมให้ได้ ทั้งๆที่ ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วมความตกลง CPTPP สภาผู้แทนราษฎร ชี้ชัดว่าไทยยังขาดความพร้อมหลายด้าน และประโยชน์ที่ไทยจะได้จากความตกลงนี้ยังไม่ชัดเจน ดังนั้น จึงมีข้อสงสัยว่า การศึกษาของ กนศ. ที่ใช้เวลาเพียง 3 เดือนมีการศึกษาเชิงลึกที่มากกว่าผลการศึกษาของ กมธ. อย่างไร มีผลการศึกษาเพิ่มเติมที่ชัดเจนหรือไม่ว่าไทยจะได้ประโยชน์อะไร นอกเหนือไปจากการฉายหนังซ้ำว่าเป็นการขยายการค้าและการลงทุน โดยไม่มีประเด็นชี้เฉพาะที่ชัดเจนและยังคงอธิบายไม่ได้ถึงสาระของประโยชน์ที่ไทยจะได้รับเมื่อแลกกับการที่ไทยจะเสียประโยชน์ว่าคุ้มค่าหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดในห่วง 3 เดือนที่ กนศ. ทำการศึกษา ไม่มีการเปิดเผยผลการศึกษาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้และแสดงความคิดเห็นอย่างเพียงพอ
&amp;nbsp;
ที่ผ่านมา มีข่าวว่า รัฐบาลสามารถให้หน่วยงานรัฐไปลองเจรจาดูก่อน ถ้าไม่ได้ตามที่คาดหวังค่อยถอนการเจรจา ในกรณีนี้ ไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องในกระบวนการเจรจาระหว่างประเทศ เพราะหากสมาชิก CPTPP ทราบว่าไทยมีแนวทางเช่นนี้ สมาชิก CPTPP คงจะไม่มานั่งเสียเวลาเจรจาด้วย เพราะเสมือนหนึ่งไทยกำลังจะลองผิดลองถูก เหมือนเด็กเล่นขายของ ไม่มีความน่าเชื่อถือในสายตาสมาชิก CPTPP เพราะโดยหลักการ ประเทศใดสนใจจะเข้า CPTPP ก็ต้องศึกษาความพร้อมและความเหมาะสมของประเทศตนในการเข้าเป็นสมาชิกก่อน เพราะความตกลงนี้มีผลใช้บังคับไปแล้ว รายละเอียดกฎเกณฑ์ก็มีให้ศึกษาชัดเจน การที่รัฐบาลจะกล่าวอ้างกับประชาชนในประเทศว่าเจรจาไปก่อนค่อยดูผลทีหลัง จึงดูเป็นการหลอกล่อเพื่อขอไปที แสดงถึงความไม่จริงใจต่อประชาชนรวมทั้งเสียมารยาทต่อคู่เจรา CPTPP ด้วย แทนที่รัฐบาลจะเอาเวลาไปเสริมสร้างพัฒนาข้อบกพร่องของไทยให้มีความพร้อมในการแข่งขันก่อนเข้า CPTPP ก็กลับไม่ดำเนินการตามที่ กมธ. ได้ศึกษาและเสนอแนะไป แต่กลับพยายามทำในวังวนเดิมที่เคยทำคือหลับหูหลับตาดันไทยเข้า CPTPP ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าไทยไม่มีความพร้อม แต่ที่ทำไปเพียงแค่จะสนองประโยชน์นายทุนโดยเฉพาะต่างชาติเท่านั้น &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีทางเลือกอีกมากมายที่ควรทำ แทนที่รัฐบาลจะรีบกระโดดเข้าร่วมการเจรจาความตกลงดังกล่าว เช่น หารืออย่างไม่เป็นทางการกับสมาชิก CPTPP ผ่านรูปแบบ Exploratory Discussion เพื่อดูความน่าจะเป็นว่าไทยและสมาชิก CPTPP ยอมรับข้อเสนอในประเด็นต่างๆ ได้หรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางที่อาเซียนทำกับแคนาดาและสหภาพยุโรป รวมทั้งไทยเองก็เคยใช้แนวทางนี้กับแคนาดา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลียมาก่อน หรืออีกทางเลือกหนึ่ง เช่น การส่งข้อเสนอและท่าทีของไทยไปยังสมาชิก CPTPP ให้ได้รู้ว่า ไทยอยู่ในฐานะไหน ทำอะไรให้ได้มากน้อยขนาดไหนอย่างไร โดยที่ทางเลือกต่างๆ ดังกล่าว ก็จะเป็นการช่วยประหยัดทรัพยากร เวลา และงบประมาณของไทยซึ่งดีกว่าการที่ไทยกระโดดเข้าไปเจรจาเป็นทางการด้วย เพราะหากเดินหน้าเจรจาแล้วขอถอนตัวในภายหลังจะทำให้เสียภาพลักษณ์ในเวทีโลกเป็นอย่างมาก
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ การที่อ้างข่าวว่าอังกฤษจะเข้าร่วม CPTPP ไม่ใช่สาระสำคัญที่ไทยจะนำมาเป็นประเด็นกล่าวอ้างเชิงเปรียบเทียบ เพราะอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป ย่อมต้องหาพันธมิตรใหม่ และอังกฤษไม่ใช่สมาชิกความตกลง RCEP (สมาชิก RCEP 7 ประเทศเป็นสมาชิก CPTPP ได้แก่ สิงคโปร์ บรูไน &amp;nbsp;มาเลเซีย &amp;nbsp;เวียดนาม ญี่ปุ่น &amp;nbsp;ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) &amp;nbsp; ดังนั้นอังกฤษจึงต้องการเข้า CPTPP