<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC ทุ่มงบ 14,825 ล้านบาท ถือหุ้น 41.6% โรงไฟฟ้าโซลาร์อินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค. 2564 นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2564 บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GRSC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ จีพีเอสซี ถือหุ้น 100% ได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าลงทุนใน Avaada Energy Private Limited (Avaada) หนึ่งในบริษัทพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของประเทศอินเดีย โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 14,825 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการลงทุนประมาณ 41.6% ของทุนทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งปัจจุบัน Avaada มีกำลังการผลิตไฟฟ้า รวมทั้งสิ้น 3,744 เมกะวัตต์ ซึ่งประกอบด้วยโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วประมาณ 1,392 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวนประมาณ 2,352 เมกะวัตต์ โดยจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2564 - 2565&amp;nbsp;และมีเป้าหมายการเติบโตถึง 11,000 เมกะวัตต์ ในปี 2568 ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถรับรู้ผลการดำเนินงานจากการลงทุนดังกล่าวได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การร่วมลงทุนในกิจการนี้ ถือเป็นขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนของบริษัท ที่ทำให้มีกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 2,145 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 32% ของกำลังการผลิตทั้งหมด 6,613 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นของบริษัท Avaada ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้กลุ่ม ปตท. บรรลุเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนของกลุ่ม ปตท. ให้ถึง 8,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 นำไปสู่การพัฒนาพลังงานอนาคตอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป&amp;quot;นายวรวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการเข้าลงทุนครั้งนี้ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ในการขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศของกลุ่ม GPSC ซึ่งได้เล็งเห็นถึงศักยภาพการลงทุนใน Avaada ซึ่งมีเป้าหมายการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในอนาคต สอดคล้องกับอัตราการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าในประเทศอินเดียที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อโครงการดำเนินการเต็มกำลังการผลิตในปี 65 คาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 4.3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เมื่อเทียบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าของประเทศอินเดีย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109685</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีพีเอสซี, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, วรวัฒน์ พิทยศิริ, โซลาร์อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fd7328402d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกพ.กลับลำอนุมัติ GPSC ซื้อโกลว์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกพ.กลับลำอนุมัติจีพีเอสซี ควบรวมโกลว์ หลังพิจาณาเงื่อนไขไม่ซื้อโรงไฟฟ้าเอสพีพี 1 ถือว่าไม่ลดการแข่งขันในพื้นที่แล้ว ยื่นข้อเสนอต้องหาผู้อื่นมาซื้อแทนถึงจะดำเนินการโอนหุ้นได้ ด้านปตท.