<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทีเส็บ&#039;เผย3กลยุทธิ์แผนงานปี65 ชูธง&#039;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 - ต้องยอมรับว่างานส่งเสริมการประชุมและจัดนิทรรศการ &amp;nbsp;เป็นส่วนหนึ่งที่ผสานแทบจะเป็นหนึ่งเดี่ยวและมีความลงตัว กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้กลายเป็นจุดแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศได้จำนวนมากมายมหาศาล &amp;nbsp; และถือว่าสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ &amp;nbsp;มีบทบาทสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนานาประเทศ ให้มาจัดประชุมหรือสัมมนา หรือจัดงานอีเวนต์ระดับนานาชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม แต่การระบาดของโควิด19 ที่ต่อเนื่องยาวนาน เป็นเวลาเกือบครึ่งปี ทำให้การท่องเที่ยวและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักลง &amp;nbsp;แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า ประเทศไทยจะสามารถจัดการปัญหาการระบาดของโควิด19 ได้ภายในปี 64 ซึ่งจะเป็นช่วงที่คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนตามเป้าเพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ และทำให้โควิดสงบลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว จึงต้องจัดเตรียมแผนงานรับกับปี 2565 &amp;nbsp;ไว้แต่เนิ่นรวมทั้งทีเส็บด้วย โดยนายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ทีเส็บ &amp;nbsp;กล่าวว่า จากสถานการณ์โควิด 19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ทำให้ต้องจัดงาน &amp;ldquo;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&amp;rdquo; ในรูปแบบออนไลน์ (Virtual Meeting) ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ &amp;nbsp;ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศร่วมกันทุกภาคส่วน &amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้และความเจริญสู่ชุมชน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดจนแสดงความพร้อมของเมืองไมซ์ซิตี้ ในฐานะศูนย์กลางภูมิภาคในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และใช้โอกาสนี้เป็นเวทีนำเสนอทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ในปี 2565 ให้แก่ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการไมซ์ ซึ่งมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมชมงานกว่า 800 คน โดยภายในงานมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ข้อมูลและเสวนา ได้แก่ นายวิโรจน์ นรารักษ์ รองเลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ , นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี, นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และนายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทีเส็บ ในฐานะองค์กรภาครัฐ พัฒนาแผนงานให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศของรัฐบาล โดยวางทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปีหน้า ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเสริมความแกร่งระดับชาติ การช่วงชิงโอกาสระดับสากล และการยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรม เพื่อเร่งฟื้นฟูอุตสาหกรรมไมซ์ และเศรษฐกิจของประเทศให้พ้นจากวิกฤตต้องอาศัยทั้งความยืดหยุ่นและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็ง เพื่อนำพาอุตสาหกรรมไมซ์และเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นกลับมาโดยเร็วที่สุด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเร่งยกระดับความพร้อมของจังหวัดที่มีศักยภาพ ก้าวสู่การรองรับกิจกรรมไมซ์ พร้อมกับการสร้างงานใหม่ และยกระดับกิจกรรมไมซ์ให้มีคุณภาพระดับนานาชาติ โดยร่วมทำงานกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เช่น โครงการ Empower Thai Exhibition หรือ EMTEX ซึ่งได้ขยายความร่วมมือระหว่างทีเส็บกับกระทรวงต่างๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่าสิบหน่วยงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพงานแสดงสินค้าในระดับท้องถิ่นก้าวสู่ระดับประเทศ ตลอดจนการพัฒนางานเทศกาลท้องถิ่นภายใต้แนวคิด Festival Economy ที่จะพัฒนางานต่อยอดสู่ระดับสากล 1 City : 1 License Event เช่น งานเทศกาล &amp;ldquo;เกลือ-เมือง-เพชร หรือ Diamond of the Salt Festival ของจังหวัดเพชรบุรี, งานเทศกาล Huahin Hop Fest ของเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดำเนินงานด้านการสื่อสาร เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนองค์กรภาครัฐและเอกชนจัดประชุมสัมมนาและจัดกิจกรรมไมซ์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านแคมเปญการสื่อสาร &amp;ldquo;จัดงานไมซ์ทั่วไทย ภูมิใจช่วยชาติ&amp;rdquo; และสนับสนุนงบประมาณผ่านโครงการ &amp;ldquo;ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า&amp;rdquo; ซึ่งในขณะนี้มีองค์กรและหน่วยงานได้รับการสนับสนุนแล้วกว่า 645 โครงการ และแสดงความจำนงมากกว่า 1,000 งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในระดับสากล มุ่งเน้นการผลักดันไมซ์ไทยสู่เวทีโลก จัดทำแคมเปญตลาดเชิงรุกเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในภูมิภาคอาเซียน โดยการประกาศปีแห่งการประชุมในประเทศไทยด้วยการต่อยอดจากการเป็นเจ้าภาพจัดงาน APEC 2022 