เพื่อจะครอบคลุมสมาชิก RCEP จำนวน 7 ประเทศไปด้วย ในขณะที่ประเทศไทยมีความตกลงทั้งระดับทวิภาคีและระดับพหุพาคีกับประเทศ CPTPP แล้วถึง 9 ประเทศ จึงเหลือเพียงแคนาดากับเม็กซิโกที่ไทยยังไม่มีความตกลงทางการค้าด้วย และขณะนี้อาเซียนรวมไทยกำลังหารือกับแคนาดาเพื่อทำความตกลงอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดที่ไทยจะเข้า CPTPP นอกนจากนี้ อังกฤษมีความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการค้าสูงกว่าไทยมาก ข้อเสียเปรียบในการเข้าร่วมความตกลง CPTPP จึงแทบไม่มีเลย ซึ่งแตกต่างจากไทยที่มีข้อเสียเปรียบสมาชิก CPTPP มาก
&amp;nbsp;
ยิ่งไปกว่านั้น หลังวิกฤตโควิด-19 จะทำให้การค้าของโลกเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ซึ่งแม้มาตรฐานของ CPTPP เป็นเรื่องของการเปิดเสรีในระดับที่สูง แต่กฎเกณฑ์ไม่ได้รองรับรูปแบบการค้าใหม่ๆในอนาคต เช่น การค้ายุคไซเบอร์ &amp;nbsp;การบริการนวัตกรรมชั้นสูง การเงินการธนาคารในระบบดิจิตอล &amp;nbsp;การลงทุนดิจิตอล เช่น คริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) เป็นต้น ดังนั้น ไทยควรจะใช้โอกาสในวิกฤตโควิด-19 นี้เรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นเพื่อให้สามารถตัดสินใจกำหนดนโยบายการค้าระหว่างประเทศได้อย่างถูกต้องก่อนควบคู่ไปกับการพัฒนาความพร้อม ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ แทนที่จะหุนหันพลันแล่นเข้าร่วม FTA แบบเก่าดังเช่น CPTPP
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในช่วงเวลาที่คนไทยกำลังหวาดผวากับวิกฤตโควิด-19 สิ่งที่รัฐบาลต้องทุ่มเทเวลาและให้ความสำคัญมากที่สุดคือการจัดหาวัคซีนมาให้กับประชาชน ไม่ใช่มัวเอาเวลาไปเร่งให้ประเทศเข้าร่วมความตกลง CPTPP เพื่อหาประโยชน์ให้กับต่างชาติ และที่น่ากังวลที่สุดคือ การที่ไทยจะเข้าร่วมความตกลง CPTPP ในห้วงการบริหารประเทศของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะผลงานการบริหารประเทศตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าล้มเหลวในทุกด้าน แล้วเช่นนี้จะให้ประชาชนวางใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์จะสามารถเตรียมความพร้อมทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการเข้าร่วมความตกลงฯ ฉบับนี้&amp;rdquo; น.ส.จิราพร กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;ufa911
ufarich777
ufa877
ufadeal
ufabet123
ufa1669
ufaonebet
ufa24
ufabetwin
sbobetsh
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100056</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPTPP, จิราพร สินธุไพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607e5c0258907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยหนูยังติดใจ! 7ส.ส.โหวตสวน พปชร.โอ่ฟันแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; หวัง 2 มี.ค. ลงดาบ 7 ส.ส. แหกมติให้สะเด็ดน้ำ &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; ย้ำยังติดใจอยู่หากไม่มีมาตรการลงโทษ บอกสายเกินไปแล้วที่กลุ่มดาวฤกษ์จะมาขอโทษ โพลสวนทางส่วนใหญ่ชี้เป็นเอกสิทธิ์ เพื่อไทยปรับลดรัฐมนตรียื่น ป.ป.ช.เหลือแค่ 2 หน่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีสมาชิกพรรคไม่ปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อพรรค และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานจริยธรรม ตามข้อบังคับของพรรคจากกรณี 7 ส.ส.พรรคโหวตสวนมติพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า คณะกรรมการฯ จะเชิญสมาชิกทั้ง 7 คนมาชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 2 มี.