<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นผู้นำอาเซียน แก้วิกฤติเมียนมา NGOจี้คว่ำบาตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หารือ ปธน.อินโดฯ ยันไทยหนุนประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน 24 เม.ย. คลี่คลายสถานการณ์เมียนมา &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เรียกร้องไม่ให้ใช้เวทีนี้รับรองความชอบธรรมเผด็จการทหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; จี้รัฐบาลปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและภูมิภาค 44 องค์กรร่อน จม.เปิดผนึกบี้ประเทศอาเซียนคว่ำบาตรกดดันหยุดฆ่า ปชช.ตามอำเภอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 เมษายน เวลา 09.30 น. ที่ห้องโดม ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หารือทางโทรศัพท์กับนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีชื่นชมบทบาทอินโดนีเซียในเวทีอาเซียน ที่ได้ผลักดันให้มีการประชุมผู้นำอาเซียนเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา ในวันเสาร์ที่ 24 เม.ย.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์มีความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในเมียนมาซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด และตระหนักดีว่าสถานการณ์ในเมียนมาเป็นประเด็นที่มีความท้าทายอย่างยิ่งต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค อย่างไรก็ดี ในฐานะนายกรัฐมนตรีไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศ จึงไม่สามารถเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ที่กรุงจาการ์ตาได้ โดยมอบหมายให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ เป็นผู้แทนพิเศษเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ซึ่งด้วยความห่วงใยในสถานการณ์ นายกฯ ได้ฝากความเห็นเพื่อให้นายดอนได้นำเสนอในที่ประชุม พร้อมทั้งอวยพรให้การประชุมประสบผลสำเร็จ ส่งผลให้สถานการณ์ในเมียนมาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งประเทศไทยพร้อมผลักดันการดำเนินการตามมติของที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีอินโดนีเซียขอบคุณและชื่นชมบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางด้านต่างประเทศ และความคิดเห็นของไทยส่งผลสำคัญในการผลักดันภูมิภาคนี้ ทั้งนี้ เข้าใจดีถึงการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาเซียนจะมีส่วนช่วยให้สถานการณ์ในเมียนมาคลี่คลาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนจัดตั้งกระบวนการสันติภาพที่นำโดยอาเซียน เพื่อยุติการสังหารประชาชนและนำเมียนมากลับคืนสู่เส้นทางประชาธิปไตย โดยกระบวนการสันติภาพก็มีหลายกลไกที่อาเซียนสามารถใช้ได้ เช่น จัดตั้งกลุ่มผู้ประสานงานอาเซียน จัดตั้งทูตพิเศษของอาเซียน หรือจัดตั้งกลุ่มเพื่อนประธาน ทั้งนี้ ทหารเมียนมาต้องยุติการใช้ความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข ต้องไม่ปล่อยให้การประชุมผู้นำอาเซียนเป็นเวทีที่ให้การยอมรับและความชอบธรรมกับเผด็จการทหารเมียนมา ควรผลักดันผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้มีโอกาสหาทางออกร่วมกันในกระบวนการจะเปิดรับทุกฝ่าย ดังนั้นผู้นำอาเซียนจึงควรยื่นคำเชิญให้กับทุกฝ่ายในการหาทางออกร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) คณะกรรมการผู้แทนสมัชชาแห่งสหภาพ ไปจนถึงกองทัพ และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เพื่อให้กระบวนการสันติภาพที่เปิดกว้างและมีความจริงใจเกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อาเซียนควรยืนยันในหลักการความเป็นแกนกลางของอาเซียน โดยตระหนักว่าถึงเวลาแล้วที่จะเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ดำเนินการตามอำนาจในหมวด 6 และจัดตั้งคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงของสถานการณ์ในเมียนมา รวมทั้งให้ผู้นำอาเซียนจัดตั้งคณะทำงานเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในเมียนมา และเรียกร้องให้ทหารเมียนมายอมเปิดให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สามารถเข้าไปถึงได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ถ้าเมียนมาเกิดวิกฤติ ก็จะเป็นวิกฤติของประเทศไทยที่มีชายแดนติดต่อกับเมียนมาถึง 2,400 กิโลเมตรด้วย ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะต้องทำตามหลักการการคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองในระยะยาว โดยรู้แจ้งถึงสิ่งที่ถูกต้อง และแสดงออกให้เห็นว่าประเทศไทยยืนอยู่ข้างประชาชนชาวเมียนมา ไม่ได้เป็นสหายในสงครามร่วมหัวจมท้ายกับทหารเมียนมา&amp;rdquo; นายพิธาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคกล้าออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลไทยควรต้องแสดงท่าทีที่ชัดเจนในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนนัดพิเศษที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 เม.ย. ดังนี้ 1.ต้องชี้ให้เห็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมาไม่ได้เป็นปัญหาความมั่นคงภายในประเทศเท่านั้น แต่จะส่งผลให้เกิดการอพยพย้ายถิ่น หนีร้อนมาพึ่งเย็นประเทศเพื่อนบ้าน เกิดเป็นภาระและความเสี่ยง ทั้งด้านความมั่นคงและการจัดการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 2.ควรแสดงท่าทีอย่างแข็งขันไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น เสี่ยงต่อการแทรกแซงจากต่างชาติ อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงโดยรวมในภูมิภาคอาเซียนไปด้วย และ 3.เสนอให้รัฐบาลทหารเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ที่รวมตัวกันในนามรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ใช้วิธีทางการเมือง หารือเพื่อหาทางออกร่วมกันโดยสันติ โดยอาเซียนต้องพร้อมทำหน้าที่เป็นกรรมการตัวกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ พร้อมภาคประชาสังคม 44 องค์กร ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำประเทศอาเซียน โดยเรียกร้อง 8 ข้อ เพื่อแก้วิกฤติการเมืองในเมียนมา ดังนี้ 1.เชิญผู้แทนจากรัฐบาลเพื่อเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี)&amp;nbsp; เข้าร่วมแก้ปัญหา 2.อาเซียนเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนโดยทันที ปลดปล่อยผู้ถูกคุมขัง และหยุดยั้งการเข่นฆ่าตามอำเภอใจ 3.อาเซียนเรียกร้องให้มีการปลดปล่อยนักโทษและผู้ต้องขังทางการเมืองโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข รวมถึงผู้นำที่ชอบธรรมของพรรคเอ็นแอลดี ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่อาวุโสอีกจำนวนหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.อาเซียน ภายใต้การนำของไทย เปิด &amp;quot;ระเบียงมนุษยธรรม&amp;quot; ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อเอื้ออำนวยให้องค์กรด้านมนุษยธรรมของไทยและองค์การระหว่างประเทศ และหน่วยงานของสหประชาชาติ ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาทุกข์ในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินเร่งด่วนให้แก่ผู้พลัดถิ่นนับพันนับหมื่นคน 5.อาเซียนต้องกระชับความร่วมมือในการเจรจาหารือกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ภายใต้การนำของเวียดนาม ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ 6.อาเซียนไม่ควรใช้หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน ตามกฎบัตรอาเซียนมาเป็นข้ออ้างในการยื้อเวลา หรือเบี่ยงเบนไปจากเจตจำนงเพื่อประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความมั่นคงในภูมิภาคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;7.ประเทศไทยพึงแสวงหาความช่วยเหลือจากอาเซียนในการประกาศเขตห้ามบินตลอดภูมิภาคที่เป็นแนวชายแดนไทย-เมียนมา และ 8.ประเทศอาเซียนที่ทำธุรกิจ การค้า ข้อตกลงและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้ากับเมียนมา พึงต้องระงับความร่วมมือทางธุรกิจในทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่ถูกควบคุมหรือเป็นทรัพย์สินของระบอบทหารและบริวารของเขา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100385</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้คว่ำบาตร, ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, ผู้นำอาเซียน, สถานการณ์เมียนมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6081809470291.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
