<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อว.ทุ่มงบฯ 928ล้าน 12โครงการเศรษฐกิจสีเขียว ฟุ้งดันจีดีพีประเทศจาก3.4ล้านล้านบาทเป็น4.4ล้านล้านใน5ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;20 ม.ค.63- &amp;nbsp; นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เปิดเผยว่า อว. ประกาศปี2563 ปีแห่งเศรษฐกิจสีเขียว &amp;ldquo;BCG ECOMOMY YEAR&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทุ่มงบประมาณกว่า 928 ล้านบาท จัดทำ 12 โครงการ Quick win BCG ขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจสีเขียว ด้วย BCG Economy อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมที่ทันสมัยมาสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนด้วย ใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการพัฒนาเศรษฐกิจใน 3 รูปแบบ ได้แก่ B- Bio economy เศรษฐกิจชีวภาพ C &amp;ndash; Circular Economy เศรษฐกิจหมุนเวียน และ G-Green Economy เศรษฐกิจสีเขียว โดยกำหนดเป้าหมายในการสร้าง GDP ประเทศเพิ่มจาก 3.4 ล้านล้าน เป็น 4.4 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมที่ทันสมัยมาทำลายข้อจำกัดให้เกิดการก้าวกระโดดและพัฒนาต่อยอด พร้อมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวผ่านกับดักรายได้ปานกลาง หลังจากที่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยเพียง 3% ต่อปีเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับ 12 โครงการ Quick win BCG แบ่งออกเป็น 5 มิติ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติด้านการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการ1 ตำบล 1 ชุมชนเกษตรอัจฉริยะ (วว.) ผนึก 3 องค์กรเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ มุ่งเน้นการพัฒนาความสามารถให้เกษตรกรแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ และการเลือกและประยุกต์ใช้เทคโนโลยี อันสามารถนำไปสู่การต่อยอดสร้างนวัตกรรมในชุมชนได้ โดยจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเพิ่มผลผลิต การเพิ่มคุณภาพ การยืดอายุหลังการเก็บเกี่ยว เครื่องทุ่นแรงทางการเกษตร การใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร และการแปรรูปผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ ใน 650 ตำบล ในพื้นที่ 878 อำเภอ ใน 76 จังหวัดของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์เพื่อการส่งออก (สวทช.และวว.) ผนึกกำลังร่วมกับผู้ส่งออกและเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธ์ในรูปแบบจตุภาคีซึ่งประกอบด้วยบริษัทเอกชน ชุมชน มหาวิทยาลัยสถาบันวิจัย และหน่วยงานต่างประเทศ โดยกำหนดเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกเป็น 9,000 ล้านบาท ในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) สำหรับกลุ่มไม้ผลภาคตะวันออก ผู้ปลูกทุเรียนและมังคุดในพื้นที่จังหวัดระยอง และจังหวัดจันทบุรี (สวทช.) โครงการพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะ เช่น ระบบการให้น้ำตาม ความต้องการของพืช &amp;nbsp;โรงเรือนอัจฉริยะ เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ น้ำ สถานีตรวจวัดอากาศ เป็นต้น โดยจะดำเนินการขยายผลแบบครอบคลุมร้อยละ 80 ของพื้นที่ จ.ระยอง และ จ.จันทบุรี ซึ่งจะยกระดับการผลิตมีศักยภาพการผลิตที่สูงขึ้น ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลดลง รวมทั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา ยกระดับคุณภาพของผลผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค คาดว่าจะเกิดผลกระทบไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการยกระดับอุตสาหกรรมนมไทย (สวทช.) การดำเนินการประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ อาหาร การจัดการฟาร์ม ชุดตรวจเชื้อโรคและชุดตรวจคุณภาพน้ำนม บรรจุภัณฑ์และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า สำหรับที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 ได้แก่ นมอัดเม็ดเกรดพรีเมี่ยม นมผงสำหรับเด็กในพื้นที่ห่างไกลและชุมชนชายแดน ซึ่งจะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมมูลค่า 6,300 ล้านบาท ภายใน 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศด้านเกษตรกรรม (AGRI NQI) (วว.) โครงการเพื่อยกระดับคุณภาพ และรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรของไทย ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมีพื้นที่เป้าหมายจำนวน 10,000 แปลง (ในพืชอาหารที่ไม่ใช่ข้าว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการเพื่อขยายผลการดำเนินงานในการจัดการน้ำชุมชน ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยี แผนที่น้ำตำบล ผังน้ำ วิเคราะห์สมดุลน้ำ วิธีการติดตามสถานการณ์น้ำ จัดทำข้อมูล ข้อเท็จจริง วิเคราะห์ จนเกิดแผนงานพัฒนาแหล่งน้ำที่เหมาะสมกับภูมิสังคม โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 70 พื้นที่ ใน 76 จังหวัด ของประเทศไทย (60 พื้นที่ชุมชนแกนนำ และ 10 พื้นที่สภาเกษตรแห่งชาติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติด้านสุขภาพและการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการเพื่อค้นหาและผลิตตัวยาจากวัตถุดิบธรรมชาติด้วยนวัตกรรมแบบเปิด (Open innovation platform) ใช้ระบบการทดสอบสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพแบบรวดเร็ว (High throughput screening) ในระดับห้องปฏิบัติการ ทำให้สามารถทดสอบสารสกัดสมุนไพรได้อย่างหลากหลาย และรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายในการนำสารออกฤทธิ์ทางยาเข้าสู่ระบบ 5,000 ชนิด ได้โครงสร้างสารที่จะเป็นตัวยา และสำหรับการต่อยอดผลิตภัณฑ์ขิงสู่ตลาดเชิงพาณิชย์โดยร่วมกับบริษัทโอสถอินเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาชุดตรวจกรองด้านการแพทย์เชิงป้องกันสุขภาพ (Preventive Medicine) ราคาย่อมเยาว์ โครงการพัฒนา Novel Array chip สำหรับการตรวจกรองด้านการแพทย์เชิงป้องกันสุขภาพ ที่จำเพาะต่อประชากรไทยเพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลิตภัณฑ์ไปยังอาเซียนภายใต้เครือข่าย Southeast Asian Pharmacogenomics Research Network (SEAPharm)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติด้านพลังงานและวัสดุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการโรงงานคัดแยกและผลิตพลังงานจากขยะครบวงจร (วว.) ขยายผลจากโรงงานที่ ตาลเดี่ยว จังหวัดสระบุรี ที่สามารถจัดการขยะชุมชนได้ครบวงจร ทั้งการคัดแยกขยะ การผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ การกำจัดกลิ่นด้วยโอโซน และสามารถผลิตแท่งเชื้อเพลิงคุณภาพสูงจากขยะ (Refuse Derived Fuel: RDF)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการเทคโนโลยีพลาสมาสำหรับพลังงานทางเลือกและการกำจัดขยะพิษในชุมชน (สซ.) โครงการสร้างโรงเผา/หัวพลาสมาอาร์คต้นแบบเพื่อเผาทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) ขยะติดเชื้อ (Infectious waste) และการนำกลับมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าในกระบวนให้ความร้อนเพื่อเผาทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะติดเชื้อ สามารถบริหารจัดการขยะชุมชน และมีพลังงานทางเลือกผลิตใช้ได้เองในท้องถิ่น มีเป้าหมายที่แหล่งชุมชนและโรงพยาบาลรอบ ๆ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติด้านการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่โดยอาศัยความหลากหลายทางชีวภาพและ วทน. ช่วยฟื้นฟูแหล่งเสื่อมโทรม (สวทช.) โครงการที่นำความรู้ทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่รวบรวมไว้ นำมาสร้างเรื่องราวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิติด้านดิจิทัลเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ BCG&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการพัฒนา Thai Community Map (TCMAP) (สวทช.) โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับชุมชน สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายทั้งด้านการบริหารจัดการชุมชน แก้ไขปัญหาชุมชน และข้อมูลชุมชนต่างๆ รวมทั้งงานด้านวัฒนธรรมการท่องเที่ยวและบริการตลอดจนเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรอง, การช่วยเหลือ และการติดตาม &amp;nbsp;โดยในระยะแรกจะดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง จังหวัดสมุทรสงคราม หรือจังหวัดปทุมธานี หรือจังหวัดขอนแก่น และจะดำเนินการขยายผลไปสู่พื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55042</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., จีดีพีโต4.4 ล้านล้าน, ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, เศรษฐกิจสีเขียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e257d0ba48ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
