<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039;อัดรัฐบาลวุ่นวายแต่เรื่องส่วนตัวเมินแก้ทุจริต-ปัญหาปชช.จ่อยื่นเปิดอภิปรายฯม.152พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ต.ค.64 - ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.)กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp; กล่าวว่า ในช่วงของการปิดสมัยประชุมนี้ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายให้ประธานกรรมาธิการในส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการตรวจสอบกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ และทำสรุปส่งให้พรรคผ่านสำนักงานปราบโกงทุกสัปดาห์ เพื่อเตรียมพร้อมในการเปิดสมัยประชุมต่อไปในเดือนพ.ย. 2564 ซึ่งอาจจะมีการยื่นอภิปรายเป็นการทั่วไปแบบไม่ลงมติตาม มาตรา 152 อีกครั้ง ถือเป็นครั้งที่สำคัญที่จะชี้ให้ประชาชนเห็นว่าฝ่ายค้านได้ทำงานอย่างเต็มที่ หลายเรื่องที่อภิปรายไม่ไว้วางใจและติดตามตรวจสอบแต่รัฐบาลก็ไม่เคยตั้งคณะกรรมการ หลายประเด็นตนก็ไปยื่นร้องถึงนายกรัฐมนตรี ให้ตั้ง &amp;ldquo;ลูกพี่สอบลูกน้อง&amp;rdquo; และบางเรื่องก็ดองเรื่องเอาไว้ ที่สำคัญการแก้ไขในเรื่องการทุจริตของรัฐบาลปัจจุบันมีมากมายหลายกระทรวง ทบวง กรม และไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจัง สนใจแต่จะลงพื้นที่แบ่งพรรคแบ่งพวก แบ่งกลุ่มแบ่งก้อนกัน ซึ่งประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากฝากไปยังรัฐบาล อย่าเพิ่งวุ่นวายอะไรกับเรื่องของส่วนตัวมากมายนัก กรุณายุ่งและวุ่นวายความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้มากจะเป็นประโยชน์ยิ่ง อะไรที่เป็นเชิงนโยบาย อะไรที่เป็นการแก้ไขปัญหาทุจริตก็ทำ ไม่ใช่พอฝ่ายค้านไปแตะอะไรก็ออกมาแอคชั่นหน่อย อันนี้ถือว่าพี่น้องประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร&amp;rdquo; นาจิรายุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ&amp;nbsp; กล่าวต่อว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ดำเนินการแก้ไขอะไรนอกจากแก้ต่าง พูดเอาดีใส่ตัวและโยนให้ข้าราชการประจำ ซึ่งตนได้ติดตามโดยเฉพาะ2กระทรวง ที่อภิปรายไป คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล&amp;nbsp; กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนั้นได้เรียกเอกสารไปถึง2ครั้ง และเมื่อวันที่ 30 ก.ย.นี้ ตนได้ลงนามหนังสือส่งไปเป็นครั้งที่ 3 จึงขอเรียนไปยังส่วนราชการว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าบังคับใช้ไม่ได้มีเพียง 2 มาตรา แต่มาตราอื่นยังบังคับใช้ เช่น มาตรา 15 ที่มีทั้งโทษจำและปรับ ดังนั้นหากไม่ส่งเอกสารหรือมีเจตนาบิดพริ้วที่จะไม่ให้ความร่วมมือฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งเป็นฝ่ายตรวจสอบฝ่ายบริหาร จะรอจนถึงวันที่ 5 ต.ค. 2564 หากครั้งที่ 3 ยังไม่มาอีกก็จะใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118439</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, จิรายุ ห่วงทรัพย์, อภิปรายฯตามม.152</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156b5e915ab9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 15:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; จวก &#039;ประยุทธ์&#039; ดันวาระลับเพิ่มเพดานกู้ 70% เชื่อสึนามิเศรษฐกิจระลอกใหญ่มาแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการขอเพิ่มเพดานเงินกู้ของประเทศในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่20ก.ย.ว่า ถือเป็นการลักหลับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างน่าสงสัย กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.