-บางจาก ลดราคาน้ำมัน 40-50 สตางค์/ลิตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยภายผลการประชุมคณะกรรมการ กกพ. (บอร์ด) ว่าที่ประชุม มีมติเห็นชอบในการ ให้บริษัท โกลโบล ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือ จีพีเอสซี ควบรวมกิจการกับ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด(มหาชน) โดยมีเขื่อนไขกำหนดให้โกลว์ ขายกิจการบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด ที่ดำเนินการโรงไฟฟ้าขนาด 148 เมกะวัตต์ ให้แล้วเสร็จก่อน หรือต้องมีลูกค้ารายอื่นที่เข้ามาซื้อกิจการดังกล่าวก่อน จีพีเอสซีจึงจะสามารถทำการควบรวมได้ในช่วงเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งให้ความคุ้มครองกลุ่มลูกค้าผู้ซื้อไฟของโกลว์ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กกพ.มีมติเห็นชอบในหลักการให้จีพีเอสซี ควบรวมโกลว์แล้ว หลังจากที่ได้มีการยื่นเรื่องเพื่อขออุทธรณ์เข้ามาอีกครั้ง เนื่องจากครั้งก่อน กกพ.ไม่อนุมัติและยกคำอุทธรณ์ โดยที่ผ่านความเห็นชอบ เนื่องจากจีพีเอสซีได้ยกเว้นการซื้อขาย เอสพีพี 1 ในพื้นที่ดังกล่าว จึงไม่ขัดต่อข้อกฎหมายในเรื่องลดการแข่งขัน จึงสามารถควบรวมได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าให้โกลว์ขายเอสพีพี 1 ให้เรียบร้อยก่อน หรือมีลูกค้ามาซื้อแล้ว จีพีเอสซีจึงจะดำเนินการซื้อหุ้นจากบริษัท เอ็นจี้ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของโกลว์ได้ ซึ่งระยะเวลาอยู่ที่การดำเนินงานของทั้งสองฝ่าย&amp;quot;นางสาวนฤภัทร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันยังเห็นชอบให้ กำหนดเงื่อนไขบังคับหลังการรวมกิจการโดยกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ผู้รับใบอนุญาต บริษัท โกลว์ จำนวน 11 ข้อ และผู้รับใบอนุญาตบริษัทในเครือได้แก่ 1.การอำนวยความสะดวกกรณีลูกค้าเดิมเปลี่ยนผู้ให้บริการไฟฟ้า 2.การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ 3.การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจ &amp;nbsp;4.การให้บริการอย่างมีมาตรฐานและไม่เลือกปฏิบัติ 5.การพิจารณาให้สิทธิในการพิจารณาต่อสัญญาหรือขยายเวลาสัญญาแก่ลูกค้ารายเดิมก่อน 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.โครงสร้างอัตราค่าบริการมีความเป็นธรรม 7.การผลิตและจัดหาไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอมีมาตรฐาน 8.การรักษาความลับข้อมูลทางธุรกิจให้กับลูกค้า 9.การสนับสนุนธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ 10.การบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่มีการร้องเรียนหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญา และ 11.ในกรณีที่การกระทำ พฤติกรรม หรือเหตุที่ทำให้เกิดการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการในกิจการพลังงานตามข้อ 10 สิ้นสุดลงแล้ว ผู้รับใบอนุญาตอาจต้องร้องขอให้คณะกรรมการระงับ ยกเว้น หรือปรับปรุงมาตรการเฉพาะใหม่ก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่จีพีเอสซี กล่าวว่าทางบริษัทจะรอให้การซื้อขายเอสพีพี 1 ให้แล้วเสร็จก่อนที่จะทำการซื้อหุ้นโกลว์จาก เอ็นจี้ในสัดส่วน 69% (ระยะแรก) จึงยังไม่สามารถระบุช่วงเวลาในการดำเนินการได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับโกลว์ว่าจะขายเอสพีพี 1 ช่วงเวลาใด ขณะที่มูลค่าการซื้อขายก็จะลดลงแต่ยืนยันว่าไม่กระทบกับแผนการกู้เงินจากสถาบันการเงิน เนื่องจากยังยึดตามแผนการดำเนินการเดิมทั้งหมด ขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กกพ.กำหนดออกมา และต้องขอขอบคุณที่มีการทำงานอย่างเต็มที่ตลอดมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25191</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, ควบรวมกิจการ, จีพีเอสซี, นฤภัทร อมรโฆษิต, มติเห็นชอบ, โกลว์ พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd96379f1450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกพ.ยันคำเดิมยกอุทธรณ์ซื้อโกลว์ GPSC ทราบเรื่องแต่จะเดินหน้ากระบวนการต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กกพ.ยันคำเดิม ยกอุทธรณ์ จีพีเอสซี กรณีซื้อหุ้นโกลว์ แจงเป็นการลดการแข่งขัน ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน ด้านจีพีเอสซี ทราบเรื่องจ่อเสนอเข้าบอร์ด ยันเดินหน้ากระบวนการซื้อหุ้นต่อไปพร้อม ตอบโจทย์ของ กกพ.