<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 23:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 23:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเครนระทึก ชายติดอาวุธจี้รถบัสจับ20คนเป็นตัวประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุชายคนหนึ่งพร้อมวัตถุระเบิดจับผู้โดยสารรถบัส 20 คนเป็นตัวประกันที่เมืองลัตสก์ในภาคตะวันตกของยูเครนเมื่อวันอังคาร อ้างวางระเบิดควบคุมด้วยรีโมตซ่อนไว้ในเมือง ตำรวจพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อม ยังไม่รู้มูลเหตุจูงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองลัตสก์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเคียฟราว 400 กิโลเมตร ตำรวจได้ปิดกั้นใจกลางเมืองที่มีประชากรกว่า 200,000 คนและขอให้ประชาชนอย่าออกนอกบ้านหรือสถานที่ทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันตอน เกราชเชนโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกกับเอเอฟพีว่า คนร้ายยิงปืนใส่โดรนของตำรวจลำหนึ่งที่บินสอดแนมเหนือรถบัส และโยนห่อวัตถุระเบิดลงบนถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของตำรวจเผยก่อนหน้านั้นว่า คนร้ายปาระเบิดมือออกมาจากรถบัส แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ตำรวจเผยด้วยว่า หน่วยความมั่นคงเอสบียู ซึ่งเป็นหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายและต่อต้านข่าวกรอง ถูกส่งมายังที่เกิดเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอและภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นตำรวจติดอาวุธหลายนายล้อมรถบัสสีขาว-ฟ้าคันนี้ ซึ่งกระจกหน้าต่างแตกหลายบานและถูกปิดม่านไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานอัยการกล่าวว่า คนร้ายอ้างว่าได้ซุกซ่อนระเบิดอีกลูกหนึ่งไว้ในสถานที่สาธารณะภายในเมือง ซึ่งสามารถจุดชนวนด้วยรีโมตคอนโทรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกราชเชนโกเผยด้วยว่า ช่วงแรกที่ติดต่อกับตำรวจ คนร้ายรายนี้ระบุว่าเขาชื่อมักซิม โพลคอย ซึ่งเป็นนามแฝงที่แปลได้ว่า &amp;quot;มักซัมเลว&amp;quot; แต่ชื่อจริงของเขาคือ มักซิม ครีวอช อายุ 44 ปี เขาเคยติดคุก 10 ปีจากความผิดหลายกระทง รวมถึงฉ้อโกงและจัดการอาวุธอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังพยายามใช้วิธีเจรจาต่อรองกับเขา แต่สถานการณ์ยังตึงเครียด เขาไม่ยอมให้ส่งอาหารและน้ำให้ตัวประกัน และไม่ยอมให้เข้าห้องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านทวิตเตอร์ได้ลบบัญชีที่โพสต์โดยโพลคอย ที่อ้างว่าเขามีอาวุธและระเบิด ในทวีตนั้นเขากล่าวถึงตนเองว่าเป็นพวกต่อต้านระบบ และตั้งข้อเรียกร้องต่อทางการ โดยกระทรวงมหาดไทยเชื่อว่าบัญชีนี้เป็นของคนร้ายจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72152</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, จี้รถบัส, ยูเครน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f1712bb430e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 20:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 20:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบฏรัฐยะไข่เหิมเกริม จี้รถบัสลักพาตัว 31 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มคนร้ายเกือบ 20 คนที่ต้องสงสัยว่าเป็นกบฏยะไข่ แต่งตัวเป็นนักกีฬาโบกรถบัสขนส่งพนักงานดับเพลิงและแรงงานเมียนมาแล้วบุกจี้จับผู้คนบนรถ 31 คนเป็นตัวประกันที่รัฐยะไข่ คาดว่าเข้าใจผิดว่าเป็นทหาร กองทัพเมียนมาส่งกำลังตามล่าแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลไลต์ออฟเมียนมา สื่อทางการเมียนมา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 ว่าขณะเกิดเหตุรถบัสคันนี้กำลังแล่นอยู่ในเมืองซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ผู้คนบนรถส่วนใหญ่เป็นพนักงานดับเพลิงที่ออกเวรและแรงงาน