<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดอน&#039;จับตานโยบาย&#039;โจ ไบเดน&#039;แก้GSPแต่อยู่ในวิสัยที่คุยต่อกันได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ม.ค.64&amp;nbsp; - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ไทย และสหรัฐอเมริกาหลัง นายโจเซฟ อาร์. ไบเดน จูเนียร์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า นายไบเดน ดำเนินการสิ่งที่เขาเห็นต่างจากประธานาธิบดีคนก่อนในทันที โดยเฉพาะการยกเลิกกฎหมาย 17 ฉบับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆที่เคยเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลนี้จะเข้ามาปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามแนวทางของตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าประเทศไทยจะได้รับผลดีจากการที่นายไบเดนเข้ามาเป็นประธานาธิบดีอย่างไรบ้าง นายดอน กล่าวว่า ต้องคอยดูกันต่อไปว่าจะมีเรื่องใดที่มาเชื่อมโยงกับภูมิภาคเราบ้าง หรือจะเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญกับเราอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องให้เวลาก่อน แต่น่าสนใจตรงที่ว่าปกติเขาจะใช้เวลา 100 วันในการปรับตัว&amp;nbsp; แต่นี้เพียงแค่วันที่ 2 เขาก็เริ่มทำงานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าสำหรับประเทศไทยความสัมพันธ์ไทยสหรัฐฯจะยังคงรูปแบบเดิมหรือต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์กับประธานาธิบดีคนใหม่ นายดอน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ไทยสหรัฐฯมีมายาวนาน ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลอเมริกามาโดยตลอด แต่ภาพรวมความสัมพันธ์ก็ดีมาตลอด อาจมีความตื่นเต้นบ้างในบางด้าน อย่างเช่นกรณี ระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป หรือ GSP ที่สมัย นายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดี ไม่ได้แตะเลย แต่พอมารัฐบาล นายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญเรื่องการค้าประเทศไหนที่มีการค้าที่ได้เปรียบก็จะอยู่ในเป้า ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งเรื่องที่ นายไบเดน เห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการปรับเช่นนี้เราได้ประเมินหรือไม่ว่าประเด็น GSP จะกลับไปเหมือนสมัยนายบารัค โอบามา หรือไม่ นายดอน ตอบว่า ก็ต้องดูเขา แต่เรื่องนี้อยู่ในวิสัยที่เราคุยต่อกันได้ เพราะได้คุยกันแล้วตั้งแต่แรกเริ่มยุครัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยซ้ำไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กันถามอีกว่าเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลสหรัฐฯเราจะมีข้อหารือที่จะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์ขึ้นหรือไม่ นายดอน ตอบว่า มีหลายเรื่องที่สอดคล้องกับงานที่เราทำ เช่นเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนไปทั่วโลก ซึ่งรัฐบาลที่แล้วเขาไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่นี้เป็นหนึ่งใน 17 รายการที่นายไบเด้นจะกลับมาให้ความสำคัญ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสากลและประเทศไทยก็ให้ความสำคัญ และเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ก็มีการประชุมอาเซียน ที่ประเทศบรูไน เป็นเจ้าภาพก็ได้มีการพูดคุยเรื่องสภาพอากาศ และประเทศไทยได้รับมอบหมายให้ไปศึกษาเรื่อง โมเดลเศรษฐกิจใหม่ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ บีซีจี ว่าจะมาเป็นยุทธศาสตร์ของอาเซียนหลังโควิดหรือไม่ เมื่อเราได้รับมอบหมายก็เป็นจุดที่ดีที่จะทำให้เราเชื่อมกับทางสหรัฐฯได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90636</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพี, นายดอน ปรมัตถ์วินัย, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a5c3857b0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039; ของขึ้นตามอัดมะกัน จับพิรุธสร้างสถานกงสุลใหม่ เชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.63&amp;nbsp; - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ตอนหนึ่งว่า เมื่อสหรัฐตัดจีเอสพีในยามประเทศไทยลำบาก สะท้อนว่าไม่ได้ให้ความสนใจไทยเป็นมิตรประเทศอย่างแท้จริง ดังนั้น การที่สหรัฐก่อสร้างสถานกงสุลแห่งใหม่ที่เชียงใหม่มูลค่าเกือบ 9 พันล้านบาท เราควรสงสัยว่า ได้แฝงเร้นอะไรเป็นภัยกับไทยหรือไม่ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศของไทย สนิทสนมกับสหรัฐ ช่วยอธิบายมีความจำเป็นอะไรจึงสร้างสถานกงสุลมูลค่ามากขนาดนี้ กระทั่งอาจทำให้ประเทศจีน ตัดสินใจไม่ส่งเอกอัครราชทูตมาอยู่ไทยเป็นเวลานาน โดยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นชั้นอุปทูตจีนเท่านั้นเป็นตัวแทน เราตั้งคำถามไม่สบายใจว่า อะไรที่กำลังก่อสร้างที่เชียงใหม่ จะทำให้ไทยได้ผลกระทบและเสียหายหรือไม่ เพราะเอกภาพบูรณาภาพเหนือดินแดนเป็นเรื่องสำคัญ เราเป็นคนไทยต้องมีความสงสัยว่า อะไรกำลังจะเกิดขึ้น เป็นการชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านหรือไม่ หรือถ้าเป็นฐานทางการทหารเพื่อไปโจมตีประเทศอื่นแล้ว ไทยจะถูกคู่สงครามสหรัฐถล่มไทยได้เช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไทยควรแสดงจุดยืนในเรื่องการก่อสร้างสถานกงสุล ขณะที่สหรัฐไม่ให้ความสำคัญกับไทยแล้ว กระทรวงการต่างประเทศควรพูดถึงภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้น ชาติบ้านเมืองต้องมาก่อน เมื่อสหรัฐต้องการได้ประโยชน์อย่างเดียว แต่ไทยเสียหายและเป็นจุดเปราะบางกับเพื่อนบ้าน อีกทั้งเมื่อถูกเล่นงานตัดจีเอสพี ไทยควรตอบโต้ตรวจสอบการสร้างกงสุลเช่นกันว่า ประเทศไทยจะได้รับความเสียหายอย่างไรหรือไม่&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น สถานการณ์ขณะนี้ไม่มีความจำเป็นต้องตั้งกรรมการอะไรอีกแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ ศึกษาพูดคุยแล้วนำมาแก้ปัญหาไม่ได้ ตลอดจนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขออย่าให้การคาดการณ์ของตนถูกต้องว่ารัฐธรรมนูญ2560 จะจบลงท้ายด้วยการถูกฉีก ไม่ได้ถูกแก้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเงื่อนงำซุกซ่อนไว้มากมายเหลือเกิน แนวความคิดให้มี สสร. เป็นความเห็นที่ตรงกันของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่แตกต่างกันเพียงกระบวนการที่มา ฝ่ายรัฐบาลให้มีการสรรหา 50 คนที่เหลือเลือกตั้ง ส่วนฝ่ายค้านให้เลือกตั้งทั้งหมด 200 คน แต่วันนี้เชื่อว่า แม้ได้แก้รธน. มาตรา 256 แต่แน่ใจหรือว่าจะได้ไปไม่ถึงขั้นตอนได้ร่าง รธน.