<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 22:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 22:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียจับกุมอดีตปธน.หญิง เช็กบิลย้อนหลังฐานปลุกระดมโค่นโมราเลส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โบลิเวียจับกุมจีไนน์ อาเยซ อดีตประธานาธิบดีหญิง ฐานก่อการร้ายและปลุกระดมต่อต้านรัฐบาล จากการขึ้นมารักษาการตำแหน่งผู้นำประเทศภายหลังการประท้วงผลการเลือกตั้งปี 2562 ทำให้ประธานาธิบดีเอโบ โมราเลส ต้องระเห็จออกนอกประเทศ อัยการเสนอขัง 6 เดือนระหว่างรอไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จีไนน์ อาเยซ รักษาการประธานาธิบดีโบลิเวีย เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2563 (Photo by Gaston Brito/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมครั้งนี้มีขึ้นภายหลังพรรคขบวนการเพื่อสังคมนิยม (เอ็มเอเอส) ที่โมราเลสก่อตั้ง ชนะเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2563 เปิดโอกาสให้โมราเลสเดินทางกลับประเทศ และขณะนี้ทั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและรัฐสภาอยู่ในการควบคุมของพรรคเอ็มเอเอส โมราเลสทวีตสนับสนุนการจับกุมอาเยซและอดีตรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลของนาง พร้อมกับเรียกร้องให้ลงโทษพวกก่อการและสมคบคิดกันก่อรัฐประหารโค่นอำนาจเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีไนน์ อาเยซ โดนจับกุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยภาพข่าวโทรทัศน์ของโบลิเวียเผยให้เห็นนางขณะเดินทางมาสนามบินเอลอัลโตในกรุงลาปาซแต่ไม่ได้ถูกจับใส่กุญแจมือ โดยการ์ลอส เอดูอาร์โด เดล กัสตีโย รัฐมนตรีในรัฐบาลโบลิเวีย พร้อมด้วยตำรวจหลายนาย ตามประกบมาด้วย เมื่อพบกับนักข่าว อาเยซกล่าวสั้นๆ ประณามว่าเป็นการจับกุมที่ &amp;quot;ผิดกฎหมาย&amp;quot; ก่อนที่จะถูกพาตัวไปสอบปากคำที่กระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังโดนอัยการออกหมายจับเมื่อวันศุกร์ อาเยซทวีตว่า &amp;quot;การข่มเหงทางการเมืองเริ่มขึ้นแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากตัวอาเยซ ยังมีอดีตรัฐมนตรีพลังงาน โรดริโก กุซมาน และอดีตรัฐมนตรียุติธรรม อัลบาโร โกอิมบรา ที่เป็นสมาชิกในรัฐบาลรักษาการอายุ 1 ปีของนาง โดนออกหมายจับและถูกจับกุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต ส.ว.หญิงผู้นี้ขึ้นมารักษาการประธานาธิบดีหลังจากผู้นำฝ่ายซ้ายคู่ปรับของนางรายนี้หนีออกนอกประเทศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ภายหลังประชาชนประท้วงชัยชนะประธานาธิบดีสมัยที่ 4 ของเขาและกองทัพปฏิเสธหนุนหลังการเลือกตั้งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พันธมิตรหลายคนของโมราเลสที่ดำรงตำแหน่งระดับสูงพากันหลบหนีเช่นกัน ส่งผลให้อาเยซกลายเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่อาวุโสสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสซึ่งเรียกอาเยซว่าเป็น ส.ว.ฝ่ายขวากระหายการรัฐประหาร กล่าวโจมตีอดีตประธานาธิบดีหญิงรายนี้ว่า &amp;quot;ประกาศตนเองเป็นประธานาธิบดีรักษาการโดยปราศจากองค์ประชุมของสภานิติบัญญัติ และรายล้อมด้วยกลุ่มผู้สมรู้ร่วมคิด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานที่คุมขังภายในค่ายของตำรวจในกรุงลาปาซ อาเยซส่งจดหมายถึงสหภาพยุโรปและองค์การรัฐอเมริกา ขอร้องให้ส่งผู้สังเกตการณ์มาติดตามคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันอาทิตย์ เอเอฟพีรายงานว่า อัยการได้ยื่นขออนุญาตศาลฝากขังอาเยซและอดีตรัฐมนตรี 2 คน ชั่วคราวเป็น 6 เดือนก่อนการพิจารณาคดี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96069</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไนน์ อาเยซ, อดีตประธานาธิบดีหญิง, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e2acb7c712.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.หญิงยึดเก้าอี้ผู้นำโบลิเวีย &#039;โมราเลส&#039; จวกรัฐประหารอีแอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางจีไนน์ อาเยซ รองประธานวุฒิสภาโบลิเวียวัย 52 ปี แต่งตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวของโบลิเวียเมื่อวันอังคาร เพื่อยุติภาวะสุญญากาศผู้นำภายหลังเอโบ โมราเลส ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันอาทิตย์แล้วเผ่นไปลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโกเมื่อวันจันทร์ ด้านโมราเลสประณามเป็น &amp;quot;รัฐประหารอีแอบ&amp;quot; สหรัฐออกคำเตือนด้านการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีไนน์ อาเยซ ประธานาธิบดีชั่วคราวของโบลิเวีย โบกมือทักทายผู้สนับสนุนจากระเบียงของทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงลาปาซ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 กล่าวว่า สมาชิกรัฐสภาของโบลิเวียถูกเรียกให้เข้าประชุมเมื่อวันอังคารเพื่อรับรองการลาออกของโมราเลสอย่างเป็นทางการ และยืนยันการแต่งตั้ง ส.