<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิถีชุมชนเข้มแข็งGC นำร่องสานพลังแห่งความยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จังหวัดระยอง&amp;rdquo; นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เล็งเห็นศักยภาพในการต่อยอดพัฒนา &amp;ldquo;ชุมชนเข้มแข็ง&amp;rdquo; โดยมุ่งตอบโจทย์ความสมดุลใน 3 มิติ ประกอบด้วย มิติเศรษฐกิจ ด้านการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน มิติสังคม ด้านการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจร และมิติสิ่งแวดล้อม ด้านการดูแลรักษาระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ โดยแนวทางดังกล่าวเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างความยั่งยืนของ GC เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน CSR ที่สอดคล้องกับแนวคิด Social Enterprise หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติเศรษฐกิจ ด้านการสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ตัวอย่างที่ GC ได้เข้าไปสนับสนุนคือ การพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรอินทรีย์กลุ่มหอมมะหาด ผู้ปลูกพืชสมุนไพรพื้นถิ่นระยอง ให้นำผลผลิตมาพัฒนาต่อยอดด้วยการแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพรโดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มลุฟฟาลา ชุมชนหนองแฟบ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติ เพื่อสุขอนามัยและสุขภาพผิวที่ดี LUFFALA สู่มาตรฐานระดับสากล ผ่าน &amp;ldquo;โครงการ Rayong Organic Living&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพัฒนาปรับปรุง &amp;ldquo;ศูนย์การเรียนรู้อาหารถิ่นระยอง ร้านใบชะมวง ภายใต้โครงการเชฟชุมชนชวนกินถิ่นระยอง (ฮิ)&amp;rdquo; เพื่อให้เป็นศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพและการทำธุรกิจร้านอาหารให้กับนักศึกษาแผนกอาหารและโภชนาการ คณะคหกรรมศาสตร์ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ให้สามารถเป็นผู้ประกอบการเองได้ เป็นการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตและกระจายรายได้สู่ชุมชนผู้ผลิตวัตถุดิบของดีในจังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรหรือชาวประมง ทั้งยังเป็นการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเพื่อรองรับนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวและการแปรรูปอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสำเร็จดังกล่าวการันตีด้วยรางวัลรองชนะเลิศประเภทมะม่วงผลดิบ &amp;ldquo;เขียวเสวย&amp;rdquo; จากการประกวดผลไม้งานเกษตรแห่งชาติ (เกษตรแฟร์) ประจำปี 2563 รวมถึงการพัฒนาช่องทางการขาย Online โดยสร้าง Line Official: &amp;ldquo;Map Ta Phut Mango&amp;rdquo; พร้อมเสริมทักษะการขายให้กับเกษตรกร เพื่อให้สวนมะม่วงสามารถจำหน่ายผลผลิตให้ลูกค้าแบบ Pre-Order ได้ รวมถึงช่วยวางระบบบริหารการขนส่ง เพื่อให้สวนสามารถขายผลผลิตได้ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ชุมชนหลายแห่งในระยองได้ถูกปูทางไปสู่ &amp;ldquo;ชุมชนเข้มแข็ง&amp;rdquo; ด้วยการนำความรู้ความสามารถ บนพื้นฐานวัฒนธรรม คุณค่าดั้งเดิม ที่ทำให้เศรษฐกิจชุมชนมีการพึ่งพาเอื้อเฟื้อกันและกันจนสามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GC และพันธมิตร พร้อมที่จะขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าวขยายสู่ชุมชนต่างๆ ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ตอกย้ำให้เห็นว่า พลังจากทุกฝ่ายสร้างคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ได้ และชุมชนที่เข้มแข็งวันนี้คืออนาคตที่ดีของเศรษฐกิจไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103887</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีซี, ชุมชุนเข้มแข็ง, บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC, ระยอง, ร้านใบชะมวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa089e15313.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GC ยันไม่พบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ในพื้นที่ฝ่ายผลิตและชุมชน จากกรณีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เมษายน 2564&amp;nbsp; จากกรณีพบโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดหลายโรงงาน ปล่อยควันสีดำจากปล่องหอเผา( flare) ออกมาเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;ล่าสุด บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ จีซี ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ด้วยเหตุฝนตกหนัก และฟ้าคะนอง จากผลการตรวจไม่พบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ในพื้นที่ฝ่ายผลิตและชุมชนโดยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาของแถลงการณ์ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 11:16 น. เกิดฝนฟ้าคะนองรุนแรงและมีฟ้าผ่าบนสายส่งแรงดัน 115 กิโลโวลต์ส่งผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของโรงงาน GC สาขาที่ 2 หยุดเดินเครื่องฉุกเฉินจำนวน 3 ยูนิต จึงมีการรับกระแสไฟฟ้าจากภายนอกเข้ามาเสริมในระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นอีก 20 นาที&amp;nbsp; มีสัญญาณจากภายนอกมาสั่งปลดการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของโรงงาน GC สาขาที่ 2 ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าไม่สมดุล และขาดเสถียรภาพ และทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าส่วนใหญ่หยุดเดินเครื่องฉุกเฉินเพิ่มอีก 4 ยูนิต ส่งผลทำให้ปริมาณไฟฟ้า และไอน้ำที่ผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของโรงงานลูกค้า GC สาขาที่ 2 จึงส่งผลให้ลูกค้าเกือบทุกรายต้องหยุดเดินเครื่องโรงงานฉุกเฉิน และเนื่องด้วยปริมาณไอน้ำที่ผลิตได้ไม่เพียงพอจึงก่อให้เกิดควันดำที่หอเผาไหม้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันทีที่เกิดเหตุ ทีมเจ้าหน้าที่หน้าที่อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยทีมชุมชนสัมพันธ์ ได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศตามขั้นตอนของบริษัทฯ พร้อมกันนี้ เทศบาลเมืองมาบตาพุดโดยศูนย์บัญชาการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินและกระจายข่าว (EIC) ศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง และศูนย์เฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (EMCC) ของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สนพ./กนอ.) ได้ร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบคุณภาพอากาศ จากผลของการตรวจค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ครอบคลุมในพื้นที่ฝ่ายผลิตและชุมชนโดยรอบ ไม่พบสาร VOC แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 16.00 น. สามารถเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าได้ จึงสามารถลดควันดำและควบคุมการหยุดเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขออภัยอีกครั้งต่อเหตุสุดวิสัยในครั้งนี้ หากมีความคืบหน้า บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99541</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีซี, มาบตาพุด, มาบตาพุดปล่อยควันดำ, ไม่พบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077bc9c25700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