ฉบับใหม่ ส่วนการเสนอการทำประชามติพร้อมกันในวันเลือกตั้งนายกองค์การบริหารจังหวัด (อบจ.) กับสมาชิกสภา อบจ.นั้น การเสนอให้งดชุมนุม 2 ปีเท่ากับเวลาของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรัฐบาลเหลืออยู่ และแนวคิดแบบนี้ คนคิดเคยร่วมชุมนุมซัดดาวน์กรุงเทพไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้ว เมื่อถึงเวลาตัวเองเป็นรัฐบาลกลับให้ไปขอประชามติ ช่างเป็นแนวคิดพิเรนทร์สิ้นดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวอีกว่า กลุ่มทุนผูกขาดเศรษฐกิจแล้วสร้างความเหลื่อมล้ำว่า ถึงเวลาต้องแก้ไขได้หรือยัง เพราะทุนหน้าเลือดพวกนี้ไม่เคยคืนผลประโยชน์กลับสู่สังคมบ้านเมือง มุ่งแต่กอบโกย แล้วไปกว้านซื้อที่ดินสะสมไว้เต็มประเทศ แม้ได้แก้รัฐธรรมนูญ คงจัดการทุนผูกขาดเหล่านี้ไม่ได้ เพราะท้ายสุดผลประโยชน์ใหญ่ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลย่อมได้รับการสนับสนุนจากทุนผูกขาดทั้งสิ้น ประเทศยากลำบากขณะนี้ ถ้าจะจัดการแล้วต้องจัดการพวกทุนผูกขาดให้สิ้นสุดเสียที่ ไม่เช่นนั้นปัญหาก็ไม่จบ ประชาชนต้องจัดการ ฝากความหวังกับนักการเมืองไม่ได้หรอก ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีการอื่นใด ควรมาจัดการกับคนพวกนี้สักที เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ถ้าไม่แก้ไข รุ่นลูกหลานจะไม่เหลืออะไรเลย หวังว่าประเทศจะเดินไปถึงการแก้ปัญหานี้ได้ ถ้าคนไทยไม่ช่วยกันก็เปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนไม่ได้ ดังนั้น ต้องช่วยกันเอาชาติบ้านเมืองมาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82575</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จตุพร, จีเอสพี, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201102/image_big_5f9fd33bf0d38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49219</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งทูตพาณิชย์ดีซี ต่อรองGSPสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันตัดจีเอสพีเป็นเรื่องธรรมดา เราโตแล้วอย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง &amp;quot;สมคิด&amp;quot; เตือนสหรัฐ ก้าวผ่านเรื่องสิทธิประโยชน์ไปแล้ว เป็นเรื่องของเพื่อนฝูง การให้น้ำใจกัน ด้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชี้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวทำไม่ได้ ขณะที่ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; เผยสำนักงานพาณิชย์ที่ ดี.ซี. เตรียมหารือยูเอสทีอาร์ 1 พ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะระงับข้อตกลงตามมาตรการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) 573 รายการ โดยจะมีผลในวันที่ 25 เมษายน 2563 ว่า หน่วยงานภาครัฐและรัฐบาลมีงานอีกมากที่ต้องทำ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์รัฐบาลดิจิทัล และต้องรับมือกับความท้าทายในหลายมิติ อุปสรรคหลายอย่างจะแทรกเข้ามา อย่างจีเอสพีหรืออะไร ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่เขาให้และเขาก็เอาคืนมันก็ได้หมด เพราะเป็นสิทธิประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมว่าเราก็โตขึ้นมากแล้ว บางครั้งถ้าเราทำตัวเป็นเด็กเล็กๆ ต่อไปก็ไม่ได้อีก เราต้องสร้างความเข้มแข็ง คนไทยต้องสร้างประเทศไทยเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง ด้วยความร่วมมือระหว่างกันให้เร็วที่สุด ก็จะไม่ไปเจออุปสรรคความท้าทายอื่นๆ ขึ้นมาโดยไม่จำเป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า โลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทั้งสงครามการค้า มาตรการกีดกัน พหุภาคี การค้าเสรีมีปัญหาหมด เพราะทุกประเทศเริ่มนึกถึงตัวเอง ทำให้กติกามีมากขึ้น จากการเรียกร้องของประชาชน ทุกประเทศเจอเหมือนกันหมด ประชาชนต้องการอย่างโน้นอย่างนี้ รัฐบาลก็ต้องทำขึ้นมา ซึ่งเกิดผลกระทบกับคนอื่นเขาด้วย นี่คือสิ่งที่ยึดโยงระหว่างกัน เราจึงต้องใช้มาตรการละมุนละม่อม การเจรจา พูดคุยต่อรอง สิ่งเหล่านี้เป็นการอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การค้าการลงทุนวันนี้เขาใช้วิธีต่างตอบแทน ถ้าขายเรา เราก็ต้องซื้อเขา หรือเราจะขายเขาแล้วเขาก็ต้องซื้อเรา เพราะถ้าเราจะขายให้เขาโดยไม่ซื้อเขาก็ไม่ได้อีก นี้เป็นการวิธีปฏิบัติการค้าเสรีที่เป็นแบบนี้มานานแล้ว แต่วันนี้โลกรวมกลุ่มกันมากขึ้น มีหลายกลุ่มอำนาจ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทันทีที่สหรัฐประกาศตัดจีเอสพี หลายฝ่ายก็ตกอกตกใจ แต่ถามว่าจีเอสพีคืออะไร มันคือการช่วยเหลือจากประเทศที่พัฒนาแล้วให้กับประเทศที่ด้อยพัฒนา แต่วันนี้ไทยก้าวมาไกลมากแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ควรภูมิใจด้วยซ้ำ เพราะแสดงว่าประเทศไทยมาได้ไกลแล้ว จึงอยากให้ทุกคนภูมิใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสมคิดระบุว่า รายการสินค้าบางส่วนของไทยที่ถูกตัดสิทธิ์จีเอสพียังเป็นเรื่องของน้ำใจ เพื่อนฝูง ฉะนั้นต้องพูดคุยกัน อย่าให้บรรยากาศเสีย โดยยืนยันว่าไม่เอาหัวไปชนกำแพงแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตัดสิทธิ์จีเอสพี อยากให้สหรัฐคิดให้ดีๆ มันก้าวผ่านเรื่องสิทธิประโยชน์ไปแล้ว แต่เป็นเรื่องของเพื่อนฝูง เป็นเรื่องของการให้น้ำใจกัน สหรัฐก็เป็นเหมือนมหามิตรของเรา และเรื่องนี้เราคงไม่เอาหัวไปชนกำแพงแน่นอน&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวนั้น โดยกฎหมายเวลานี้มันทำไม่ได้ รมว.