กำหนดเป็นเรื่องลับ ซึ่งเรื่องสำคัญระดับนี้ เกี่ยวกับคนไทยทุกคนและประเทศไทย ไม่เคยเพิ่มเพดานเงินกู้มากกว่า&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;มาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;โดยเฉพาะหลังกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เข้าแก้ไขสถานการณ์จนทำให้ประเทศไทยเป็นหนี้ระดับโลกในช่วงนั้น ตนเคยอภิปรายในสภา รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จะเป็นรัฐบาลประวัติศาสตร์ที่จะขยายเพดานเงินกู้หนี้สาธารณะของประเทศจากร้อยละ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;เป็นร้อยละ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;แน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ประชาชนควรรู้และต้องติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้น ตอนประชุมเป็นเรื่องลับ แต่ตอนใช้หนี้ของประชาชน กลับเป็นเรื่อง สาธารณะให้ประชาชนทั้งประเทศแบกหนี้ แบบนี้ได้ด้วยหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุ กล่าวว่า ฉายานักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คงไม่เพียงพอสำหรับผู้นำของไทย วันนี้คงอัพเกรดมาแตะระดับ นักกู้แห่งมหาเอเชียบูรพา แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;และตนขอเรียกร้อง ลิ้วล้อ ไอ้ห้อยไอ้โหน ที่เคยออกมาด่าตนและยืนยันว่าไม่มีทางที่พล.อ.ประยุทธ์ จะขยายเพดานเงินกู้สาธารณะของประเทศ จาก&amp;nbsp;60%&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ช่วยออกมารับแสงชี้แจงด้วย ขอให้พี่น้องประชาชนเขียนแปะข้างฝาไว้ได้เลยว่ารัฐบาลชุดนี้ ในอีกสองเดือนข้างหน้านี้จะกู้เงินอีก&amp;nbsp;1ล้านล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้รัฐบาลบักโกรก ไส้แห้งถังแตกตูดขาดเป็นที่เรียบร้อย ทำนโยบายหลายปีมานี้ แจกอย่างเดียว หาเงินไม่เป็น ขอเตือนว่าอย่าลืมจดติดข้างฝาบ้านไว้ด้วยว่าคนไทยทั้งประเทศจะร่วมกันเป็นหนี้โดยลุง ที่จะต้องใช้หนี้มากกว่า&amp;nbsp;150&amp;nbsp;ปี ที่สำคัญนโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจไม่เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำนโยบายออกมาที่จะรองรับกับสถานการณ์ของประเทศใดๆได้เลย จึงขอเตือนให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับ สึนามิทางเศรษฐกิจระลอกใหญ่ นับตั้งแต่มีประเทศไทยมาด้วยฝีมือของผู้นำประเทศที่กู้หนักมากมาตลอด&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปีมานี้ รวมกันมากกว่านายกฯ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;คนรวมกันและจะมีหนี้สำหรับลุงคนเดียว ถึงกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านๆ บาทเลยทีเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117409</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ขยายเพดานหนี้สาธารณะ, จิรายุ ห่วงทรัพย์, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149974305aee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115354</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 21:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039; ตีฝีปากจวกนายกฯ 5 บาป ไม่ปฏิรูปตำรวจ ท้า &#039;จุติ&#039; ดีเบตงบการเคหะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 -&amp;nbsp;เวลา 20.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ยุคโควิด ทำให้เราเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง โจรเต็มบ้าน คนพาลเต็มเมือง ขอตั้งฉายา นายกรัฐมนตรี 5 บาป 1.ขโมยความสุข การกินดีอยู่ดี หลอกจะคืนความสุข จะทำตามสัญญา&amp;nbsp;2.มีพฤติกรรมค้าความตาย บนคราบน้ำตาของประชาชน&amp;nbsp;3.พรากลูก พรากเมียผู้อื่น ด้วยความตายจากโควิด 4.โกหกประชาชนว่าปฏิรูป อยากอยู่ยาว โดยเฉพาะวงการตำรวจ รัฐบาลไม่สนใจทำอย่างจริงจัง ผลของการไม่ปฏิรูป ทำให้เกิดคดีต่างๆมากมาย ล่าสุดกรณีโจ้ เฟอร์รารี่ ที่จ.นครสวรรค์ ตำรวจที่ไม่ดี ทำมาหากิน ในวงการเรียกว่า ตำรวจนักบิน คือ อยู่หน่วยนี้ แต่บินไปทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ตบทรัพย์ การร่วมกันทำมาหากิน ขั้นตอนการหาเงินไม่ได้มีเฉพาะในภาคใต้ ประมูลรถที่อ้างว่ามาจาก ปาดังเบซาร์เท่านั้น ที่แม่สอด จ.ตาก ก็มี ลองไปดูแถวๆกรมศุลากากร หากจะปฏิรูปต้องปฏิรูปทั้งหมด ทั้งศุลากากร ท่าเรือ ด้วย โดยเฉพาะในการโยกย้ายตำรวจ ที่ตำรวจหากจะโยกย้าย ต่างต้องการตั๋ว ซึ่งเรื่อง ตั๋ว มีจริง รู้มาว่าเดี๋ยวนี้ผู้บัญชาการภาค ทำโผ ผู้กำกับ จะย้ายไปโรงพักเกรดเอ บี ซี ไม่ได้ เพราะตั๋วภาคมาแรง แต่เดี๋ยวนี้ ตัวเสี่ย ป.