<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2019 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2019 14:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นความลับกองทัพทหารดินเผา”จิ๋นซีฮ่องเต้”ครั้งแรกในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชมกองทัพทหารดินเผาแห่งจิ๋นซีฮ่องเต้ จัดแสดงในไทยครั้งแรกที่พิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ่นทหารดินเผาชั้นแม่ทัพ เสนา ทหารราบ พลธนู ในท่วงท่าพร้อมง้างหน้าไม้ และม้าดินเผา มีอายุกว่า 2,200 ปี คือ โบราณวัตถุล้ำค่าจากสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ สุสานขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก ที่กำลังจัดแสดงที่ประเทศไทยในนิทรรศการพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการแสดงโบราณวัตถุจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีในประเทศไทย สร้างความตื่นเต้นให้กับคนไทยที่ได้ชมกองทัพทหารดินเผาของแท้อย่างใกล้ชิดโดยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงเมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุสานจิ๋นซีเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันน่าทึ่ง และองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ยกย่องประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อ พ.ศ.2530 ที่คนทั่วโลกตั้งใจไปชมตลอดปี ซึ่งกองทัพทหารดินเผาเหล่านี้เป็นชุดโบราณวัตถุอันประเมินค่าไม่ได้ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนสนใจชมรถม้าสำริด โซนสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ มหาอาณาจักรใต้พิภพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย โดยการสนับสนุนจากสำนักงานบริหารมรดกวัฒนธรรมมณฑลส่านซี ศูนย์ส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมมณฑลส่านซี พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี และพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน รวบรวมโบราณวัตถุสำคัญ จำนวน 133 ชิ้น ล้วนเป็นวัตถุสิ่งของเครื่องใช้มีค่าสำหรับจักรพรรดิ โดยมีโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมนำมาแสดง จำนวน 17 รายการ เปิดให้คนไทยและนักท่องเที่ยวเข้าชม ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยเปิดให้เข้าชมเป็นพิเศษในวันจันทร์ที่ 16 ก.ย. ซึ่งวันแรกประชาชนทุกเพศทุกวัยและนักท่องเที่ยวเข้าชมคับคั่ง&amp;nbsp;และวันอังคารที่ 17 ก.ย. จากนั้นจะเปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ จนถึงวันที่ 15 ธ.ค. รวมระยะเวลา 3 เดือนเต็มๆ ที่กองทัพจิ๋นซีฮ่องเต้บุกไทย ถ้ามาเป็นครอบครัว วันอาทิตย์เข้าชมฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ่นทหารดินเผา ประติมากรรมชิ้นเยี่ยมของโลกในยุคโบราณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เข้าชมนิทรรศการจิ๋นซีฮ่องเต้ โบราณวัตถุชุดนี้ฉายภาพประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่สมัยที่ยังแบ่งแยกเป็นอาณาจักรต่างๆ เมื่อ 2,700 ปีที่แล้ว เพื่อเป็นบริบทสำหรับเข้าใจจักรพรรดิจิ๋นซี เริ่มจากส่วนที่ 1 ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก ที่มีแคว้นฉินซึ่งมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การหล่อสำริด ผลิตอาวุธ เครื่องดนตรี รวมถึงการทหาร หนุนให้แคว้นฉินกลายเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งต่อมา ถัดมาเข้าสู่ส่วนที่ 2 จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หู ภาชนะในพิธีกรรมสำหรับบรรจุเหล้า ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮไลต์สำคัญมาสู่ส่วนที่ 3 สุสานจิ๋นซี มหาอาณาจักรใต้พิภพ ตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวการสร้างมหาสุสานสำหรับชีวิตหลังความตายของจักรพรรดิ์จิ๋นซี ครอบคลุมพื้นที่ 60 ตารางกิโลเมตร จำลองนครเสียนหยาง เมืองหลวงสุดท้ายสมัยราชวงศ์ฉิน แรงงานกว่า 7 แสนคนก่อสร้างสุสานจนขึ้นทำเนียบมรดกโลกล้ำค่า โซนนี้แสดงหุ่นทหารดินเผา 4 หุ่น หุ่นม้า 1 หุ่นที่เก่าแก่ และรถม้าสำริด (จำลอง) สุดตระการตา ทั้งยังมีฉากหลังเป็นภาพกองทัพทหารดินเผา แผนผังแสดงที่ตั้งของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ สุสานบริวาร และหลุมขุดค้นทางโบราณคดี ภาพกระบวนการสร้างหุ่นทหารดินเผา ภูมิปัญญาของคนจีนโบราณ การทำแต่ละส่วน ประกอบเข้าด้วยกันแล้วแกะสลัก ประกอบส่วนศีรษะ นำไปเผาในเตา ก่อนจะเคลือบและระบายสี จนเป็นหุ่นทหารวิจิตรงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดเกราะหิน ประกอบด้วยหินกว่า 400 ชิ้น อายุสมัยราชวงศ์จิ๋น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่ 4 สืบสานความรุ่งโรจน์: ยุคราชวงศ์ฮั่น สะท้อนการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมจากราชวงศ์ฉิน จนได้ชื่อเป็นยุคทองศิลปกรรมและอารยธรรมจีนโบราณ ซึ่งโบราณวัตถุแต่ละโซนเป็นตัวแทนราชวงศ์ 3 ยุค มาจากพิพิธภัณฑ์ชั้นนำของจีนถึง 14 แห่ง และสถาบันโบราณคดีเมืองเสียนหยาง 1 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหัศจรรย์หุ่นม้าดินเผาและหุ่นทหารราบ อายุประมาณ 2,240 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กล่าวว่า สุสานฉินสือหวง หรือที่เราเรียกว่าจิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นมรดกโลกที่คนทั่วโลกเห็นคุณค่าและอยากไปชม สำหรับนิทรรศการจิ๋นซีฮ่องเต้ในไทย รวบรวมตั้งแต่ภาพเขียน หุ่นทหาร อาวุธ เครื่องใช้ เครื่องประดับ และตุ๊กตาดินเผาต่างๆ มาจัดแสดงใน 4 ห้องนิทรรศการ โดยเฉพาะห้องสุสานจิ๋นซี ผู้เข้าชมจะได้พบกับหุ่นทหารเก่าแก่ ซึ่งเป็น 4 ชิ้นใน 8,000 ชิ้นที่มีการค้นพบหุ่นทหารดินเผา เชื่อกันว่าหุ่นทหารยืนตามตำแหน่งและลำดับชั้นยศของกองทัพจิ๋นซี หุ่นทหารมีหน้าตาท่าทาง การแต่งกายแตกต่างกัน เชื่อว่าหุ่นทหารเหล่านี้มีต้นแบบ สำหรับสุสานแห่งนี้เกิดจากจิ๋นซีฮ่องเต้ต้องการสร้างโลกสำหรับชีวิตหลังความตาย มหาสุสานนี้สร้างเหมือนโลกที่อยู่ จึงได้รับฉายาว่าจักรพรรดิในโลกจริงและโลกหลังความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หุ่นทหาร พลธนู หนึ่งในโบราณวัตถุล้ำค่าจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; จิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นจักรพรรดิองค์แรกของอาณาจักรจีน เป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนที่สามารถรวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่ง และถือเป็นโครงร่างของประเทศจีนในปัจจุบันนี้ ซึ่งกินพื้นที่มากที่สุดในโลก