แรงงานได้ออกมาพูดแล้วว่าทำไม่ได้ หลายประเทศไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำ และเข้าใจว่าในสหรัฐก็ยังไม่ได้ทำ จึงยากหากจะต้องทำ แม้แก้กฎหมายก็ต้องใช้เวลานาน เกินกว่ากรอบเวลาที่สหรัฐให้ไว้ 6 เดือน ดังนั้นคงต้องใช้วิธีการเจรจา เพราะมีช่องทางที่จะเจรจากันหลายเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ใช้คำว่าปิดประตูเรื่องตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวไปเลยใช่หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ไม่อยากพูดเช่นนั้น เพราะเรื่องนี้กระทรวงแรงงานต้องเป็นผู้ไปพิจารณา เขายกเรื่องแรงงานเป็นเรื่องแรก แต่การเจรจาเราอาจยกเรื่องอื่นขึ้นมาเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนกันก็ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประสานงานร่วมกับทูตแรงงาน ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ไปหารือร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ สำหรับหมวดสินค้าที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีครั้งนี้ 573 รายการ จะทำให้นำสินค้าเข้าสหรัฐบางรายการเสียภาษีเพิ่มประมาณร้อยละ 4-5 และบางรายการเสียภาษีสูงถึงร้อยละ 20 ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เชิญภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบมาประชุมหารือ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้ไขปัญหาด้านการตลาดนั้น ภาพรวมจะเร่งรัดตลาดใหญ่ๆ ทั่วโลกสำคัญ 10 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย ตุรกี เยอรมนี ศรีลังกา บังกลาเทศ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ อังกฤษ ยุโรป โดยจะเจาะลึกการส่งออกรายตลาดมากขึ้น และได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์แต่ละประเทศศึกษารายละเอียดก่อนจะนำทัพภาคเอกชนเข้าไปขยายตลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีสหรัฐเรียกร้องให้ไทยมีการจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวในไทยนั้น นายจุรินทร์ระบุไม่เกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐตัดจีเอสพี ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานจะต้องไปพิจารณาถึงความเหมาะระหว่างการจัดตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวกับการเสียภาษี อะไรจะส่งผลดีต่อประเทศมากกว่ากัน ส่วนกรณีที่สหรัฐจะให้ไทยนำเข้าหมูสารเร่งเนื้อแดงนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข และไม่มีความเกี่ยวข้องกับการที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การหารือกับยูเอสทีอาร์จะเป็นการสอบถามถึงสาเหตุที่ไทยถูกตัดสิทธิ์ และสิ่งที่ไทยและสหรัฐจะดำเนินการต่อไปหลังจากนี้ ซึ่งในทางปฏิบัติ การประกาศตัดสิทธิ์ไทยของยูเอสทีอาร์ถือว่าขั้นตอนการทบทวนการให้จีเอสพีรายประเทศ (Country Review) จบแล้ว ดังนั้นหากในการเจรจาครั้งนี้สหรัฐยอมคืนสิทธิให้ไทย ก็ไม่น่าจะคืนได้ทันภายในปีนี้ คงต้องเห็นผลในปีถัดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สหรัฐตัดสิทธิ์ไทย แต่ยังมีโอกาสเจรจาขอคืนสิทธิได้ เพราะในการประกาศสหรัฐใช้คำว่า แขวน (suspend) ซึ่งต่างจากอินเดียและตุรกีที่ใช้คำว่า ยุติการให้สิทธิ (terminate) และถอนออกจากการเป็นประเทศที่ได้รับสิทธิ แต่ภายหลังการเจรจาแล้วสหรัฐจะคืนสิทธิให้หรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาของเขา แต่ที่ผ่านมา กรมเตือนผู้ส่งออกมาตลอดว่าวันหนึ่งสหรัฐอาจตัดจีเอสพีไทย ดังนั้นต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้แข่งขันได้มากขึ้น จะมารอแต่จีเอสพีตลอดไปไม่ได้ ซึ่งผู้ส่งออกได้ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่องแล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากสถิติการใช้สิทธิจีเอสพีส่งออกสินค้าไปสหรัฐ ผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิประมาณ 70% ของมูลการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิ ส่วนอีก 30% ไม่ใช้สิทธิ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้าไทยมีศักยภาพการแข่งขันที่ดีในตลาดสหรัฐ ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิจีเอสพี และผู้นำเข้ายอมเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติแทน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49219</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, ตัดสิทธิ์จีเอสพี, ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหภาพแรงงานต่างด้าว, สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db9982c85c9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลั่นไทยโตขึ้นมาก ต้องใช้วิธีต่างตอบแทนต่อรองGSP</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่ง ระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานและมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลในงานมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัลและสัมมนา &amp;ldquo;หน่วยงานภาครัฐกับความพร้อมไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล&amp;rdquo; Digital Government Award 