ค. และจะสรุปผลสอบเลยทันที เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคที่จะประชุมในวันนั้นเช่นเดียวกัน ถ้าผลสอบเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ทางคณะกรรมการบริหารพรรคจะกำหนดมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งมา ทั้งหมดจะได้ข้อยุติในวันนั้นเลย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ยังไม่จบ เชื่อว่าเดี๋ยวผู้ใหญ่เขาก็คุยกัน เพราะเป็นมารยาทการอยู่ด้วยกัน ระดับผู้ใหญ่บางทีพูดกันด้วยญาณดีกว่า &amp;nbsp;ไม่ต้องเอ่ย ไม่ต้องไปโวยวายอะไร สมมุติว่า ส.ส.ภูมิใจไทยทำอะไรไม่ถูก ขัดขืนมติพรรค ไม่เชื่อฟัง พูดก็แล้ว ขอร้องอย่างไรก็แล้ว ก็ยังทำอยู่ ก็ต้องจัดการในวิธีการของตนเอง ส่วนหัวหน้าพรรคการเมืองอื่นๆ ก็ต้องมีวิธีจัดการในวิถีทางของท่าน เราต้องไม่ก้าวก่ายกัน แต่ที่สำคัญเราต้องอธิบายต่อกันและกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สำหรับคำอธิบายของกลุ่มดาวฤกษ์ที่ออกมาชี้แจงฟังไม่ขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคต้องบอกว่าฟังไม่ขึ้น เพราะถ้าสิ่งที่เขาทำถูกก็หมายความว่า ส.ส.ที่เหลือของพรรค พปชร.โหวตผิดหมดหรือ คนร้อยกว่าคนโหวตแบบนี้แล้วเจ็ดคนโหวตอีกอย่าง กลายเป็นร้อยคนผิด เจ็ดคนถูก ก็ให้มันรู้ไป&amp;nbsp;
ถามอีกว่า การที่นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค พปชร.ออกมาแถลงข่าวและยกมือไหว้ขอโทษ ยังไม่เพียงพอใช่หรือไม่ นายอนุทินย้ำว่า ไม่มีๆ มีแต่ตนเองยกมือไหว้นายอนุชา และนายอนุชาไม่ใช่คนทำผิด เหมือนน้องมาตีหัวตนเองแล้วอีกคนมาขอโทษ มันเกี่ยวอะไรกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า กลุ่มดาวฤกษ์ต้องแสดงท่าทีการรับผิดชอบให้ชัดเจนมากกว่านี้ นายอนุทินกล่าวว่า เราติดใจในเรื่องการอยู่ร่วมกัน ทุกคนก็ต้องไปดูแลคนของตัวเอง ซักต่อว่าหากกลุ่มดาวฤกษ์ยังอยู่พรรค พปชร.ก็จะยังไม่ไว้ใจใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบทันทีว่าไม่เคยไว้ใจกลุ่มดาวฤกษ์อยู่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากกลุ่มดาวฤกษ์มาขอโทษ นายอนุทินตอบว่า &amp;quot;a little too late&amp;quot; เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า too late หรือทุเรศ นายอนุทินกล่าวว่า ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายอนุทินปฏิเสธตอบคำถามว่าจะยื่นคำขาดว่ากลุ่มดาวฤกษ์ต้องลาออกจากพรรค พปชร.หรือไม่ โดยได้ส่ายศีรษะ ก่อนกล่าวสั้นๆ ว่า บ้านใครบ้านมัน&amp;nbsp;
วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจประชาชนเรื่อง ลงโทษผู้โหวตสวนมติพรรคอย่างไรดี จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ รวม 1,310 คน พบว่า 52.67% ระบุว่าไม่ควรมีการลงโทษ เพราะเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในการเเสดงความคิดเห็นที่เเตกต่าง, 45.80% ระบุว่าควรลงโทษ เพราะไม่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ตนเอง และ 1.53% ระบุว่าเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถามถึงรูปแบบการลงโทษจากผู้ที่ระบุว่าควรมีการลงโทษ พบว่า ส่วนใหญ่ 34.34% ระบุว่าไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า, 26% ระบุว่าห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมทางการ เมืองร่วมกับพรรคหรือรัฐบาลอีกต่อไป, 17.33% ระบุว่าปลดออกจากทุกตำแหน่งในพรรคและรัฐบาล, 16.33% ระบุว่าไล่ออกจากพรรค, 4.67% ระบุว่าบีบให้ลาออกจากพรรค และ 1.33% ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการลงโทษ ส.ส.