ให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาข้ออุทธรณ์ของ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ จีพีเอสซี ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน ขอซื้อกิจการกับบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ผู้รับใบอนุญาตอีกราย ภายหลังเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 กกพ. ได้มีมติไม่เห็นชอบให้ดำเนินการ และเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2561 จีพีเอสซี ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง กกพ. ว่า เมื่อวันที่ 13 &amp;nbsp;ธ.ค. กกพ.มีมติไม่รับอุทธรณ์และยืนตามมติไม่อนุญาตให้เกิดการซื้อกิจการดังกล่าว เนื่องจากเป็นการลดการแข่งขันตามมาตรา 60 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงานฯ และข้อ 8 ของระเบียบ กกพ. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อมิให้มีการรวมกิจการอันก่อให้เกิดการผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน พ.ศ. 2552 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กกพ.ยืนยันว่า แม้ในธุรกิจของการจำหน่ายไฟฟ้าจะเป็นการผูกขาดโดยธรรมชาติ และในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยส่วนใหญ่จะมีผู้ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าเพียงรายเดียว แต่ตามข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในพื้นที่ที่มีการอุทธรณ์มีผู้ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 2 รายในพื้นที่ การที่มีการรวมกิจการจนทำให้เหลือผู้ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าเพียงรายเดียว โดยสภาพจึงเป็นการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น การไม่เห็นชอบให้กระทำการรวมกิจการตามที่ยื่นขออนุญาต เนื่องจากเป็นการลดการแข่งขันจึงเป็นการพิจารณาที่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขั้นตอนต่อไป ทางสำนักงาน กกพ. จะแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้ จีพีเอสซี รับทราบต่อไป&amp;quot;น.ส.นฤภัทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี กล่าวว่า จีพีเอสซีจะเดินหน้ากระบวนการเข้าซื้อหุ้นโกลว์ต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหาแนวทางที่เหมาะสม และจะต้องตอบโจทย์ที่ กกพ.ยังไม่เห็นด้วยให้ชัดเจน โดยจะนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด)เร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24193</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., จีพีเอสซี, ซื้อหุ้นโกลว์, ลดการแข่งขัน, ไม่เห็นชอบให้ดำเนินการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2018 23:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSC จ่อยื่นอุทธรณ์กกพ.ล้มซื้อโกลว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีพีเอสซีเตรียมยื่นอุทธรณ์ กกพ.ค้านซื้อโกลว์ ชี้รักษาผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น หลังมีสิทธิ์ยื่นภายใน 30 วัน ยอมรับการยื่นอุทธรณ์ทำการซื้อโกลว์ล่าช้า พร้อมยันเจรจาลูกค้าอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (จีพีเอสซี) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กรณีที่มีมติไม่อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด(มหาชน) หรือโกลว์ เพื่อรักษาสิทธิผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ขณะที่ยังมองเห็นถึงความสำคัญในการซื้อกิจการดังกล่าวซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและภาคอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อวานนี้บอร์ดพิจารณากันตามปกติ เนื่องจากเราเป็นบริษัทจดทะเบียน ดังนั้น ต้องรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ในหนังสือที่กกพ.