2019 ว่า หน่วยงานภาครัฐและรัฐบาลมีงานอีกมากที่ต้องทำ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์รัฐบาลดิจิทัล และต้องรับมือกับความท้าทายในหลายมิติ อุปสรรคหลายอย่างจะแทรกเข้ามา อย่าง จีเอสพี (สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรทางการค้า) หรืออะไร ซึ่งจริงแล้วเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่เขาให้และเขาก็เอาคืนมันก็ได้หมด เพราะเป็นสิทธิประโยชน์ อย่าลืมว่าเราก็โตขึ้นมากแล้ว บางครั้งถ้าเราทำตัวเป็นเด็กเล็กๆ ต่อไปก็ไม่ได้อีก เราต้องสร้างความเข้มแข็ง คนไทยต้องสร้างประเทศไทยเข้มแข็งด้วยตัวเราเอง ด้วยความร่วมมือระหว่างกันให้เร็วที่สุด ก็จะไม่ไปเจออุปสรรคความท้าทายอื่นๆขึ้นมาโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โลกเปลี่ยนแปลงทุกวัน ทั้งสงครามการค้า มาตรการกีดกัน พหุภาคี การค้าเสรีมีปัญหาหมด เพราะทุกประเทศเริ่มนึกถึงตัวเอง ทำให้กติกามีมากขึ้น จากการเรียกร้องของประชาชน ทุกประเทศเจอเหมือนกันหมด ประชาชนต้องการอย่างโน้นอย่างนี้ รัฐบาลก็ต้องทำขึ้นมา ซึ่งเกิดผลกระทบกับคนอื่นเขาด้วย นี่คือสิ่งที่ยึดโยงระหว่างกัน เราจึงต้องใช้มาตรการละมุนละม่อม การเจรจา พูดคุยต่อรอง สิ่งเหล่านี้เป็นการอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้ การค้าการลงทุนวันนี้เขาใช้วิธีต่างตอบแทน ถ้าขายเรา เราก็ต้องซื้อเขา หรือเราจะขายเขาแล้วเขาก็ต้องซื้อเรา เพราะถ้าเราจะขายให้เขาโดยไม่ซื้อเขา ก็ไม่ได้อีก นี้เป็นการวิธีปฏิบัติการค้าเสรีที่เป็นแบบนี้มานานแล้ว แต่วันนี้โลกรวมกลุ่มกันมากขึ้น มีหลายกลุ่มอำนาจ&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49184</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, นายกฯ, บิ๊กตู่, สงครามการค้า, สหรัฐ, เจรจาละมุมละม่อม, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db92bc1b65ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49177</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;รับตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวยาก แย้มใช้เรื่องอื่นต่อรองGSPแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสหรัฐอเมริกาประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย ว่า เรื่องต้องไปถามนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพราะมีการหารือกันในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ อีกทั้งอุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ยังมาพบนายสมคิดด้วยตัวเอง ซึ่งนายสมคิดได้รายงานตรงกับนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อเสนอที่ให้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวนั้น โดยกฎหมายเวลานี้ทำไม่ได้ รมว.แรงงานได้ออกมาพูดแล้วว่าทำไม่ได้ หลายประเทศไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำ และเข้าใจว่าในสหรัฐก็ยังไม่ได้ทำ จึงยากหากจะต้องทำ แม้แก้กฎหมายต้องใช้เวลานาน เกินกว่ากรอบเวลาที่สหรัฐให้ไว้ 6 เดือน ดังนั้น คงต้องใช้วิธีการเจรจา เพราะมีช่องทางที่จะเจรจากันหลายเรื่อง และเรื่องนี้น่าจะไม่เกี่ยวโดยตรงกับการยกเลิกสารเคมี 3 ชนิด เพราะมีการศึกษาเรื่องนี้มาเป็นระยะแล้ว รวมถึงไม่ทราบว่าจะมีการตัดสิทธิจีเอสพีอีก แต่มีประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของเราหลายเรื่อง อยู่ที่ว่าเขาจะหยิบอะไรขึ้นมา ถ้าไม่หยิบเรื่องแรงงาน อาจจะหยิบเรื่องอื่นด้วยซ้ำไป เราต้องแก้เรื่องอื่นที่ไม่ยากเท่ากับสหภาพแรงงานต่างด้าวแล้วนำไปเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ใช้คำว่าปิดประตูเรื่องตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวไปเลยใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่อยากพูดเช่นนั้น เพราะเรื่องนี้กระทรวงแรงงานต้องเป็นผู้ไปพิจารณา เขายกเรื่องแรงงานเป็นเรื่องแรก แต่การเจรจาเราอาจยกเรื่องอื่นขึ้นมาเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนกันก็ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49177</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว, รัฐบาล, วิษณุ เครืองาม, สหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191030/image_big_5db919108da5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวังพลิกวิกฤติGSP นายกฯให้3กระทรวงเจรจาอุปทูตอเมริการุดพบสมคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เรียกประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจถกด่วนเรื่องสหรัฐตัดจีเอสพี หวังพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ตั้งคณะทำงาน 3 กระทรวง ทั้งพาณิชย์-แรงงาน-ต่างประเทศ รีบเจรจากับมะกัน ย้ำอย่าวิตกเกินเหตุ &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo; ลั่นไม่ให้ต่างด้าวตั้งสหภาพ-ด่านายจ้างแน่ อุปทูตอเมริการุดพบ &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; แจงสัมพันธ์อยู่ช่วงขาขึ้น GSP ยังไม่สะเด็ดน้ำต้องคุยกันอีก เผยหากถูกลงดาบจริงไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดในโลก &amp;ldquo;เฮียกวง&amp;rdquo; ดีดปากหญิงหน่อย อย่าโยงการเมืองระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 29 ตุลาคม ยังคงมีความต่อเนื่องถึงผลพวงประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) สินค้าไทย 573 รายการชั่วคราว ในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมด่วนคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในช่วงเช้า&amp;nbsp;