อีกทั้งจะเร่งดึงงานสำคัญระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย อาทิ งาน Thailand International Air Show, งานประชุมองค์กรระหว่างประเทศ เช่น งาน World Bank หรืองานแสดงสินค้าระดับท็อปไฟว์ของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการไมซ์ และหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐในและต่างประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากร มาตรฐานสถานที่จัดงาน และการพัฒนาหลักสูตรอบรมต่างๆ เพื่อให้ไมซ์ไทยก้าวทันความต้องการของโลกในยุคหลังโควิด เช่น การยกระดับมาตรฐานและส่งเสริม &amp;ldquo;การจัดงานไมซ์อย่างยั่งยืน&amp;rdquo; โดยนำแนวคิด BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล มาต่อยอดกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) ขณะเดียวกัน ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีและเครื่องมือแพลตฟอร์มดิจิทัลต่อเนื่อง อาทิ แพลตฟอร์ม &amp;ldquo;Thai MICE Connect&amp;rdquo; ที่มีข้อมูลผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้วกว่าหมื่นรายทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นตลาดออนไลน์ซื้อขายบริการด้านไมซ์ รองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงตลาดให้ผู้ประกอบการทุกขนาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทีเส็บสานต่อการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ&amp;rdquo; เตรียมเปิดนิทรรศการรูปแบบออนไลน์ (Virtual Exhibition) ให้ความรู้ถึงจุดกำเนิด และการเดินทางของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนเป็นต้นไป และสามารถดาวน์โหลดหนังสือ &amp;ldquo;ภูมิไทย&amp;rdquo; เส้นทางทรงคุณค่าของอุตสาหกรรมไมซ์ ที่ทีเส็บจัดทำร่วมกับกองทุนส่งเสริมการประชุมนานาชาติ โดยสามารถเข้าชมนิทรรศการ และดาวน์โหลดหนังสือได้ที่ www.thailandmiceday.businesseventsthailand.com&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114675</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, จิรุตถ์ อิศรางกูร, ทีเส็บ, ไมซ์ไทยรวมใจสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_6127a31bcb42c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สธ.&quot; จับมือ &quot;ทีเส็บ&quot;และ 23เครือข่าย &quot;เปิดเมืองปลอดภัย -นำร่อง 10เมืองไมซ์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1เม.ย.64- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยหลังเป็นประธานพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ &amp;ldquo;เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน&amp;rdquo; ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น G โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานคร ว่า กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ร่วมกับหน่วยงาน 23 ภาคีเครือข่าย อาทิ กรมการท่องเที่ยว กรมการขนส่งทางบก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสมาคมโรงแรมไทย เป็นต้น จัดพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือ &amp;ldquo;เปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน&amp;rdquo; เพื่อสนับสนุนการจัดงานกลุ่มการจัดประชุมและนิทรรศการ การเดินทางและการท่องเที่ยวในเมืองอย่างปลอดภัย ด้วยมาตรฐานด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการและกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมทั้งขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานระบบบริการและสถานประกอบการต่าง ๆ ใน 10 เมืองไมซ์ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดขอนแก่น เชียงใหม่ นครราชสีมา พิษณุโลก ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี อุดรธานี และเมืองพัทยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ผ่านมา ประเทศไทยสามารถควบคุม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดให้เชื้อโรคอยู่ในวงจำกัด ทำให้รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนคลายในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งวางแนวทาง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดจำนวนวันกักตัวของนักท่องเที่ยวกรณีที่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือตรวจเชื้อก่อนเข้าประเทศ ซึ่งในส่วนของ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยขณะนี้ได้ทยอยฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อลดความรุนแรงของโรค ทั้งการเจ็บป่วยและเสียชีวิต โดยกระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ของประชากรไทยภายในสิ้นปี 2564 นี้ ควบคู่กับยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยของสถานประกอบการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และสุขอนามัยส่วนบุคคลของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยก้าวเดินต่อไป&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ ทีเส็บ กล่าวว่า การจัดทำโครงการเปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน ต้องดำเนินการพิจารณาด้านการจัดงานให้ครอบคลุมในทุกกิจการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานไมซ์ เพื่อให้การเปิดเมืองและการจัดงานมีความปลอดภัยทั้งระบบและครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยในระยะแรกจะเริ่มขับเคลื่อนใน 10 เมืองไมซ์ก่อน ซึ่งเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการจัดงาน แล้วจึงขยายผลไปยังเมืองอื่น ๆ ในระยะต่อไป โดยใช้มาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย หรือ Thailand MICE Venue Standards (TMVS) ร่วมกับแนวปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ หรือ MICE New Normal สำหรับสถานที่จัดงาน &amp;nbsp; ผู้จัดงาน ผู้ร่วมงาน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19 สร้างมาตรฐาน และความมั่นใจในการจัดงานไมซ์ได้อย่างปลอดภัย พร้อมกันนี้ทีเส็บยังได้เตรียมจัดโรดโชว์ไปยังเมืองไมซ์ในภูมิภาค ต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้แนวทางปฏิบัติการป้องกันโควิด 19 พร้อมทั้งสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ และสร้างความร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานในพื้นที่นั้น ๆ ให้เกิดความเชื่อมั่นในการจัดงาน โดยมีกำหนดไปจัดที่จังหวัดภูเก็ต อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ พัทยา และกรุงเทพฯ ในเดือนเมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดเมืองปลอดภัย จัดงานไมซ์มั่นใจ ด้วยมาตรฐาน เป็นการผนึกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กับมาตรการด้านสาธารณสุข โดยเน้นการขับเคลื่อนมาตรฐานด้านสุขอนามัยสำหรับสถานประกอบการและกิจกรรมต่าง ๆ &amp;nbsp;พร้อมกับได้ร่วมกันจัดทำแนวทางปฏิบัติด้านสุขอนามัยสำหรับโครงการฯ เพื่อเป็นแนวทางของพื้นที่ในการดำเนินการ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจถึงความปลอดภัย โดยจากผลการประเมินตนเองของสถานประกอบกิจการของแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus พบว่า สถานประกอบกิจการที่ผ่านการประเมินสูงสุด ได้แก่ ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้อยละ 100 โรงแรม ร้อยละ 99.1 และห้างสรรพสินค้า ร้อยละ 97.8 ตามลำดับ ชี้ให้เห็นถึงความพร้อมในการให้ความร่วมมือจากสถานประกอบกิจการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ กรมอนามัยขอความร่วมมือสถานประกอบการ กิจการประเภทต่าง ๆ เข้าร่วมประเมินตนเองเพิ่มมากขึ้น สำหรับประชาชนและผู้ที่เข้าร่วมในสถานที่ประชุม สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ขอให้ปฏิบัติตนตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วยการ Check in และ Check out ผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ เว้นระยะระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น สวมหน้ากากตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายและหมั่นสังเกตตนเอง หากพบว่ามีไข้ ไอ จาม จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้งดทำกิจกรรมและไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98015</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสข, จิรุตถ์ อิศรางกูร, ทีเส็บ, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, เปิดเมือง, เมืองไมซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_60659916550d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเตรียมจัดงานนิทรรศการการบิน&quot;Thailand International Air Show &quot;ใหญ่ที่สุดในSEA </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุตสาหกรรมอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB (สสปน.) ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยประมูลสิทธิ์จัดงานแสดงสินค้านานาชาติจากต่างประเทศ ในช่วงวิฤตโควิด-19 และวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนงานแสดงสินค้านานาชาติ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม ต่างๆอาทิ อุตสาหกรรมอวกาศและการบิน อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ ฯลฯ &amp;nbsp;และเป็นการประชาสัมพันธ์ ความพร้อมของประเทศไทยภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรม &amp;ldquo;ไทยแลนด์ล็อก-อินอีเวนท์&amp;rdquo; (Thailand LOG-IN Events)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;แม้ว่าเรายังต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 แต่เราก็ต้องวางแผนในอนาคต โดยใช้ไมซ์เป็นเครื่องมือ ซึ่งเป้าหมายหลักของแผนแม่บทของทีเส็บ แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้ารการส่งเสริมงานแสดงสินค้านานาชาติทุกรูปแบบที่ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมอวกาศและการบิน รวมไปถึงอุตสาหกรรมก้าวหน้าของประเทศและในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และด้านการผลักดันให้เกิดงานแสดงสินค้านานาชาติกลุ่มดังกล่าวในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC เพื่อเร่งพัฒนาการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.