แจ้งว่าเรามีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โดยหน้าที่ของเราก็ต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือหุ้น เราก็จะใช้สิทธิตรงนั้น เนื้อหารายละเอียดยังไม่ทราบ เราก็จะหารือกันต่อไป&amp;quot;นายชวลิต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะหารือรายละเอียดถึงการทำหนังสือเพื่อยื่นอุทธรณ์ โดยเบื้องต้นจะชี้แจงถึงกระบวนการเข้าซื้อกิจการซึ่งเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบ และอาจชี้แจงถึงแนวทางปฎิบัติในการดูแลลูกค้าทุกรายของกลุ่มโกลว์ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้หารือกับลูกค้าทุกรายอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจบริการก็ต้องดำเนินการเพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่ม หรือผู้มีส่วนได้เสียมีความสบายใจ บริษัทก็พร้อมจะดำเนินการให้ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ดำเนินการต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้อาจทำให้ระยะเวลาในการซื้อกิจการโกลว์ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์เดิมนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะเป็นเงื่อนไขข้อตกลงเดิมที่ได้ทำไว้กับกลุ่ม Engie Global Development B.V. (เอ็นจี้) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของโกลว์ และไม่ได้เป็นปัญหาต่อสัญญาการกู้เงินเพื่อรองรับการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เพราะเราได้หารือกับทุกฝ่ายให้เข้าใจสถานการณ์แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีเหตุผลที่จะชี้แจง ขอย้ำว่าเราเคารพทุก ความเห็นลูกค้า ความเห็นที่มาจากทางด้านสาธารณะ บทบาทหน้าที่ของกกพ. เราเคารพในความเห็นเหล่านั้น แต่เรามีหน้าที่ที่จะรักษาสิทธิของเราและความเห็นของเราที่คิดว่าถูกต้องชอบธรรม เราก็เคารพในหน้าที่ซึ่งกันและกัน เราก็ต้องทำหน้าที่ของเรา&amp;quot;นายชวลิต กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่หากกกพ.ยกคำอุทธรณ์ดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น นายชวลิต กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตอบประเด็นนี้เพราะจะต้องพิจารณาเป็นขั้นตอนไป แต่เบื้องต้นการพิจารณาคำอุทธรณ์ของ กกพ.ไม่ได้มีระเบียบกำหนดเวลาที่แน่นอน แต่คาดว่าไม่น่าจะช้ากว่า 30 วันซึ่งเป็นวิธีการปฏิบัติตามขั้นตอนราชการทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จีพีเอสซีมีแผนซื้อกิจการโกลว์ ด้วยมูลค่าราว 140,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการซื้อหุ้นจากกลุ่มเอ็นจี้ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นโกลว์ สัดส่วน 69.11% วงเงินรวม 9.59 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค. หากได้รับอนุมัติจาก กกพ. หลังจากนั้นจะทำคำเสนอซื้อหุ้นโกลว์ ส่วนที่เหลือต่อไป โดยภายหลังการเข้าซื้อกิจการโกลว์ จะทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในกลุ่มเพิ่มเป็นราว 5,000 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 6.9% ของกำลังการผลิตรวมทั้งประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กกพ.มีมติเอกฉันท์ไม่อนุมัติคำขอเพื่อรวมกิจการของจีพีเอสซี โดยการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในโกลว์เนื่องจากจะส่งผลต่อการลดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 เพราะการรวมกิจการครั้งนี้จะส่งผลให้พื้นที่อุตสาหกรรมในบางพื้นที่ จะมีบริษัทที่มีอำนาจการบริหารกิจการไฟฟ้าลดลงเหลือเพียงรายเดียว จึงเป็นการลดการแข่งขัน ขณะที่การให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็ไม่สามารถทดแทนการให้บริการของลูกค้ากลุ่มโกลว์ ได้ เนื่องจากเหตุผลทางคุณภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20306</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกพ., คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, จีพีเอสซี, ชวลิต ทิพพาวนิช, ยื่นอุทธรณ์, โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่, โกลว์ พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bca01c96b569.