ต่อมาเวลา 09.45 น. ภายหลังการประชุม ครม.เศรษฐกิจ พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามถึงแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวสั้นๆ ว่าก็ต้องหาวิธีการเจรจาพูดคุย เดี๋ยวเขาทำกันเอง อย่าเพิ่งไปตื่นเต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังประชุม ครม.ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์แถลงเรื่องนี้อีกครั้ง ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้มีการทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงานและกระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว มีการเจรจากันทุกปี แต่ครั้งนี้เมื่อเขาประกาศออกมา เราก็ต้องไปดูสิ่งที่เป็นปัญหามันอยู่ตรงไหน เพื่อหาทางเจรจาพูดคุยกัน ซึ่งเราเคยเจรจาขอคืนสิทธิในเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว โดยปีก่อนได้คืนมา 7 รายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีผลเฉพาะกับไทย ประเทศในอาเซียนก็โดนไปด้วย ซึ่งถ้าเรามองวิกฤติเป็นโอกาส ก็ต้องพยายามเจรจา ในระยะสั้นขอคืนสิทธิให้ได้โดยเร็ว จะยกขึ้นเจรจาภายใต้กรอบการตกลงทางการค้าการลงทุนไทย-สหรัฐต่อไป ส่วนในระยะยาวสิ่งที่เราต้องทำคือหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดเดิม รวมทั้งใช้ประโยชน์จากการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี FTA ต่างๆ ขยายการลงทุนไปยังประเทศที่ได้รับสิทธิจีเอสพีสหรัฐ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นการขยายตลาด ขยายการลงทุน รวมทั้งยังต้องปรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้พวกเราอย่าวิตกกังวลเรื่องนี้ให้มากนัก อันนี้จำเป็นต้องหารือกับภาคเอกชนของเราด้วย ว่ามีมาตรการช่วยเหลืออะไรกันอย่างไร เป็นธรรมดาเมื่อมีการให้ ก็มีสิทธิเรียกคืน ส่วนเรื่องแรงงานก็มีกฎหมายหรือบางมาตรการที่เราปฏิบัติไม่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องภายในของเรา ซึ่งต้องระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิประโยชน์เรื่องสหภาพของแรงงานต่างด้าว หลายประเทศก็ไม่ได้ทำเหมือนกับเรา เดี๋ยวไปดูอีกที อย่าเอาไปยึดโยงกับเรื่องนู้นเรื่องนี้เลย มันไม่เกิดประโยชน์ วันนี้ก็ขอให้ลดผลกระทบในเรื่องเหล่านี้ ฝากไปถึงประชาชน สังคม ให้ลดในเรื่องนี้ลงไป มันจะไม่มีผลดีต่อการพูดคุยในอนาคต&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวเกี่ยวกับการแบน 3 สารพิษหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่าไม่เกี่ยวได้อย่างไรในเมื่อสินค้าของสหรัฐมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถส่งมาไทยได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ก็เดี๋ยวมีการเจรจา&amp;quot;&amp;nbsp;
ตั้งทีมงานเจรจามะกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจุรินทร์กล่าวหลังประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่าที่ประชุมได้มอบหมายกระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันหาแนวทางในการขอให้สหรัฐทบทวนเรื่องนี้ เพราะผลที่จะเกิดขึ้นจากการยกเลิกจีเอสพีในอีก 6 เดือนข้างหน้าจะทำให้ไทยต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าไปไปสหรัฐประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท จากเดิมเป็นศูนย์ โดยก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ประสานกับทูตไทย วอชิงตัน หารือกับตัวแทนผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ซึ่งคงจะมีคำตอบกลับมาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ปัญหาในระยะยาวนั้น ก่อนหน้านี้ พณ.เตรียมบุกตลาดทั่วโลกเพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออก โดยจะร่วมมือกับเอกชนเปิด 10 กลุ่มตลาดใหญ่ เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น แอฟริกา เยอรมนี และตุรกี รวมไปถึงสหรัฐ ซึ่งในส่วนของสหรัฐจะเจาะลึกรายมลรัฐ เพราะพบว่ามีศักยภาพซื้อสินค้าไทย แม้ถูกตัดจีเอสพีก็ตาม ขณะที่กระทรวงแรงงานที่ดูแลในเรื่องของแรงงานที่ต้องการให้แรงงานต่างด้าวตั้งสหภาพนั้น กระทรวงแรงงานจะเตรียมทำความเข้าใจกับสหรัฐในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน แต่ไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องกังวล และอย่าเอาเรื่องจีเอสพีไปผูกโยงกับเรื่องสารพิษ เพราะเป็นคนละเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวเช่นกันว่า &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่ไทยกับสหรัฐต้องหารือกัน ถ้าไม่พูดคุยกันคงไม่เกิดประโยชน์อะไร โดยนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์ของสหรัฐจะเดินทางมายังไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม Indo-Pacific Business Forum ในระหว่างประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง รมว.พาณิชย์ของไทยคงถือโอกาสนี้นัดหมายการหารือกับนายวิลเบอร์ในเรื่องของจีเอสพี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้องไปพูดคุยกับยูเอสทีอาร์ด้วยหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ปกติสถานเอกอัครราชทูตไทยสามารถขอนัดพบเขาได้อยู่แล้ว และเมื่อเกิดข่าวออกมาก็อยู่ในวิสัยที่เราต้องไปหารือกับยูเอสทีอาร์ในเร็วๆนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้าไม่ไปคุยกันจะถือเป็นเรื่องแปลก แต่คิดว่าอย่าห่วงกังวลต่อกรณีดังกล่าวมากเกินไป เพราะเรื่องจีเอสพีเป็นสิ่งที่ไทยกับสหรัฐได้เจรจากันมานานแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่หรือไม่เคยมีการพูดมาก่อน แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดประเด็นสำคัญ ฝ่ายไทยกับสหรัฐก็สามารถพูดคุยเจรจากันได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ทุกคนไม่ต้องกังวล ข่าวที่ออกมาตอนนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเกี่ยวโยงกับเรื่องต่างๆ จนดูว่ามีความซับซ้อน ทั้งที่จริง ฝ่ายสหรัฐมีกำหนดประกาศเรื่องจีเอสพีในช่วงปลายเดือน ต.ค.หรือต้นเดือน พ.ย.อยู่แล้ว ทุกอย่างมีเรื่องความประจวบเหมาะ ซึ่งหลายเรื่องที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันก็เกิดขึ้น&amp;rdquo; นายดอนกล่าว
