<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 19:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครบทีม!ป.ป.ช.เริ่มลงมือเชือด&#039;แม้ว-ปู-เจ๊แดง&#039;ดคีจีทูเจี๊ยะข้าวล็อต2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 62 -รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อไม่นานมานี้ คณะอนุกรรมการไต่สวน คดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ล็อตสอง ได้แจ้งคำสั่งไต่สวนของอนุกรรมการฯ ส่งเป็นหนังสือไปยังผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าวรวม 71 ราย โดยมีชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) รวมอยู่ด้วย เพื่อแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ทราบว่า กำลังจะถูกสอบสวนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการไต่สวนผู้ถูกพาดพิง หรือพยานเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการส่งหนังสือแจ้งคำสั่งไต่สวนครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการการขยายผลสอบสวนการระบายข้าวแบบจีทูจี ล็อตแรก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาต้องโทษจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 42 ปี ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ขยายผลในการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง กระทั่งโยงไปถึง 3 พี่น้องกระกูลชินวัตร ซึ่งเป็น 1 ใน 71 ผู้ถูกกล่าวหาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31497</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีทูจีล็อต 2, ทักษิร-ยิ่งลักษณ์-เยาวภา, ป.ป.ช., ผู้ถูกกล่าวหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8ce51571f6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช.เมินเจ๊แดงหนีตปท. ลุยฟัน‘จีทูเจี๊ยะ’ล็อตสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วัชรพล&amp;quot; เดินหน้าไต่สวนเพิ่มเติมแก๊งจีทูจีล็อต 2 ยันไร้ปัญหาหาก &amp;quot;เจ๊แดง&amp;quot; เผ่นหนีออกนอกประเทศ ระบุถ้าไปจริงถือว่าเสียโอกาสแก้ข้อกล่าวหา &amp;quot;วรวัจน์&amp;quot; &amp;nbsp;รีบชิ่งอ้างไม่ได้ติดต่อ &amp;quot;เยาวภา&amp;quot; มากว่า 2-3 เดือน &amp;quot;ป.ป.ช.&amp;quot; เตรียมเชิญผู้เกี่ยวข้องถกปมร้อนยื่นบัญชีทรัพย์สิน 4 ม.ค.62 &amp;quot;เลขาฯ องค์กรต้านคอร์รัปชัน&amp;quot; จับตาอุ้ม กก.มหาวิทยาลัยไม่ต้องแจงบัญชีต้องมีเหตุผลอธิบาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ &amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ล็อต 2 &amp;nbsp;ว่า ป.ป.ช.ได้แจ้งผู้ถูกไต่สวนแล้วตามกระบวนการ ซึ่งผู้ถูกไต่สวนมีสิทธิ์คัดค้านได้ ขณะเดียวกันก็ได้สั่งไต่สวนผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย รวมถึงการสอบถามผู้ที่ถูกดำเนินคดีเพื่อพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสข่าวนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้ที่มีชื่อจะถูกกล่าวหาในคดีนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศ พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ตามกระบวนการของกฎหมายใหม่ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนีออกนอกประเทศ คดีก็จะไม่สะดุดหยุดลง สามารถเดินหน้าสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานได้ตามกฎหมาย แต่ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่มีโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา โดยกระบวนการหลังจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนคดีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะคนสนิทนางเยาวภา กล่าวว่า ตนเองไม่ได้พบคุณแดง (นางเยาวภา) มาประมาณ 2-3 เดือนแล้ว และไม่ได้คุยกันเลย ไม่ได้โทร.หากันเลย เนื่องจากทางคุณแดงเขาถอยออกไปจากการเมืองไประยะหนึ่งแล้ว ตนเลยไม่ทราบข่าวว่าไปไหนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ได้คุยเขาก็ถอยออกจากการเมือง เขาถอยมาตลอด ไม่ได้มายุ่งกับเรื่องในพรรคเลย แกบอกว่าจะไม่ยุ่ง จึงถอยออกไป แล้วเมื่อเขาขอว่าเขาไม่ยุ่ง ผมก็ไม่ได้คุยเลย ไม่รู้ว่าอยู่ไหนเหมือนกัน ไม่ได้ถาม ไม่ได้พบ ไม่ได้ตามด้วย&amp;rdquo; คนสนิทนางเยาวภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย ป.ป.ช. และประกาศ ป.ป.ช. กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า คำสั่ง คสช.เรื่องดังกล่าว ถือเป็นคำสั่งที่ช่วยคลายล็อกการทำงานให้กับ ป.ป.ช. ให้สามารถใช้ดุลพินิจในการกำหนดตำแหน่งเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินได้ ซึ่งในวันที่ 4 ม.ค.62 ป.ป.ช.จะเชิญหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดตามมาตรา 102 ที่กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานรัฐทุกแห่งต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากการหารือแล้วจะมีการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ซึ่งเมื่อมีการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.แล้ว ก็จะส่งผลให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยและกรรมการกองทุนบางหน่วยงานไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า สุดท้ายถ้ามีการยกเลิกไม่ให้ตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ป.