สิ่งที่มหาราชองค์นี้พัฒนาขึ้นมาสร้างประวัติศาสตร์ของโลก ขึ้นครองราชย์อายุ 13 พรรษา และบรมราชาภิเษกเมื่อพระชนมายุ 22 พรรษา ชีวิตทำแต่สงคราม สร้างกำแพงเมืองจีนยิ่งใหญ่ป้องกันศัตรูรุกรานจนสำเร็จ เป็นอีกมรดกโลกจีน นี่คือความเกรียงไกรและคุณูปการมหาศาล แม้ประวัติจิ๋นซีฮ่องเต้ได้รับการบันทึกไว้โดย ซือหม่าเฉียน อาลักษณ์สมัยราชวงศ์ฮั่น แต่ย้อนไปปี 2517 มีการค้นพบหุ่นทหารดินเผาครั้งแรก มีการขุดค้นทางโบราณคดีครั้งสำคัญ เป็นประจักษ์พยานอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ ปัจจุบันเพิ่งเปิดเพียง 3 สุสานจาก 10 &amp;nbsp;สุสาน จีนชะลอการขุดค้น เพราะรู้ปัญหา เดิมหุ่นทหารทุกตัวที่พบมีสีสด แต่เมื่อขุดขึ้นมาตั้งไว้ไม่ถึงชั่วโมง สีจางหายหมด ประติมากรรมนี้ปั้นขึ้นได้อย่างไร สรีระเหมือนคน แสดงศาสตร์และศิลป์ชั้นสูง ไม่ได้เก่งกาจแค่สงคราม ในสุสานจำลองเมืองและยังบรรจุเครื่องใช้ของจักรพรรดิด้วย หวังใช้ในโลกหลังความตาย จินตนาการของจิ๋นซีฮ่องเต้เมื่อ 2,200 ปีที่แล้วช่างมหัศจรรย์จริงๆ ความลับอีกมากที่ไม่ได้บันทึกไว้อยู่ในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ จะเผยออกมาได้ด้วยกระบวนการโบราณคดี ซึ่งจีนจับมือกับนักโบราณคดีเยอรมัน ทำงานอยู่ในพื้นที่ศึกษาและทดลอง วันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจิ๋นซีฮ่องเต้อยู่จุดไหนของสุสาน&amp;rdquo; ผอ.สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชวนมาไขความลับผ่านนิทรรศการพิเศษจิ๋นซีฮ่องเต้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร แหล่งเรียนรู้ล้ำค่าของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้าชมภายในนิทรรศการจิ๋นซีฮ่องเต้ เนื่องจากมีประชาชนให้่ความสนใจเข้าชมจำนวนมาก กำหนดให้เข้าชมภายในนิทรรศการเป็นรอบๆ รอบละ 50 คน ทุกๆ 10 นาที ค่าธรรมเนียมเข้าชมคนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีข้อพึงปฏิบัติการเข้าชมรฃนิทรรศการพิเศษ &amp;nbsp;ถ่ายภาพนิ้่งได้ด้วยกล้องมือถือเท่านั้น ห้ามถ่ายภาพเคลื่อนไหวทุกชนิด &amp;nbsp;งดเซลฟี่ งดแฟช และงดไม้เซลฟี่ รวมถึงห้ามนำกระเป๋าขนาดใหญ่เข้าห้องจัดแสดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45864</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, กองทัพทหารดินเผาแห่งจิ๋นซีฮ่องเต้ จัดแสดงในไทย, จิ๋นซีฮ่องเต้, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f2f7d698e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดสวิงริงโก้!!!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การ ดูด นั้น...จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม หรือออกไปทางวิปริต ผิดเพี้ยน ไม่เหมาะ-ไม่ควร อันนั้น...คงต้องปล่อยให้พวก ผู้เชี่ยวชาญการดูด เขาไปเถียงๆ กันเอาเอง แต่ท่ามกลางกระแสการดูดที่นับวันจะไหลเชี่ยว ไหลแรง เอามากๆ ถ้าหากยึดหลักทางสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทาเอาไว้มั่ง คงต้องพยายามเหนี่ยวขอบโถ (ชักโครก) ขอบบ่อ (เกรอะ) เอาไว้ก่อนนั่นแหละเป็นดี...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คือการเมืองไทยในทุกวันนี้...