ข่าวกล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อชายคนหนึ่งแต่งตัวเป็นชาวบ้านออกมาโบกรถคันนี้ ก่อนที่กบฏ 18 คนซึ่งสวมชุดกีฬาจะโผล่ออกมาจากป่าแล้วใช้ปืนจี้บังคับผู้โดยสารลงจากรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกวิน ซอ อู เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า กองทัพกำลังติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้ และว่าพวกนั้นอาจเข้าใจผิดว่าพนักงานดับเพลิงที่อยู่บนรถเป็นทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่ายังไม่สามารถติดต่อตัวแทนของกองทัพอาระกัน ซึ่งสู้รบกับกองทัพเมียนมาเพื่อเรียกร้องอำนาจปกครองตนเองของชาวพุทธยะไข่เพื่อสอบถามความเห็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาส่งทหารนับหมื่นนายมาวางกำลังที่รัฐยะไข่แห่งนี้เพื่อปราบปรามกบฏของกองทัพอาระกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มสิทธิหลายกลุ่มกล่าวว่า กองทัพเมียนมาเคยลักพาตัวพลเรือนและทารุณกรรมพวกที่ถูกจับกุมไว้ แต่กองทัพก็ชี้นิ้วกล่าวโทษพวกกบฏว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงเหยื่อที่เล็งเป้าหมายไว้ วางระเบิดข้างทาง และลักพาตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเมียนมาเคยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธชาวโรฮีนจาอย่างนองเลือดในรัฐยะไข่แห่งนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งผลักดันให้ชาวมุสลิมโรฮีนจา 740,000 คนอพยพหนีภัยข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานค้นหาข้อเท็จจริงขององค์การสหประชาชาติระบุไว้ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายนว่า ชาวโรฮีนจาราว 600,000 คนในรัฐนี้ยังคงเผชิญกับ &amp;quot;ความเสี่ยงร้ายแรงของการถูกล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47971</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏยะไข่, กองทัพอาระกัน, จี้รถบัส, ลักพาตัว, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลวิสามัญฯ มือปืนจี้รถบัสจับตัวประกันหลายสิบคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มือปืนจี้รถบัสโดยสารจับคนบนรถหลายสิบชีวิตเป็นตัวประกันนานเกือบ 4 ชั่วโมงเมื่อเช้าวันอังคาร ขณะรถคันนี้วิ่งอยู่บนสะพานเชื่อมระหว่างนครรีโอเดจาเนโรกับเมืองนีเตรอยของบราซิล สุดท้ายคนร้ายโดนพลแม่นปืนยิงตายคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถบัสโดยสารที่คนร้ายจี้จับตัวประกัน 31 คน บนสะพานเชื่อมระหว่างนครรีโอเดจาเนโรกับเมืองนีเตรอยของบราซิล กำลังถูกเคลื่อนย้ายภายหลังคนร้ายโดนวิสามัญฆาตกรรม เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า คนร้ายรายนี้ขึ้นรถโดยสารประจำทางที่กำลังมุ่งหน้าเข้านครรีโอเดจาเนโรเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.ของวันอังคารที่ 20 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น แล้วจากนั้นก็เริ่มข่มขู่ผู้โดยสาร โดยสื่อท้องถิ่นของบราซิบรายงานว่า ขณะนั้นมีคนบนรถบัสประมาณ 31 คน และคนร้ายมีทั้งอาวุธปืน, ปืนชอร์ตไฟฟ้าและน้ำมันเบนซิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพเหตุการณ์ที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์เผยให้เห็นว่า คนร้ายปล่อยตัวประกัน ชาย 2 คน หญิง 4 คนออกมา โดยมีรถพยาบาลหลายคันจอดรอ&amp;nbsp; ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ พร้อมด้วยทหารและพลแม่นปืนหลายคนล้อมรถไว้ระหว่างที่ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเหตุการณ์ผ่านพ้นไปราว 4 ชั่วโมง สารวัตรทหารของบราซิลก็เปิดเผยว่า คนร้ายโดนพลแม่นปืนวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตคาที่ ตัวประกันทุกคนปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเบื้องต้นยังไม่เปิดเผยว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร หรือมีแรงจูงใจใด รายงานข่าวของจี 1 นิวส์เผยว่า มือปืนเป็นชายผิวขาวสวมเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีเข้ม ตอนหนึ่งเขาโผล่ศีรษะออกนอกรถเผยให้เห็นใบหน้าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นครรีโอเดจาเนโรของบราซิลเคยเกิดเหตุจี้รถบัสโดยสารสาย 174 จับตัวประกันเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี 2543 และถูกทำเป็นสารคดีระดับคว้ารางวัล คนร้ายโดนฆ่าตายและมีตัวประกันเสียชีวิต 1 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43903</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับตัวประกัน, จี้รถบัส, นีเตรอย, บราซิล, รีโอเดจาเนโร, วิสามัญฆาตกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5c0716062a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2019 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2019 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิตาลีระทึก คนขับรถโรงเรียนจับ นร. 51 คนเป็นตัวประกัน แล้วจุดไฟเผารถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คนขับรถโรงเรียนในอิตาลีจี้จับนักเรียน 51 คนและผู้ดูแลอีก 3 คนเป็นตัวประกันแล้วใช้น้ำมันราดพร้อมขู่จะจุดไฟฆ่าหมู่เมื่อวันพุธ แต่ตำรวจช่วยชีวิตทั้งหมดได้อย่างปลอดภัยก่อนที่รถจะตกอยู่ในกองเพลิง เจ้าตัวอ้างต้องการประท้วงนโยบายของอิตาลีที่กีดกันผู้อพยพทางเรือจากแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจนิติวิทยาศาสตร์และพนักงานดับเพลิงทำงานใกล้กับซากรถโรงเรียนที่โดนคนขับรถจุดไฟเผา บนทางหลวงในเมืองซานโดนาโตมิลาเนเซ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองมิลาน เมื่อันที่ 20 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2562 กล่าวว่า เด็กๆ ซึ่งอยู่ในระดับชั้นมัธยมต้นและบางรายโดนจับมัดระหว่างโดนจับเป็นตัวประกันนานกว่า 30 นาที ได้รับการช่วยชีวิตออกมาจากรถได้เมื่อตำรวจปิดถนน แล้วทุบกระจกรถด้านหลังให้เด็กหนีออกมาได้ก่อนที่รถบัสคันนี้จะตกอยู่ในกองเพลิง ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรง แต่มีเด็ก 12 คน และผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่ดูแลอีก 2 คนสำลักควัน ส่วนคนร้ายโดนไฟลวกที่มือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายที่เกิดเหตุเผยให้รถบัสและรถยนต์อีกคันโดนไฟไหม้เหลือแต่โครงเหล็ก ขณะที่วิดีโอที่โพสต์ในเว็บไซต์ข่าวอิตาลีเผยให้เห็นว่า คนขับรายนี้ขับรถพุ่งชนรถยนต์หลายคันบนทางหลวงนอกเมืองมิลานก่อนที่ไฟจะไหม้รถ และภาพเด็กๆ วิ่งหนีออกจากรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนขับรถโรงเรียนคันนี้กำลังพาเด็กนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมในเมืองเครมากลับจากทำกิจกรรมด้านกีฬานอกโรงเรียนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนเส้นทาง และประกาศจับทุกคนบนรถเป็นตัวประกัน โดยใช้กระป๋องบรรจุน้ำมัน 2 กระป๋องพร้อมไฟแช็ก แล้วยึดโทรศัพท์ของทุกคน สั่งให้ผู้ใหญ่จับเด็กๆ มัด แต่เด็กคนหนึ่งเก็บโทรศัพท์ที่ตกได้ แล้วโทรหาพ่อแม่ซึ่งได้แจ้งเรื่องต่อตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะไม่มีใครรอดชีวิตออกจากที่นี่&amp;quot; นักเรียนหลายคนอ้างคำพูดของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเรียนคนหนึ่งเล่าว่า ชายคนนี้ขู่ว่าหากใครเคลื่อนไหว เขาจะราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา เขายังเอาแต่พูดว่ามีคนจากแอฟริกามากมายที่ตายในทะเล ซึ่งนั่นเป็นความผิดของรองนายกฯ ลุยจิ ดิมาโย และมัตเตโอ ซัลวินี &amp;quot;ผมเสียลูก 3 คนในทะเล&amp;quot; นักเรียนคนหนึ่งอ้างคำพูดของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิมาโย และซัลวินี ซึ่งเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยด้วย