ฝ่ายค้านที่โหวตไม่เป็นไปตามมติพรรคฝ่ายค้าน พบว่า ส่วนใหญ่ &amp;nbsp;53.82% ระบุว่าไม่ควรลงโทษ, 43.82% ระบุว่าควรมีการลงโทษ และ 2.36% ระบุว่าเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ และเมื่อถามถึงรูปแบบการลงโทษ ส่วนใหญ่ 33.45% ระบุว่าไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรค, 27.70% ระบุว่าห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกับพรรคอีก, 17.07% ไล่ออกจากพรรค, 15.85% ปลดออกจากทุกตำแหน่งในพรรค, 4.53% บีบให้ลาออกจากพรรค และ 1.40% อื่น ๆ ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่พรรคเพื่อไทย (พท.) โครงการคิดเพื่อไทย จัดเวที &amp;ldquo;ถอดรหัสอภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดเบื้องหลังการฟาดรัฐบาลประยุทธ์ครั้งใหญ่ ฉบับเอ็กซ์คลูซีฟ&amp;rdquo; ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ใช้เวลาแกะรอยการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) กว่า 6 เดือน แม้เสียงในสภาเราจะแพ้ แต่วันนี้สั่นสะเทือนรัฐบาลได้ ทำให้รัฐบาลโหวตเสียงแตก ไม่เป็นเอกภาพ มีกลุ่มดาวฤกษ์ เชื่อว่าหลังจากนี้จะนำไปสู่การปรับ ครม. แต่อยากให้ยุบสภาหรือหนักกว่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พรรคได้รวบรวมข้อมูลหลักฐาน เตรียมดำเนินคดีต่อ ซึ่งต้นเดือน มี.ค.จะยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างน้อย 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์&amp;rdquo; นายประเสริฐกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า การอภิปรายเรื่องเหมืองทองอัคราใช้เวลาเก็บข้อมูล 1 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยบอกจะยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.จำนวน 7 รัฐมนตรี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรค พท. กล่าวว่า หลังจากส่งหนังสือทาง EMS ถึง พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. เพื่อเตือนให้รีบนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ได้รับฟรีจากการอยู่บ้านพักทหารเลขที่ 253/54 ตามที่ปรากฏข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 29/2653 แล้วนั้น เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์น่าจะจำนนด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะเมื่อวันที่ 16 ก.พ. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์เลี่ยงไม่ตอบเรื่องนี้ และ 2 วันต่อมาทีมงาน PMOC มาโพสต์โต้แย้งแบบฟังไม่ขึ้น ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จึงต้องนำค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ได้รับฟรี ไปเสียภาษีต่อกรมสรรพากร ถ้ายังไม่เสีย กรมสรรพากรต้องตรวจสอบเพื่อประเมินภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม และหากยังไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ก็จำเป็นต้องไปร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรให้ตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีจาก พล.อ.ประยุทธ์โดยเร็ว โดยในวันที่ 1 มี.ค. เวลา 10.30 น. จะเดินทางยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรค ภท. กล่าวว่า พรรคจะจัดเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;ชำแหละค่ารถไฟฟ้าที่เหมาะสม&amp;rdquo; วันที่ 4 มี.ค. ที่ห้องประชุมพรรคภูมิใจไทย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพให้ชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงชาวต่างจังหวัด ที่ต้องมาทำงานในพื้นที่เมืองหลวง สามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้าในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป มีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรค พท. กล่าวถึงกระแสข่าวก่อนรัฐสภาลงมติในวาระ 3 การแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 มี.ค. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ว่ารัฐสภาไม่มีหน้าที่และอำนาจในการแก้ไข รธน.