<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีน-มะกันแลกหมัดกัน เกือบทุกเวทีรอบบ้านเรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีนกับสหรัฐฯ ใช้เวทีอาเซียนแลกหมัดกันอย่างดุเดือดอีกรอบหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศจีนหวังอี้เตือนอาเซียนว่าอย่าให้ &amp;ldquo;คนข้างนอก&amp;rdquo; มาซ่าแถวนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาหมายถึงทะเลจีนใต้ที่กำลังกลายเป็นเวทีประลองกำลังทางการเมืองและการทหารระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และโลกตะวันตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แอนโทนี บลิงเคน บอกรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่าระวังปักกิ่งจะแผ่ขยายอิทธิพลทางการทหารจนเป็นภัยคุกคามในภูมิภาคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังอี้เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม (ก่อนหน้าประชุมออนไลน์รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับคู่เจรจาประมาณหนึ่งสัปดาห์) จีนกับอาเซียนได้ตกลงกันในเนื้อหาหลักของ Code of Conduct หรือหลักปฏิบัติร่วมระหว่างจีนกับอาเซียนในทะเลจีนใต้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเตือนว่ามหาอำนาจจากข้างนอกพยายามจะมาสร้างความปั่นป่วนในย่านนี้ จึงควรที่อาเซียนจะไม่ยอมรับบทบาทจากข้างนอกเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังอี้ไม่ได้ระบุชื่อสหรัฐฯ แต่ก็ไม่เป็นที่สงสัยว่าเขาหมายถึงใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น อังกฤษส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเข้ามาในทะเลจีนใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาด้วยเยอรมนีที่ส่งเรือรบฟรีเกตเข้ามาลาดตระเวนในน่านน้ำนี้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเป็นจังหวะเดียวกับที่อินเดียก็ส่งเรือรบมาแวะเวียนประเทศต่างๆ ในแถบนี้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากพันธมิตรตะวันตกแล้ว สหรัฐฯ ก็ยังสร้างความคึกคักให้กับ Quad หรือ &amp;ldquo;จตุภาคี&amp;rdquo; เพื่อสกัดอิทธิพลของจีนอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, อินเดียและญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลิงเคนของสหรัฐฯ ก็ &amp;ldquo;ฟ้อง&amp;rdquo; รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่าจีนกำลังสั่งสมคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้นตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอให้อาเซียนคบหาปักกิ่งด้วยความระแวดระวังเป็นพิเศษ มิฉะนั้นจะกลายเป็นเครื่องมือของจีนในการสร้างอำนาจและบารมีของตนในย่านนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวทีที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้ฟัง &amp;ldquo;คำเตือน&amp;rdquo; จากยักษ์ใหญ่ทั้งสองประเทศคือ การประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ASEAN Regional Forum-ARF) จัดในรูปแบบออนไลน์ซึ่งมีประเทศเข้าร่วมกว่า 20 ประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลิงเคนบรรยายสรุปยืดยาวว่าด้วย &amp;ldquo;พฤติกรรมยั่วยุ&amp;rdquo; ของจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่เปิดเผยรายละเอียดคือเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ที่เล่าว่าบลิงเคนได้แสดงความกังวลอย่างมากต่อการที่จีนได้สร้างเสริมคลังแสงนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวหารัฐบาลปักกิ่งว่าได้เบี่ยงเบนไปมากจากยุทธศาสตร์การป้องปรามอาวุธร้ายแรงอย่างนิวเคลียร์ที่เคยเป็นหลักปฏิบัติสากลมาหลายสิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้สมาพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกันเคยอ้างว่ามีข้อมูลที่แสดงว่าปักกิ่งกำลังสร้างที่เก็บขีปนาวุธกว่า 100 แห่ง ในเขตห่างไกลของมณฑลซินเจียงทางตะวันตกของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจีนกำลังขยับขยายการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อสร้างอำนาจการทำลายทางด้านอาวุธร้ายแรงในระดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ข้อมูลของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม บอกว่าคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์ของจีนยังเล็กมากหากเปรียบกับของยักษ์ใหญ่อื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันแห่งนี้เชื่อว่าจีนมีนิวเคลียร์ 350 ลูก ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมากหากเทียบของของรัสเซียที่มี 6,255 ลูก และสหรัฐ 5,550 ลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำปราศรัยของบลิงเคนนั้น เขายังพยายามจะชี้ให้อาเซียนเห็นบทบาทของจีนในแง่การสนับสนุนให้เกิดรุนแรงของรัฐบาลทหารในพม่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในทิเบต ฮ่องกง และซินเจียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ไม่นานประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ส่งสัญญาณเตือนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฮ่องกงและซินเจียงว่าให้ระวังความเสี่ยงจากการใช้กฎหมายเล่นงาน เพราะจีนยังพยายามจะควบคุมเสรีภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจในดินแดนเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอีกเวทีหนึ่งที่คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติบลิงเคนเตือนว่า &amp;quot;ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงและการค้าโลก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเสริมว่า &amp;quot;เมื่อประเทศใดประเทศหนึ่งไม่ต้องรับผลใดๆ จากการละเมิดหลักเกณฑ์ระหว่างประเทศ นั่นยิ่งเร่งให้เกิดการฝ่าฝืนและความไร้เสถียรภาพในส่วนอื่นของโลกด้วยเช่นกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกับย้ำว่า &amp;quot;เราได้เห็นการเผชิญหน้าอย่างอันตรายระหว่างเรือของหลายประเทศ และท่าทีรุกรานยั่วยุเพื่อผลักดันการกล่าวอ้างอย่างไม่ถูกต้อง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยืนยันว่าวอชิงตันเป็นกังวลต่อการกระทำในลักษณะคุกคามและกลั่นแกล้งประเทศอื่นที่พยายามเข้าไปยังพื้นที่ทับซ้อนซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ทางทะเลดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น ไต้ ปิง โต้กลับว่าสหรัฐฯ นั่นแหละคือตัวปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่าอเมริกา &amp;quot;เป็นผู้จุดชนวนปัญหาให้เกิดความวุ่นวายด้วยการส่งเรือทหารและเครื่องบินไปยังทะเลจีนใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยั่วยุและปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทูตจีนอัดกลับว่า &amp;quot;อเมริกาเองที่กลายมาเป็นภัยคุกคามสำคัญที่สุดต่อสันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราตัวเล็กๆ อยู่ตรงกลาง...วางตัวให้เหมาะ รักษาผลประโยชน์ของตนให้มั่น ฟังทั้งสองฝ่าย และทำตัวให้เขาเคารพในความชัดเจนและมุ่งมั่นของเรา จึงจะปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113203</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, จีน-มะกันแลกหมัดกัน เกือบทุกเวทีรอบบ้านเรา, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