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จีพีเอสซีย้ำชัดซื้อหุ้นโกลว์โปร่งใส และปลอดการเมืองเอี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีพีเอสซี ย้ำซื้อหุ้นโกลว์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตลท. เดินสายชี้แจงลูกค้ายันไม่มีเจตนาเข้าไปผูกขาดในพื้นที่ ห่วงโยงเข้าการเมือง พร้อมเผยเอกชนหลายรายทำธุรกิจในพื้นที่ลูกค้าเลือกได้ตามความพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือ จีพีเอสซี เปิดเผยว่ากรณีการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด(มหาชน) หรือ โกลว์ ว่าการเจรจาซื้อขายหุ้น ครั้งนี้เป็นการซื้อขายเชิงพาณิชย์ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ซึ่งอยู่ในความต้องการที่ว่าผู้ซื้ออยากจะซื้อผู้บายอยากจะขาย และเป็นราคาประเมินแล้วว่าเหมาะสม ไม่มีนอกมีใน แต่หากลูกค้าไม่เข้าใจก็ต้องเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในวันที่ 18 ก.ย. ได้เข้าไปพบกับนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อชี้แจงและเข้าไปยืนยันว่าไม่ต้องการสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบในพื้นที่ เพราะไม่ใช่เป้าหมายของธุรกิจ จึงไม่มีความจำเป็นที่ จีพีเอสซีต้องดำเนินการเช่นนั้น แต่เราดำเนินการภายใต้หลักความยุติธรรม และวันที่ 21 ก.ย. นี้ จะเข้าพบกับบริษัท ดาวเคมิคอล ประเทศไทย จำกัด เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางจีพีเอสซียืนยันดีลนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องทางการเมืองตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ แต่ส่วนตัวยอมรับว่ามีความเป็นห่วงที่ขณะนี้มีความพยายามจะดึงประเด็นนี้ไปเชื่อมโยงกับการเมือง ซึ่งเราก็ต้องเร่งสร้างความเข้าใจกันกับลูกค้า และรวมถึงคณะกรรมกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ด้วย&amp;rdquo;นายสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรงค์ กล่าวว่า การทำธุรกิจไฟฟ้าที่ปัจจุบันเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเสรี จึงทำให้จีพีเอสซีไม่มีความสามารถเข้าไปผูกขาดที่ใดได้ เนื่องจากลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้บริการกับใคร ขณะเดียวกันในพื้นที่มาบตาพุดก็มีเอกชนหลายราย ที่ดำเนินธุรกิจด้านไฟฟ้าทั้งบริษัท บีแอลซีพี พาวเวอร์ จำกัด หรือ บีแอลซีพี , บริษัท บางกอกโคเจนเนอเรชั่น จำกัด และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การพิจารณาซื้อหุ้นดังกล่าว จะต้องแยกประเด็นที่ว้า 1.การซื้อขายหุ้นครั้งนี้จึงไม่น่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 75 (2) ที่ห้ามรัฐวิสาหกิจทำธุรกิจแข่งกับเอกชน เนื่องจาก จีพีเอสซี บริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ประกอบธุรกิจในลักษณะเอกชน มีประชาชนเป็นผู้ถือหุ้นนับหมื่นรายเป็นผู้มีส่วนได้เสียในจีพีเอสซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำกับกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาตรา 8 และ 72 เนื่องจากส่วนแบ่งการตลาดของทั้งสองบริษัทเมื่อควบรวมกันแล้วจะมีกำลังการผลิตเพียง 6.9% ของกำลังการผลิตทั้งประเทศ จึงไม่เข้าข่ายการผูกขาดหลังการควบรวมธุรกิจ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่อันดับ 3 ของประเทศ ทั้งยังมีแหล่งผลิตไฟฟ้าในต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น ลาว และเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ผู้ถือหุ้น 99.98% เห็นชอบให้ธุรกรรมนี้ได้ และยืนยันว่าการดำเนินการไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการซื้อทรัพย์สินในส่วนธุรกิจไฟฟ้าบริษัท เอ็นจี้ โกลบอล เดเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในฐานะบริษัทแม่ที่ถือหุ้นอยู่ในโกลว์ เท่ากับเป็นการซื้อหุ้นจากต่างชาติกลับมาประเทศ เงินปันผล 5,000 ล้านบาท ก็อยู่ในประเทศไทยไม่ไหลออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความเสี่ยงที่เป็นห่วงคือ ผู้ซื้อจะไม่ซื้อ ถ้าลูกค้าหนึ่งรายไม่ซื้อเราเจ๊ง ดังนั้นเราต้องมีประสิทธิภาพให้ลูกค้าเลือกซื้อเรา เพราะมีผู้ผลิตไฟฟ้าอีกหลายราย ยืนยันการดำเนินธุรกิจต้องดำเนินไปตามสัญญา ถ้าไม่ดำเนินการตามสัญญา ลูกค้าสามารถร้องเรียนได้ ซึ่งสัญญานี้ได้ดำเนินการไว้ตั้งแต่ยังไม่มีการควบรวม เราไม่สามารถเข้าไปเปลี่ยนแปลงได้&amp;rdquo;นายสุรงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า กกพ. ชุดใหม่จะพิจารณาดีลนี้ล่าช้าออกไปหรือไม่ ทางบริษัทมองว่าเรื่องนี้มีเงื่อนเวลาอยู่แล้วภายใน 90+15 วันนับตั้งแต่วันที่ยื่นเอกชนการซื้อหุ้นโกลว์ให้ กกพ. พิจารณาตามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ ซึ่งจะครบกำหนดภายในวันที่ 27 ก.