มาแรง และแม่น รวมทั้งตั๋วจากนักเรียนนายร้อยรุ่น 47&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.มึนเมา มัวมันในอำนาจ ปล่อยข้าราชการทุจริต ซ้ำเติมประชาชนยุคโควิด นายกรัฐมนตรีเพิกเฉย ไม่ยอมตรวจสอบกรณีโครงการเคหะสุขประชา ที่สร้างให้ผู้มีรายได้น้อย มีความมั่นคงทางที่อยู่อาศัย ที่กำกับดูแลโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบ นายกฯกลับไปตั้งนายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ไปตรวจสอบ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไม่รู้ว่า ที่ไม่กล้าตรวจสอบเอง เพราะกลัวว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะไม่ยกมือให้หรือไม่ เช่นเดียวกับ การล้มโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท จากข้อมูลที่ได้อภิปรายไป จึงไม่อาจไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี และจะดูการลงมติวันที่ 4 ก.ย.ว่า สมาชิกจะลงมติให้ท่านมากน้อยขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุติ ชี้แจงว่า การกล่าวหานายกฯ ละเลย ไม่ยอมตรวจสอบการเคหะแห่งชาติ(กคช.) ที่ไม่ทำตามระเบียบ ลัดคิว ยืนยัน นายกฯไม่ได้ละเลย มีบัญชาในครม.ในการสร้างที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตอนนี้เศรษฐกิจแย่ ที่ผ่านมาพม.สร้างบ้านให้ผู้มีรายได้น้อย นายกฯตั้งเป้าสร้างปีละ 2 หมื่นหลัง ที่นายจิรายุกล่าวหา ตนและลูกน้องทุจริต ลักไก่ ไม่ตรวจสอบลูกน้อง ผู้ว่ากคช.ยืนยันว่า ได้ทำตามมติครม. ยึดกฎหมายทุกฉบับ โครงการนี้อยากทำให้เร็วกว่านี้ แต่ติดขัด ในด้านเศรษฐกิจ จึงทำเป็นโครงการนำร่อง สร้างบ้านเสร็จแล้วกว่า 500 หลัง แต่ติดวิกฤติโควิด นายกฯจึงยังไม่ได้เปิดโครงการนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อเข้ามาดูแลกคช.ยอมรับว่า มีปัญหา ทุจริต ความโปร่งใส หลักธรรมาภิบาลอยู่ในลำดับ35 ก็ได้ปรับปรุงแก้ไข จนปีนี้ มีการประเมินของปปช.พบว่า กคช.ได้ถูกปรับลำดับขึ้นมาที่ 8 ส่วนปัญหาที่มีตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน จะไปตรวจสอบให้ครบ แล้วนำมารายงานนายกฯ จะไม่ยอมปล่อยให้มีการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรายุกล่าวว่า ขอท้าให้รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาดีเบตกับตน จะได้ชี้ให้ดู เพราะตนมีรายละเอียดหมด ตรงไหนอะไรเป็นอย่างไร รวมทั้งเส้นทางการเงินด้วย ส่วนตัวเคารพนายจุติ และรู้จักกับพ่อท่านด้วย จึงขอให้เชิญตนไปชี้แจง ได้จะชี้แจงให้ทราบว่า ตรงไหนลูกน้องได้บอกท่านไว้หมดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งต่อที่ประชุมว่า วิปยืนยันว่าหมดผู้อภิปรายแล้ว ขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ให้ความร่วมมืออย่างดี ขอพักการประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 2 ก.ย. เวลา 9.00 น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115354</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, พรรคเพื่อไทย, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f904c67c3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2021 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039; แฉไอ้โม่งใช้สถานการณ์โควิด-19 แอบทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค. 64 - เมื่อเวลา 11.10 น. ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อม โดยได้แบ่งกลุ่มอภิปรายเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มโควิด-19 &amp;nbsp;กลุ่มปล่อยปละละเลย และกลุ่มทุจริต ในสภาวะที่สถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอย่างนี้ แต่มีไอ้โม่งลักลอบใช้สถานการณ์โควิด-19 แอบทำทุจริตและไม่มีใครตรวจสอบ รวมถึงการเมืองที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจึงเป็นเรื่องสำคัญที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมที่เก็บตัวมาเดือนกว่า ในสิ้นเดือนนี้จะต้องเห็นนายกรัฐมนตรีเข้ามาตอบในสภา ทั้งนี้ตนได้รับมอบหมายให้อภิปรายในเรื่องการทุจริต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114057</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จิรายุ ห่วงทรัพย์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_612090082c908.