ทั้งฉบับส่งผลให้ร่างแก้ไขที่ผ่านวาระ 2 แท้ง ว่าศาลควรนำความเห็นทางสังคม และความเห็นทางการเมือง ทั้งจากประชาชนในประเทศและชาวโลกมาประกอบการพิจารณา แม้เป็นนามธรรม โดยยังเชื่อว่าศาลจะร่วมกันหาทางออกจากปัญหา เพื่อร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นประเทศ คลี่คลายวิกฤติรัฐธรรมนูญลงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94566</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร สินธุไพร, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, ภราดร ปริศนานันทกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุชา นาคาศัย, อนุทิน ชาญวีรกูล, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603ba8ff91a02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94173</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตามต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเริ่มขึ้น ขุนพลเพื่อไทยหลายคนเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมพบปะหรือแชร์ข้อมูลสำคัญใดๆ ป้องกันครหา &amp;quot;ข้อสอบรั่ว&amp;quot; ให้ต้องช้ำใจเหมือนอภิปรายเมื่อปีกลาย โดยเฉพาะ เฮียเสริฐ-ประเสริฐ&amp;nbsp; จันทรรวงทอง ที่ต้องแบกความคาดหวังของสมาชิกบนหมวก 2 ใบ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมวกใบหนึ่งเป็นทั้ง ส.ส.นครราชสีมา หมวกอีกใบมีตำแหน่งเลขาธิการพรรคเพื่อไทยค้ำคอ ต้องทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ไม่ให้เสียยี่ห้อพรรคฝ่ายค้านที่มีจำนวน ส.ส.มากสุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าตัวเก็บเนื้อเก็บตัว ซุ่มเตรียมข้อมูล ตระเตรียมงาน&amp;nbsp; จนถึงวันอภิปรายจริงก็เล็งเป้าไปยัง จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กับอีกบทบาทคือหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการเปิดข้อมูลเรื่องทุจริตถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ที่มีการทำสัญญาลวงนำเงินออกมา 2 พันล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการฉายภาพเชื่อมโยงให้เห็นขบวนการไอ้โม่ง เตรียมการทุจริต ทั้งคนใกล้ชิด บิ๊กนักการเมือง มีทั้งเอกสารข้อมูล ลงลึกไปถึงบันทึกการประชุม ภาพถ่าย ที่เอามาตีแผ่ชี้ให้เห็นขบวนการอันไม่ชอบมาพากล สร้างความเสียหายต่อรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จบศึกอภิปราย เฮียเสริฐได้รับคำชมไม่น้อย เช่นเดียวกับ ส.ส.น้ำ-น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ที่เอามหากาพย์เหมืองทองอัครามาล้วงลึกตีแผ่ โยงใยให้เห็นเรื่องราวอันไม่ชอบมาพากล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบศึกอภิปราย ส.ส.เพื่อไทยหลายคนจึงผ่อนคลาย&amp;nbsp; ไม่ตึงเครียดเหมือนช่วงก่อนหน้า มีโอกาสปะหน้า เลขาธิการเพื่อไทยเลยสนทนากันเล็กน้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กลัวทำให้ฝ่ายค้านผิดหวัง ก่อนอภิปรายเตรียมข้อมูลอยู่นาน ทำให้ไม่ได้กลับบ้านลงพื้นที่เลย พอเสร็จศึกอภิปรายคงจะได้กลับไปลงพื้นที่เหมือนเดิมแล้ว แม้การอภิปรายจบลงแต่ยังมีหลายเรื่องที่น่าติดตามตรวจสอบอีก ฝ่ายค้านก็ยังมีเรื่องที่จะต้องนำไปยื่นให้ ป.ป.ช.ได้ตรวจสอบต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ ไม่ได้มีแค่เรื่องถุงมือยางนะ เรื่องหน้ากากอนามัยก็มี เพียงแต่เตรียมไม่ทันและอยากให้โฟกัสแค่เรื่องเดียว เลยเอาเน้นๆ ไปที่ถุงมือยางก่อน&amp;quot; ส.ส.เพื่อไทยคุยให้ฟังหลังจบภารกิจอภิปรายไม่ไว้วางใจในรอบนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องถุงมือยางคงถึงมือ ป.ป.ช.ในไม่ช้า ส่วน หน้ากากอนามัยไม่รู้ว่าจะมีภาคสองนอกสภาหรือเปล่า คงต้องรอลุ้นรอติดตามไปด้วยกัน.