ย.2561 ระหว่างนี้จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกกพ. เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17913</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีพีเอสซี, ซื้อขายหุ้นโปร่งใส, บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด(มหาชน), ปลอดการเมือง, ผูกขาดธุรกิจ, สุรงค์ บูลกุล, โกลว์ พลังงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8358abae397.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2018 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2018 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSCทุ่มงบผุดโรงไฟฟ้าอีอีซีปอนกลุ่มปตท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
GPSC &amp;nbsp;เตรียมแผนลงทุนโรงไฟฟ้าในอีอีซี ขนาด 300 เมกนำร่องป้อนบริษัทในเครือ ปตท. ก่อนขยายเป็น 1 พันเมกในอนาคตชี้เป็นช่องทางเพิ่มกำลังการผลิตของบริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ก.พ.61-นายเติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ จีพีเอสซี ผู้ผลิตไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ปี 2561 บริษัทมุ่งเน้นการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคภายในประเทศ ที่จะรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีเป้าหมายลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด ภายใต้แผนพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าจำนวน 300 เมกะวัตต์ ป้อนให้กับบริษัท ปตท.โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือพีทีทีจีซี ที่ประกาศลงทุนในอีอีซีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ล่าสุดร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อีอีซี ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติ(สนช.)แล้ว อยู่ในกระบวนการประกาศใช้ โดย ซึ่งบริษัทในเครือ ปตท. จะเป็นกลุ่มหลักที่จีพีเอสซีจะผลิตไฟฟ้าป้อน และมั่นใจว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจากโรงงานในอีอีซี จะส่งผลให้จีพีเอสซี มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีนี้&amp;rdquo;นายเติมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้บริษัท ปตท. ยังมีนโยบายให้จีพีเอสซีรับหน้าที่ผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับบริษัทลูกเครือปตท.ทั้งหมด คาดการณ์กำลังผลิตทั้งในและนอกอีอีซีที่เข้าระบบมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ในช่วงหลายปีข้างหน้า จำนวนนี้จะเป็นทั้งโรงไฟฟ้าใหม่ และโรงไฟฟ้าที่เข้าทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าของผู้ผลิตรายอื่นที่ผลิตไฟป้อนเครือปตท. โดยจะทำแผนการลงทุนเสนอต่อกรรมการบริหารจีพีเอสซีในปีนี้ เพื่อเดินหน้าลงทุนต่อไป โดยปี 2563 บริษัทจะกำลังผลิตไฟฟ้าเบื้องต้น 1,900 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,400 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นายเติมชัยกล่าวว่า จีพีเอสซีจะมุ่งลงทุนแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้า(เอนเนอร์ยี่ สตรอเรจ) โดยก่อสร้างโรงงานต้นแบบผลิตแบตเตอรี่สำหรับโรงไฟฟ้า ร่วมกับบริษัท 24เอ็ม เทคโนโลยี ประเทศสหรัฐอเมริกา ขนาดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง วงเงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ลงทุนในโรงงานสำเร็จรูปนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ชลบุรี 