ป.ช.จะต้องมีเหตุผลที่หนักแน่น ไม่ให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า ป.ป.ช.กำลังเอาใจใคร ต้องรักษาจุดยืนที่ต้องทำงานอย่างเที่ยงตรง ยึดหลักโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และป้องกันคอร์รัปชัน เพราะปัญหาใหญ่ที่คนกำลังสงสัยคือ ถ้าเกิดเป็นชนชั้นนำ คนที่มีอำนาจและคนรวย ป.ป.ช.ก็ไม่กล้าที่จะเกี่ยวข้องหรือเข้าไปตรวจสอบ จะทำให้ประชาชนไม่ให้การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาทุจริตที่เป็นปัญหาของประเทศ และจะแก้ไขปัญหาทุจริตไม่ได้ จะทำให้ปัญหาทุจริตอยู่ในจุดที่วิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคนเคยเปรียบเปรยไว้ว่า 100 คนคิด 1 คนแก้ แล้วคนแก้ก็เหมือนว่าจะรอบรู้และเข้าใจไปหมดทุกอย่าง ทั้งที่จริงอาจเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ สำหรับประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ นั้น ผ่านคนทำมาเป็นร้อยคน ทั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และป.ป.ช. ต้องผ่านขั้นตอนที่มีอยู่เยอะ แต่ คสช.ที่เหมือนคนเดียวกลับใช้วิธีการแก้ไขที่ไม่ธรรมดา&amp;quot; นายมานะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันกล่าวว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ จะติดตามประกาศ ป.ป.ช.ฉบับใหม่ที่กำลังแก้ไขกันอยู่ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจและคำนึงกันมาก ซึ่งไม่ว่าจะมีการยกเลิกตำแหน่งใดนอกเหนือจากกรรมการสภามหาวิทยาลัย ป.ป.ช.จะต้องมีเหตุผลที่มีน้ำหนัก ประชาชนฟังและเข้าใจได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ตนได้รับรายงานสรุปจากคณะทำงานตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว และเตรียมจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของ ป.ป.ช.ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมกับ ป.ป.ช. ได้มีมติเห็นชอบ 3 แนวทางปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน มุ่งรักษาสิทธิเสรีภาพประชาชน ขจัดปัญหาเรื่องร้องเรียนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมถึงประเด็นทุจริตประพฤติมิชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย 1.เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับการทุจริตและมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย กรณีคำร้องเรียนระบุชัดเจนว่าเป็นการทุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการตั้งแต่ชั้นของการรับคำร้องไว้พิจารณา ส่วนกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินแสวงหาข้อเท็จจริงแล้วพบว่าเป็นการทุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินหยิบยกปัญหาความเดือดร้อนเสียหายขึ้นพิจารณา แล้วพบว่ามีปัญหาการทุจริตด้วย ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในส่วนของการทุจริต และดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในส่วนที่ขจัดความเดือดร้อนให้กับประชาชน และกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าเป็นเรื่องทุจริต แต่เป็นเรื่องที่มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเสียหายด้วย คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการต่อไป&amp;quot; พล.อ.วิทวัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวว่า แนวทางที่ 2 การเปิดเผยข้อมูลระหว่างกันในการปฏิบัติหน้าที่ และการเชื่อมโยงระบบข้อมูล ให้มีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลร่วมกัน พร้อมตั้งคณะผู้ประสานงานด้านข้อมูลของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อให้ความรวดเร็วในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และ 3.การส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริต กำหนดแนวทางปฏิบัติการร่วมกันเกี่ยวกับการส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตระหว่างองค์กรอิสระทุกองค์กร เช่น จัดโครงการรณรงค์ส่งเสริมธรรมาภิบาล และป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในพื้นที่ต่างๆ การจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับภาคประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของภาครัฐในมิติต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หัวใจหลักสำคัญคือการมุ่งขจัดความเดือดร้อน โดยกำหนดกรอบแนวปฏิบัติให้เกิดความชัดเจน และเกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ร้องเรียนอย่างเต็มที่ เพื่อมุ่งรักษาสิทธิเสรีภาพของประชาชน หากเรื่องไหนเป็นเรื่องทุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งประเด็นดังกล่าวให้ ป.ป.ช. เพื่อใช้อำนาจและกฎหมายของ ป.ป.ช.ในการนำไปสู่กระบวนการไต่สวนและลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดทุจริตและประพฤติมิชอบดำเนินการต่อไป&amp;quot; ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24259</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีทูจีล็อต 2, นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 4 ม.ค.62, หนังสือพิมพ์, องค์กรต้านคอร์รัปชัน, เจ๊แดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c13b6c108834.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
