<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงครามการค้า ฉุด‘จีดีพี’ต่ำสุด ลุยกระตุ้นศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สะดุ้ง! สภาพัฒน์เปิดตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/62 ขยายตัว 2.3% ต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส &amp;nbsp;เล็งปรับลดจีดีพีปี 62 เหลือโต 3% จากเดิมโต 3.3-3.8% เหตุได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าฉุดส่งออกติดลบ &amp;quot;ทศพร&amp;quot; ยันแค่เซยังไม่ทรุด ด้าน &amp;quot;อุตตม&amp;quot; ยอมรับตัวเลขไม่พลิกล็อก เดินหน้าชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ 3.16 แสนล้านบาทเข้า ครม.เศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ไตรมาส 2 ปี 2562 ขยายตัว 2.3% ซึ่งเป็นการเติบโตต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส หรือในรอบเกือบ 5 ปี ต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2557 เติบโตชะลอลงจากไตรมาส 1 ปี 2562 ที่จีดีพีขยายตัว 2.8% ส่งผลให้จีดีพีครึ่งปีแรก 2562 ขยายตัว 2.6%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับปัจจัยหลักที่กระทบทำให้จีดีพีไตรมาส 2 ปีนี้เติบโตชะลอลง ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดต่ำสุดของปี มาจากการส่งออกติดลบ 4.2% จากไตรมาสแรกที่ติดลบ 4% เนื่องจากผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนได้ฉุดเศรษฐกิจโลกให้ชะลอตัวโต 3.2% นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ราคาสินค้าเกษตรที่ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ กระทบกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวลง &amp;nbsp;รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอลง และรายได้ท่องเที่ยวยังขยายตัวต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สศช.ปรับลดประมาณการจีดีพีปี 62 โต 3% หรือเติบโตในช่วง 2.7-3.2% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.6% หรือเติบโตในช่วง 3.3-3.8% ส่วนเศรษฐกิจปี 2563 คาดขยายตัว 3.5% โดยเหตุผลที่ปรับลดจีดีพีมาจากการส่งออกที่ชะลอลงมาก คาดส่งออกปีนี้ติดลบ 1.2% จากเดิมคาดโต 2.2% โดยมีความกังวลเรื่องภาวะความอ่อนแอของเศรษฐกิจยูโรโซนเพิ่มเติม ขณะที่การบริโภคโต 4.2% และการลงทุนโต &amp;nbsp;3.8%&amp;quot; นายทศพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะขยายตัวดีขึ้น เนื่องจากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภค ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องเร่งการส่งออกให้มูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังกลับมาขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3% สนับสนุนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวครึ่งปีหลังไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน เร่งการเบิกจ่าย การลงทุนภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชน ดูแลเกษตรกรแรงงานผู้มีรายได้น้อย เอสเอ็มอี และรักษาความสงบเรียบร้อยและบรรยากาศการเมืองในประเทศ เพื่อทำให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังขยายตัวได้ 3.4% &amp;nbsp;จึงจะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2562 โต 3% ตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เศรษฐกิจไทยแค่เซ ยังไม่ถึงกับทรุด แต่เราต้องทำอะไรบ้าง ต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ &amp;nbsp;เพราะปัจจัยเสี่ยงมีทั้งเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด และความผันผวนเศรษฐกิจและการเงินโลก &amp;nbsp;รวมทั้งความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;quot; นายทศพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตได้ราว 3% มาจาก 1.การขยายตัวในเกณฑ์ดีของอุปสงค์ภายในประเทศ จากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ขยายตัวตามฐานรายได้ครัวเรือน และมีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ 2.การปรับตัวขึ้นอย่างช้าๆ ของภาคการส่งออก โดยคาดว่าช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น 3.การดำเนินมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องของภาครัฐหลังจากมีรัฐบาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายงบประมาณ การขับเคลื่อนการลงทุน การดูแลภาคการเกษตร และการแก้ปัญหาภาคการส่งออก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีปัญหา และเป็นเครื่องสะท้อนชัดเจนว่าประเทศไทยต้องเอาจริงเอาจังในการดูแลเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจถูกกระทบไปมากกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วันที่ 20 ส.ค. กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 3.16 แสนล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวเพิ่มได้ 0.55% และจะส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 3% อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวอีกว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นมาตรการเร่งด่วนและมีความจำเป็น โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องทำในขณะนี้คือ การประคับประคองและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้จ่ายและนักลงทุน เพราะรัฐบาลไม่ต้องการให้ความเชื่อมั่นในส่วนนี้อ่อนตัวเร็วและมากเกินไป เนื่องจากกังวลว่าอาจจำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างได้ เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภายนอกไม่ได้แล้ว ถ้าไทยไม่มีมาตรการออกมาประคองเศรษฐกิจก็จะยิ่งทรุดไปมากกว่านี้ โดยส่วนตัวเชื่อว่าในระยะต่อไปประเทศขนาดใหญ่ที่กำลังมีปัญหากันในขณะนี้จะสามารถหารือกันและทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ ซึ่งมาตรการตรงนี้จะส่งผลดีให้เศรษฐกิจไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยการแจกเงินคนละ 1 พันบาทนั้นได้หารือกับ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์มาตรการอย่างเข้มข้นก่อนที่จะมีการใช้จริง โดยในส่วนของกระทรวงการคลังจะดูแลเรื่องการติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับร้านค้าทั่วประเทศ ให้สามารถรองรับการอุปโภคบริโภคผ่านระบบอีเพย์เมนต์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อมั่นว่าหากทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือกับชุดมาตรการนี้ จะมีผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่ โดยจะมีการประชาสัมพันธ์และติดตามมาตรการ ว่าสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังได้ดำเนินการลงไปนั้นตรงกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว ว่าคนที่ได้รับเงินไปนั้นเป็นตัวจริงและมีการใช้จ่ายจริงๆ ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ &amp;nbsp;เนื่องจากปัจจุบันตัวเลขเศรษฐกิจหลายส่วนเริ่มส่งสัญญาณการเติบโตลดลง ซึ่งรัฐบาลเห็นสัญญาณแบบนี้และมองว่าหากปล่อยให้เศรษฐกิจเติบโตเองตามธรรมชาติ ก็ไม่มั่นใจว่าจีดีพีปีนี้จะเติบโตได้ 3% &amp;nbsp;หรือไม่&amp;quot; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ พิจารณามาตรการยกเว้นวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียที่เดินทางมาไทยว่า กระทรวงการต่างประเทศเขาก็คัดค้านเรื่องนี้อยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศอินเดียมีประชากรกว่า 1,200 ล้านคน &amp;nbsp;การที่จะให้เขาเดินทางเข้ามาประเทศไทยง่ายๆ ตนก็ไม่ค่อยเห็นด้วย ทั้งนี้ตนยังไม่ได้รับหนังสือในเรื่องดังกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43816</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี’, สงครามการค้า, สภาพัฒน์, ส่งออกติดลบ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5aad2762515.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