ส่วน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน กล่าวหลังประชุม ครม.เศรษฐกิจ ว่าได้หารือเรื่องจีเอสพีซึ่งมีความสำคัญมากกว่าเรื่องของแรงงาน โดย พณ.มีหน้าที่ไปเจรจาเรื่องจีเอสพี ขณะที่เรื่องแรงงานไม่ค่อยมีอะไร โดยเรื่องที่สหรัฐต้องการให้ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าวในไทยนั้น เวลานี้เราให้คนต่างด้าวด้อยกว่าคนไทย เพราะหากให้คนไทยเท่ากับต่างด้าวอย่างนี้ก็จะยุ่ง กระบวนการของไทยไม่ได้มาอย่างนั้น เราไม่ได้เป็นประเทศที่เสรีภาพมากมาย กฎหมายของเราไม่ได้เป็นสากล และคิดว่าไม่จำเป็นต้องเป็นสากล
ไม่ยอมต่างด้าวตั้งสหภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเทศใครประเทศมัน ถ้าให้ตั้งแรงงานต่างด้าวเป็นสหภาพแรงงาน เราก็เหนื่อย คนต่างด้าวพูดภาษาไทยไม่ได้แล้วแบบนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร แม้กระทั่งกรณีสหภาพแรงงานที่เป็นคนไทยก็ยังทะเลาะกันเอง และอยู่ดีๆ จะมีต่างชาติล้านคนมาเป็นสหภาพกลุ่มใหญ่ ซึ่งเราผลักดันให้ไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้คิดอะไร จึงได้ตอบยาก ต้องดูก่อนว่ากระทรวงพาณิชย์ของไทยกับสหรัฐจะเจรจาตกลงเรื่องจีเอสพีได้หรือไม่ ถ้าตกลงได้ แต่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแรงงานแล้วมาถามเราว่าทำอะไรได้บ้าง เราจึงจะได้ลงแรงคิดต่อไป&amp;rdquo; ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คิดว่าเรื่องแรงงานเป็นข้ออ้างในการใช้ตัดจีเอสพีหรือไม่ ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เขามีเงื่อนไขเช่นนี้ 11 ข้อ ซึ่งสหรัฐยังไม่รับเรื่องการให้สิทธิ์แก่แรงงานต่างด้าว เพราะให้สิทธิคนต่างด้าวดีกว่านั้นอยู่แล้วก็ไม่รู้ เพราะไม่เคยไปเป็นคนต่างด้าวที่นั่น และ 2 ข้อที่เขาจะให้เรารับ เราก็รับไม่ค่อยได้ เพราะมันมากกว่าสิทธิ์ของคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่อยากพูดว่าได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เป็นกระบวนการ ความเป็นมาของสังคม และกฎเกณฑ์ประเทศ ต่อไปเป็นอย่างไรไม่รู้ วันนี้กฎหมายเราไม่ใช่กฎหมายสากล และความเจริญของประเทศมีระดับหนึ่ง การทะเลาะไม่ค่อยมี เขาต้องการให้คนงานต่างด้าวด่านายได้ เราก็ไม่เห็นว่าจะมีใครให้คนงานด่านายเลย ต่อให้แก้กฎหมายแรงงาน ก็ยังติดกฎหมายอาญา หากจะแก้กฎหมายอาญาเพื่อให้สิทธิ์แรงงานที่เป็นคนของประเทศกลุ่มหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเรียน ครม. ว่าถ้ามีอะไรช่วยได้นิดๆ หน่อยๆ จะช่วยพยายาม ตอนนี้ก็นั่งคิดอะไรอยู่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม ครม. นายไมเคิล ฮีธ &amp;nbsp;อุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ห้องทำงานภายในตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไมเคิลกล่าวหลังเข้าพบว่า ความสัมพันธ์ของไทยและสหรัฐช่วงนี้ถือว่าเป็นขาขึ้น จากการที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งกระบวนการจีเอสพีเป็นเรื่องที่มีการตัดสินใจมานานแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงนี้ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบน 3 สารพิษของไทย นี่คือหัวใจที่สหรัฐได้คุยกับนายสมคิด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดจีเอสพีไทยนั้นพูดคุยกันมานานแล้ว และจีเอสพีเป็นสิทธิพิเศษที่ไทยได้รับมานานกว่า 30 ปี แม้จะถูกตัดสิทธิ์ไปแล้ว แต่ไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดมากกว่าประเทศใดในโลกในปัจจุบัน ดังนั้นจะหารือกับทางรัฐบาลไทยในข้อกฎหมายต่างๆ ในเรื่องของแรงงานว่าจะดำเนินการร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้ การตัดสิทธิ์จีเอสพีมีผลกระทบไม่มาก ตัวเลขไม่เยอะ และกระบวนการนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด&amp;rdquo; นายไมเคิลกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิดกล่าวว่า คณะของสหรัฐจะมาร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-4 พ.ย. จึงพยายามเตรียมการทุกอย่างให้สมบูรณ์ เพราะต้องการมาลงทุนในไทย และจะลงพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากนี้ยังจะหารือถึงเรื่องจีเอสพี ซึ่งนายไมเคิลระบุว่า การตัดสิทธิ์จีเอสพียังไม่ถึงที่สุด และมีมูลค่าไม่มากนักหรอก แต่ว่าสิ่งเหล่านี้น่าจะพูดคุยกันและสื่อสารกัน โดยนายไมเคิลย้ำว่าการตัดจีเอสพีเกิดขึ้นในช่วงที่คณะของสหรัฐกำลังเดินทางมาไทย เป็นช่วงเวลาบังเอิญ และเมื่อยังไม่ถึงที่สุดอยู่ที่การพูดจากัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในเรื่องแรงงานสหรัฐได้ขอความร่วมมืออย่างไรบ้าง นายสมคิดกล่าวว่า เขาไม่ได้ขอ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เราบอกว่าใน 7 ข้อ ให้ไปตั้ง 4 ข้อแล้ว อีก 3 ข้อค่อยคุยกัน เขาก็เข้าใจ ซึ่งเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย พูดแต่ว่าอนาคตจะร่วมมือกันอย่างไร ส่วนเรื่องจีเอสพี กระทรวงพาณิชย์ต้องหารือกับตัวแทนยูเอสทีอาร์ ซึ่งอยู่ที่การสื่อความให้เขาทราบ และบอกว่าเราเป็นมิตรที่ดีมีกลุ่มต่างๆ จำนวนมากตั้งใจไปลงทุนประเทศเขาด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาโดยรวม อย่าพิจารณาเป็นชิ้นๆ อย่างไรก็ตาม นายไมเคิลมีบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพสูง ซึ่งจริงๆ แล้วไทยเลยเวลาที่จะเป็นจีเอสพีมานานแล้ว จีเอสพีมีไว้สำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนา เป็นความช่วยเหลือกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม ส่วนไทยนั้นพัฒนาแล้ว เพียงแต่เราเป็นเพื่อนกัน ก็เก็บไว้ก่อนสิ จะรีบร้อนไปทำไม
เฮียกวงอบรมหญิงหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่าต้องการให้เจรจาแบบคู่ค้าที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ลูกไล่ นายสมคิดกล่าวว่า เรื่องมิตรภาพเป็นเรื่องสำคัญ ต้องไม่เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นประเด็นการเมือง อย่าลืมว่า ทั้งสหรัฐ จีน และญี่ปุ่น เป็นประเทศใหญ่ การที่เราสร้างสัมพันธ์ได้เป็นสิ่งที่ดี ส่วนอะไรที่ไม่เป็นธรรม เราต้องเจรจากับเขาว่าเราทำเต็มที่แล้ว ต้องเกื้อกูลกัน ต้องเป็นเหตุเป็นผล และการที่นายไมเคิลมาเข้าพบ เขาก็ให้เกียรติทุกอย่าง รวมถึงหวังอย่างยิ่งว่าคณะที่มาจากสหรัฐจะได้เข้าพบนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมรับทราบกรณีที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี โดย ครม.เศรษฐกิจได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ ตั้งคณะทำงาน และหาช่องทางยื่นเรื่องให้สหรัฐทบทวนการเรื่องดังกล่าวและทำการคืนสิทธิ์ให้กับไทย ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมการร่วมกับภาคเอกชน เพื่อหาช่องทางในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเร่งหาตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงเพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออก ซึ่งกำหนดตลาดใหม่ที่สำคัญไว้ใน 10 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รัฐบาลควรให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน และควรหาทางเจรจากับสหรัฐเพื่อขอคืนสิทธิจีเอสพี เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลายประเทศก็เคยเจรจาจนได้รับสิทธิคืนมาแล้ว ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ควรให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่พี่น้องประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ควรปัดความรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศราวุธ เพชรพนมพร รองเลขาธิการพรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในส่วน กมธ.จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมสัปดาห์หน้า โดยเราต้องการทราบว่าการที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพี มีอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง เพราะจากคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ระบุว่าถูกตัดสิทธิ์ เพราะเราเติบโตและพัฒนาเร็วเกินไปนั้น เห็นว่าไม่น่าจะใช่เหตุผลที่ถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงระยะเวลาที่เหลืออีก 6 เดือน ก่อนถูกตัดสิทธิ์ รัฐบาลต้องหาทางเจรจากับสหรัฐ เพราะหลายประเทศที่ถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีก็เดินหน้าเจรจาสำเร็จมาหลายประเทศแล้ว ที่สำคัญรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบ โดย กมธ.จะเชิญกรมการค้าระหว่างประเทศและกระทรวงการต่างประเทศมาหารือเพื่อหามาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการด้วย&amp;rdquo; นายศราวุธกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49147</URL_LINK>
                <HASHTAG>GSP, จีเอสพี, ตัดสิทธิ์จีเอสพี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหรัฐตัดจีเอสพี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจรจาอุปทูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db84a34c1551.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส้มหวาน&#039;แนะวิธีสู้GSPปรับค่าจ้าง ลดชั่วโมงทำงาน ลาคลอด180วัน เพิ่มอำนาจคนงานต่อรองนายจ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- นายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ และประธานคณะกรรมธิการแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาจะตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรสินค้า (GSP) ของไทยในวันที่ 25 เมษายน 2563 โดยให้เหตุผลว่า ประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาแรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยหลังจากที่ ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกมาให้สัมภาษณ์ ที่นอกจากจะไม่ได้ตอบคำถามข้อสงสัยว่า สิทธิแรงงานข้อไหนที่เป็นปัญหาจนนำมาสู่การ ตัดสิทธิพิเศษนี้ อีกทั้งยังไปพาดพิงประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องเช่นเรื่อง นิสัยส่วนตัวของประธานาธิบดีทรัมป์ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวว่า &amp;nbsp;ปีกแรงงานพรรคอนาคตใหม่อยากจะสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย รัฐบาลไทยล้มเหลวในการคุ้มครองสิทธิแรงงาน กฎหมายแรงงานไทยยังล้าหลังกว่ามาตรฐานแรงงานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล แรงงานจำนวนมากไม่สามารถรวมตัวกันเพื่อต่อรองได้อย่างเสรี ไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันในอนุสัญญา ILO ที่ 87และ98 เพื่อรับรองสิทธิการรวมตัวว่าเป็นสิทธิพื้นฐาน แม้จะมีการรณรงค์มาอย่างยาวนานโดยขบวนการแรงงาน รวมถึงรณรงค์ให้กฎหมายไทยสอดคล้องกับอนุสัญญาดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่กดทับแรงงานมาโดยตลอด อนุสัญญา ILO ที่ 87 คือเรื่องของการให้สิทธิและเสรีภาพในการรวมตัวกัน และ 98คือการเจรจาต่อรองของแรงงาน การนิ่งเฉยของรัฐบาลไทยที่รับฟังแต่กลุ่มนายทุนขนาดใหญ่ในประเทศ และเมินเฉยต่อผู้ใช้แรงงาน ผลก็คือ ไทยมีอัตราการรวมตัวของแรงงานอยู่ที่ 1.6% ต่ำที่สุดในอาเซียน ซึ่งตัวอย่างการละเมิดสิทธิแรงงานแต่ละรูปแบบคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.