ทีเส็บ กล่าวต่อว่า ทีเส็บ พร้อมที่จะสนับสนุนทางด้านการเงิน การอำนวยความสะดวก และการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของภาคเอกชน สร้างความมั่นใจแก่ธุรกิจและนักลงทุนทั่วโลกให้เลือกเดินทางมาประกอบธุรกิจ ผ่านแพลตฟอร์มงานแสดงสินค้านานาชาติภายใต้แผนแม่บทนี้ สู่การค้าการลงทุนในพื้นที่ EEC โดยมีเมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางต่อไปในอนาคต ที่จะการจัดงาน Thailand International Air Show ซึ่งจะเป็นงานจัดแสดงสินค้าของกลุ่มอุตสาหกรรมอวกาศและการบินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะผู้นำการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมแสดงสินค้านานาชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปูทางพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์แบบก้าวกระโดดขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่สถานะประเทศรายได้สูงทัดเทียมกับนานาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายจิรุตม์ กล่าวอีกว่า งานไทยแลนด์ล็อก-อินอีเวนท์ จะอยู่ในแผนการดำเนินงานต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมล็อก-อิน และอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยงานแสดงสินค้านานาชาติ ที่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน สร้างการค้าต่อยอดการลงทุนส่งเสริมธุรกิจ ตั้งแต่ขนาดย่อมจนถึงขนาดใหญ่ เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะในแต่ละอุตสาหกรรม เหนี่ยวนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ประเทศไทย เพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวเพียงศูนย์กลาง แต่ขยายงานลงสู่พื้นที่พันธมิตรหลัก อย่างสำนักงาน อีอีซี ในฐานะจุดหมายปลายทางใหม่ &amp;nbsp; สำหรับนักลงทุนทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;และเมืองพัทยาในฐานะไมซ์ซิตี้แห่งแรกของประเทศไทย ไม่ต่ำกว่า 15 งาน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมงานแสดงสินค้านานาชาติรองรับการจัด Thailand International Air Show เต็มรูปแบบในปี 2568 ณ พื้นที่ Aerotropolis ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา&amp;quot;ผอ.ทีเส็บกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่่อีอีซี ศูนย์กลางอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรัตนชัย สุทธิเดชานัย ที่ปรึกษาเมืองพัทยาด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม กล่าวว่า เมืองพัทยามีนักเดินทางกลุ่มไมซ์เดินทางสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประสบการณ์การรองรับการจัดงานประชุมงานแสดงสินค้านานาชาติและเมกะอีเวนท์มากมาย ทำให้พัทยาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่พร้อมรองรับงานไมซ์ได้อย่างครบวงจร ซึ่งแม้ว่าในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปหมด และได้ฟื้นขึ้นมาจากคนไทยไปเที่ยว ทำให้เราต้องวางแผนดำเนินเรื่องส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สู่ชุมชนให้มากขึ้น รวมไปถึงผู้ประกอบการร้านค้า โรงแรมต่างๆ ที่พร้อมรองรับการจัดการประชุม สัมมนา และพร้อมเข้าสู่การเป็นเมือง EEC ในอนาคตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน ดร.คเณศ วังส์ไพจิตร ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กล่าวว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ป็นจุดศูนย์กลางที่น่าลงทุนให้ความสนใจ และเป็นหนึ่งในแผนที่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ 20 ปี จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเขตส่งเสริมรองรับกิจการพิเศษ เช่น ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและกิจการอุตสาหกรรมอย่างน้อย 10 อุตสาหกรรม และต้องการให้เกิดเป็นเมืองท่าและเมืองธุรกิจ ที่สำคัญของประเทศไทย โดยเข้าเชื่อมโยงเป็นส่วนขยายของกรุงเทพฯ และปริมณฑลไปทางตะวันออก สามารถเชื่อมโยงกันได้สะดวกทั้ง ทางน้ำ (เรือและท่าเรือ) ทางบก (ทางด่วน รถไฟ และ รถไฟความเร็วสูง) และทางอากาศ (สนามบิน) &amp;nbsp;เป้าหมายปัจจุบันมีการพัฒนาสู่เฟสที่ 3 คือมุ่งเน้นอุตสาหกรรม กลุ่มเป้าหมายในด้านเทคโนโลยีองค์ความรู้ และทรัพยากรมนุษย์ ผลักดันให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ประตูสู่พื้นที่การลงทุนในเอเชีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนความคืบหน้าด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา โดยจะมี สถานีรถไฟ 5 สถานี ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ศรีราชา พัทยา อู่ตะเภา &amp;nbsp;การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Aerotropolis) ดังนั้นหากรวม 3 สนามบินที่กล่าวมาจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 100 ล้านคน/ปี ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 และท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ที่จะมีกำหนดจะแล้วเสร็จพร้อมรองรับกิจการอย่างเต็มศักยภาพภายในปี 2569 &amp;nbsp;ในส่วนของผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่อาจจะยืดเยื้อไปถึงช่วงปลายปี 2563 หรือครึ่งปีแรกของปี 2564 จะไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการสนามบินอู่ตะเภาที่จะคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2568 &amp;nbsp;นอกจากนี้การพัฒนาพื้นที่อีอีซีในระยะยาวให้เป็นมหานครการบินภาคตะวันออก ที่ต้องการให้เกิดเป็นเมืองท่าและเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศไทย จะยังคงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของ ประเทศที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแบบก้าวกระโดด&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาธิการ &amp;nbsp;กล่าว &amp;nbsp;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79883</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand International Air Show, จิรุตถ์ อิศรางกูร, ทีเส็บ, สนามบินอู่ตะเภา, “ไทยแลนด์ล็อก-อินอีเวนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7efa55a2aed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