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:right&quot;&gt;ม้าไม้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94173</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, จิราพร สินธุไพร, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ประเสริฐ  จันทรรวงทอง, ม้าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ปลุกสังคมจับตารัฐบาลล้มกระดานแก้รธน.!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ. 64 - น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมฯ เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.พ. จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา มีวาระสำคัญคือ ญัตติด่วนที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐและ ส.ว. เพื่อให้มีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา อาจถือเป็นความพยายามที่จะขัดขวางไม่ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญของฝ่ายรัฐบาล อย่างไรก็ดีที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามที่จะยื้อเวลาในการแก้รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ทั้งกรณีไม่ยอมโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวาระแรกเมื่อเดือนกันยายน 2563 แต่กลับอาศัยระเบียบข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา ในการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ จนสถานการณ์บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่ภาวะตึงเครียด ในที่สุดจึงมีการตั้งกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมฯขึ้น แต่ระหว่างการประชุมก็มีการยกเลิกประชุมโดยไม่มีเหตุผลไปหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด กมธ. มีมติให้ สสร. 200 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างโดยประชาชน และเห็นชอบโดยประชาชน เพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศ แต่สุดท้ายก็มีความพยายามของฝ่ายรัฐบาลที่อาศัยระเบียบข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เสนอญัตติด่วนเพื่อให้รัฐสภาโหวตส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเสนอญัตติด่วนเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในห้วงเวลาที่รัฐสภาพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่แนวปฏิบัติที่ผ่านมา การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะเกิดขึ้นภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการของรัฐสภาแล้ว อาจถือเป็นความพยายามของฝ่ายผู้มีอำนาจที่จะล้มกระดานการแก้รัฐธรรมนูญ ขอให้พี่น้องประชาชนจับตาดูความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาลในการประชุมร่วมรัฐสภาในวันอังคารที่ 9 ก.พ. 64 นี้ ว่ามีความจริงใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ หรือเพียงจะซื้อเวลาและหาทางสกัดไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ประชาชนเรียกร้อง&amp;rdquo; น.ส.จิราพร ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92339</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร สินธุไพร, พท., ล้มกระดาน, ส่งศาลรธน., แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efef21862191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.เพื่อไทย&#039; โวยรัฐบาลปล่อยโควิดระบาดใหม่ กระทบแก้ รธน.หยุดชะงัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.63 - นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมฯ เปิดเผยว่า หลังจากมีการยุติการประชุมกลางคัน ในวันที่ 17 ธันวาคม 2563 และ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ยังสั่งงดการประชุมกะทันหัน ในวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าในสัปดาห์นี้ประธานคณะกรรมาธิการฯ แจ้งว่าจำเป็นต้องงดการประชุมในวันที่ 24-25 ธันวาคม 2563 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด19 ซึ่งการงดการประชุมติดต่อกันถึง 3 ครั้งอาจกระทบต่อกรอบเวลาการพิจารณาของกรรมาธิการที่เคยตั้งเป้าไว้ว่าจะให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 8 มกราคม 2564 และจะต้องนำรายงานของคณะกรรมาธิการและผลการพิจารณาให้รัฐสภาพิจารณาช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และลงมติวาระที่สามก่อนปิดสมัยประชุมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด19 นั้นสำคัญ แต่การแก้รัฐธรรมนูญก็ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนที่จะเป็นเครื่องมือในการพาประเทศออกจากวิกฤตโดยเร็วที่สุด จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโควิด19 ด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ติดต่อกันหลายเดือน แต่กลับปล่อยปละละเลยการสกัดตรวจตามแนวชายแดน จนเกิดการระบาดของโควิด19 ระลอกใหม่ และกระทบต่อการประชุมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ อย่าทำให้ประชาชนแคลงใจว่ารัฐบาลจงใจใช้โควิด19 เป็นข้ออ้างในการยื้อเวลาแก้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; นางสาวจิราพร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87864</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิราพร สินธุไพร, พรรคเพื่อไทย, แก้รัฐธรรมนูญ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200703/image_big_5efef21862191.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2020 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคตัวเองยังเละเป็นโจ๊ก!แต่รองโฆษกเพื่อไทยโทษ&#039;บิ๊กตู่&#039; คือศูนย์กลางความขัดแย้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ธ.ค.63- นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีแนวคิดในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อศึกษาหาทางออกของประเทศจากวิกฤตการเมืองว่า เป็นความพยายามที่จะทำให้รัฐสภาเป็นความหวังให้กับประชาชน และพรรคเพื่อไทยเองก็ต้องการเห็นความสมานฉันท์เกิดขึ้นเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ดีคณะกรรมการชุดนี้จะขับเคลื่อนได้นั้นขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของคู่ขัดแย้งหลักทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายผู้มีอำนาจที่ต้องเริ่มแสดงความจริงใจในการสร้างความสมานฉันท์ก่อน แต่ปรากฎว่าทุกวันนี้ยังมีการตั้งข้อหาและจับกุมคุมขังผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ใช่การสร้างบรรยากาศที่จะนำไปสู่ความปรองดองเลยแม้แต่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสะสมมาจากการทำรัฐประหารในอดีต ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งต้องลาออก เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างความสมานฉันท์ พร้อมหยุดตั้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างทางการเมือง รวมถึงพักโทษผู้ชุมนุมที่มีคดี เพื่อแสดงถึงความจริงใจในการสร้างความปรองดอง มิฉะนั้นการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ชุดดังกล่าวก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ และอาจถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือซื้อเวลาเท่านั้น&amp;rdquo; นางสาวจิราพร กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85580</URL_LINK>
                <HASHTAG>กก.สมานฉันท์, จิราพร สินธุไพร, เพื่อไทย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db51d9141368.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
