<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โดมินิกัน&#039; เลิกคบ &#039;ไต้หวัน&#039; หันสถาปนาการทูตกับจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สาธารณรัฐโดมินิกันและจีนประกาศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน ทำให้เหลือเพียง 19 ชาติที่เป็นพันธมิตรทางการทูตกับไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิเกล วาร์กัส รัฐมนตรีต่างประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน (ซ้าย) ถ่ายภาพคู่กับหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ภายหลังลงนามเอกสารสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาธารณรัฐโดมินิกันแถลงเมื่อวันอังคารที่ 1 พฤษภาคม โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนจะทำให้เกิดผลบวกอย่างพิเศษสำหรับอนาคตของประเทศ และขอยืนยันว่าในโลกนี้มีเพียงจีนเพียงชาติเดียว และไต้หวันเป็นเพียงดินแดนที่แบ่งแยกไม่ได้จากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเช้าวันอังคาร จีนประกาศว่าจะมีการแลกเปลี่ยนเอกอัครราชทูตระหว่างจีนกับสาธารณรัฐโดมินิกัน โดยจะดำเนินการในเวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน โจเซฟ อู๋ กล่าวว่ารัฐบาลไต้หวันเสียใจอย่างยิ่งที่สาธารณรัฐโดมินิกันและจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันขอประณามการตัดสินใจของจีน ในการใช้การทูตเงินดอลลาร์เพื่อทำให้พันธมิตรทางการทูตของไต้หวันเปลี่ยนไปสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน โดยไต้หวันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐโดมินิกันมาถึง 77 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยังได้เรียกเอกอัครราชทูตโดมินิกันประจำไต้หวันเข้าพบ เพื่อประท้วงในเรื่องนี้ และบอกให้เขาปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงไทเป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันไต้หวันมีพันธมิตรทางการทูตเหลือเพียง 19 ชาติ ได้แก่ 10 ประเทศในลาตินอเมริกาและประเทศแถบทะเลแคริบเบียน, 2 ชาติในทวีปแอฟริกา, 6 ชาติที่เป็นเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกและนครรัฐวาติกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ปานามาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ส่วนคอสตาริกาทำเช่นเดียวกันในปี 2550.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8291</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทูต, จีน, จีนเดียว, สถาปนาความสัมพันธ์, เลิกคบไต้หวัน, โดมินิกัน, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae869e24448b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2018 22:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2018 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนยัวะสหรัฐผ่านกฎหมายส่งเสริมสัมพันธ์ไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนไม่พอใจอย่างรุนแรงและยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดี ภายหลังวุฒิสภาสหรัฐผ่านกฎหมายส่งเสริมความสัมพันธ์กับไต้หวัน ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองที่จีนถือว่าเป็นมณฑลหนึ่งของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;อาคารรัฐสภาสหรัฐ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม 2561 ว่า พระราชบัญญัติการเดินทางไต้หวันฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากวุฒิสภาสหรัฐเมื่อวันพุธที่ผ่านมา กฎหมายเดียวกันนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจตนาของกฎหมายฉบับนี้คือเพื่อกระตุ้นการเดินทาง &amp;quot;ในทุกระดับ&amp;quot; ระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน พร้อมกับสนับสนุนให้รัฐบาลสหรัฐกำหนดเป็นนโยบายที่ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไต้หวันเดินทางเข้าสหรัฐ, พบปะกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ และดำเนินธุรกิจในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอนต่อไปรอเพียงแค่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามเพื่อให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งน่าจะไม่เป็นปัญหา เนื่องจากกฎหมายนี้ได้ผ่านมติของทั้ง 2 สภาอย่างเป็นเอกฉันท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐตัดความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวันเมื่อปี 2522 เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแผ่นดินใหญ่ และยอมรับว่ารัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนเป็นรัฐบาลจีนเพียงหนึ่งเดียวภายใต้หลักการ &amp;quot;จีนเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากกฎหมายนี้ผ่านสภาสูงสหรัฐในวันพฤหัสบดี หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงตอบโต้ว่า ถึงแม้ว่าบทบัญญัติบางบทในกฎหมายฉบับนี้จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่จีนยังถือว่ากฎหมายนี้ &amp;quot;ละเมิดอย่างร้ายแรง&amp;quot; ต่อหลักการจีนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จีนไม่พอใจอย่างรุนแรง และคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อกฎหมายนี้&amp;quot; โฆษกจีนกล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวัน และว่า รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลสหรัฐแล้ว สหรัฐควรหยุดการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน และจัดการกับประเด็นเกี่ยวกับไต้หวัน &amp;quot;อย่างรอบคอบและเหมาะสม&amp;quot; เพื่อหลีกเลี่ยง &amp;quot;การสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชบัญญัติความสัมพันธ์ไต้หวัน ฉบับปี 2522 กำหนดไว้ว่า สหรัฐจะคงสภาพความสัมพันธ์แบบคลุมเครือกับไต้หวันไว้ โดยรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าและขายอาวุธให้ไต้หวันต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4134</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, จีนเดียว, พระราชบัญญัติการเดินทางไต้หวัน, รัฐสภาสหรัฐ, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180301/image_big_5a9818706c607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