ดำเนินนโยบายเข้มงวดด้านคนเข้าเมืองนับแต่เข้าร่วมรัฐบาลผสมชุดนี้เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ซึ่งรวมถึงพยายามปิดท่าเรืออิตาลีไม่ให้เรือที่ช่วยชีวิตผู้อพยพในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าเทียบท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนขับรายนี้คือ อูเซย์นู ไซ พลเมืองอิตาลีเชื้อสายเซเนกัล อายุ 47 ปี ทนายความของเขากล่าวว่า ไซให้ปากคำกับตำรวจว่าเขาต้องการเรียกร้องความสนใจต่อผลกระทบของนโยบายคนเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของมิลานรับมอบหมายให้สอบสวนคดีจับตัวประกันครั้งนี้ แต่อัลแบร์โต โนบิลี หัวหน้าฝ่ายต่อต้านก่อการร้ายของสำนักงานอัยการมิลานแถลงว่า ชายคนนี้ไม่มีประวัติเชื่อมโยงกับลัทธิก่อการร้ายอิสลามิสต์ เขาก่อเหตุลำพังโดยวางแผนล่วงหน้านานหลายวัน และยังโพสต์วิดีโอลงยูทูบอธิบายเหตุผลที่ลงมือในครั้งนี้ แหล่งข่าวในกระทรวงมหาดไทยกล่าวด้วยว่า กระทรวงกำลังพิจารณาจะถอนสัญชาติของเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31905</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนขับรถโรงเรียน, จับนักเรียนเป็นตัวประกัน, จี้รถบัส, ประท้วงนโยบายกีดกันผู้อพยพ, มิลาน, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190321/image_big_5c9353decb5fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มือมีดจี้รถบัสพุ่งชนคนที่ฝูเจี้ยน ดับ 5 เจ็บ 21 (คลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คนร้ายใช้มีดเป็นอาวุธทำร้ายคนก่อนจี้รถบัสโดยสารขับพุ่งชนคนกลางเมืองหลงเอี้ยนในมณฑลฝูเจี้ยนของจีน เมื่อบ่ายวันอังคาร มีคนสังเวยชีวิตอย่างน้อย 5 ราย บาดเจ็บ 21 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 25 ธันวาคม 2561 สื่อของทางการจีนรายงานเหตุการณ์ขับรถพุ่งชนคนหนล่าสุดนี้ว่าเกิดขึ้นที่เมืองหลงเอี้ยน ในมณฑลทางภาคตะวันออกของจีนแห่งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 15.20 น. โดยรายงานล่าสุดนั้นมีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน เป็นตำรวจด้วย 1 นาย และมีคนบาดเจ็บ 21 คน สถานีโทรทัศน์ช่องซีจีทีเอ็นรายงานว่า คนร้ายซึ่งใช้มีดเป็นอาวุธ ถูกควบคุมตัวไว้แล้ว และตำรวจท้องถิ่นกำลังสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า สำนักข่าวตั้วเหว่ยที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐ เผยแพร่วิดีโอชิ้นหนึ่งเผยให้เห็นคนบาดเจ็บหลายคนนอนบนพื้นถนนใกล้กับรถบัสคันนี้ ซึ่งสภาพด้านหน้าพังยับเยิน และยังมีภาพที่ตำรวจหลายนายช่วยกันจับกุมกดคนคนหนึ่งบนพื้นถนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้วเหว่ยกล่าวว่า คนร้ายได้ทำร้ายร่างกายผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งก่อน จากนั้นก็จี้ชิงรถบัสโดยสารคันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งในจีนปีนี้ หนล่าสุดเกิดเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ชายคนหนึ่งขับรถยนต์พุ่งชนกลุ่มเด็กนักเรียนที่กำลังเดินข้ามถนน หน้าโรงเรียนประถมในเมืองเหลียวหนิง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีคนเสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บ 19 คน คนร้ายบอกว่าเขาเลือกเหยื่อแบบสุ่ม โดยมีรายงานด้วยว่า เขาคิดฆ่าตัวตายหลังจากมีปัญหาครอบครัวก่อนจะมาก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนตุลาคม ที่มณฑลเจ้อเจียง ชายคนหนึ่งขับรถหนีภายหลังแทงคน แล้วพุ่งชนผู้คน จากนั้นยังลงมาทำร้ายคนมุงดูเหตุการณ์ มีคนตาย 3 ราย และหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น ชายคนหนึ่งขับรถกระบะพุ่งใส่ฝูงชนที่มณฑลหูหนาน แล้วลงมาใช้มีดและพลั่วทำร้ายคนมุง มีคนตายถึง 11 ราย เจ็บ 44 คน.&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25054</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถบัสพุ่งชน, จีน, จี้รถบัส, ฝูเจี้ยน, หลงเอี้ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c221df27b282.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