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 15:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดจ๊อบ!กมธ.งบฯปี 65 พิจารณาวงเงิน 3.1 ล้านล้าน ปรับลด 1.63 หมื่นล้านโยกไปไว้งบกลางเยียวยาโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และน.ส.ธีรรัตน์ &amp;nbsp;สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุม ว่า &amp;nbsp;วันนี้ เป็นการประชุมของครั้งสุดท้ายของ กมธ. โดยใช้เวลาไปแล้ว 30 วัน คิดเป็น 270 ชั่วโมง รวมหน่วยงานที่ผ่านการพิจารณาแล้ว 20 กระทรวง 5 กลุ่มหน่วยงาน 29 กองทุน 11 แผนบูรณาการ คิดเป็น 100 เปอร์เซนต์ จากงบประมาณ ทั้งสิ้น 3,100,000 ล้านบาท ทั้งนี้ในการพิจารณางบประมาณ กมธ. ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นอันดับแรก เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้และเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการแก้ไข รวมทั้งเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณของแต่ละหน่วยงานมีประสิทธิภาพสูงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กมธ.งบฯ กล่าวต่อว่า กมธ.จึงได้มีการพิจารณาปรับลดงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมอีกจำนวน 16,362,010,100 บาท โดยที่ประชุมได้มีมติให้นำงบประมาณในส่วนนี้ไปไว้ใน &amp;quot;งบกลางรายการค่าใช้จ่ายการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;quot; เพื่อให้รัฐบาลนำงบประมาณในส่วนนี้ไปช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนซึ่งได้รับ &amp;nbsp;ทั้งนี้ กมธ.ไม่ได้ปรับลดงบประมาณ ของ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด มาตรา 28สภากาชาดไทย มาตรา 35 และส่วนราชการในพระองค์ มาตรา 36 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก กมธ.งบประมาณฯ กล่าวต่อว่า ซึ่งในส่วนของงบประมาณที่ปรับลดจำนวน 16,362,010,100 บาท ซึ่งจะนำไปเป็นงบประมาณในงบกลางนั้นเป็นการป้องกัน &amp;quot;การนำงบประมาณไปใช้ผิดวัตถุประสงค์&amp;quot; &amp;nbsp;ทางกมธ.งบประมาณได้มีข้อสังเกตไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้ของรัฐบาล ให้นำไปใช้ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 และเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคตามที่มีการเสนองบประมาณเพิ่มเติมอย่างแท้จริงเท่านั้น ไม่ควรนำไปใช้ในเรื่องอื่น ๆดังนั้น ในกระบวนการอนุมัติเพื่อใช้จ่ายงบประมาณในงบกลางของรัฐบาล ควรระบุรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณ มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้งบประมาณ มีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน &amp;nbsp;ทั้งนี้ทางกมธ.จะได้มีการตรวจรายงานของทั้งหมด เพื่อเตรียมเสนอเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สำหรับการพิจารณาในวาระ2 และ 3 ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันที่ 18-20 ส.ค.64 นี้ ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112417</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จิรายุ ห่วงทรัพย์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cf104ad6a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039; แพลมศึกซักฟอก หลังบ้านรมต.โลกลืมหากินเป็นล่ำเป็นสัน โวข้อมูลเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;ส.ค.64 - ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยโหวตเพิ่มงบประมาณที่ตัดได้ จำนวน&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ไปให้งบกลาง ว่า ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เป็นเรื่องปกติ และที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลก็ไม่ได้โหวตตรงกับพรรคเพื่อไทยทุกเรื่อง แต่พอพรรคเพื่อไทยทำไม่เหมือนเขากลับถูกตำหนิ จึงคิดว่าไม่ยุติธรรม ถ้าเป็นภาวะปกติก็ไม่เห็นด้วยที่เอาไปไว้งบกลาง ตนเป็นผู้แทนยุคนี้มา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปี วันนี้พรรคเพื่อไทยใจเย็นมาก แต่จะให้ไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาลคงเป็นไปไม่ได้ ส่วนการแปรญัตติหรือโอนงบ&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาทนั้น เดิมมีการตัดงบส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ชั้นอนุกมธ. ถ้าในชั้นคณะกมธ.