ว.จีไนน์ อาเยซ เป็นประธานาธิบดีชั่วคราว แต่สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม โดยเฉพาะฝ่ายหนุนโมราเลส ที่ไม่ยอมเข้าร่วม ทำให้อาเยซตัดสินใจประกาศแต่งตั้งตนเองดำรงตำแหน่งนี้ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญก็ให้การรับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะต้องการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&amp;quot; อาเนซกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งมีแต่ผู้แทนที่คัดค้านโมราเลส โดยเธอรับปากด้วยว่าจะตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายในวันที่ 22 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเยซเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่จะรับตำแหน่งนี้ ภายหลังรองประธานาธิบดีอัลบาโร การ์เซีย ลีเนรา, ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้รักษาการตำแหน่งประธานาธิบดี พร้อมใจกันลาออกตามโมราเลส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโมราเลส ทวีตภายหลังเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพเม็กซิโกไปถึงเม็กซิโกเมื่อคืนวันจันทร์ ประณามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น &amp;quot;การก่อรัฐประหารต่ำทรามที่สุดและหลบๆ ซ่อนๆ มากที่สุดในประวัติศาสตร์&amp;quot; และเรียกอาเยซว่าเป็น &amp;quot;ส.ว.ฝ่ายขวาที่กระหายรัฐประหาร&amp;quot; เธอประกาศตั้งตนเป็นประธานาธิบดีชั่วคราวท่ามกลางพวกเดียวกันโดยที่สภาไม่ครบองค์ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายวัย 60 ปี ประกาศด้วยว่าเขาจะต่อสู้ต่อไป แม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว และขอบคุณประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ พันธมิตรฝ่ายซ้ายของเขาในเม็กซิโก ที่ &amp;quot;ช่วยชีวิตเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบลิเวียตกอยู่ในภาวะวิกฤติจากการประท้วงรุนแรงตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นับแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 20 ตุลาคม เกิดการปะทะกันระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านโมราเลสและกองกำลังฝ่ายความมั่นคง หลังจากโมราเลสลาออกแล้วสถานการณ์ก็ยังไม่สงบ ผู้สนับสนุนโมราเลสพากันชุมนุมในเมืองหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮวน ลันชีปา อัยการสูงสุด กล่าวเมื่อวันอังคารว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุนแรงนับแต่วันเลือกตั้งเพิ่มเป็น 7 คน จากเดิม 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กองกำลังฝ่ายความมั่นคง ซึ่งรวมถึงทหารที่ถูกส่งมาเสริมกำลังของตำรวจ ได้ออกรักษาการณ์ในกรุงลาปาซ ขณะที่ผู้สนับสนุนโมราเลสชุมนุมกันที่จัตุรัสซานฟรานซิสโกใกล้รัฐสภา เจ้าหน้าที่ยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่ปะทะกันบนท้องถนนในเมืองหลวงทันทีที่การประชุมสภายุติลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์ลอส เมซา ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสายกลาง ที่พ่ายแพ้เลือกตั้งอย่างน่ากังขา ทวีตแสดงความยินดีกับอาเยซ ส่วนลูอิซ เฟร์นันเดซ คามาโช ผู้ทรงอิทธิพลในฝ่ายค้านที่เป็นผู้นำในระดับภูมิภาคที่จังหวัดซานตาครูซ ประกาศยุติการนัดหยุดงานประท้วงและปิดถนนยาวนาน 3 สัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมเมื่อวันอาทิตย์โมราเลสยอมให้มีการเลือกตั้งใหม่หลังจากองค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีสิ่งผิดปกติในหลายด้าน แต่ต่อมาผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจประกาศเลิกสนับสนุนเขาและขอให้เขาลาออก เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลและรัฐมนตรีรวมหลายสิบคนพากันลาออกตามและแห่ขอลี้ภัยในสถานทูตหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน รัฐบาลสหรัฐออกคำเตือนพลเมืองอเมริกันให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปโบลิเวีย, สั่งให้ครอบครัวของนักการทูตเดินทางออกจากโบลิเวีย และอนุญาตให้ลูกจ้างที่ไม่มีภารกิจฉุกเฉินเดินทางออกมาได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50218</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไนน์ อาเยซ, ประธานาธิบดีโบลิเวีย, รัฐประหาร, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcc0ba7a4120.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