คงปฏิเสธไม่ได้ว่า มันออกไปทางคล้ายๆ กับวงการดารา นักแสดง วงการพวกไอด้ง ไอดอล อะไรประมาณนั้น คือเต็มไปด้วยพวกที่เรียกๆ กันว่า ติ่ง อยู่เป็นจำนวนเยอะแยะมากมาย ประเภทที่หากลองรักใคร ชอบใคร ขึ้นมาซะแล้ว ไม่เพียงแต่พร้อมจะสรรหาเหตุผลมาอธิบาย ชักแม่น้ำ 5 สาย 10 สาย มารองรับความชอบใจ ความถูกใจ ของตัวเอง ยังพร้อมที่จะพิทักษ์ ปกป้อง ดารา นักแสดง ไอด้ง ไอดอล เหล่านั้น ในแบบ แตะเธอไม่ได้...แตะเมื่อไหร่โลกแตกแน่ อะไรประมาณนั้น อันถือเป็นอาการที่ออกไปทางสุดโต่ง สุดสวิง ตามแบบฉบับสังคม 4.0 ทั้งหลาย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งมีความก้าวหน้า ก้าวไกล ของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เป็นตัวรองรับด้วยแล้ว การเจริญเติบโต งอกงาม ของบรรดา ติ่ง ทั้งหลาย จึงเป็นไปแบบสุดสวิงริงโก้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ การหาทางฉุดกระชากลากถูให้แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง มันออกไปทาง กลางๆ เข้าไว้ จึงอาจถือเป็น วาระแห่งชาติ หรือ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เอาเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าสังคมใดต่อสังคมใดก็เถอะ ถ้าหากผู้คนในสังคมมันออกอาการสวิงไป สวิงมา ไม่คิดจะหยุดนิ่งเอาซะเลย ย่อมนำมาซึ่งความปวดเศียร เวียนเกล้า ไม่ว่าในทางใด ทางหนึ่ง ขึ้นมาจนได้ ไม่ว่าจะในแบบดีสุดโต่ง หรือชั่วสุดโต่ง ก็มีแต่ อัปรีย์ ด้วยกันทั้งสิ้นทั้งปวง อย่างที่อภิมหาพระอย่าง ท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านเตือนๆ เอาไว้แล้วนั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การฉุดกระชากลากถูให้ออกไปในทาง กลางๆ เข้าไว้ ก็คงไม่ได้ถึงกับง่ายดายซักเท่าไหร่ เพราะถ้าหากมันออกไปทางกลางๆ แบบ กลางกลวง อันนั้น...ยิ่งอาจจะแย่เข้าไปใหญ่ การดึงแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ให้ออกไปในทาง กลางๆ เข้าไว้ จึงต้องมีสิ่งที่เรียกว่า ธรรมะ นั่นเอง เอาไว้เป็นตัวชี้วัด ตัดสิน ว่าอะไรมันเป็นไปตามธรรมชาติ ตามครรลองคลองธรรมมาก-น้อยเพียงใด และอะไรที่ไม่ว่าดี หรือชั่ว มันอาจออกไปทาง ตึงไป หรือ หย่อนไป บรรดาผู้ที่มีสติ-ปัญญาและผู้ใฝ่ธรรมะทั้งหลาย จึงถือเป็นผู้ที่มีหน้าที่โดยตรง ที่จะช่วยโน้มน้าว ทัดทาน ช่วยประคับประคองให้ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ออกไปในทาง กลางๆ เข้าไว้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าหากผู้ที่มีสติ-ปัญญา หรือผู้ที่เคยใฝ่ธรรมทั้งหลาย...ดันแปรสภาพตัวเองกลายเป็น ติ่ง กันไปซะหมด อันนี้...เสียหาย ไม่ก็ฉิบหายแน่ๆ!!! โดยเฉพาะในอนาคตเบื้องหน้า เพราะการสรรหาเหตุผลมาอธิบาย การลากเอาแม่น้ำนับร้อยๆ สาย มารองรับสิ่งที่ตัวเองชอบใจ ถูกใจ โดยไม่สนใจหลักการพื้นฐานของธรรมะเอาไว้บ้างเลย ไม่ว่าจะเป็นศีลธรรม คุณธรรมขั้นพื้นฐาน หรือมโนธรรมที่ปุถุชนคนธรรมดาโดยทั่วไป พึงมีติดปลายนวมเอาไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น หิริ หรือความละอายต่อบาป โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป อะไรต่อมิอะไรมันก็เลยปราศจาก มาตรฐาน ที่ชัดเจน ต้องสวิงมา สวิงไป ตามความชอบใจ ถูกใจ ตามประโยชน์ส่วนตัว หรือ ความเห็นแก่ตัว ของตัวเองนั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้สภาพเช่นนี้นี่เอง...