มีมติคืนให้ท้องถิ่น ถามว่าจะไปตัดทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการโอนงบประมาณไปไว้ที่งบกลางจะทำให้ตรวจสอบยากหรือไม่ นายจิรายุ กล่าวว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตรวจสอบยากทุกเรื่อง ดังนั้น งบกลาง&amp;nbsp;1.6&amp;nbsp;หมื่นล้านบาท เป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้ารัฐบาลจะใช้อะไรก็ต้องอธิบาย ซึ่งยืนยันว่าฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายจิรายุ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าพรรคเพื่อไทยจะประชุมออนไลน์ผ่านระบบซูมม เพื่อให้ผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายได้หารือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ขณะนี้ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย&amp;nbsp;16&amp;nbsp;คน โดยจะมีการคัดกรองพวกโหด เลว ดี ให้เหลือประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รายชื่อ บางคนเงียบๆแต่กินเรียบก็มี บางคนเป็นรัฐมนตรีโลกลืมแต่หลังบ้านหากินเป็นล่ำเป็นสัน ยิ่งกระทรวงดิน น้ำ ลม ไฟ ยิ่งตัวดีขับรถจะไปนครปฐมแต่หลงไปสุพรรณบุรีก็มี แต่เป้าหมายหลักยังอยู่ที่ตัวนายกฯ เหมือนเดิม แต่พระอันดับก็ต้องโดนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ครั้งนี้ผมทำงานน้อย แต่ข้อมูลเพียบ เพราะมีเทศกาลสาวไส้ให้กากิน บางกระทรวงใช้อธิบดีทำงานแล้วได้ตำแหน่งข้ามห้วย ทำให้คนที่อกหัก&amp;nbsp;4&amp;ndash;5&amp;nbsp;คน เอาข้อมูลมาแฉ ผมมั่นใจจะมีข้อมูลเด็ดนอกเหนือจากเรื่องโควิด&amp;nbsp;&amp;ndash; 19&amp;nbsp;แน่นอน&amp;rdquo; นายจิรายุ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112064</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ65, การอภิปรายไม่ไว้วางใจ, การเมือง, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ซักฟอก, พรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108f4aa57331.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.งบฯ รุมซัก &#039;ผู้ว่าฯกทม.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.64 - ที่รัฐสภา นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 แถลงว่า ขณะนี้คณะกมธ.งบฯ พิจารณาแล้วทั้งสิ้น 20 กระทรวง 29 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 95.1% โดยเฉพาะวันนี้ (23 ก.ค.) เป็นการพิจารณางบประมาณในส่วนของกทม. ซึ่งกมธ.มีการสอบถามถึงมาตรการล็อกดาวน์ และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินกิจการต่างๆในกทม. โดยเฉพาะแต่ละเขตในกทม. ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นอกจากนี้ กมธ. ได้แนะนำว่า ขอให้เร่งรัดในการตั้งศูนย์เฉพาะกิจของกทม.รายเขต เพื่อติดต่อประสานงานเกี่ยวกับผู้ป่วยโควิด &amp;ndash; 19 เพราะประชาชนในพื้นที่กทม. นับ 10 ล้านคน ยังงงว่าเมื่อติดเชื้อจะแจ้งไปที่ไหน ซึ่งการประชุมวันนี้ค่อนข้างดุเดือดพอสมควรในเรื่องการดำเนินงานของกทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม. ชี้แจงว่าได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในทุกๆด้านแล้ว ทั้งนี้ คณะกมธ.งบฯ จะงดประชุมตั้งแต่วันที่ 24 - 28 ก.ค. และจะประชุมอีกครั้งวันที่ 29 ก.ค.เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นการสรุปรายงานของคณะอนุกมธ.ทั้งหมด ซึ่งดูจากขอบเขตการพิจารณาแล้วเชื่อว่าจะพิจารณาได้ทันตามกำหนดกรอบเวลา 105 วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กรุงเทพ, การเมือง, งบประมาณ, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ผู้ว่าฯกทม., พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa76031ab01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