1 โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตได้ภายในปลายปี 2562 ซึ่งการผลิตนี้จะช่วยลดต้นทุนแบตเตอรี่ลงเหลือ 100 เหรียญสหรัฐต่อลูก จากปัจจุบันต้นทุนอยู่ที่ 200 เหรียญสหรัฐต่อลูก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4000</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีพีเอสซี, ปตท., อีอีซี, เอนเนอร์ยี่ สตรอเรจ, โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a955816d3775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2018 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2018 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GPSCทุ่มงบผุดโรงไฟฟ้าอีอีซีปอนกลุ่มปตท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
GPSC &amp;nbsp;เตรียมแผนลงทุนโรงไฟฟ้าในอีอีซี ขนาด 300 เมกนำร่องป้อนบริษัทในเครือ ปตท. ก่อนขยายเป็น 1 พันเมกในอนาคตชี้เป็นช่องทางเพิ่มกำลังการผลิตของบริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ก.พ.61-นายเติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ จีพีเอสซี ผู้ผลิตไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ปี 2561 บริษัทมุ่งเน้นการลงทุนธุรกิจไฟฟ้าและสาธารณูปโภคภายในประเทศ ที่จะรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีเป้าหมายลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด ภายใต้แผนพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ซึ่งจะผลิตไฟฟ้าจำนวน 300 เมกะวัตต์ ป้อนให้กับบริษัท ปตท.โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือพีทีทีจีซี ที่ประกาศลงทุนในอีอีซีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ล่าสุดร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อีอีซี ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติ(สนช.)แล้ว อยู่ในกระบวนการประกาศใช้ โดย ซึ่งบริษัทในเครือ ปตท. จะเป็นกลุ่มหลักที่จีพีเอสซีจะผลิตไฟฟ้าป้อน และมั่นใจว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจากโรงงานในอีอีซี จะส่งผลให้จีพีเอสซี มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีนี้&amp;rdquo;นายเติมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้บริษัท ปตท. ยังมีนโยบายให้จีพีเอสซีรับหน้าที่ผลิตไฟฟ้าป้อนให้กับบริษัทลูกเครือปตท.ทั้งหมด คาดการณ์กำลังผลิตทั้งในและนอกอีอีซีที่เข้าระบบมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ในช่วงหลายปีข้างหน้า จำนวนนี้จะเป็นทั้งโรงไฟฟ้าใหม่ และโรงไฟฟ้าที่เข้าทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าของผู้ผลิตรายอื่นที่ผลิตไฟป้อนเครือปตท. โดยจะทำแผนการลงทุนเสนอต่อกรรมการบริหารจีพีเอสซีในปีนี้ เพื่อเดินหน้าลงทุนต่อไป โดยปี 2563 บริษัทจะกำลังผลิตไฟฟ้าเบื้องต้น 1,900 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,400 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นายเติมชัยกล่าวว่า จีพีเอสซีจะมุ่งลงทุนแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานไฟฟ้า(เอนเนอร์ยี่ สตรอเรจ) โดยก่อสร้างโรงงานต้นแบบผลิตแบตเตอรี่สำหรับโรงไฟฟ้า ร่วมกับบริษัท 24เอ็ม เทคโนโลยี ประเทศสหรัฐอเมริกา ขนาดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง วงเงินลงทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท ลงทุนในโรงงานสำเร็จรูปนิคมอุตสาหกรรมเหมราช ชลบุรี 1 โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการผลิตได้ภายในปลายปี 2562 ซึ่งการผลิตนี้จะช่วยลดต้นทุนแบตเตอรี่ลงเหลือ 100 เหรียญสหรัฐต่อลูก จากปัจจุบันต้นทุนอยู่ที่ 200 เหรียญสหรัฐต่อลูก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3999</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีพีเอสซี, ปตท., อีอีซี, เอนเนอร์ยี่ สตรอเรจ, โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a955816d3775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