แรงงานขาดเสรีภาพในการรวมตัวต่อรอง กล่าวคือกฎหมายไทยและการตีความของศาล (court interpretation) จำกัดสิทธิการรวมตัวของแรงงานชั่วคราวหรือแรงงานสัญญาจ้าง(subcontracted workers) แรงงานสัญญาจ้างไม่นับเป็นลูกจ้างของบริษัทที่ทำงานให้ แต่นับเป็นลูกจ้างของบริษัทที่จัดหางานมาให้แรงงานเหล่านี้ ทำให้แรงงานสัญญาจ้างไม่สามารถเข้าร่วมสหภาพแรงงานได้ อีกทั้งนายจ้างนิยมเพิ่มจำนวนแรงงานสัญญาจ้าง เพื่อลดกิจกรรมในสหภาพแรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สิทธิในการรวมตัวหยุดงานและเสรีภาพในการแสดงออก ตามมาตรา 33 ของ พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ห้ามลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจในการรวมตัวหยุดงาน มาตรา 77 กำหนดโทษอย่างรุนแรงแก่ผู้ฝ่าฝืน และสมาชิกสหภาพแรงงาน,นักสิทธิมนุษยชนมักถูกฟ้องอาญา เมื่อเปิดเผยข้อมูลการละเมิดแรงงาน ทั้ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์และแรงงานวิสาหกิจสัมพันธ์ ระบุข้อยกเว้นอย่างกว้างๆไว้ ให้นายจ้างสามารถฟ้องได้ หากการกระทำนั้นเป็นการทำให้ชื่อเสียงของนายจ้างเสื่อมเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การเลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติและแรงงานบังคับ กล่าวคือการละเมิดสิทธิแรงงานและการบังคับใช้แรงงานถูกเปิดเผยอย่างต่อเนื่อง มีแรงกดดันจากทั้งภายในและภายนอกประเทศให้รัฐบาลออกกฎหมายและรับสนธิสัญญาเพื่อคุ้มครองแรงงานข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยยกเลิกการให้สัตยาบันสนธิสัญญา ILO C188 ว่าด้วยการทำงานในภาคประมง และ ILO 98 ว่าด้วยสิทธิการรวมตัวต่อรอง อีกทั้งยกเลิกการแก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ เพื่อให้แรงงานข้ามชาติไม่สามารถต่อรองกับนายจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ในฐานะตัวแทนของชนชั้นแรงงานเสนอว่า การแก้ปัญหาด้านสิทธิแรงงานข้างต้นอย่างเป็นระบบเท่านั้นจึงจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงานให้มีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยได้ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่เสนอกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 6 ข้อ เพื่อแก้ระยะแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐต้องรับ อนุสัญญา ILO 87 , 98 ว่าด้วยเรื่องการรวมตัวเจรจาต่อรอง เพื่อสนับสนุนเพิ่มอำนาจให้คนทำงานทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถต่อรองกับนายจ้างได้ จะไม่นำมาสู่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการจ้างงานในที่ทำงานเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การต้องปรับเปลี่ยนพนักงานรายวันสู่การเป็นพนักงานรายเดือนเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับชีวิตของคนทำงาน ที่ปัจจุบันในสายการผลิตเดียวกันทำงานเดียวกัน แต่คนนึงเป็นพนักงานรายเดือนที่ได้เงินที่มั่นคงทุกเดือน อีกคนเป็นพนักงานรายวันที่หากวันไหนเกิดป่วยหรือวันหยุดที่ไม่ได้มาทำงานก็จะขาดรายได้ไปชีวิตไม่มั่นคงรายได้ไม่แน่นอน เหตุการณ์เช่นนี้เกิดมาเป็นทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรืออัตราเงินเฟ้อตามแต่ค่าใดสูงกว่า เพื่อให้รายได้ของผู้ใช้แรงงานสอดรับกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ต้องลดชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์ เป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับคนทำงานให้คนทำงานได้มีเวลาใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เพิ่มวันหยุดพักร้อนเป็น 10 วันต่อปีและสามารถสะสมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การเพิ่มสิทธิการลาคลอดและการเลี้ยงดูบุตรโดยได้รับค่าจ้างเป็น 180 วัน เพื่อให้สอดรับกับสังคมผู้สูงอายุที่มีประชากรรุ่นใหม่จำนวนน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. การกำหนดค่าจ้างตามประสบการณ์และมาตรฐานแรงงานเพื่อป้องกันการที่ผู้ใช้แรงงาน ต้องอยู่กับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งต่างๆเหล่านี้พรรคอนาคตใหม่มีความพยายามเป็นอย่างยิ่ง เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรส่วนหนึ่งของพรรคมาจากคนงาน มาจากผู้ใช้แรงงาน เพื่อสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และอยากให้ภาคสังคมรวมไปถึงผู้บริหารประเทศ เข้าใจถึงปัญหาที่แท้จริงของผู้ใช้แรงงาน เพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง มิเช่นนั้นจะโดนบิดเบือนอยู่อย่างนี้ ซึ่งเรื่องของวัฒนธรรมไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และยกระดับมาตรฐานสากล ประชาชนต้องตื่นตัวกับปัญหา GSP นี้ ที่จะต้องแก้ไขโดยด่วน โดยอาจจะส่งผลต่อไปกับภาคธุรกิจ และพี่น้องผู้ใช้แรงงาน&amp;quot; สุเทพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า คำให้สัมภาษณ์ของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สะท้อนถึงการไม่ทำความเข้าใจปัญหารากลึกของการละเมิดสิทธิแรงงาน อันเป็นทัศนะของอภิสิทธิ์ชนที่ไม่มองว่การละเมิดสิทธิโดยนายทุนไทยถูกละเลยจากรัฐบาลอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมาธิการแรงงานภายใต้การนำของสุเทพ อู่อ้น ได้ผลักดันให้รัฐบาลยกระดับการบังคับใช้กฎหมายแรงงานให้ครอบคลุมกำลังแรงงานทั้งระบบอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ยกระดับประกันสังคมสำหรับแรงงานนอกระบบ รวมถึงการขึ้นบัญชีดำบริษัทที่มีการละเมิดสิทธิแรงงาน การยกระดับกฎหมายแรงงานและรับอนุสัญญา ILO 87-98 คือทางรอดของทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49120</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีเอสพี, สุเทพ อู่อ้น, อนาคตใหม่, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db81f554b87d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