ที่มันทำให้เกิด ฝ่าย ต่างๆ ชนิดเยอะแยะ ยั้วเยี้ย ไปหมด ไม่ใช่แค่ฝ่ายเหลือง-ฝ่ายแดง อย่างที่เคยเยอะแยะ ยั้วเยี้ย กันมาเยอะแล้ว แต่ยังย่อย-แยก-แตก-กระจาย ออกไปเป็นชิ้นส่วนต่างๆ กลายเป็น การเมืองแบบสามก๊ก ที่สอดแทรกไปด้วยก๊กแต่ละก๊กอยู่ภายในก๊กแต่ละก๊กซะอีกด้วยต่างหาก ทั้งๆ ที่ พงศาวดารสามก๊ก มันผ่านพ้นมานับเป็นพันๆ ปีเข้าไปแล้ว แต่กลับสามารถนำมาแอพพลายใช้กับการเมืองประเทศไทยได้แม้จนตราบเท่าทุกวันนี้ ก็ด้วยเหตุเพราะมันปราศจากมาตรฐานที่ชัดเจน ที่จะเอาไว้กำกับความถูกใจ-ไม่ถูกใจ ของแต่ละฝ่ายนั่นเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่ได้คิดจะเป็น ติ่ง ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งแล้ว...มันจึงกลายเป็น การเมืองที่น่าเบื่อหน่าย เอามากๆ แบบเดียวกับที่เคยทำให้พวกอดีตนักปราชญ์ พวกที่คิดพัฒนาตัวเองขึ้นไปเป็น เซียน ในเมืองจีน ต้องวิ่งไปเอาน้ำในลำธารล้างหู ทันทีที่ได้ยินการพูดถึงเรื่องการมง การเมือง ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ตาม และเมื่อบ้านเมืองปราศจากนักปราชญ์ สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลยเป็นอันต้องเสร็จ จิ๋นซีฮ่องเต้ ไปด้วยประการละฉะนี้ ต้องเจอกับการรวมศูนย์อำนาจและรวมแผ่นดินจีน ชนิดหินทุกก้อน ทรายทุกเม็ด ต่างเต็มไปด้วย เลือด ไปด้วยกันทั้งสิ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบ้านเรานั้น...ก็ยังถือว่าโชคดีที่ ความเป็นไทยๆ ค่อนข้างที่จะเข้ากันได้ดีกับ ความเป็นพุทธ หรืออันที่จริงก็คือ ความเป็นธรรม นั่นเอง ต่างไปจาก ความเป็นจีนๆ ที่ก่อรูป ก่อร่าง มาจากแนวคิดของ ขงจื๊อ ด้วยเหตุนี้...ก็ยังไม่ถึงกับสายเกินไปนัก ที่จะช่วยประคับประคอง ช่วยฉุดกระชากลากถู ให้แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง มันออกไปทาง กลางๆ เข้าไว้ อะไรที่มันถูกใจ หรือไม่ถูกใจ ถ้าหากมันเกิดแปลกแยก ขัดแย้ง กับ ความเป็นธรรม ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็อย่าเสียเวลาไปหนุน ไปต้าน ไปเชลียร์ หรือไปด่าทอคัดค้าน ปล่อยให้มันเป็นไปตาม กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ อันว่าด้วย... ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป น่าจะเข้าท่ากันเยอะเลย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Maya Angelou... Prejudice is a burden that confuses the past, threatens the future and renders the present inaccessible.- อคติ...เป็นภาระทางใจที่ทำให้เรื่องในอดีตสับสน เรื่องในอนาคตถูกคุกคาม และไม่อาจเข้าถึงเรื่องในปัจจุบัน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8702</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ, จิ๋นซีฮ่องเต้, ทางสายกลาง, ท่านขุนน้อย, ผู้เชี่ยวชาญการดูด, พงศาวดารสามก๊ก, มัชฌิมาปฏิปทา, ยุทธศาสตร์ชาติ, วาระแห่งชาติ, สังคม 4.0, สุดโต่ง สุดสวิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2018 21:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนยัวะ หนุ่มอเมริกันหักนิ้วโป้งรูปปั้นดินเผาทหารจิ๋นซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนโกรธจัดที่หนุ่มอเมริกันหักนิ้วโป้งของรูปปั้นดินเผาทหารสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ส่งไปจัดแสดงที่สหรัฐ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐลงโทษขั้นหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ภาพทหารรูปปั้นดินเผาจัดแสดงที่สถาบันแฟรงคลิน ก่อนและหลังนิ้วโป้งโดนหัก เครดิตภาพ South China Morning Post&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานของสำนักข่าวบีบีซีอ้างสื่อของทางการจีนหลายแห่งเมื่อวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 ว่ารูปปั้นดินเผาอายุ 2,000 ปีที่มีมูลค่าถึง 4.5 ล้านดอลลาร์ (กว่า 141 ล้านบาท) เป็นรูปปั้น 1 ใน 10 ตัวที่จีนให้สถาบันแฟรงคลินในเมืองฟิลาเดลเฟียยืมมาจัดแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนุ่มมือบอนคือ ไมเคิล โรฮานา วัย 24 ปีถูกตั้งข้อหาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฐานต้องสงสัยว่าขโมยและปิดบังซ่อนเร้นผลงานศิลปะชิ้นสำคัญ เขาได้ประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล ระบุว่า โรฮานามาร่วมงานปาร์ตี้ที่สถาบันแห่งนี้เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม เขาแอบเข้าไปในนิทรรศการนักรบรูปปั้นดินเผาช่วงที่นิทรรศการปิดให้เข้าชมแล้ว ข่าวซินหัวอ้างข้อมูลของเอฟบีไอว่า โรฮานาใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ และยังถ่ายเซลฟีกับรูปปั้นนักรบตัวหนึ่งด้วย จากนั้นเขาวางมือของเขาบนมือข้างซ้ายของรูปปั้น และดูเหมือนว่าเขาหักบางส่วนรูปปั้นเก็บใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;รูปปั้นชุดนี้จัดแสดงที่สถาบันแฟรงคลิน เมืองฟิลาเดลเฟีย เครดิตภาพ Franklin Institute via (Cherry Hill, N.J.) Courier Post&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เพิ่งสังเกตว่านิ้วโป้งรูปปั้นหายไปในวันที่ 8 มกราคม และต่อมาเอฟบีไอแกะรอยจนเจอตัวมือบอนรายนี้ ซึ่งยอมรับภายหลังว่าเก็บรูปปั้นไว้ในลิ้นชัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานซีซีทีวีกล่าวว่า เมื่อวันจันทร์ หวูไฮ่อวิ๋น ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมส่านซี ซึ่งให้ยืมรูปปั้นเหล่านี้ ได้กล่าวประณามสถาบันแฟรงคลินอย่างรุนแรงที่สะเพร่า พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐลงโทษผู้กระทำผิดขั้นหนัก และได้ยื่นประท้วงไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวูกล่าวว่า ศูนย์จะส่งผู้เชี่ยวชาญ 2 คนไปสหรัฐ เพื่อประเมินความเสียหายและซ่อมแซมนิ้วของรูปปั้น และจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปปั้น 10 ตัวที่จัดแสดงในสถาบันแฟลงคลินนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพทหารรูปปั้นดินเผาขนาดเท่าของจริง 8,000 ตัว ที่จัดสร้างขึ้นในสมัยของจักรพรรดิจิ๋นซี ซึ่งสวรรคตเมื่อ พ.ศ. 333 ด้วยความเชื่อว่ากองทัพทหารดินเผาเหล่านี้จะติดตามอารักขาจิ๋นซีฮ่องเต้ในภพหน้าด้วย กลุ่มชาวนาในเมืองซีอานค้นพบสุสานกองทัพทหารดินเผาเหล่านี้โดยบังเอิญเมื่อปี 2517.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3452</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิ๋นซีฮ่องเต้, จีน, ฟิลาเดลเฟีย, รูปปั้นดินเผาทหาร, สถาบันแฟรงคลิน, สหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180219/image_big_5a8ad82513309.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
